แม่ฮ่องสอนวุ่น ดินถล่ม-บ้านพัง
ฟ้ารั่วเทฝนกระหน่ำภาคใต้ติดกันข้ามวันข้ามคืน สตูลจมแล้ว4อำเภอ7ตำบล11 หมู่บ้าน ตังเกหนีคลื่นลมรุนแรงจอดเต็มเกาะหลีเป๊ะ ตรังก็หนักไม่แพ้กันบางจุดสูงนับเมตร ส่วนแม่ฮ่องสอน ภูเขาที่แม่สามแลบอุ้มน้ำไม่ไหวดินสไลด์ ทำบ้าน-โรงเรียนทรุดพัง ต้องอพยพวุ่น ดินโคลน ถล่มโค่นต้นไม้ขวางถนนรถยนต์ทุกชนิด ไม่สามารถสัญจรผ่านไม่ได้ มีแค่มอเตอร์ไซค์ที่พอจะผ่านไปได้เท่านั้น ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยเตือน 6 จว.เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ศูนย์ปฏิบัติการธรณี พิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศ แจ้งเตือนแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในระยะ 1-2 วันนี้ โดยขอให้อาสาสมัคร เครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี และประชาชนทั่วไปพื้นที่ จ.จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ เฝ้าระวังภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในระหว่างวันที่ 15-16 ส.ค.
โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม อ.ขลุง และ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี, อ.เกาะช้าง จ.ตราด, อ.เมือง อ.กะเปอร์ อ.สุขสำราญ อ.ละอุ่น และกระบุรี จ.ระนอง, อ.เมือง อ.กะปง อ.ตะกั่วป่า อ.ท้ายเหมืองและ อ.คุระบุรี จ.พังงา, อ.เมือง และอ.ถลาง จ.ภูเก็ต และอ.เขาพนม จ.กระบี่ เนื่องจากมีฝนตกหนักวัดปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชั่วโมง ได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร อาจส่งผลให้เกิดแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก
ทั้งนี้ ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัย และวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผน เฝ้าระวังที่ได้มีการอบรมไว้แล้ว
วันเดียวกัน นายชาตรี ณ ถลาง รองผวจ. รรท.ผวจ.สตูล สั่งการให้อำเภอที่ได้รับผล กระทบจากฝนตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวันต่อเนื่องถึงวันนี้ ส่งผลให้ในพื้นที่หลายอำเภอได้รับผลกระทบเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่น้ำในลำคลอง สายหลักมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งที่ราบลุ่มแล้ว ให้จัดกำลังอส.ฝ่ายปกครอง ร่วมกับอปท.ต่างๆ เร่งเข้าช่วยเหลือและสำรวจความเสียหาย และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้อีกต่อไปด้วย
ด้านนายไพศาล ขุนศรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล (ปภ.สตูล) กล่าวว่า ตามที่เกิดฝนตกหนักระหว่างวันที่ 14 ส.ค. ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขัง โดยสรุปสถานการณ์มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น 4 อำเภอ 7 ตำบล 11 หมู่บ้าน ไม่มีรายงาน ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือสูญหาย ประกอบด้วย 1.อ.ทุ่งหว้า 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.-10 ต.ทุ่งหว้า, 2.อ.ควนกาหลง 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.2 ต.อุใดเจริญ, ม.5 และ 9 ต.ควนกาหลง 3.อ.เมืองสตูล 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.4 และ 7 ต.คลองขุด, ม.1 ต.บ้านควน, ม.3 ตำบลเกตรี และ 4.อ.ท่าแพ 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.5-6 ต.ท่าแพ
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันมีฝนตกน้อยลง สถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ อ.เมืองสตูล คาดว่าหากไม่มีฝนตกจะกลับเข้าสู่ สภาวะปกติโดยเร็ว เบื้องต้นทางอำเภอที่ได้รับผลกระทบจัดกำลัง อส. ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พร้อมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น

ฝนข้ามวัน – สภาพน้ำท่วมในเขตเทศบาลต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล หลังเกิดฝนตกติดต่อกัน 2 วัน 2 คืน ทำให้พื้นที่ 4 อำเภอของจ.สตูลเกิดน้ำท่วม ปภ.สตูลเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำลำคลองเตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เมื่อวันที่ 15 ส.ค.
ส่วนที่ เกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล รอบบริเวณเกาะแม้จะมีกลุ่มฝนไม่มากนัก แต่คลื่นลมมีกำลังแรง ส่งผลให้ชาวประมง พื้นบ้านเรือขนาดเล็กนับ 100 ลำ ต้องนำเรือเข้าหลบลม จอดเรียงรายเต็มหน้าหาดบ้านเกาะหลีเป๊ะ เพื่อลดความเสียหายในตัวเรือและป้องกันเรือล่ม ขณะที่ชาวประมงหลายคน ต้องติดตามการรายงานพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ หลังอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนเฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่นที่พาดผ่านระหว่าง วันที่ 14-15 ส.ค.
ขณะที่น้ำในลำคลองสายสำคัญแม้จะมี สีแดงขุ่น แต่ปริมาณน้ำยังไม่มากรองรับปริมาณ น้ำฝนที่ตกลงมาได้อีกจำนวนมากในระยะนี้ หลังกลุ่มฝนขาดช่วงและลดลง ทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักเข้าท่วมบ้านเรือนแบบฉับพลันได้ลดระดับลงเกือบเข้าสู่ สภาวะปกติ
ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ จ.ตรัง เกิดภาวะฝนตกหนัก 2 วันติดต่อกัน ทำให้น้ำป่าจากภูเขา สว่าง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.ไม้ฝาด และ ต.นาเมืองเพชร กว่า 30 หลังคาเรือน ส่วนที่บ้านห้วยเหรียง ม.3 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง พื้นที่รับน้ำจากคลองสว่าง มีบ้านเรือนประชาชน ถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 20 หลังคาเรือน สูงตั้งแต่ 20-50 เซนติเมตร ยกเว้นในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านเตรียมเรือและรถสามล้อพ่วงไว้พร้อมขนย้ายสิ่งของ หากมีฝนตกลงมาเพิ่ม และระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น สำหรับน้ำท่วมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน แต่ระดับน้ำน้อยกว่าเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิกระจกเงา เผยแพร่ภาพภูเขาดินโคลนถล่มรอบหมู่บ้าน ในพื้นที่บ้านโตแฮ ม.5 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีบ้านทรุด แผ่นดินแยกร้าว เข้าถึงใต้ถุนบ้าน ทั้งบ้านและโรงเรียนเสี่ยงต่อการทรุดตัว ต้องพากันอพยพออกจากที่อยู่อาศัยชั่วคราว 4 ครอบครัว ขณะเดียวกันถนนทุกสายยังถูกดินโคลนจากภูเขาพังถล่ม ต้นไม้โค่นล้มปิดทับเส้นทาง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้
ด้านนายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย เผยว่า ล่าสุดฝนหยุดตกบ้างแล้ว ถึงจะตกก็ไม่มากเหมือนที่ผ่านมา สำหรับบ้านเรือนราษฎรที่ปลูกอยู่บนเนินเขาภูเขาเกิดการสไลด์ทำให้รอยแยกเข้าลึกไปถึงใต้ถุนบ้าน 4 หลัง ขณะนี้ อพยพราษฎรทั้ง 4 หลังออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย แล้ว สำหรับหมู่บ้านโตแฮ มีราษฎรอาศัยอยู่จำนวน 38 ครัวเรือน ประชากร รวม 198 คน สำหรับเส้นทางรถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจร ได้ ผ่านได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น