รัฐบาลประสาน ดูแลน้ำร่วมกัน
แม่น้ำโขงยังวิกฤต ระดับน้ำเพิ่มขึ้นทุกวัน สำนักทรัพยากรน้ำประสานด่วนประเทศสมาชิกน้ำโขง-จีน ร่วมบริหารจัดการ เร่งแจ้งเตือนภัยพื้นที่เสี่ยง พร้อมอพยพ กอนช.เตือน 12-18 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายจังหวัดในภาคเหนือ-อีสาน-ตะวันออก และใต้ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ท่วมฉับพลัน ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณ แจง หลังฝนเท หนักในอ.ทองผาภูมิและสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ส่งผลให้มีน้ำเติมอ่างเก็บกว่า 60% คาดหากฝนยังตกต่อเนื่องถึงต.ค. จะมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บเพิ่มขึ้นรวมกว่า 80% ส่งผลดีกับการรับมือภัยแล้งปีหน้า ขณะที่ตากซ่อมถนนแม่สลิดหลวง-แม่งา ที่โดนฝนถล่มขาดเสร็จแล้ว เปิดให้ใช้เส้นทางได้ตามปกติ
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง และบริเวณแขวงบอลิคําไซ สปป.ลาว) ทําให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและ ประเทศจีนตอนใต้ ทําให้ประเทศไทยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่แม่น้ำโขงตอนล่างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 10-15 ส.ค. ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมและให้มีการเฝ้าระวัง อีกทั้งแจ้งเตือนประชาชน 8 จังหวัดริมน้ำโขง ตาม ข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และทางสํานักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานว่า ได้ประสานประเทศสมาชิกน้ำโขงและจีน ผ่านสํานักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission Secretariat : MRCS) ขอความร่วมมือช่วยบริหารน้ำเพื่อควบคุมระดับแม่น้ำโขง เพื่อลดความเสี่ยงอุทกภัยจากฝนตกหนักใน สปป.ลาว
สำหรับช่วงวันที่ 12-18 ส.ค. ทางกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) คาดการณ์ผลกระทบจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกําลังแรงขึ้น จะมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังไม่สามารถระบาย ได้ทัน ดังนี้
ภาคเหนือ จ.เชียงราย อ.แม่จัน แม่สาย และแม่ฟ้าหลวง, จ.เชียงใหม่ อ.อมก๋อย, จ.ตาก อ.ท่าสองยาง แม่สอด แม่ระมาด และอุ้มผาง, จ.น่าน อ.เมือง บ่อเกลือ ปัว เชียงกลาง ทุ่งช้าง เฉลิมพระเกียรติ และสองแคว โดยเฉพาะ จ.น่าน ซึ่งปัจจุบันมีน้ำท่วมขังอยู่ในพื้นที่ อ.เวียงสา อ.ท่าวังผา และ อ.แม่จริม ระดับน้ำจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย อ.เมือง เฝ้าไร่ โพนพิสัย และรัตนวาปี, จ.บึงกาฬ อ.เมือง ปากคาด บุ่งคล้า เซกา ศรีวิไล พรเจริญ โซ่พิสัย และบึงโขงหลง, จ.นครพนม อ.เมืองนครพนม ท่าอุเทน ศรีสงคราม บ้านแพง นาทม และโพนสวรรค์, จ.สกลนคร อ.บ้านม่วง และอากาศอํานวย
ภาคตะวันออก จ.ระยอง อ.เขาชะเมา บ้านค่าย แกลง และบ้านฉาง, จ.จันทบุรี อ.เมือง ขลุง เขาคิชฌกูฏ และท่าใหม่, จ.ตราด อ.เมือง คลองใหญ่ บ่อไร่ แหลมงอบ เขาสมิง เกาะกูด และเกาะช้าง
และภาคใต้ จ.ระนอง อ.เมือง กะเปอร์ และกระบุรี, จ.พังงา อ.คุระบุรี และท้ายเหมือง จ.ภูเก็ต อ.เมือง กะทู้ และถลาง, จ.สตูล อ.ละงู และ จ.ตรัง อ.กันตัง สิเกา และปะเหลียน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผา ภูมิ จ.กาญจนบุรี ว่า มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนนั้นมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ อ.สังขละบุรี ที่ได้รับอิทธิพลพายุจากทะเลอันดามันส่งผลให้มีฝนตกแทบทุกวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี มีระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อน
จากข้อมูลของเขื่อนวชิราลงกรณ วันเดียวกัน พบว่ามีปริมาณน้ำที่กักเก็บ 5,390 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 60.83 โดยมีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 2,378 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 40.66 มีปริมาณน้ำไหลเข้า 51.95 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำที่ระบายออก 8.0 ล้านลบ.ม. รวมในรอบสัปดาห์ มีปริมาณน้ำไหลเข้า ข้อมูลวันที่ 5 ส.ค-11 ส.ค.66 อยู่ที่ 615.83 ล้านลบ.ม. ซึ่งยังรับน้ำได้อีก 3,470 ล้านลบ.ม.
นายชวลิต กันคำ ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณ เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุในทะเลอันดามันที่ยังพัดพาความชื้นเข้ามาในพื้นที่ด้านตะวันตกของประเทศไทยในวันนี้ ส่งผลให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ บางส่วน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งน้ำที่ไหลมาเติมปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ให้มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งต่อจากนี้หากยังมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนต.ค. คาดว่าปริมาณน้ำในเขื่อนน่าจะอยู่ที่ 70-80% ของความจุของเขื่อน จะส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2567 แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังจำเป็นต้องขอความร่วมมือประชาชน ทั้งภาคครัวเรือน การเกษตร และอุตสาหกรรม ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดต่อไป
ด้าน จ.ตาก เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงแจ้งว่า จากกรณีถนนหมายเลข 105 ก.ม.139 สายแม่สลิดหลวง-แม่เงา อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ที่เกิดฝนตกหนักทำให้ถนนสายดังกล่าวขาด และทรุดตัวไปตามสายน้ำนั้น ทำให้ใช้ถนนไม่ได้ และปิดถนนตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง โดยเจ้าหน้าที่นำเครื่องจักร และนำกำลังคนเข้าไปสร้างสะพานเบลีย์ ให้รถยนต์ขนาดเล็กผ่านได้แล้ว แต่ขอจำกัดน้ำหนักรถบรรทุกไม่เกิน 12 ตัน และขอให้ประชาชนที่เดินทางผ่านโปรดใช้ความระมัดระวัง