ตร.คุมฆาตกรหวั่นฆ่าตัว
พ่อด.ช. 5 ขวบ ร่ำไห้ จู่ๆ ก็เสียลูกไปไม่ทันตั้งตัว ยืนยันไม่เคยกีดกันความรักหนุ่มพม่าเหี้ยมกับน้องเมีย เพราะเจอหน้ากันไม่กี่ครั้ง ขนาดชื่อจริงยังไม่รู้จัก ไม่ติดใจโรงเรียนดังเมืองเชียงใหม่ที่ปล่อยลูกชายไปกับฆาตกร เพราะเคยให้พาไปสมัครเรียนและรับกลับช่วงยังคบกับน้องเมีย จี้มาขอขมาศพ อยากให้ลงโทษถึงประหารตายตกไปตามกัน ผกก.เมืองเชียงใหม่สั่งสิบเวรหน้าห้องขังจับตาผู้ต้องหาตลอดเวลา หวั่นฆ่าตัวหนีผิด ชี้คดีไม่ซับซ้อนและผู้ต้องหายอมรับสารภาพทั้งหมด
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยถึงคดีพบศพเด็กชายวัย 5 ขวบ ที่ถูกลักพาตัวจากหน้าโรงเรียนชื่อดังกลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมามีผู้พบศพถูกฆาตกรรมที่หนองน้ำในหมู่บ้าน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ส่วนฆาตกรคือนายจาย กองคำ อายุ 30 ปี ชาวไทใหญ่ สัญชาติ เมียนมา ถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวได้ทันควัน เบื้องต้นสารภาพอ้างทำไปเพราะความแค้นที่พ่อแม่ของเหยื่อที่เป็นพี่ของอดีตแฟนสาวกีดกันความรัก
พ.ต.อ.ภูวนาถกล่าวว่า คดีดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เพราะจากพยานหลักฐานทั้งหมด และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุเองไม่มีใครร่วมด้วย เบื้องต้นสั่งให้นายสิบเวรห้องควบคุมตัวสภ.เมืองเชียงใหม่ จับตาผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด เพราะหวั่นว่าผู้ต้องหาจะเกิดความเครียดมากคิดสั้นฆ่าตัวตายหนีความผิด ส่งศพเด็กส่งให้แพทย์ นิติเวชร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดเป็นหลักฐานประกอบคดี ก่อนประสานให้ครอบครัวรับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
วันเดียวกัน นายอ่าว น่ายอู อายุ 32 ปี พ่อของด.ช.ผู้เสียชีวิต เผยว่า ไม่ค่อยได้พบกับน้องสาวของภรรยาเท่าไหร่ เนื่องจากพักและทำงานกันอยู่คนละที่ ส่วนน้องสาวและผู้ต้องหานั้นเคยมาหาไม่กี่ครั้ง รู้เพียงว่าทั้งคู่คบหาเป็นแฟนกันประมาณ 3-4 เดือน ก่อนที่จะเลิกรากัน ครอบครัวไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับผู้ต้องหา ขนาดชื่อยังทราบเพียงชื่อเล่นเท่านั้นทำให้ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย
ทุกครั้งน้องสาวภรรยามาหาที่บ้าน ผู้ต้องหา จะมาด้วยทุกครั้ง เนื่องจากฝ่ายหญิงขับรถไม่เก่ง ทุกครั้งที่มาจะนั่งเงียบๆ คนเดียวไม่ค่อยพูดจา ถามคำตอบคำ แต่ละครั้งคุยกันไม่เกิน 5 นาที แม้แต่ชื่อก็ยังไม่เคยได้เรียกกันด้วยซ้ำ แต่สังเกตพฤติกรรมก็จะเป็นคนเงียบๆ ไม่พูดจา ยืนยันว่าไม่ได้เป็นปมขัดแย้งจนถึงกับทำให้เกิดความโกรธแค้น จนเป็นสาเหตุให้มาฆ่าลูกชาย แม้แต่เรื่องส่วนตัวระหว่างผู้ต้องหากับน้องสาว รวมทั้งเรื่องราวที่ทำให้เลิกกันทางครอบครัวเองไม่เคยรู้หรือถามถึงสักครั้ง
ส่วนเรื่องที่โรงเรียนปล่อยลูกชายไปกับ ผู้ต้องหานั้น ไม่ติดใจอะไร เนื่องจากทางโรงเรียนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นคนในครอบครัว เนื่องจากตั้งแต่วันที่ลูกชายสมัครเข้าเรียนน้องสาวภรรยาและผู้ต้องหาเป็นคนพาไปสมัคร บางครั้งก็ให้ไปรับหลังเลิกเรียนช่วงเวลาที่ครอบครัวติดธุระ อาจจะมีการกล่าวอ้างด้วยความที่เคยไป และรู้จักกับลูกชายทำให้คุณครูไม่ติดใจสงสัยอะไรปล่อยให้เด็กไปกับผู้ต้องหา
“ในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกเจ็บปวดอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ต้องสูญเสียลูกชายคนโตไปในวัยเพียง 5 ขวบ และในวันที่ 29 ส.ค.ที่จะถึง น้องเองจะมีอายุครบ 6 ขวบ ตื่นมาตอนเช้าหลังจากที่ไม่มีลูกชายรู้สึกใจหาย ทั้งตัวเองและภรรยาต้องร้องไห้ทุกครั้ง เพราะทุกเช้าตื่นมาลูกชายจะมาวิ่งเล่นในโรงงานซึ่งเป็นทั้งที่พักและที่ทำงานของพ่อ หลังจากกินข้าวเปลี่ยนชุดแล้ว 7 โมงเช้า พ่อจะพาลูกชายไปส่งเองที่โรงเรียนทุกวัน วันนี้ตื่นมาต้องใจหายที่ไม่มีลูกแล้ว น้องเป็นคนที่ฉลาด พูดเก่ง เรียนเก่ง ครอบครัวเป็นชาวไทใหญ่ แต่ลูก คนนี้ได้เรียนหนังสือไทยเรียนภาษาไทยได้ ทั้งเขียน และอ่านเก่งขึ้นทุกวัน” นายอ่าว กล่าวด้วยความเสียใจ
ขณะเดียวกันพ่อของด.ช.ผู้เสียชีวิตได้เล่าถึงคำพูดหนึ่งที่ทำให้ใจหายทุกครั้งเมื่อคิดถึง ว่า เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนหน้านี้ อยู่ๆ ลูกชายพูดขึ้นมาทั้งที่เป็นเด็กเพียง 5 ขวบไม่มีใครสอน ว่า หากลูกตายอยากจะกินเค้กทุเรียนสักก้อนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นจริงในวันนี้ ส่วนน้องชายซึ่งเป็นลูกคนเล็กวัย 3 ขวบ เชื่อว่าน่าจะรับรู้ว่าพี่ชายไม่อยู่แล้ว เพราะไม่พบหน้าไม่ได้เล่นกันหลายวัน และทุกครั้งที่พ่อและแม่ร้องไห้ลูกคนเล็กจะร้องไห้ไปด้วยกันเหมือนรับรู้ถึงความสูญเสีย
นายอ่าวกล่าวอีกว่า ศพของลูกชายยังอยู่โรงพยาบาล รอทางโรงพยาบาลและตำรวจติดต่อมา นายจ้างที่ดูแลกันมาเหมือนครอบครัว จะช่วยดำเนินการในเรื่องงานศพให้ในครั้งนี้เพราะตัวเองไม่ค่อยรู้เรื่องของเอกสาร และการดำเนินการต่างๆ โดยเตรียมนำไปตั้งประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ที่วัดกู่เต้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่
“ส่วนกับตัวนายจายผู้ต้องหานั้น ผม ครอบครัว และญาติพี่น้องอยากให้มาขอขมาลูกชาย และทุกคนในสิ่งที่ทำลงไป เนื่องจากตอนนี้ทางญาติพี่น้องรับไม่ได้และโกรธแค้นในสิ่งที่ผู้ต้องหาทำลงไป อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อยากให้ประหารชีวิตเลย ลูกเราตายมันก็ต้องตายด้วย สุดท้ายคำพูดที่ยังติดอยู่ในใจตลอดจนทำให้ผมต้องสะอึกและร้องไห้ทุกครั้งเมื่อคิดถึงคำพูดลูก ในช่วงที่ผมต้องออกไปทำงานจนกลับมาค่ำมืด เมื่อลูกบอกกับแม่ว่า พ่อยังไม่มาหรืออยาก จะนอนกอดกับพ่อ” นายอ่าวกล่าวทั้งน้ำตา