เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลองเจ็ด ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พ่อแม่และญาติของ 4 ครอบครัว จาก 4 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย ลำปาง สระแก้ว ปทุมธานี เข้าร้องต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอความช่วยเหลือลูกหลานทั้งหมด 9 คนเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงคนไทยร่วมลงทุนเทรดหุ้นที่เมืองเล้าไก่ และเมืองปางซาง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา

นายเอ้ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ชาว จ.สระแก้ว กล่าวว่า น.ส.ป๊อบ (นามสมมติ) ลูกสาวอายุ 22 ปี ตกงานอยู่ และไปเจอโฆษณาในเฟซบุ๊กเชิญชวนให้ไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยแจ้งว่างานสบาย รายได้ดี เดือนละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท จึงหลงเชื่อเดินทางไปในวันที่ 17 มิ.ย.66 หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งวันที่ 22 มิ.ย. ลูกสาวติดต่อทางแช็ตเฟซบุ๊กบอกว่าถูกกักขังอยู่ในตึก 5 ชั้น เมืองเล้าไก่ ประเทศเมียนมา มีคนคอยคุมไม่ให้ออกไปไหน และบังคับให้ทำงานหลอกคนไทยเทรดหุ้น หากทำยอดไม่ได้ตามเป้าก็จะถูกทำร้ายร่างกาย และถูกไฟฟ้าชอร์ต และขังในห้องมืด นอกจากนี้ยังมีคนไทยอีกหลายร้อยคนถูกกักขังบังคับให้ทำงานอยู่ในตึกเดียวกัน ตอนนี้ลูกสาวกับเพื่อนรวม 7 คนรวมตัวกันแจ้งเรื่องให้พ่อแม่มาขอความช่วยเหลือกับนางปวีณา ตนจึงติดต่อพ่อแม่เหยื่อที่อยู่จ.ลำปาง กับ จ.เชียงราย ก่อนนัดหมายกันมาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือวันนี้ และลูกสาวยังบอกอีกว่ากำลังจะถูกขายต่อไปที่อื่น และเกรงจะไม่ปลอดภัย ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

ร้อง‘ปวีณา’ – พ่อแม่และญาติ 4 ครอบครัวเข้าร้องนางปวีณา หงสกุล ให้ช่วยเหลือลูกหลานรวม 9 คนถูกแก๊งคอลหลอกไปทำงานเมืองเล้าไก่ เมียนมา ถูกบังคับให้ทำงานหนัก หากไม่ยอมจะถูกขังห้องมืด ใช้ไฟชอร์ต เมื่อวันที่ 15 ส.ค.

ด้านนายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ชาว จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ลูกชาย อายุ 26 ปี กับแฟนสาว เดิมเป็นไรเดอร์วิ่งรับส่งของแต่รายได้ไม่ดี และไปเจอโฆษณาในเฟซบุ๊กเชิญชวนให้ไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ที่ประเทศเมียนมา จะมีรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน และได้ค่าคอมมิสชั่น สัญญาจ้าง 8 เดือนจะได้กลับบ้าน จึงพากันเดินทางไปเมื่อวันที่ 2 ส.ค.66 โดยนั่งรถจากกรุงเทพฯ ไปจ.เชียงราย และมีคนมารับพาเดินทางต่อผ่านช่องทางธรรมชาติไปที่เมืองปางซาง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ลูกชายกับแฟนสาวถูกกักขังให้อยู่แต่ในตึก บังคับให้ทำงานโรแมนซ์สแกมหลอกคนไทยให้เทรดหุ้น ตั้งแต่เช้าจนถึงตี 3 ถ้าทำยอดไม่ได้ก็ห้ามนอน ลูกชายกับแฟนสาวไม่อยากทำ จึงถูกเรียกค่าไถ่ตัวคนละ 230,000 บาท ครอบครัวตนยากจนไม่รู้จะช่วยลูกอย่างไร จึงเข้ามาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ

หลังรับเรื่อง นางปวีณาประสานนายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล ให้เร่งติดตามช่วยเหลือทั้ง 9 คนที่ขอความช่วยเหลือในวันนี้ และก่อนหน้านี้มีขอความช่วยเหลือที่ถูกกักขังบังคับให้ทำงานอีก 9 คน ทั้งหมดรวม 18 คน พร้อมกันนี้นางปวีณายังประสานทหารคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) ประสานการช่วยเหลือด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน