โหรสว.ยันผ่านฉลุยแน่ พิธาลุยหาเสียงระยอง ปลุกกาเลือกซ่อมสส. หมออ๋องไม่ทิ้งรองปธ.
สว.วันชัยหนุนโหวตนายกฯ 18 ส.ค. ชี้ฤกษ์ดีสุด เป็นวันพลังอำนาจสยบราหู ก้าวข้ามขัดแย้ง ส่วน 22 ส.ค.เป็นวันมหาเสน่ห์ ย้ำ สว. ส่วนใหญ่พร้อมหนุนรัฐบาล ‘เสรี’ ยังตั้งแง่ชื่อ ‘เศรษฐา’ อาจเปลี่ยนได้ พรรคร่วมบีบเพื่อไทยเร่งแบ่งกระทรวง ก้าวไกลยังไม่สรุปโหวตนายกฯ ยันฟังเสียงรอบด้านไม่ใช่แค่ในโซเชี่ยล ‘ชัยชนะ’ แบะท่า ปชป.ต้องลงมติหนุน ไม่ให้ประเทศถึงทางตัน ‘พิธา’ นำคณะ ลุยระยอง ปราศรัยช่วย ‘โย-พงศธร’ ศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 อ้อนขอชนะแบบถล่มทลาย ‘หมออ๋อง’ ลั่นไม่ลาออกรองประธานสภา คาร์ม็อบบุกเพื่อไทย-ภูมิใจไทย ทำกิจกรรมคัดค้านร่วมกันตั้งรัฐบาล
ก้าวไกลยังไม่สรุปโหวตนายกฯ
เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) รวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคขั้วอำนาจเดิม และมีแนวโน้มจะดึงพรรค 2 ลุงเข้าร่วมด้วย จุดยืนการโหวตนายกฯ ของพรรคก้าวไกลจะโหวตสนับสนุนหรือไม่ ว่า ยังไม่มีการประชุมพรรคเพื่อหารือ จึงยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้ เคยมีการประชุมและอภิปรายเรื่องนี้ภายหลังเพื่อไทยแจ้งขอถอนตัวออกจากพรรคร่วมฯ ต้องยอมรับว่าในมุมของสส.หลายคนมีการวิพากษ์วิจารณ์การจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้ สถานการณ์ค่อนข้างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการโหวตของพรรคก้าวไกล จะไม่เป็นการเปิดประตูให้ 2 ลุง ซึ่งเราก็หาเสียงไว้ว่ามีลุงต้องไม่มีก้าวไกล จึงมีมุมที่สส.วิจารณ์ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จะนำไปสู่ข้อสรุปต้องรอการหารือภายในพรรคอีกครั้ง
เมื่อถามถึงท่าทีสว.ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่างกับกรณีพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์กล่าวว่า สว.เองก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในหลักการอะไร อยู่แล้ว หากตั้งอยู่ในหลักการที่เคยกล่าวในปี 2562 ใครรวมเสียงข้างมากก็จะโหวตให้ หรืออย่างที่ สว.บางรายเคยอภิปราย ในสภาว่าหากรวบรวมเสียงได้ 270-300 เสียง สว.ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ชัดเจนว่าเป็นเรื่องโกหก พูดอะไรก็ได้ ก็ไม่มั่นใจว่าสุดท้ายแล้วสว.จะโหวตอย่างไร ต้องรอดู ตราบใดที่ยังไม่มีการลงมติ ที่มาของสว. มาอย่างไรทุกคนก็ทราบ ส่วนหนึ่งที่ก้าวไกล ไม่ได้เสียงสว.ส่วนใหญ่ เพราะเราไม่ได้ ดึงลุงเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้นเอง
พปชร.เคาะโหวตนายก 15 สค.นี้
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส. กก.บห.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการโหวตนายกฯ ว่า ยืนยัน คำพูดเดิมทั้งหมด สิ่งที่ยืนยันชัดเจน เราประสงค์อยากจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว ที่สุด เพื่อแก้ปัญหาประชาชน เราอยากผลักดันนโยบายบางส่วนที่หาเสียงไว้
เมื่อถามว่าเวลานี้เท่ากับประกาศได้เลยหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นายไผ่กล่าวว่า ยืนยันคำพูดเดิมว่าไม่ได้คาดหวัง ไม่มีข้อแม้อะไรใดๆ แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้อยากเป็นรัฐบาล ขอขีดเส้นใต้ ร้อยเส้นเลยว่า ต้องการให้ประเทศเดินหน้าจริงๆ ไม่ได้มีข้อแม้ว่าจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่าก่อนโหวตนายกฯพรรคพปชร. ต้องมีมติพรรคเป็นทางการก่อนหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องในวันที่ 15 ส.ค.ที่จะมีการประชุมพรรค เรื่องนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อถึงถามกระแสข่าวโควตารัฐมนตรีมีสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐด้วย นายไผ่ กล่าวว่าเป็นการ คาดเดากัน
บีบพท.รีบแบ่งกระทรวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ชูหลักการห้ามพรรคเก่าคุมกระทรวงเดิม ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทย พัฒนา ต้องการให้ตกลงเรื่องโควตารัฐมนตรี ก่อนการโหวตนายกฯ
ล่าสุด มีกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาล ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ ยื่นข้อเสนอต่อคณะ ผู้แทนจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ต้องแบ่งกระทรวงให้เป็นที่ยุติชัดเจนก่อนการโหวตนายกฯ และไม่มีเงื่อนไขห้ามนั่งในกระทรวงเดิม แต่ให้พิจารณากระทรวงเดิมเป็นอันดับแรกเพื่อจะทำงานได้ต่อเนื่อง และยังต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งรัดนโยบาย แก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นอันดับแรก
สว.โพสต์หนุนพท.เต็มขบวน
วันเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ สว.โพสต์ ระบุ “ขบวนเสียงส่วนใหญ่ใครใครก็พร้อม จะไปด้วยสว.ส่วนใหญ่พร้อมจะไปกับ ขบวนนี้๊ทุกคนพร้อมยิ่งกว่าพร้อม เต็มที่เต็มขบวน”
นายวันชัยให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า สว. จะลงมติสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เพราะถือเป็นฝั่งที่รวมเสียงข้างมากในสภาได้ ยืนยันการแสดงท่าทีไม่เกี่ยวข้องต่อกรณีพรรคพลังประชารัฐหรือพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงท่าทีสนับสนุน เพราะสว.ยืนยันแต่ต้นหากไม่มีพรรคก้าวไกล ไม่มีประเด็นแก้ไขมาตรา 112 และพรรคไหนรวมเสียงข้างมากได้พร้อมจะสนับสนุน แม้จะมีหรือไม่มีพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือพรรคพลังประชารัฐก็ตาม ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ กลายเป็นปัญหาหรืออุปสรรคของการจัดตั้ง รัฐบาล
ชี้ฤกษ์ดีโหวตนายกฯ 18 สค.
เมื่อถามว่ามองอย่างไรหากพรรคก้าวไกล จะเสนอแคนดิเดตนายกฯ แข่งพรรค เพื่อไทย นายวันชัยกล่าวว่า แม้จะเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้รัฐสภาโหวต เชื่อว่าจะไม่มีใครโหวตให้ เสนอมาก็จะแพ้ ไม่เป็นประโยชน์ เป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ก็ได้
เมื่อถามว่าวันโหวตนายกฯ ต้องพิจารณา ญัตติที่ขอให้ทบทวนมติรัฐสภา 19 ก.ค. ที่พรรคก้าวไกลเสนอก่อนหรือไม่ นายวันชัย กล่าวเชื่อว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา คงหารือฝ่ายกฎหมายอย่างรอบคอบ และมีคำตอบที่ชัดเจนถึงเหตุผลที่เลื่อนการประชุมรัฐสภาเมื่อ 4 ส.ค. และเชื่อว่าจะเป็นข้อยุติในที่ประชุม
เมื่อถามถึงฤกษ์ดีที่สุดสำหรับการโหวตนายกฯ รอบสาม ระหว่าง 18 ส.ค. กับ 22 ส.ค. นายวันชัย กล่าวว่า ทั้ง 2 วันถือเป็นวันดีทั้งสิ้น แต่ 18 ส.ค.ถือว่าเป็นพลังแห่งอำนาจที่สยบราหู มีอำนาจ และขจัดความชั่วร้ายต่างๆ ให้หายสิ้นไปได้ ถือเป็นวันที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง ไปสู่การแก้ปัญหา ให้ประเทศ ส่วนตัวมองว่ามีแนวโน้มโหวต 18 ส.ค.นี้ เพราะประเมินจากความพร้อมและทุกอย่างเจรจาลงตัว อีกทั้งหากโหวตได้เร็วจะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย พรรคการเมืองจะสงบ และได้นายกฯ คนใหม่โดยเร็ว ส่วน 22 ส.ค. ถือเป็นวันมหาเสน่ห์มีมนต์ขลัง สร้างความรักและความปรองดองสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นได้
เสรีชี้ยังไม่ชัวร์โหวตวันไหน
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวกรณีนายวันชัยระบุวันโหวตนายกฯ จะเป็น 18 ส.ค. หรือ 22 ส.ค. ว่า ยังไม่ชัดเจนจะเป็นวันใด อยู่ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นผู้กำหนด ถ้าประธานรัฐสภาบรรจุวาระก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาคำร้องเรื่องข้อบังคับการประชุม รัฐสภาข้อ 41 ในวันที่ 16 ส.ค. ก็อาจนัดโหวตนายกฯ 17 หรือ 18 ส.ค.ได้ แต่ถ้าประธานรัฐสภาจะรอฟังความชัดเจน จากศาลรัฐธรรมนูญก่อนก็อาจโหวตช่วงวันที่ 21 ส.ค. หรือ 22 ส.ค. แต่ยังไม่แน่เพราะช่วง 21 ส.ค.-22 ส.ค. เป็นวันจันทร์-อังคารที่ปกติ สว.มีประชุมวุฒิสภา ดังนั้น ต้องรอความชัดเจนจากประธานรัฐสภา จะบรรจุวาระโหวตเลือกนายกฯ วันใด
ส่วนความชัดเจนการโหวตนายกฯ ที่นายวันชัยระบุมีเสียง สว.90 กว่า% พร้อมโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่ชัดเจน สว.คงต้องดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจทั้งเรื่องคุณสมบัตินายกฯ และลักษณะต้องห้าม หรือกรณีนโยบายบริหารประเทศ เช่น แจกเงิน 10,000 บาท จะนำงบประมาณจากไหน กระทบการบริหารประเทศหรือไม่ และจะหารายได้เข้าประเทศ อย่างไร
ชื่อ‘เศรษฐา’อาจเปลี่ยนได้
“สิ่งเหล่านี้ สว.อยากได้ยินจากปาก นายเศรษฐาให้ชัดเจนในวันโหวตนายกฯ ถ้าให้คนอื่นชี้แจงแทนอาจไม่ชัด ถ้านายเศรษฐาเห็นว่าการชี้แจงเป็นประโยชน์ ต่อตัวเองควรมาด้วยตัวเอง ถ้าปล่อยให้คลุมเครือจะมีปัญหาเยอะ ไม่รู้นายเศรษฐา กลัวอะไรหรือไม่ จึงไม่กล้ามาชี้แจง” นายเสรีกล่าว
การเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกฯ จะมีความชัดเจนเมื่อถึงวันโหวต ตามหลักการ เมื่อยังไม่ถึงเวลาก็มีโอกาสเปลี่ยนแปลง ได้ตลอด ต้องดูพรรคจะยืนยันชื่อนายเศรษฐา หรือไม่ เพราะเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอด เช่น เรื่องคุณสมบัติถ้าขัดรัฐธรรมนูญ มีโอกาสถูกเปลี่ยนชื่อได้ ตอนนี้อาจไม่ปรากฏ แต่อาจปรากฏอีก 1-2 วัน ตนพูดตามหลักการ หมายถึงทุกคนไม่ได้หมายถึง นายเศรษฐา ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้อคติกับใคร ของจริงให้รอดูวันโหวต เพราะยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นก่อนวันโหวตหรือไม่ เช่น ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลตกลงโควตา ครม.กันไม่ได้ แล้วถอนตัวก็เป็นตัวแปรได้ ดังนั้น ทุกอย่างจะชัดเจนจริงๆ ต้องรอ วันโหวต
ยันเสียงหนุนไม่ถึง 90%
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. กล่าวว่า วันโหวตนายกฯ ยังไม่ชัดจะเป็นวันใด ไม่รู้จะเป็น 22 ส.ค.หรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดคือเสียง สว.ที่จะหนุนนายเศรษฐาเป็นนายกฯ ไม่ได้มีมากมายถึงกว่า 90% ตามที่นายวันชัยพูดแน่นอน ยังเหลือเวลาอีกหลายวันอะไร ก็เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างจะนิ่งต้องรอ 1-2 วัน ก่อนวันโหวตจริงว่าชื่อนายเศรษฐาจะผ่านหรือไม่
เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประกาศยกเสียง สส. 40 คนให้เพื่อไทยเป็นนายกฯ แล้ว จะช่วยสร้างความมั่นใจให้พรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ สิ่งที่ใช่อาจไม่เห็น สิ่งที่พรรคพลังประชารัฐพูดเป็นสัญญาปากเปล่า ยังไม่แถลงข่าวจับมือเป็นรัฐบาลอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการส่งสัญญาณต่อรองอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ถ้าไม่ได้ตามที่เรียกร้อง พรรคเพื่อไทย ก็เสียงไม่พอ เหมือนบีบให้เพื่อไทยต้องเดินหน้าหาลุงป้อมอย่างเดียว เพราะขณะนี้ พรรคเพื่อไทยไม่สามารถกลับไปหาพรรคก้าวไกลได้แล้ว
“คนถืออำนาจการต่อรองทั้งหมดขณะนี้ อยู่ที่ 2 ลุงคือ ลุงป้อมกับลุงหนู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นคนกำหนด แค่ลุงหนูถอนตัวเพื่อไทยก็เจ๊ง หรือลุงป้อมไม่เข้าร่วมด้วย สว.ก็ไม่โหวตให้ ลุงไม่มีเพื่อไทยได้ แต่เพื่อไทยไม่มีลุงไม่ได้ ทางของเพื่อไทยตีบมาก อาจไม่ได้อย่างที่หวัง เพราะอำนาจต่อรองน้อยกว่าฝั่ง 2 ลุง” นายกิตติศักดิ์กล่าว
เป็นธรรมลั่นโหวตไม่เห็นชอบ
ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม และ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์มติพรรคโหวตเลือกนายกฯ ว่า เรายืนยันในอุดมการณ์ที่พูดมาตลอด คือสนับสนุนให้พรรคอันดับ 1 เป็นผู้บริหาร ประเทศ หากไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ก็ให้พรรคอันดับ 2 ซึ่งหากผิดจากนี้ก็ไม่ร่วมด้วย แต่พรรคในปัจจุบันอย่างพรรคเพื่อไทย ไปจับมือกับพรรคอื่นๆ โดยไม่มีพรรคอันดับ 1 เราไม่เห็นด้วย
ด้านนายกัณวีร์กล่าวว่า พรรคเราเชื่อมั่นว่า การสถาปนาอำนาจรัฐที่สำคัญที่สุดคือประชาชน ซึ่งการผลักดันพรรคที่ได้อันดับ 1 ไปเป็นฝ่ายค้านถือเป็นกลไกที่บิดเบี้ยว เราจะไม่เห็นชอบและไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมยืนยันในอุดมการณ์ว่าเมื่อมีพรรค 2 ลุงอยู่ในพรรคร่วม เราก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน จะไม่ยกมือให้ถ้ามี 2 พรรคร่วม เมื่อถามว่าเป็นฝ่ายค้านจะผลักดันนโยบายพรรคได้อย่างไร นายกัณวีร์กล่าวว่า ใช้กลไกในสภา ตั้งกระทู้ ขอหารือ เสนอญัตติ การประเมินผลต่างๆ ใช้กลไกทั้งหมดแม้จะบิดเบี้ยว แต่ยังมีพื้นที่ให้ประเมินผลงานรัฐบาลแน่นอน
ทสท.ยันไม่ร่วมลุง
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส รองเลขาธิการ พรรคไทยสร้างไทย แถลงทิศทางการเมืองของพรรค ยืนยันพรรคทำตามสัญญา ที่ให้ไว้กับประชาชนคือ ไม่เป็นนั่งร้าน ให้เผด็จการสืบทอดอำนาจด้วยการไม่ร่วมรัฐบาลกับลุงและพรรคของลุง พร้อมแนะนำ ให้พรรคการเมืองทำตามคำพูดที่หาเสียงและสัญญากับประชาชน เพราะหากเริ่มต้นตั้งรัฐบาลด้วยคำโกหกหรือการเลี่ยงบาลีอ้างว่าที่พูดเพื่อหาเสียงเท่านั้น ในระยะยาวจะทำให้รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือทั้งต่อประชาชนในประเทศและภาพลักษณ์ต่อต่างชาติ ทางที่ดีที่สุดคือกลับมาจับมือกับ 8 พรรคตามเอ็มโอยูเดิม
จุดมุ่งหมายของพรรคคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่แก้ไขหมวด 1 และ 2 ซึ่งพรรคเสนอร่างแก้ไขไว้ในรัฐสภาแล้ว กำลังรวบรวมรายชื่อของประชาชน ที่สนับสนุนอีกประมาณ 30,000 รายชื่อ โดยกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญนี้จะเสร็จสิ้น ภายในปีครึ่ง
ปชป.ย้ำไม่เคยคุยเรื่องร่วมรบ.
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สถานการณ์การจัดตั้ง รัฐบาลเป็นภาระหน้าที่ของพรรคแกนนำ ไม่ไปก้าวล่วงว่าจะมีพรรคใดเข้าร่วมหรือไม่ร่วม ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีการพูดคุยกันในเรื่องร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด ขณะนี้พรรคเน้นจุดเริ่มต้นการทำงานเชิงรุก ในสภาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนในสภา รวมไปถึงการนำเสนอร่างกฎหมาย ควบคู่การผลักดันร่างกฎหมายที่พรรค ยื่นต่อสภาชุดที่ผ่านมา 19 ฉบับ
ส่วนการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรค และกก.บห.พรรคชุดใหม่ยังไม่มีการกำหนดนัดประชุม กก.บห.ชุดรักษาการเพื่อกำหนด วันประชุมใหญ่สามัญแต่อย่างใด แต่ขอย้ำว่า กก.บห.ชุดรักษาการยังคงทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์
ส่ง‘นพ.บัญญัติ’ซ่อมระยอง
ส่วนการเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 3 ระยอง คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ส่งรายชื่อผู้แสดงเจตจำนงหนึ่งเดียว ที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ คือ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ กลับไปรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคในเขต 3 ระยอง หลังจากนั้นจะขอมติส่งผู้สมัครต่อ กก.บห.ต่อไป เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้พรรคจะทำ ให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้รับชัยชนะ เชื่อมั่นในตัว ผู้สมัครที่เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ เอาใจใส่ปัญหาประชาชน มีประสบการณ์เป็นปากเป็นเสียงในสภาได้เป็นอย่างดี
พิธาเปิดตัวผู้สมัครระยอง
เวลา 13.40 น. ที่สหกรณ์เกษตรบ้านน้ำ ฝั่งตรงข้ามวัดน้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ร่วมเปิดตัวนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือโย ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 ระยอง อย่างเป็นทางการ แทนนายนครชัย ขุนณรงค์
เมื่อมาถึงได้เข้าร่วมประชุมกับว่าที่ สส. และทีมงานประจำจังหวัดของพรรคถึงปัญหาในพื้นที่ จากนั้น นายพิธากล่าว ช่วงหนึ่งถึงการเลือกตั้งซ่อมว่า นายนครชัย แสดงความรับผิดชอบอย่างสง่างาม และจะออกไปสู้คดีอย่างตรงไปตรงมา เปิดโอกาส ให้ส่งบุคคลระดับตำนานเข้ามาเป็นผู้แทนฯ นายพงศธร เชี่ยวชาญในพื้นที่ภาคตะวันออก และอยู่เบื้องหลังตลอดมีความเข้าใจ เรื่องเกี่ยวกับพื้นที่สังคมและเศรษฐกิจ เป็นอย่างดี
นายพิธากล่าวว่า คิดว่าพรรคก้าวไกลจะรักษาตำแหน่งได้ ขอใช้เวลานี้หาเสียงไปอีกหนึ่งเดือน จากนั้นตัวแทนชาวเขา ชะเมา ได้มอบพิซซ่าหน้าทุเรียนให้นายพิธา โดยนายพิธาชิมก่อนกล่าวว่าอร่อยมาก พร้อมพูดคุยทีมงานพรรคอย่างเป็นกันเอง

ช่วยซ่อม – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงเปิดตัวนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 ระยอง ที่วัดน้ำเป็น ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ท่ามกลางฝนตกหนัก เมื่อ 13 ส.ค.
ปลุกเลือกก้าวไกลถล่มทลาย
จากนั้นนายพิธาเดินทางไปวัดน้ำเป็นฝั่งตรงข้าม ปราศรัยเปิดตัวนายพงศธร และขอบคุณประชาชนที่มอบคะแนนเสียงตั้งแต่เลือกตั้งรอบที่แล้ว ท่ามกลางฝนที่ตก หนักมากตั้งแต่ช่วงประชุม แต่ประชาชนกางร่มรอ
นายพิธาปราศรัยว่า ปกติที่อื่นเวลาฝนตก เขาต้องหนาวเหน็บกัน ทำไมมาที่เขาชะเมาแล้วมันอบอุ่นอย่างนี้ ตอนมาระยอง ตนบอกว่ามีลุงไม่มีเรา พรรคอื่นๆ ก็พูดเหมือนกันมีลุงไม่มีเรา พอพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจก็บอกว่าอยากเก็บลุงไว้ทั้งสองคน พี่น้องจะยอมหรือไม่ยอม ชาวระยองห้ามหมดหวังโดยเด็ดขาด 10 ก.ย.นี้จะมีการเลือกตั้งซ่อม พี่น้องประเทศไทย อิจฉาคนระยอง เขาอยากเลือกตั้งซ่อมกันทั้งประเทศแล้ว คราวที่แล้วยังเกรงใจอยู่ครั้งนี้พิธาจะเอาเต็มคาราเบล ทุกการเลือกตั้ง มีความหมายมากๆ ต้องไปเลือกตั้งกันอย่างถล่มทลาย เลือกตั้งซ่อมที่ไหนเจอตนแน่นอน
“นี่คือฐานที่มั่นสุดท้าย มีปราชญ์ชาวบ้าน ที่ผมเคารพรัก อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียน ในมติชน บอกตอนนี้แทบจะเป็นเผด็จการที่มีการอนุญาตให้มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น เราต้องเลือกตั้งๆๆ เอาประชาธิปไตยกลับมา ให้ได้” นายพิธากล่าว
มั่นใจคะแนนนำอยู่เยอะ
นายพิธากล่าวว่า นายพงศธรเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ม.ธรรมศาสตร์ ลูกสาวตนเรียกว่าลุงโย ปัดโธ่ ไม่ชนะถล่มทลายให้มัน รู้ไป “พี่น้องไม่ต้องกังวล เดี๋ยวเขาจะมา บอกว่าเลือกพรรคก้าวไกลให้ไปเป็นฝ่ายค้าน เลือกมาทำไม ขอเรียนพี่น้องตรงนี้ว่ารัฐบาล แห่งชาติอะไร ที่เขาพยายามจัดตั้ง จะสู้ฝ่ายค้าน ของประชาชนได้อย่างไร ฝ่ายค้านที่มีประชาชน อยู่ข้างๆ ทำงานได้มากกว่ารัฐบาลแห่งชาติแน่นอน วันนี้ถึง 10 ก.ย. วันที่เราลงคะแนนเสียง ชาวเขาชะเมาเจอพิธาอีก นับอีก 10 ครั้งแน่นอน”
นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า นายพงศธร เป็นทีมงานของ จ.ระยองและภาคตะวันออก หลายๆ ครั้งการทำงานในสภา การลงพื้นที่ มาปราศรัย นายพงศธรก็เป็นคนใกล้ชิดตนคอยบรีฟข้อมูลให้ตลอด ทั้งปัญหาช้างป่า ปัญหาที่ดิน จึงมั่นใจสามารถทำงานได้อย่าง มีความชัด มีความพร้อม มีอุดมการณ์ และมีประสิทธิภาพแน่นอน
ส่วนจะช่วยดึงคะแนนได้มากน้อย แค่ไหนนั้น นายพิธากล่าวว่า คิดว่าประชาชน โหยหาบรรยากาศการเลือกตั้ง บรรยากาศแห่งความหวัง บรรยากาศที่จะเห็นอะไรใหม่ๆ ในการเปลี่ยนแปลง ส่วนแผนรองรับ คู่ต่อสู้นั้นเราทำเต็มที่ก็พอ ตนศึกษาข้อมูลการเลือกตั้งปี 62 และครั้งที่แล้วมีคนมาใช้สิทธิ 77% ดีดลูกคิดดูแล้วคะแนนของ ก้าวไกลก็ยังนำอยู่เยอะ แต่ก็ไม่ประมาท
ขอผลคะแนนสะท้อนช่วง 3 เดือน
ส่วนคนที่ถามว่าเลือกตั้งไปทำไม เพราะไม่ตรงกับเจตจำนงเขาอยู่ดีนั้น ยิ่งต้อง มาเลือกตั้งให้เยอะ อย่าไปยอมให้เขารู้สึกว่า ประชาชนหมดหวัง เพราะเขาจะใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือบังหน้าในการสืบทอด อำนาจได้ ผลเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องพยายามให้ขาดกว่าเดิม คงต้องจัดเต็ม จัดหนัก ชนะอย่างเดียวไม่พอแต่ต้องชนะเพื่อสะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชน 3 เดือนหลังเลือกตั้ง ผลไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชนให้เจตจำนงมา อยากให้เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ เพราะคนมาใช้สิทธิ์ที่ระยองเหนือกว่า ค่าเฉลี่ยของคนทั้งประเทศ และมั่นใจว่า คนระยองต้องการความเปลี่ยนแปลงเหมือนคนไทยทั้งประเทศเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า เพื่อไทยจะดึงพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติรวมได้ พรรคก้าวไกลติดขัดตรงไหนหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า คงมีคำว่าอาจจะอยู่ เพราะว่า ยังรอฟังความชัดเจนจากเพื่อไทย และพรรค ก้าวไกลมีการประชุมสส.ทุกวันอังคาร ช่วง 1-2 วันหากมีความชัดเจนว่าดึงพรรค 2 ลุงเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เราก็จะมีเนื้อหาชัดเจนในการประชุม เพื่อตัดสินใจทิศทางการโหวต แต่ที่ผ่านมาได้รับฟังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยมาโดยตรง มีความ คืบหน้าอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้ยังไม่แน่นอน ต้องรอความชัดเจนเพื่อขอมติพรรค และจะมีอะไรออกมาเป็นขั้นตอนในการทำงานต่อไป
โหวตนายกฯฟังเสียงรอบด้าน
เมื่อถามว่ามองการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ โดยการโหวตให้ก่อนแล้วมาร่วม รัฐบาลอย่างไร นายพิธากล่าวว่า ต้องถามพลังประชารัฐและแกนนำที่จัดตั้งรัฐบาลอยู่ แต่เราเห็นความไม่ชอบมาพากล ซึ่งก็ยัง ไม่ชัดเจน ขอรอสถานการณ์ให้นิ่งและเราจะตัดสินใจอย่างรอบคอบ ซึ่งไม่ว่าออกมารูปแบบไหนจะยึดตามสัจจะที่ให้กับประชาชน พรรคก้าวไกลมีความเป็นเอกภาพส่วนใหญ่ จะทำตามมติของพรรค น้อยครั้งมากที่จะเปิด ให้ฟรีโหวต
เมื่อถามว่าจะสนอชื่อนายกฯ แข่งกับนายเศรษฐา ทวีสิน รอบนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ยังไม่เห็นความชัดเจนต้องรอดู ว่าตกลงลักษณะของการ นำเสนอเป็นอย่างไร มานั่งคิดว่าการโหวตเป็นอย่างไร และคิดว่าจะต้องเสนอชื่อแข่งหรือไม่ สส. 150 คนออกไปรับฟังไม่ใช่แค่ในโซเชี่ยลมีเดียแน่นอน ไม่ใช่พรรค ที่อยู่แค่โลกโซเชี่ยลมีเดีย หรือโลกของคนรุ่นใหม่ เราลงพื้นที่ไป กินกาแฟในสภากาแฟ เดินเข้าหมู่บ้าน รับฟังปัญหาจากประชาชน และรับฟังอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่ทำโพลทางโซเชี่ยลอย่างที่กล่าวหา
วิโรจน์ฉะไม่ใช่สลายขั้ว
เวลา 17.20 น. ที่ตลาดคลองถม อ.แกลง จ.ระยอง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ขึ้นเวลาปราศรัยว่า คงได้ยินข่าวจะตั้งรัฐบาล 315 เสียง ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งโกรธ ยังไม่ประกาศเป็นทางการ ยังกระมิดกระเมี้ยนอยู่ ตอนนี้มีแต่ตัว ประกอบออกมาโยนหินถามทาง “บอกว่ากินก๋วยเตี๋ยวชามพิเศษต้องมีเครื่องแปลกๆถึงเรียกว่าพิเศษ แต่พอมาดูเครื่องก๋วยเตี๋ยวรัฐบาล 315 เสียงหน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบ แต่มีพรรคหนึ่งย้ายไปอยู่กับพวกมัน แล้วอย่างนี้เรียกสลายขั้วอะไร”
ทุนใหญ่ยังกินรวบ
นายวิโรจน์ กล่าวว่า รัฐบาลใหม่หน้าตา ครม.แบบเดิม ใครกำลังอมยิ้มก็คงจะเป็นทุนผูกขาด แล้ว 2 ลุง ครม.เหมือนเดิม นายทุนผูกขาดที่ฮุบสัมปทานพลังงาน กินรวบค่าไฟฟ้า คิดจะลดค่าไฟให้ประชาชน หรือ คิดว่าค้าปลีกค้าส่งจะยอมคายให้คนตัวเล็กตัวน้อยลืมตาอ้าปากหรือ คิดว่าตอนนี้ คนไทยทั้งประเทศคงอยากกาใหม่ 10 ก.ย. ให้ออกไปกา ‘โย’ นายพงศธร นี่คือโอกาสที่จะส่งสัญญานถึงผู้มีอำนาจเจ็บแล้วสมองจำ เลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดวัดใจว่าประชาชนจะคิดอย่างไร
ตะโกนลั่นนายกฯพิธา
นายพิธา นายวิโรจน์ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม. และ สส.ระยองทุกเขต ร่วมเปิดตัวนายพงศธร โดยทันทีที่นายพิธาขึ้นเวที ประชาชนส่งเสียงเรียกว่า “นายกฯ” ซึ่งนายพิธา เดินเข้าไปสวมกอด สส.และว่าที่ผู้สมัคร ก่อนกล่าวว่า ขอเสียงปรบมือให้ขงเบ้งพรรคก้าวไกล เลขาธิการพรรค ชัยธวัช ตุลาธน
เย้ยรัฐบาลแห่งชาติ
นายพิธาปราศรัยว่า คราวที่แล้วอุตส่าห์ออมมือให้คราวนี้จัดเต็มคาราเบลแน่นอน คราวที่แล้วมาเป็นกระสุนคราวนี้เอาบาซูก้า ยิงเลย พอประชาชนให้อำนาจพวกเขาก็ไม่เห็นหัวประชาชน แล้วอย่างนี้จะมาเลือกตั้ง กันทำไม พี่น้องห้ามเบื่อการเลือกตั้ง โดยเด็ดขาดจะกี่ครั้งก็ต้องออกมาเยอะๆ อย่ายอมให้ประเทศนี้เป็นเผด็จการ ที่อนุญาตให้มีการเลือกตั้งชั่วครั้งชั่วคราว ทุกการเลือกตั้งซ่อมเจอพิธาแน่นอน มีเลือกตั้ง อบต. อบจ.เจอก้าวไกลแน่นอน เมื่อเขาต้องการทำให้การเลือกตั้งไม่มีความหมาย ยิ่งต้องทำให้มีความหมาย
พี่น้องอาจถามว่าเลือกก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นรัฐบาล ไปบอกพ่อ แม่ พี่ น้อง แฟน ลูก หลาน ฝ่ายค้านของประชาชนมีประโยชน์มากกว่ารัฐบาลแห่งชาติที่ไม่เห็นหัวพวกคุณ แล้วอาจไม่ได้ เป็นฝ่ายค้านด้วย ถ้าเป็นฝ่ายค้านที่มีประชาชน อยู่ด้วย อุตส่าห์เลือกตั้งกันไปแล้วดันมาเทรวมกันหมด ไม่มีแล้วขั้วแบบเดิมมีแต่ขั้วอนาคตกับขั้วอดีต
ปชป.แบะท่าโหวตหนุน
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการโหวตนายกฯ รอบสาม ว่า พรรคต้องประชุม สส. เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยในการประชุมสส. ช่วงบ่ายวันที่ 15 ส.ค.นี้ จะหยิบยกประเด็นการโหวตนายกฯ ขึ้นมาหารือ และหาข้อสรุป
เมื่อถามว่าล่าสุดจะไม่มีประชาธิปัตย์ อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล ถือว่าตกขบวนหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า พูดว่า ตกขบวนไม่ได้ เพราะตั้งแต่เริ่มต้นที่มีข่าวมีประชาธิปัตย์ก็ไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็น ทางการ เป็นแค่ข่าว ไม่ได้มีการยืนยัน และเราก็ไม่ได้ประกาศว่าเราจะร่วม เพื่อไทย ก็ไม่ได้ประกาศว่าเราไปร่วม จึงไม่ใช่เป็นเรื่อง ของการตกขบวน แต่เป็นเรื่องเงื่อนไขเวลาทางการเมือง
ส่วนที่เพื่อไทยบอกพรรคไหนสนับสนุน ก็ให้ประกาศออกมาเลย ประชาธิปัตย์ จะประกาศหนุนหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ประเด็นแรกที่ต้องหยิบยกมาหารือในที่ประชุมสส. คือต้องให้ประเทศมีทางออกให้ได้ ไม่ใช่ประเทศมีทางตันเพราะหานายกฯ ไม่ได้ การโหวตให้ไม่ใช่การันตีเราจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วม ถ้าไม่โหวตให้คือไม่ร่วมอยู่แล้ว แต่ถึงวันนี้ประเทศต้องมีทางออก พรรคยึดหลักไม่แก้มาตรา 112 ไม่มีพรรคสนับสนุนเรื่องนี้ ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ง3 เงื่อนไขนี้ถ้าผู้จัดตั้งรัฐบาล ไม่มีเราก็ต้องหยิบยกมาหารือในที่ประชุมสส.ว่าจะโหวตอย่างไร
อ้างเพื่อไทยยังต้องการเสียงหนุน
เมื่อถามว่า แสดงว่ามีความเป็นไปได้ ที่จะโหวตให้แม้ประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลแต่เป็นฝ่ายค้าน นายชัยชนะกล่าวว่า ตนยังตอบไม่ได้ ต้องหารือในที่ประชุมสส.ก่อน ถ้าพูดไปแล้วไม่ตรงกับที่ประชุมก็จะเสียหาย สิ่งที่ตนพูดสมมติว่าเป็นรัฐบาล แห่งชาติ เราจะปล่อยให้ประเทศถึงทางตันไม่ได้ เราก็ต้องหาทางออกให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่าเสียงที่สนับสนุนรัฐบาล ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยมีเยอะแล้วคงไม่ถึงทางตัน นายชัยชนะกล่าวว่า เสียงเยอะหรือไม่เยอะ ที่ฟังจากเพื่อไทยแถลงก็บอกว่าตอนนี้นับได้ 278 เสียง ยังไม่รวมพรรครวมไทยสร้างชาติ และสว. เสียงกึ่งหนึ่งคือ 375 เสียง ดังนั้นเพื่อไทยต้องได้รับการยืนยันจากสว.ด้วย จึงมองว่าทุกอย่างยังเกิดขึ้น ได้หมด เมื่อถามว่าเพื่อไทยได้ติดต่อมายังประชาธิปัตย์บ้างหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ยัง พรรค 2 ลุงเขาก็ไม่ได้บอกติดต่อ มีแต่พรรคที่แถลงไปก่อนหน้าที่เขายืนยันว่า มีการพูดคุยกัน
หมออ๋องลั่นไม่ลาออก
สืบเนื่องจากมีการพูดกันกรณี หากพรรค ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ตำแหน่งรองประธานสภาต้องลาออกหรือไม่ เพื่อแต่งตั้งหัวหน้าพรรคก้าวไกลดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน
ล่าสุด นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส. พิษณุโลก พรรคก้าวไกล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ว่า “ผมไม่ลาออกง่ายๆ หรอกครับ จบนะ”
โพลหนุน‘อภิสิทธิ์’นั่งหัวหน้าปชป.
วันที่ 13 ส.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “เรื่องวุ่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์” สำรวจระหว่าง 9-10 ส.ค.2566 จากประชาชนอายุ 18 ปี รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง
ถามถึงการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่มีสิทธิเลือกตั้ง พบร้อยละ 58.63 ไม่เคยเลือกร้อยละ 31.91 เคยเลือก แต่ไม่ใช่ 14 พ.ค.2566 ร้อยละ 9.31 เคยเลือก รวมถึง 14 พ.ค.2566
ถามถึงบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป อันดับ 1 ร้อยละ 37.48 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 2 ร้อยละ 24.43 นายชวน หลีกภัย อันดับ 3 ร้อยละ 9.85 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อันดับ 4 ร้อยละ 4.27 น.ส.วทันยา บุนนาค อันดับ 5 ร้อยละ 3.05 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อันดับ 6 ร้อยละ 2.90 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อันดับ 7 ร้อยละ 2.67 นายอลงกรณ์ พลบุตร อันดับ 8 ร้อยละ 1.76 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อันดับ 9 ร้อยละ 1.60 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ร้อยละ 1.46 อื่นๆ อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายเดชอิศม์ ขาวทอง นายสาธิต ปิตุเตชะ
ถามความเห็นหากพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 44.96 ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมาร้อยละ 19.54 เห็นด้วยมาก ร้อยละ 18.70 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 16.18 ไม่ค่อยเห็นด้วย

ดักหนู – กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ จัดกิจกรรมคาร์ม็อบไปที่พรรคภูมิใจไทย ย่าน ม.เกษตรฯ พร้อมสาดกาวดักหนูใส่ป้ายพรรคภูมิใจไทย ต่อต้านการเข้าร่วมรัฐบาล ก่อนจะเดินทางต่อไปยังพรรคเพื่อไทย ย่านถ.เพชรบุรี ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยเข้มงวด เมื่อ 13 ส.ค.
คาร์ม็อบบุกภูมิใจไทย-เพื่อไทย
เวลา 14.00 น. ที่บริเวณหน้าสวนจตุจักร ใต้สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต “โมกหลวงริมน้ำ” รวมตัวกันทำกิจกรรมคาร์ม็อบ ภายใต้ชื่อ “เราจะไปไล่หนูท่อ! หมอเก๊! พ่อค้ากัญชาเถื่อน!” แล้วไป “ดัดสันหลังเพื่อนรว๊ากส์ ที่หักเหลี่ยมกันหน้าด้านๆ” นำโดยนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท โดยมีมวลชนขับขี่รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ปิดท้ายด้วยรถโมบายล์ติดเครื่องขยายเสียง
นายโสภณ กล่าวว่า ต้องการสื่อสารให้พรรคการเมืองทำตามเสียงประชาชน เคยสัญญา จะไม่จับมือกับพวกฝั่งตรงข้ามแต่บอกว่าเป็นแค่เทคนิคเสียง เสียความรู้สึกมาก ขายนโยบาย โกหกประชาชน พรรคภูมิใจไทยเคยสร้างความเจ็บช้ำให้ประชาชนเพื่อไทยก็ไปจับมือ ไม่เห็นหัวประชาชน
เวลา 14.20 น. ได้ตั้งขบวนมุ่งหน้าไปยังพรรคภูมิใจไทย เมื่อไปถึงนายโสภณปราศรัยโจมตีการรับมือโควิด-19 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรมว.สาธารณสุข ก่อนจะทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ นำมูลแมวมามวนใส่กระดาษแทนแท่ง พันลำกัญชา แล้วจุดไฟเผาและโยนข้ามรั้วประตูพรรค พร้อมขว้างถาดกาวดักหนูและสาดน้ำกาวผสมสีใส่ป้ายที่ทำการพรรค

คาร์ม็อบ – กลุ่มโมกหลวงริมน้ำจัดกิจกรรมคาร์ม็อบเคลื่อนจากพรรคภูมิใจไทยมายังหน้าที่ทำการหน้าพรรคเพื่อไทย ย่านถนนเพชรบุรี พร้อมจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์คัดค้านการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ร่วมกับขั้วรัฐบาลเดิม ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยเข้มงวด เมื่อ 13 ส.ค.
เวลา 16.30 น. มวลชนเคลื่อนถึงพรรคเพื่อไทย อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ทำกิจกรรม “ดัดสันหลังเพื่อนรว๊ากส์ ที่หักเหลี่ยมโหดกัน” ต่อเนื่องจากกิจกรรม “ไล่ หนูท่อ! หมอเก๊! พ่อค้ากัญชาเถื่อน! โดยทำลายอุปกรณ์ต่างๆที่เคยใช้ร่วมชุมนุมสมัยนปช. ปี 53 โดยกรีดเสื้อด้วยมีดคัตเตอร์ ปาแก้วที่ระลึก ฉีกปฏิทินปี 63 ซึ่งมีภาพใบหน้าอดีตนายกฯ ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมพ่นสเปรย์สีแดงใส่ปฏิทิน จากนั้นปีนเข้าไปด้านหน้าพรรค แต่การ์ดพรรคพยายามป้องกันจนหวิดชุลมุน ก่อนที่มวลชนฝ่าแนวกั้นเข้าทำกิจกรรม โดยนำดิน 5 ถุง เทราดลงบนพื้นหน้าที่ทำการพรรค ก่อนตักเล้งไก่แจกกินกันตามปกติและแจกจ่ายให้การ์ดเพื่อไทย แสดงออกถึงการดัดสันดาน การหักหลัง
นายโสภณ ปราศรัยว่า เพื่อไทยปลูกต้นไม้แห่งประชาธิปไตยในพวกเรา พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา คนเสื้อแดง นปช. ก็ร่วมกันปลูกฝังต้นกล้าอย่างพวกตนขึ้นมา วันนี้พวกเราโตขึ้น พวกคุณก็หักหลังและถอนต้นกล้าอย่างเรา ก่อนยุติการชุมนุม