มั่นใจ‘เศรษฐา’ฉลุยนายกฯ ก้าวไกลลงมติ-ไม่โหวตให้ แสนสิริแจงซื้อที่ทองหล่อ
เพื่อไทยมั่นใจตั้งรัฐบาลได้เร็วปลาย ส.ค. เสียงหนุน ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ เกิน 375 แล้ว โหวตฉลุยรอบเดียว ก้าวไกลมติเอกฉันท์ ไม่โหวตให้แคนดิเดตเพื่อไทย ‘พิธา’ ขอคืนความยุติธรรมคดีหุ้นสื่อ ถามกกต. 2 ปม สอบโดยละเลยข้อเท็จจริง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ กลั่นแกล้งหรือไม่ ‘อนุทิน’คาดนัดหารือหลังศาลรธน.ชี้ปมเสนอชื่อนายกฯซ้ำ แย้มโควตาภูมิใจไทย 4+4 รับไม่ได้เบรกนั่งกระทรวงเดิมด้วยเหตุผลไม่โปร่งใส รวมไทยสร้างชาติอ้างได้เทียบเชิญร่วมรัฐบาลแล้ว รอนัดเป็นทางการ ชาติไทยพัฒนาย้ำประเพณีปฏิบัติแบ่งโควตาก่อนโหวตนายกฯ เลี่ยงตอบจองเจ้าทส. กระทรวงเดิม แสนสิริแถลงยืนยันซื้อที่ดินทองหล่อโปร่งใสตรวจสอบได้ จ่อฟ้องคนบิดเบือนข้อเท็จจริง
ตู่ยันไม่ยุ่งรทสช.ร่วมรัฐบาล
วันที่ 15 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพรรครวมไทยสร้างชาติมาขอคำแนะนำอะไรหรือไม่ หลังมีข่าวจะไปร่วมรัฐบาลเพื่อไทยว่า ไม่ต้องแนะนำอะไร เขามีอุดมการณ์ก็ว่าไปตามอุดมการณ์ของเขา และเป็นสิทธิ์ของหัวหน้าพรรค กก.บห. และสส.ที่ต้องคุยกันอยู่แล้ว บอกแล้วอย่าเอาตนไปยุ่งตรงนี้
เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อชื่อ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้ดูตรงนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “ใครเหรอ ไม่ได้ดู ไม่ได้วิจารณ์หรือวิเคราะห์อะไรทั้งสิ้นเพราะถือว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของพรรคการเมือง สส.คุยกัน เอาประเทศนี้ เดินหน้าไปให้ได้ก็แล้วกัน ไม่ได้ไปขัดแย้งอะไรกับใครอยู่แล้ว ขอบคุณทุกคนนะจ๊ะ สวัสดีจ๊ะ” จากนั้นหันไปคุยกับนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า “อย่าเบี่ยงเบนประเด็น”
รทสช.ย้ำแบ่งโควตาก่อนโหวต
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ตอบเมื่อถูกถามว่าพรรคเพื่อไทยได้ประสานมาแล้วหรือยัง รวมถึงกระแสข่าวจะไปคุยกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจะร่วมรัฐบาลเพื่อไทยหรือไม่ ควรชัดเจนก่อนโหวตนายกฯ หรือไม่ว่า ในทางการเมืองก่อนโหวตทุกอย่างควรหารือกันให้จบก่อน ไม่ใช่โหวตไปแล้วค่อยมาหารือทีหลัง เชื่อว่าคงหารือนอกรอบกันก่อนแล้วค่อยโหวต และเชื่อว่าจะจบได้ ที่ผ่านมาจะมีการหารือกันให้จบก่อน แต่ครั้งนี้หากจะเปลี่ยนแปลงก็ทำได้ แล้วแต่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่จะพูดคุยหารือ เมื่อถามว่า รทสช.ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรในการจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ถ้าร่วมหัวหน้าพรรคต้องเป็นผู้พูดคุยเงื่อนไขต่างๆ
เมื่อถามว่าโควตารัฐมนตรีต้องชัดเจนก่อนโหวตนายกฯ นายธนกรกล่าวว่า ก็ต้องเป็นเช่นนั้น เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า รทสช.อยากได้กระทรวงพลังงานและกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายธนกร กล่าวว่า ตนทราบเท่าที่สื่อมวลชนทราบเช่นกัน หากหัวหน้าและเลขาฯ พรรคแจ้งถึงจะทราบ
ข่าวปล่อยแบ่งเก้าอี้มั่วไปหมด
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล และทราบจากข่าวว่าจะมีการเชิญแต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มี
เมื่อถามถึงการแบ่งสัดส่วนเก้าอี้รัฐมนตรี นายเอกนัฏกล่าวว่า คิดว่าข่าวที่ปล่อยกันมั่วไปหมด ถึงเวลานี้ยังไม่มีการต่อรองเรื่องเก้าอี้หรือใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งข่าวลือเอาคนนั้นออก คนนั้นไม่เข้า ไม่เป็นความจริงเลย การตัดสินใจของพรรคอยู่บนหลักการไม่มีเรื่องมาตรา 112 ไม่มีพรรคก้าวไกล นอกนั้นเราพร้อมพูดคุย ไม่แคร์เรื่องตำแหน่งหรือกระทรวง เป็นฝ่ายค้านก็พร้อม เมื่อถามว่าถ้าพรรคร่วมรัฐบาลควรได้กี่เก้าอี้ นายเอกนัฏกล่าวว่า ไม่คิดอะไรเลย ไม่ได้อยู่ในใจว่าต้องได้เท่าไร เรามีสส.เพียง 36 คน ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถ้าในที่สุดไปร่วมรัฐบาลเพื่อโหวตนายกฯ เงื่อนไขจะอยู่บนหลักการไม่เจรจาต่อรองตำแหน่ง หรือลงรายละเอียดเรื่องบุคคลแน่นอน
ไปไหนไปทั้งพรรค
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่จะโหวต นายกฯ ก่อนแล้วค่อยมาคุยทีหลัง ตามแนวทางที่เพื่อไทยเสนอ นายเอกนัฏกล่าวว่า การโหวตหรือไม่โหวตต้องดูเงื่อนไขและผลการพูดคุยก่อน เราพร้อมให้ได้หมดไม่ติดใจเรื่องกระทรวง บุคคล แต่หลักการต้องชัดเจน เรื่องนี้มันทำยากและง่ายสำหรับบางพรรค กว่าจะตกลงให้ตกผลึกได้ข้อสรุปต้องลงรายละเอียดถึงขั้นว่ากระทรวงไหนเป็นใคร ของเราไม่มี
เมื่อถามว่าหากเพื่อไทยเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็น นายกฯ ยังติดใจหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ต้องมาคุยกัน อยู่ที่พฤติกรรมว่าตกลงแล้วจะยืนยันชัดเจนหรือไม่ว่าจะไม่ผลักดันมาตรา 112 อาจมีเรื่องภารกิจแรกที่รัฐบาลต้องทำ มาตรฐานของรัฐบาลเรื่องความโปร่งใส ต้องวางกฎกติกาไว้ล่วงหน้า ก่อนจะคบกันก็ต้องคุยกัน เมื่อถามถึงข่าวลือเรื่องความแตกแยกภายในพรรค นายเอกนัฏกล่าวว่า เชื่อว่า ทุกพรรคมีปัญหา แต่รวมไทยสร้างชาติทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะตัดสินใจไปทางไหน ได้รับคำยืนยันจากสมาชิกพรรคทุกคนจะไปพร้อมกัน
รทสช.ยันได้เทียบเชิญแล้ว
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมกก.บห.และสส.ว่า นานพีระพันธุ์ แจ้งในที่ประชุมว่าได้รับสัญญาณบวกจากเพื่อไทยว่าพร้อมเชิญรวมไทยสร้างชาติร่วมรัฐบาล พรรคพร้อมพูดคุยเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ และสร้างความมั่นคงให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้น เพียงแต่การเชิญต้องเป็นทางการ ส่วนการนัดวันที่จะพูดคุยนั้นต้องรอการติดต่อจากเพื่อไทยเพื่อไปคุยกับหัวหน้าพรรคและเลขาฯพรรค หัวหน้าพรรคพูดในที่ประชุมชัดเจนว่าต้องเชิญพรรคอย่างเป็นทางการก่อนโหวตนายกฯ
เมื่อถามว่าพูดคุยได้กำหนดแบ่งสัดส่วนกระทรวงแล้วหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมทำงานในทุกด้าน ไม่ว่ากระทรวงใดก็แล้วแต่ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เมื่อถามว่าถามว่า 36 เสียงจะได้กี่เก้าอี้ นายอัครเดช กล่าวว่าในที่ประชุมไม่มีการหารือถึงประเด็นดังกล่าว ส่วนหลักเกณฑ์การแบ่งกระทรวงเป็นไปอย่างที่พรรคเพื่อไทยชี้แจงว่าหากหารกันแล้วตามคณิตศาสตร์การเมือง สส. 9 คนต่อ 1 ตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อถามว่า 36 สส.จะได้ 4 เก้าอี้ นายอัครเดช กล่าวว่า ตามคณิตศาสตร์ทางการเมืองก็ว่าเช่นนั้น
พปชร.ช่วยคุยสว.หนุนเศรษฐา
ที่ทำเนียบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธตอบคำถามทิศทางการโหวตนายกฯ รวมถึงคำถามจะไปร่วมงานกับเพื่อไทยหรือไม่ กระแสข่าวพล.อ.ประวิตรจะไม่รับตำแหน่ง และการแบ่งโควตารัฐมนตรีต้องเสร็จก่อนโหวตนายกฯ หรือไม่
นายไผ่ ลิกค์ กก.บห.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการโหวตนายกฯ ว่า ขอย้ำว่า 40 สส.ยังโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากเพื่อไทยโดยไร้เงื่อนไขและไม่มีข้อแม้ใด แต่ต้องการทำให้เกิดรัฐบาลให้เร็วที่สุด ล่าสุดได้พูดคุยกับ สว.ได้เสียงมาสนับสนุนเพิ่ม 7 เสียง ที่จะช่วยโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ แต่ไม่ขอบอกเป็นสว.สายไหน และไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะได้เสียงเพิ่มจำนวนเท่าใด เพราะหากทำอะไรตรงไหนได้ก็จะทำ
เมื่อถามว่าจะได้นายกฯ คนที่ 30 ภายใน ส.ค.หรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า การเมืองเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันด้วยองค์ประกอบใหม่ หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 16 ส.ค.นี้ ทำให้โหวตได้เดินหน้าและส่วนตัวเคยเสนอไปแล้วว่า ถ้ามีการเลือกและเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ให้เสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลมาประกบก็น่าจะทำได้เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม
ชทพ.อ้างประเพณีปฏิบัติ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีเพื่อไทยประสานเรื่องโควตารัฐมนตรีก่อนโหวตนายกฯ มาหรือยัง ยังไม่มีการประสานงานมาอย่างเป็นทางการ 16 ส.ค.นี้จะมีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีข้อบังคับการโหวตนายกฯ ตามข้อ 41 ก็ต้องรอดูว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าตามหลักการแล้วควรมีความชัดเจนเรื่องโควตาก่อนโหวตนายกฯ กันการตีเช็คเปล่าหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน แต่เรื่องประเพณีปฏิบัติเชื่อว่าทุกฝ่ายทราบดี เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ หรือไม่ว่าควรทราบโควตาก่อนโหวตนายกฯ นายวราวุธกล่าวว่า ทุกพรรคทราบกันดีถึงประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมา แต่การพูดคุยลงในรายละเอียดยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน
เลี่ยงตอบจองรมว.ทส.
เมื่อถามว่าเพื่อไทยตั้งเงื่อนไขไม่อยากให้รัฐมนตรีเก่านั่งกระทรวงเดิม นายวราวุธกล่าวว่า คงต้องมาคุยกัน เพราะหลายพรรครวมทั้งพรรคชาติไทยพัฒนาช่วงเลือกตั้งนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เมื่อถามย้ำว่าต้องการนั่งรมว.ทรัพยากรธรรมาติฯ ที่เดิมหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ตอบไม่ได้ต้องนั่งคุยกันก่อน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวไม่พอใจการจัดสรรโควตารัฐมนนตรี นายวราวุธกล่าวว่า ชาติไทยพัฒนามีเพียง 10 เสียง คงไม่ได้พอใจหรือไม่พอใจ เราไม่ใช่พรรคใหญ่อะไร จึงขอย้ำว่าควรพูดคุยกันก่อน พรรค 10 เสียงต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่พรรคใหญ่ที่จะไปพูดมากคงไม่เหมาะ

รำโชว์ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อารมณ์ดีทักทายนักข่าวก่อนประชุมพรรค เผยได้โควตารัฐมนตรี 4+4 พร้อมรำประกอบ ว่าจะไปกระทรวงวัฒนธรรมจะได้รำเข้าไป ที่พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 15 ส.ค.
อนุทินแย้มโควตาภท.4+4
ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุมสส.พรรคภูมิใจไทย ก่อนประชุมนายอนุทินแวะทักทายสื่อมวลชน พร้อมหยิบขนมไข่ของสื่อมวลชนขึ้นมารับประทาน ทำให้สื่อแซวว่า “กินขนมไข่จะไปกระทรวงพาณิชย์หรือ หรือถ้าติดคอต้องไปกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่” นายอนุทินตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ไปกระทรวงวัฒนธรรมจะได้รำเข้าไป” พร้อมทั้งท่ารำประกอบ
เมื่อถามว่าได้ระบุวันนัดพูดคุยกับเพื่อไทยเพื่อแบ่งโควตาหรือยัง นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้นัดเลย เมื่อถามว่าภูมิใจไทยได้โควตารัฐมนตรีเท่าไร นายอนุทินกล่าวว่า “เบื้องต้นน่าจะได้ 4+4” เมื่อถามว่าอยากได้กระทรวงใด นายอนุทินไม่ตอบ เมื่อถามว่าภูมิใจไทยเตรียมบุคคลนั่งรองประธานสภาคนที่ 1 แล้วหรือยัง หากเกิดกรณีที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ลาออก นายอนุทินกล่าวว่า หมออ๋องยังไม่ได้ลาออกเลย ต้องดูก่อนเพราะมีเขียนอยู่ในข้อบังคับ
คาดพท.หารือเริ่มหลัง 16 ส.ค.
นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังประชุมสส.พรรค ถึงการแบ่งโควตารัฐมนตรีว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องกระทรวงว่าจะได้ดูแลกระทรวงใด แต่คิดว่าการหารือเจรจาน่าจะเริ่มขึ้นหลัง 16 ส.ค.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมี คำวินิจฉัยในคำร้องเกี่ยวกับการเสนอชื่อ นายกฯ ซ้ำได้หรือไม่
เมื่อถามว่าในใจอยากได้กระทรวงใด นายอนุทินกล่าวว่า ตอนเราไปหาเสียง เราต้องใช้กระทรวงเดิมไปขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เพราะเราคุ้นเคย ใช้องคาพยพต่างๆ ไปนำเสนอประชาชน เมื่อถามว่าเป็นกระทรวงเดิมก็ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเป็น กระทรวงเดิมก็ทำงานได้ต่อเนื่อง
รับไม่ได้อยู่ที่เดิมอ้างไม่โปร่งใส
“ที่มันมีคำพูดออกมาว่าอยู่กระทรวงเดิมไม่ได้เพราะไม่โปร่งใส อันนี้รับไม่ได้ มันไม่ใช่ เราทำงานมีแต่ความโปร่งใสตรงไปตรงมา ทุ่มเท ถ้าจะเป็นเหตุผลที่จะไม่ให้กระทรวงเดิมต้องไม่ใช่เรื่องความโปร่งใส เราไม่ได้มีการกระทำใดที่ไม่โปร่งใส” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่าเพื่อไทยติดต่อพูดคุยบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คุยกันมาตลอด ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการ การพูดคุยระดับผู้บริหาร ไม่จำเป็นต้องนัดอะไรกัน คุยไลน์คุยโทรศัพท์ก็ได้ เมื่อถามว่าเพื่อไทยจะตกลงหรือไม่ถ้าอยากได้กระทรวงเดิม นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยไปถึงตรงนั้น ยังมีเวลา เราพยายามหลีกเลี่ยงการกดดันซึ่งกันและกัน จะทำงานด้วยกันต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย
เมื่อถามว่าให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคอาจกดดันลักษณะขี่คอ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจ ทุกคนเข้มแข็งอยู่แล้ว เพียงแต่จะทำอย่างไรสรุปให้ได้โดยเร็วที่สุดประเทศจะได้มีรัฐบาล
พท.เชื่อโหวตเศรษฐาฉลุย
ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์แนวทางการรวบรวมเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลว่า เท่าที่ดูแนวโน้มที่ได้คุยกัน พรรคต่างๆ ยกเว้นแค่ 2-3 พรรคที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้าน ตอนนี้มั่นใจเสียงของเราเป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งได้ เชื่อว่าภายใต้กติกาที่มีข้อจำกัดจะทำให้โหวตผ่านได้ภายในครั้งเดียว
เมื่อถามกรณีมองว่านายเศรษฐาอาจโหวตไม่ผ่าน ต้องปลี่ยนตัวเป็นน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย จะมีการเปลี่ยนแผนหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราไม่เชื่อแบบนั้น เราเชื่อว่าโหวตครั้งเดียวผ่าน อย่ากังวลใจเลย เราทราบแล้วว่าที่ผ่านมาพรรคอันดับหนึ่งประสบปัญหาอะไรบ้าง จึงใช้ความพยายามสุดความสามารถแก้ไขปัญหานั้น ทำความเข้าใจและชี้แจงทั้งพรรคการเมืองที่จะร่วมกับเราและสว.
เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐประกาศสนับสนุน การเจรจาจะออกมาลักษณะใด นายภูมิธรรมกล่าวว่า การจับมือกันยังไม่ใช่สาระสำคัญ แต่มีความเข้าใจกันที่ใช้เป็นแนวทางแก้ไขวิกฤตทั้ง 3 เรื่องได้พลังประชารัฐก็แสดงจุดยืนแล้วว่ายินดีเข้าร่วมโดยไม่ได้คำนึงถึงตำแหน่งอะไร เป็นคุณสมบัติขั้นต้นที่ได้เรายินดีร่วมกับทุกพรรคที่เห็นชอบให้ เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และให้ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ
ขอเป็นหินก้อนแรกลดขัดแย้ง
เมื่อถามกรณีพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลกดดันให้แบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนโหวต นายกฯ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เท่าที่คุยกันไม่มีปัญหา ไม่ทราบได้ยินมาจากไหน เราสร้างความมั่นใจและชัดเจนซึ่งทั้งหมดพร้อม เข้าร่วม ตนไม่กังวลเรื่องนี้ เมื่อเลือกนายกฯ เรียบร้อยแล้วจะมาคุยกันเรื่องตำแหน่ง หากวันประชุมร่วมเป็น 18 ส.ค.หรือ 22 ส.ค.และเลือกได้เลยก็ตกลงและจัดตั้งรัฐบาลได้ในเร็ววัน
เมื่อถามถึงกรณีสส.พรรคกังวลการจับมือกับ 2 ลุง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนไม่ได้ยิน ทุกคนให้กำลังใจทีมเจรจา วันนี้ต้องยอมรับเราคิดหลายเรื่องเพราะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดแต่ปัญหาที่ชัดเจนสะท้อนว่าเรารอไม่ได้ รวมถึงมีปัญหาเข้ามาใหม่ๆ จึงจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว ความยากลำบากของการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งมีความเจ็บปวด เพื่อไทยจึงอาสาเป็นหินก้อนแรกทำให้เกิดเส้นทางที่ทำให้ความขัดแย้งลดลง
ปลายส.ค.ได้รัฐบาลใหม่
ได้ทำความเข้าใจกับสส.ไปตั้งแต่ครั้งที่แล้ว วันนี้พรรคแสดงความพร้อมนอกเหนือจากประเด็นทางการเมือง และแสดงให้เห็นว่าเรามีโอกาสเป็นนายกฯ และรัฐบาลแน่นอน เพราะเสียงที่รวบรวมได้ในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะเกิน 250 เสียงและมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นเรื่อยๆ
“เชื่อเพื่อไทยสามารถตั้งรัฐบาลได้ภายในไม่กี่วัน และนำนโยบายต่างๆ ของพรรคร่วมมาพูดคุยกันว่านโยบายหลักของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร หากยิ่งช้าก็จะยิ่งทำงานยาก หากเป็นไปตามแผนปลายส.ค.หรือต้นก.ย.นี้ก็จะได้รัฐบาลมาบริหารประเทศได้” นายภูมิธรรมระบุ
เมื่อถามกรณีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ห่วงเพื่อไทยถูกบีบและกดดันจากพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ใครจะรู้ดีเท่าพรรคเพื่อไทย วันนี้เราสบายๆ เราเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ใช้วิธีการเดิมแบบที่ก้าวไกลทำ ซึ่งเป็นวิธีที่ยากลำบากและเป็นทางตัน เมื่อถามถึงเสียงสนับสนุนจากสว. นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นไปในทิศทางที่ดี เราได้เสียง สว.มากกว่าที่เคยได้ ส่วนจะเกิน 100 หรือไม่นั้นไม่ทราบ เป็นดุลพินิจของสว.แต่ละคนว่าจะตัดสินใจทำให้เกิดประโยชน์ต่อชาติอย่างไร
ยันแบ่งโควตาหลังได้นายกฯ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค กล่าวกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุมีการพูดคุยเรื่องจำนวนกระทรวงในเบื้องต้นแต่ยังไม่ลงรายละเอียดว่า คงเป็นการดูจากตัวเลขสส. แต่รายละเอียดใครนั่งกระทรวงไหนยังไม่ได้พูดคุยกัน
เมื่อถามว่าจะพูดคุยเมื่อไร นายประเสริฐกล่าวว่า คงคุยหลังโหวตนายกฯ เรียบร้อยแล้ว เพื่อไทยจะเร่งประสานงาน เพราะจำเป็นที่ต้องแต่งตั้งครม.โดยเร็ว เมื่อถามย้ำจุดยืนพรรคจะลงรายละเอียดกระทรวงหลังโหวตนายกฯ นายประเสริฐกล่าวว่า ถูกต้อง เมื่อถามถึงความคืบหน้าดึงพรรครวมไทยสร้างชาติร่วมรัฐบาล นายประเสริฐกล่าวว่า หลังพูดคุยถึงวิกฤตประเทศกับรวมไทยสร้างชาติเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากนั้นยังไม่มีการพูดคุยกัน
มั่นใจเสียงหนุนเกิน375
เวลา 15.00 น. มีการประชุมสส.พรรค นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ร่วมด้วย นายภูมิธรรม นายประเสริฐ พร้อมนายเศรษฐา ทวีสิน และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากการเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นพ.ชลน่านกล่าวเปิดการประชุมด้วยการให้กำลังใจสส. เนื่องจากมีมวลชนที่สนับสนุนและคัดค้านการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นเรื่องปกติ ขอให้ทุกคนอดทนและให้กำลังใจ สส.ทำงาน
จากนั้นเวลา 16.15 น. นพ.ชลน่าน นายภูมิธรรรม และนายประเสริฐ แถลงหลังการประชุม นพ.ชลน่านกล่าวว่า แจ้งวันเลือกนายกฯ อาจเป็น 18 หรือ 21 ส.ค. ซึ่งพรรคยากได้ 18 ส.ค. ขณะที่พรรคมีมติเสนอชื่อนายเศรษฐา เป็นผู้ซึ่งสมควรได้รับเลือกเป็นนายกฯ ซึ่งสส.ทั้ง 141 เสียงจะยกมือโดยพร้อมเพรียง ขณะที่พรรคร่วมมีความเห็นสอดคล้องทางเดียวกัน เชื่อว่าจะมี สส.และ สว.เกิน 375 เสียงสนับสนุน

แคนดิเดต – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ร่วมประชุมกับสส.ของพรรค เมื่อวันที่ 15 ส.ค. โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นผู้สมควรได้รับเลือกเป็นนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภา
‘เศรษฐา’นายกฯชัวร์
เมื่อถามถึงท่าทีพรรคก้าวไกลมีมติไม่โหวตแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราไม่มีท่าทีอะไร ต่างฝ่ายต่างมีความคิด เราเคารพ ไม่ก้าวล่วงในมิติทางการเมือง ส่วนจะมีความขัดแย้งหรือแตกแยกหรือไม่นั้นยืนยันว่าไม่มี ตั้งแต่การพูดคุยวันที่ 2 ส.ค.และที่น.ส.แพทองธารยกคณะไปคุยกับพรรค ก.ก.ครั้งล่าสุด เราประเมินสถานการณ์มาตลอดว่าก้าวไกลมีท่าทีเป็นอย่างไร เมื่อเขาขอไปดูท่าทีประชาชนและสมาชิกพรรค โอกาสที่จะยกมือโหวตเป็นไปได้ยาก
ด้านนายภูมิธรรมกล่าวถึงเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ เกิน 375 หรือไม่ว่า ยืนยันว่าเสียงเกินแน่นอน มั่นใจว่านายเศรษฐาได้เป็นนายกฯ และตั้งรัฐบาลได้ในช่วงปลาย ส.ค.หรือต้น ก.ย.
เมื่อถามว่าเสียงที่บอกว่าเกิน 375 เสียง มีพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการ แต่ได้พูดคุยกันและมีความคืบหน้าเรื่อยๆ ส่วนกรณีพรรคร่วมขอให้แบ่งกระทรวงให้ชัดเจนก่อโหวตนายกฯ นั้น ไม่น่าห่วง ไม่มีปัญหา การพูดคุยกับหัวหน้าพรรคต่างๆ เท่าที่ตนเห็น ทุกอย่างเรียบร้อยดี

ไม่โหวต – สส.ก้าวไกลยกมือหนุนมติไม่โหวตให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลที่กำลังผสมข้ามขั้ว ในการประชุมสส.ของพรรค ที่ตึกไทยซัมมิท กทม. เมื่อวันที่ 15 ส.ค.
ก้าวไกลไม่โหวตนายกฯพท.
เวลา 16.15 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่ตึกไทยซัมมิท นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวหลังการประชุมสส.พรรค ว่า วาระการโหวตนายกฯ ที่ประชุมมีมติ สส.พรรคจะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย และรัฐบาลที่กำลังผสมพันธุ์ข้ามขั้วอยู่ เพราะต้องการแสดงท่าทีที่ว่าเราไม่ต้องการมีส่วนร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
ด้วยเหตุผล ดังนี้ 1.การจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้เป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ขัดต่อเจตนารมณ์ ขัดต่อเจตจำนงของพี่น้องประชาชนที่ได้แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง เมื่อ 14 พ.ค. 66, 2.การจะให้สส.ก้าวไกลโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ของรัฐบาลที่กำลังจัดตั้งอยู่นี้ ไม่ใช่การปิดสวิตช์สว. แต่เป็นการเดินตามความต้องการของสว. ในการบิดเบือนผลการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่าน ชัดเจนสว.จำนวนมาก และพรรคขั้วรัฐบาลเดิมต้องการปิดสวิตช์พรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้ง 3.การจัดตั้งรัฐบาลที่เกรงใจผู้มีอำนาจทุกฝ่าย ยกเว้นเกรงใจประชาชน จะไม่สามารถผลักดันวาระที่ก้าวหน้า และทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนที่แท้จริง
เมื่อถามว่าเป็นเอกฉันท์หรือไม่ นาย ชัยธวัชกล่าวว่า เอกฉันท์ สส.เขตสะท้อนว่าพี่น้องประชาชนทั้งออนไลน์และที่ได้พบปะในพื้นที่ เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่เห็นด้วย เมื่อถามว่าจะโหวตไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียง นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่ที่ชัดเจนก็จะไม่โหวตให้ ส่วนจะไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียง ต้องดูรายละเอียดถึงความชัดเจนของรัฐบาลที่กำลังจัดตั้ง ส่วนตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเป็นวาระที่พรรคจะพิจารณาหลังการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว
ไม่ส่งชื่อพิธาแข่งเศรษฐา
เมื่อถามกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยระบุก้าวไกลอาจ ไม่ได้เป็นฝ่ายค้านหลายครั้ง มีนัยยะอะไรหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า คงต้องดูว่าสถานการณ์เลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลต่อจากนี้อาจไม่ได้จบในครั้งเดียว เมื่อถามมองอย่างไรกับการจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยขณะนี้ นายชัยธวัช กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญมากเราเห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่เกรงใจทุกคน ยกเว้นประชาชน ไม่สามารถผลักดันวาระที่เป็นประโยชน์ และทำเพื่อประชาชนจริงๆ
เมื่อถามที่ระบุ “จัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว” จะไม่สามารถกลับมาร่วมงานกับเพื่อไทยอีก นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นความเห็นของการจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้ ประชาชนส่งเสียงผ่านเลือกตั้งต้องการพลิกขั้วรัฐบาล แต่ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ประชาชน
เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำได้ จะเสนอชื่อนายพิธาแข่งเพื่อไทยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นคนละประเด็น ก้าวไกลเห็นด้วยกับการเสนอชื่อซ้ำไม่เกี่ยวกับการจะเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกฯ อีกหรือไม่ แต่เป็นหลักการที่ควรต้องเป็น ต่อให้ศาลไม่รับคำร้องก้าวไกลก็จะเสนอญัตติให้ทบทวนมติการตีความข้อบังคับเหมือนกัน ไม่เห็นด้วยที่จะให้ศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภาทำอะไรได้ หรือไม่ได้ พร้อมย้ำว่า ไม่ได้เสนอชื่อนายพิธาแข่ง

เบอร์ 1 – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค พานายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ไปสมัครเลือกตั้งซ่อมสส.ระยอง เขต 3 ก่อนจับได้เบอร์ 1 ที่ที่ว่าการอำเภอแกลง จ.ระยอง เมื่อ 15 ส.ค.
พิธาเกาะติดศาลรธน.ชี้ปม‘ชื่อซ้ำ’
ที่ว่าการ อ.แกลง จ.ระยอง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล สัมภาษณ์กรณี 16 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาปมเสนอชื่อพิธา เป็นนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่ว่า คงติดตามเหมือนภาคการเมืองทั่วไป คงจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ จะรับคำร้องหรือไม่ หรือจะชะลอ พรรคก็ต้องติดตาม สิ่งที่ต้องยืนยันต่อคือฝ่ายนิติบัญญัติเองคือ การเสนอใช้มติทบทวนที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล เสนอแต่โดนปิดประชุมไปก่อน
“เราแยกอำนาจตุลาการกับอำนาจนิติบัญญัติ และบางเรื่องบางทีไม่ต้องให้อำนาจเคลื่อนออกจากนิติบัญญัติ ใช้นิติบัญญัติในการแก้ไขปัญหานิติบัญญัติ คือจุดยืนพรรคก้าวไกล” นายพิธากล่าว
ขอคืนความยุติธรรมคดีหุ้นสื่อ
ส่วนกรณีหุ้นสื่อไอทีวี ที่คณะกรรมการไต่สวน กกต.จะเสนอให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีการทำรายได้และการทำสื่อ นายพิธากล่าวว่า ยังยืนยันคำเดิมมีขบวนการจะฟื้นคืนชีพไอทีวีที่ถูกปิดไปนาน ส่วนนี้ก็อยากทวงความยุติธรรมโดยเร็วเพราะอยากกลับไปทำงาน แก้ไขปัญหาให้ประชาชนเร็วที่สุด 14 ส.ค. มีออกมา 2 อัน คือยกคำร้อง กกต.ชุดคดีอาญา เข้าใจว่าอีกฝั่งที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญมีโอกาสได้เห็นสำนวน เพราะ กกต.มีมติขอดูสำนวนของชุดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน จึงเป็นคำถามว่า ที่บอกว่ามีมูลส่งศาลรัฐธรรมนูญใช้ข้อมูลตรงไหน และมีการเปิดงบไตรมาส 2/2566 ของไอทีวี ว่ายุติกิจการ ไม่มีรายได้เป็นสื่อ ไม่มีสัมปทาน ตรงนี้หากประวิงเวลาออกไปตนก็จะเสียโอกาส ประชาชนก็จะเสียโอกาสที่จะให้ตนทำงาน
“จึงเป็นชุดคำถามว่าการทำอะไรเร่งรีบมีวาระซ่อนเร้นใช่หรือไม่ อย่างไร ส่วนตัวผมอยากจะได้ความยุติธรรมคืนมาให้เร็วที่สุด เพราะอยากจะรีบทำงาน” นายพิธากล่าว
ถามกกต.จงใจกลั่นแกล้งหรือไม่
วันเดียวกัน นายพิธาโพสต์เฟซบุ๊กระบุ 14 ส.ค. มีข่าวคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต.มีมติจะให้ยกคำร้องตน ในคดีอาญามาตรา 151 เรื่องรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังลงสมัครจากการถือหุ้นไอทีวี โดยมีเหตุผลสำคัญไอทีวีไม่มีการดำเนินกิจการอยู่และไม่มีรายได้จากการเป็นสื่อ จึงไม่ถือว่าตนมีความผิด
ยืนยันอีกครั้งคดีหุ้นไอทีวีน่าสงสัยเป็นการจงใจกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ ตนถือหุ้นนี้มาตลอดเป็น สส.มา 4 ปี แต่เพิ่งร้องเรียนในเวลาที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ และยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้าการเสนอชื่อตนต่อสภาไม่กี่วัน และมีหลักฐานความผิดปกติมากมายที่บ่งชี้ว่ามีความพยายามปลุกปั้นให้ไอทีวี ซึ่งเลิกกิจการนานกว่า 10 ปีกลับมาเป็น “หุ้นสื่อ” ให้ได้
สอบโดยละเลยข้อเท็จจริง
มาวันนี้มีการเปิดเผยมติคณะกรรมการ สืบสวนฯ ว่าตนไม่ผิด ทำให้มีคำถามไปยัง กกต. 1.คณะกรรมการสืบสวนฯ มีมติก่อน กกต.จะพิจารณาส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แม้ กกต.อ้างว่าการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนฯ เป็นคนละกระบวนการกับการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่คณะกรรมการสืบสวนฯ ที่รวบรวมพยานหลักฐานและเรียกพยานบุคคลมาสอบข้อเท็จจริงได้เห็นข้อเท็จจริงว่าไอทีวีมิได้ประกอบกิจการสื่อ ไม่มีรายได้จากกิจการสื่อมวลชนในขณะที่ตนสมัครรับเลือกตั้ง แต่ กกต.กลับยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยละเลยข้อเท็จจริงบางประการที่คณะกรรมการสืบสวนฯ หยิบยกมาพิจารณา และละเลยแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวางหลักเรื่องการมีรายได้และที่มาของรายได้เป็นเกณฑ์ว่าบริษัทใดเป็นสื่อหรือไม่
2.การที่คณะกรรมการสืบสวนฯ มีมติว่าหุ้นไอทีวีไม่ใช่หุ้นสื่อ นอกจากจะสอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็สอดรับความเห็นของประชาชนทั่วไป ดังนั้น การสั่งให้ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งๆ ที่ไอทีวี และอินทัช ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ล้วนแต่มีเอกสารงบการเงินยืนยันว่าไอทีวีหยุดประกอบกิจการ และไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการสื่อ ประกอบกับคดีหุ้นสื่อ (นอกจากคดีคุณ ธนาธร) ของ สส.ปี 2563 ประมาณ 60 คน ศาลก็ไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ในคดีตนกลับสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้สังคมพิจารณาว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่
ก้าวไกลคว้าเบอร์ 1 ซ่อมระยอง
ส่วนความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 3 ระยอง ในสวนพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำ เดินทางไปให้กำลังใจนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ว่าที่ผู้สมัคร สส. ในการ เลือกตั้งซ่อม จ.ระยอง เขต 3
นายพิธากล่าวว่า มั่นใจเกินร้อย อยากใช้โอกาสนี้เชิญชวนชาวระยอง เขต 3 มาเลือกตั้ง 10 ก.ย. ครั้งที่แล้วพี่น้องชาวระยองให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลเป็นอันดับหนึ่ง ครั้งนี้ก็ต้องเลือกนายพงศธร วันนี้ตั้งใจมาแต่เช้าและมาคนเดียวจึงทำให้เราได้เบอร์ 1 โดยอัตโนมัติ ส่วนเรื่องการหาเสียงแน่นอนตนจะลงมาช่วยอย่างสม่ำเสมอ จากการคำนวณประชาชนน่าจะมีช่วงว่างวันหยุดประมาณ 3-4 ครั้ง ตนพร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่ จัดเต็มแน่นอน การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สำเร็จ ไม่ตรงไปตรงมาตามเจตจำนงของประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแสดงเจตจำนงของพี่น้องชาวระยอง
‘แสนสิริ’ แจงซื้อที่ทองหล่อ
วันที่ 15 ส.ค. บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ระบุ ตามที่ได้มีผู้นำเสนอข้อมูลบิดเบือนพาดพิงเกี่ยวกับวิธีการจัดซื้อที่ดินของแสนสิริดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้สาธารณชนเข้าใจคลาดเคลื่อนและบริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอชี้แจงว่าการสรรหาและจัดซื้อที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ก่อนอนุมัติจัดซื้อแต่ละแปลงจะมีทีมสรรหาที่เชี่ยวชาญ ตรวจสอบข้อมูลขั้นต้นและข้อมูลรายละเอียด ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างละเอียด ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิต่อเนื่องมาตลอด
กรณีที่ดินทองหล่อ (KHUN by YOO) แสนสิริและบริษัทย่อย กก.บห.และผู้บริหาร ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับบ.เอ็น แอนด์ เอ็น แอสเซ็ท จำกัด ผู้ขายที่ดิน แสนสิริซื้อที่ดินทองหล่อปี 2559 ราคา 1,100,000 บาทต่อตารางวา เหมาะสมกับราคาตลาด ที่กล่าวอ้างซื้อแพง ควรซื้อแค่ 565 ล้านบาทหรือตารางวาละ 650,000 บาท ไม่สมเหตุผล ไม่มีเจ้าของที่ดินรายใดในซอยทองหล่อจะขายราคาดังกล่าว บ.เอ็นแอนด์เอ็นฯ ซื้อที่ดินตั้งแต่ปี 2551 เป็นไปไม่ได้ที่จะขายต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก บ.อาณาวรรธน์ จำกัด บริษัทลูกของแสนสิริไม่เคยให้กู้ยืมเงินแก่บ.เอ็นแอนด์เอ็นฯ มีหลักฐานในสัญญาจำนองฉบับกรมที่ดิน (เอกสารแนบ) ว่าเป็นการจำนองเพื่อประกันการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย เพื่อให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญารวมถึงเคลียร์ ผู้เช่าเพื่อโอนกรรมสิทธิ์โดยปลอดจากภาระผูกพัน
แสนสิริอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำการบิดเบือนข้อมูล และทำให้ชื่อเสียงแสนสิริเสียหาย ลงชื่อนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการบมจ.แสนสิริ