ส่งหนุ่มลักทารกฝากขังศาลนครปฐมแล้ว แม่ไม่ได้ยื่นประกันตัว ปล่อยโฮเข้าเยี่ยมลูกเอาข้าวน้ำมาให้กิน ยืนยันไม่รู้เรื่องเงิน 1.6 แสนในบัญชีลูก ที่ถูกโอนเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกับที่ ‘น้องต่อ’ ด.ช. 8 เดือนที่หายตัวไปอย่างปริศนา ตำรวจ เร่งขยายผลต่อเชื่อมโยงคดีหรือไม่ ผอ.ร.พ. บางเลนระบุผลอัลตราซาวด์ทารกที่โดนขโมยพบเลือดคั่ง สมองบวม ปากพอง แจงร.พ.ขอเยียวยาดูแลไปถึงอายุ 2 ขวบ จัดรถรับส่งแม่มาดูแลลูกทุกวัน ส่วนร.พ. จะตั้งกรรมการตรวจสอบ รอการประเมินว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงขั้นใด ยกเครื่องระบบความปลอดภัยร.พ.ทุกจุดเข้า-ออก ทุกห้อง ทุกฝ่าย ต้องใช้คีย์การ์ด ป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอย
จากกรณี นายนันทจักษ์ ศิลป์ประเสริฐ หรือนันท์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/2 หมู่ 6 ต.หินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม บุกขโมยเด็กทารกเพิ่งคลอดวัย 2 วันออกไปจากอ้อมอกแม่ วัย 26 ปี ที่หลับอยู่บนเตียงพักฟื้นในร.พ.บางเลน จ.นครปฐม แล้วใส่ถุงดำขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ก่อนถูกจับกุมตัวได้ โดยอ้างว่าอยากมีลูก แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สืบตำรวจสืบทราบเส้นทางการเงินจนโยงไปว่ามีเงินเข้ามากว่า 1.6 แสนบาทในช่วงระยะเวลาที่น้องต่อ ด.ช.วัย 8 เดือนที่หายตัวไป ต่อมาวันที่ 14 ส.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายนันทจักษ์ไปค้นบ้านพักเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจเชื่อมโยงกับคดีน้องต่อ ตามที่เสนอข่าวมานั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่สภ.บางเลน จ.นครปฐม ร.ต.อ.อุทิศ เหล่าหา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางเลน ควบคุมตัว นายนันทจักษ์ ผู้ต้องหาในคดีพรากผู้เยาว์กักขังหน่วงเหนี่ยวไปสู่การปกครอง กักขังหน่วงเหนี่ยว บุกรุกสถานที่ราชการในยามวิกาล และเสพยาเสพติด หลังก่อเหตุขโมยเด็กชายอายุ 2 วัน กลางดึกที่ร.พ.บางเลน เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมส่งตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครปฐม โดยนายนันทจักษ์มีสีหน้า ที่วิตกกังวลและร้องไห้เสียใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลัดดา พึ่งนุสน อายุ 61 ปี แม่ของนายนันทจักษ์เดินทางมาเยี่ยม พร้อมนำข้าวกล่องและน้ำดื่มมาให้ลูกชาย ที่โรงพัก พร้อมรอพูดคุย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายนันทจักษ์ออกมาพบ โดยนางลัดดาได้ร้องไห้พร้อมตัดพ้อต่อว่าว่าลูกไม่น่าทำเลย แม่รักหนู จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายนันทจักษ์เข้าห้องขังเตรียมส่งศาลจังหวัดนครปฐม โดยนายนันทจักษ์ระบุว่าสำหรับเงินแสนที่อ้างว่าอยู่ในบัญชีฝากสื่อช่วยกันดูด้วยเพราะไม่มียอดเงินเข้ามาแม้แต่บาทเดียว
จากนั้นนางลัดดาเปิดเผยว่า ไม่รู้เรื่องเงินทุกครั้ง ปกติแล้วนายนันท์อาศัยอยู่กับตนแต่ไม่มีเงินติดตัว หากน้องมาเที่ยวหาก็จะให้เงินสำรองไว้ติดตัว 500 บาท แต่ตัวนายนันทจักษ์ จะไม่มีเงินใช้อยู่แล้ว ส่วนเงิน 60,000 บาท หรือ 100,000 บาท ขอยืนยันว่าไม่ทราบ และทางครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับน้องต่อ
“เคยถามนายนันทจักษ์ลูกชายว่าทำไม ต้องเปิดบัญชีไว้มากมาย ลูกก็ให้เหตุผลว่า เปิดเพื่อรอรับเงิน หรืออาจเป็นเรื่องที่ลูกเพ้อเจ้อ เองก็ได้ และบางครั้งมักชอบพูดถึงเรื่องเงิน 10 ล้าน 20 ล้าน แล้วยังอ้างว่าเอาเงินไปลงทุนเล่นหุ้น แต่แม่ไม่รู้จริงๆ อาจเครียดหลายเรื่อง ก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับกล่องพัสดุ ไปรษณีย์ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จนดูเป็นคนเบลอๆ ตัวแม่เองก็ไม่เคยเห็นลูกใช้เงินจำนวนมากมาย เพราะแม้แต่บุหรี่ยังไม่มีเงินซื้อ ต้องให้หลานมาขอเงินไปซื้อ แม่จะมีเงินใช้จ่าย โดยได้จากลูกชายอีกคนส่งให้เดือนละ 5,000 บาทไว้คอยดูแลใช้จ่ายในบ้าน ส่วนเงิน 160,000 บาท ตามที่เป็นข่าวแม่เชื่อว่าไม่มี ไม่ทราบจริงๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าเงินเข้ามาได้อย่างไร” นางลัดดากล่าว

ฝากขัง – ตำรวจบางเลน จ.นครปฐม คุมตัวนายนันทจักษ์ ศิลป์ประเสริฐ ผู้ต้องหาลักเด็กทารกจากร.พ. ไปฝากขังต่อศาล โดยมีนางลัดดา พึ่งนุสน แม่ร่ำไห้อยู่ใกล้ๆ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ขณะที่ตร.เร่งสอบขยายผลเชื่อมโยงคดี ‘น้องต่อ’ หายตัวหรือไม่
ต่อมาเวลา 10.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายนันทจักษ์ขึ้นรถไปส่งฝากขัง ที่ศาลจังหวัดนครปฐม ทำให้นางลัดดาซึ่งทำใจ ไม่ได้ร้องไห้โฮเสียงดังก่อนเป็นลมล้มพับ กองไปกับพื้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันหิ้วปีกพาขึ้นไปนั่งพักด้านบนโรงพัก ขณะที่นายนันทจักษ์มีสีหน้ากังวล
ด้านนายพงษ์ธร ทามพินิจ อายุ 28 ปี พ่อของเด็กทารกวัย 2 วันเผยว่า ขณะนี้อาการของเด็กยังคงมีอาการสมองบวม ปากพอง โดยให้อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์ร.พ.ศูนย์นครปฐม
เวลา 15.20 น. พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผบก.ภ.จว.นครปฐม เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโทรศัพท์ของผู้ต้องหาไปตรวจสอบ พบมีสลิปการโอนเงินอยู่ในอัลบั้มภาพ และมีภาพเด็กจำนวนมาก โดยใช้การสร้างอัลบั้มรูปไว้ในโทรศัพท์นั้นว่า เรื่องการตรวจสอบบัญชีได้มอบหมายให้ตำรวจสืบภาค 7 ไปดำเนินการและแยกย้ายกันไปหาข้อมูล โดยยังไม่มีการรายงานกลับเข้ามา และรอผลของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์ หลักฐาน 7 ที่เข้าไปตรวจสอบหลังจากที่เก็บผม เส้นขน และดีเอ็นเอ ไปตรวจสอบ ส่วนการแจ้งข้อหาทารุณกรรมกับผู้ต้องหาเพิ่มต้องรอผลตรวจเป็นเอกสารจากทางร.พ.ศูนย์นครปฐมก่อน ล่าสุดมีรายงานว่าเด็กกะโหลกร้าว และเลือดออกในสมอง
ส่วนนางลัดดา แม่ของผู้ต้องหา พ.ต.อ.พัลลภ กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยสอบถามน่าจะบริสุทธิ์ใจ ส่วนคลิปจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านหลังจาก ดูแล้วพบว่าเด็กอยู่ในบ้าน นางลัดดาได้ต่อว่าและพูดกับผู้ต้องหาว่าให้รีบเอาเด็กไปคืน คาดว่าน่าจะไม่มีส่วนรู้เห็นกับการขโมยเด็กทารกมาจากร.พ.บางเลนอย่างแน่นอน และหลังจากที่ลูกถูกตำรวจส่งตัวเข้าฝากขังที่ศาลนครปฐมไปแล้วนางลัดดาไม่ได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอประกันตัวแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีความพร้อมเรื่องการเงิน โดยปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณี นายนันทจักษ์ ผู้ต้องหา มีบ้านอยู่บ้านตรงข้ามกับน้องต่อ อายุ 8 เดือนนั้น ชุดสืบสวนได้ลงไปหาข่าวอีกครั้ง ส่วนเรื่องเงินจำนวน 60,000 บาท จากการสืบสวน ทำให้รู้ว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันกับเรื่องการหายตัวไปกับเด็กชายต่อ เรื่องเงินจำนวนนี้ทราบว่าเป็นการโอนจากบัญชีธนาคารมาให้ ตามที่ผู้ต้อง สงสัยให้การตรงกัน และการสอบถามประเด็น ที่อยู่ในช่วงนั้นก็ตรงกันกับผู้ต้องสงสัยรายนี้บอก ทางชุดสืบสวนจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน
จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ร.พ.บางเลน จ.นครปฐม น.ส.ยุพารัตน์ เทศนาม อายุ 26 ปี นายพงศธร ทามพินิจ แม่และพ่อของเด็กทารก วัย 2 วัน พร้อมด้วย น.ส.สุภาพร เทศนาม และอาของแม่เด็กทารก ได้เดินทางมาพูดคุยสอบถามอาการของเด็ก
ด้าน นพ.กมลลักษณ์ จินดาไตรรัตน์ ผอ.ร.พ.บางเลน กล่าวถึงการเยียวยาเด็ก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นว่า ทางร.พ.ขอรับผิดชอบดูแลเยียวยาเด็กไปจนถึงอายุ 2 ขวบ ซึ่งพ่อแม่เด็กได้มาฟังและทำความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย ล่าสุดทีมแพทย์ได้โทรศัพท์ไปเช็กอาการของน้อง โดยผลจากการอัลตราซาวด์พบภาวะเลือดคั่งในสมอง แต่อาการ ไม่รุนแรงมากนัก โดยช่วงเที่ยงทางโรงพยาบาล จะเริ่มให้ทานนมแม่ ส่วนเลือดคั่งในสมองนั้นหมอจะตรวจโดยการเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ และใช้ยา ขณะที่ตาซ้ายยังมีรอยบวมแดง
ส่วนเรื่องการเยียวยาให้กับครอบครัวเด็ก นพ.กมลลักษณ์กล่าวว่า ได้พูดคุยกันหลังเกิดเหตุ โดยทางผู้ใหญ่ได้กำชับลงมาให้ดูแลเคสนี้ เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการจัดรถรับส่งเช้า-เย็น เพื่อให้แม่เดินทางไปดูน้องทุกวัน และดูแลอาการน้องไปจนถึงอายุ 2 ขวบ เพื่อความสบายใจของครอบครัว หากมีปัญหาจากตัวเด็ก ก็จะดูแลอย่างดีเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้กรอกข้อมูลยื่นแบบคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ เบื้องต้น
“ทางร.พ.จะถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จากผู้ใหญ่และรอการประเมินว่ามีความผิดทางวินัยร้ายแรงขั้นใด ต่อไปนี้ร.พ.จะเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นทางทุกจุดเข้า-ออก ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแล แต่ละห้อง แต่ละฝ่าย ต้องมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีคีย์การ์ด เข้ามาเพื่อความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ซ้ำอีกในอนาคต” นพ.กมลลักษณ์กล่าว