เปิดใจหนนี้ไม่เลื่อนเข้าตามกระบวนการ มั่นใจ‘เศรษฐา’ฉลุย โผครม.-อ้วนควบมท. สุริยะผงาดคมนาคม ‘ประเสริฐ’คุมดีอีเอส

‘ทักษิณ’ ยืนยันไม่เลื่อนกลับไทยแน่นอน 22 ส.ค. ระบุเป็นวันฤกษ์ดี มั่นใจ ‘เศรษฐา’ ฉลุยนั่ง นายกฯ ด้าน ‘ยิ่งลักษณ์’ บินมาส่งสิงคโปร์ ‘อิ๊ง’ โพสต์ลั่นรอรับที่ดอนเมือง วิษณุยันใช้แผนเดิม ชี้ไม่ได้สิทธิพิเศษ ถ้าไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ต้องติดคุกรออีก 2 ปี ถึงขอใหม่ได้ เผยขั้นตอนนับโทษ 3 คดีที่สิ้นสุดแล้ว แดงโคราช 300 คนจ่อมารับกลับบ้าน สื่อนอกจับตา ‘ทักษิณ’ กลับตรงวันโหวตนายกฯ ช่วยยุติทางตัน เพื่อไทยมั่นใจโหวตนายกฯ ได้เกิน 375 เสียง เปิดโผครม.เศรษฐา 1 ‘ภูมิธรรม’ รองนายกฯ ควบมท.1 สุริยะนั่งคมนาคม ‘ประเสริฐ’คุม ดีอีเอส ภูมิใจไทยยังลุ้นเก้าอี้รมว.สาธารณสุข หวังสานงานต่อ คาดรู้ผลวันที่ 21 ส.ค. สว.จ่อชงญัตติเรียก ‘เศรษฐา’ เคลียร์ปมร้อนทั้งซื้อที่ดิน-แจกเงินหมื่น

อิ๊งรอรับ‘ทักษิณ’กลับไทย 22 ส.ค.
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ผ่านสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัว ถึงความคืบหน้าในการเดินทางกลับประเทศของนายทักษิณ โดยระบุว่า “อังคารที่ 22 ส.ค. 09.00 น. ณ ดอนเมือง จะไปรับคุณพ่อทักษิณ”

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธารโพสต์เพิ่มเติม ระบุว่า “เลื่อน ไม่ได้ยกเลิก ไม่เพ้อเจ้อนะจ๊ะ”

กลับแน่ – นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ่ายภาพคู่กับ 2 บุตรเขย นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ ที่พาหลานๆ ไปรับถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ก่อนขึ้นเครื่องบินส่วนตัวมาลงที่สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ โดยเจ้าตัวยืนยันกลับประเทศไทยแน่นอนในวันที่ 22 ส.ค.นี้

‘แม้ว’ย้ำไม่เลื่อน-ชี้เป็นวันดี
ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีไทย อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ก่อนบินออกจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปประเทศสิงคโปร์ถึงกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยว่า ไม่เลื่อนแน่นอน และจะไม่เลื่อนเดินทางอีกแล้ว ส่วนกำหนดการเดินทางกลับประเทศ ไม่เกี่ยวกับการโหวตเลือก นายกฯ และมีแผนที่จะเดินทางกลับไว้แล้วก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาจะกำหนดวันยกมือโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค.นี้

“เดิมผมกำหนดกลับวันที่ 31 ก.ค. แต่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุด ผมจึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 10 ส.ค. แต่มีคนไปดูฤกษ์ดูยามให้เป็นวันที่ 22 ส.ค. เขาบอกว่าเป็นวันดี ซึ่งผมไม่เชื่อ แต่ไม่อยากขัดใจ อยากให้ทุกคนรักกัน อยากให้บ้านเมืองสงบ” นายทักษิณระบุ

มั่นใจ‘เศรษฐา’ฉลุยนั่งนายกฯ
นายทักษิณกล่าวว่า เหตุผลของการไม่เลือกกลับวันที่ 21 ส.ค. เพราะเป็นวันเกิดของลูกสาว น.ส.แพทองธาร ซึ่งคงไม่ได้ฉลองในวันนั้น เพราะต้องไปนอนในคุก โดยเมื่อเดินทางถึงไทยในวันที่ 22 ส.ค. ต้องเป็นไปตามกระบวนการ รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ และพิมพ์ลายนิ้วมือ

“ผมอายุเยอะแล้ว คิดถึงหลาน อยากอยู่กับครอบครัว” บีบีซีไทยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือว่านายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยจะได้เสียงสนับสนุนมากพอจาก สส.และสว.ให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของไทย นายทักษิณกล่าวว่า “แน่สิ”

‘ปู’บินส่งพี่ชาย-อยู่สิงคโปร์ 2 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวออกจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาพำนักอยู่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้เดินทางมาถึงในวันที่ 19 ส.ค. ทั้งคู่จะพักอยู่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 2 วัน ก่อนที่นายทักษิณจะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเข้าประเทศไทยตามที่ประกาศไว้ในวันที่ 22 ส.ค. เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย พร้อมด้วยนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ภรรยา ได้เดินทางไปหานายทักษิณ ที่สิงคโปร์ เพื่อรอเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยพร้อมกันในวันดังกล่าว โดยมีน.ส.แพทองธาร และครอบครัวมารอรับที่ดอนเมืองด้วย โดยมีการแจ้งสื่อมวลชนถึงกำหนดการนายทักษิณ เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง เวลา 09.00 น. เพื่อให้สื่อมวลชนลงทะเบียน เตรียมรอทำข่าว ที่อาคาร 4

ตร.-ราชทัณฑ์เตรียมพร้อม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชุมเตรียมพร้อมแผนรับนายทักษิณ โดยคาดว่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของนายทักษิณ จะลงจอดบริเวณในส่วนโซนวีไอพี บริเวณอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล (Mjets) สนามบินดอนเมือง ขั้นตอนแรก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะเป็นผู้รับตัวและทำบันทึกการจับกุมต่างๆ ตามขั้นตอน ก่อนส่งตัวอดีตนายกฯ ให้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ คุมตัวขึ้นรถ และนำตัวไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (สนามหลวง) ตามขั้นตอนของกฎหมาย

‘วิษณุ’ยันใช้แผนเดิมที่เตรียมไว้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง น.ส.แพทองธารโพสต์ระบุจะไปรับนายทักษิณ ที่สนามบินดอนเมือง ในวันที่ 22 ส.ค. เวลา 09.00 น.ว่า ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากเดินทางกลับไทยในฐานะ ผู้ต้องหา จะต้องประสานกระทรวงยุติธรรม ในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ถ้าเขาจะกลับจริงๆ เขาต้องบอกให้รู้อย่างเป็นทางการ เขาอาจจะเตรียมบอกหรืออย่างไร แต่อาจติดวันหยุด อาจจะบอกไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าประสานหรือแจ้งมาในวันที่ 21 ส.ค. จะทันหรือไม่ เพราะจะเดินทางเข้ามาวันที่ 22 ส.ค.แล้ว นายวิษณุยืนยันว่า ทันเพราะเราเตรียมไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ประกาศว่าจะกลับมา เราก็ใช้แผนเดิม

นายวิษณุกล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการว่า ทันทีที่นายทักษิณเดินทางกลับถึงประเทศไทย ลงเครื่องที่ดอนเมือง จะเป็นการดำเนินคดีตามปกติเหมือนผู้ต้องหาทั่วไป โดยนายทักษิณจะต้องไปรับหมายขังที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากนั้น เจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปที่กรมราชทัณฑ์ เพื่อเข้าเรือนจำคลองเปรม

แจงไม่มีสิทธิพิเศษขออภัยโทษ
ส่วนในวันที่เดินทางถึง ญาติหรือครอบครัวสามารถไปพบในเรือนจำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นขั้นตอนรายละเอียด ตนยังไม่แน่ใจ ส่วนที่ตนเคยบอกว่าการดูแลนายทักษิณ จะต้องเป็นมาตรการพิเศษแต่จะทันทีทันใดหรือไม่นั้น อาจไม่สะดวกกับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งก่อนเข้าเรือนจำ ต้องตรวจสุขภาพเหมือนผู้ต้องหาปกติทุกอย่าง

เมื่อถามว่าการขอพระราชทานอภัยโทษ นายทักษิณจะได้รับสิทธิพิเศษหรือไม่ เพราะเข้ากลุ่มนักโทษอายุเกิน 70 ปี นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีเงื่อนไข เพราะเป็นการขอเฉพาะตัว การเขียนขอพระราชทานอภัยโทษ เจ้าตัวจะเขียนเอง หรือคนอื่นขอให้ก็ได้ เช่น คู่สมรส หรือลูก ซึ่งขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ ถ้าขอแล้วไม่ได้ ต้องรออีก 2 ปี ถึงจะขอพระราชทานอภัยโทษใหม่ได้ และในช่วง 2 ปี ต้องถูกจำคุกตามกฎหมาย

ไม่รู้วันดีหรือไม่-ชนวันโหวตนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะเกิดความวุ่นวายจากการที่นายทักษิณจะเดินทางกลับในวันที่ 22 ส.ค. ซึ่งตรงกับวันโหวตนายกฯ นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าจะกลับวันที่ 22 ส.ค.จริงหรือไม่ ตรงนี้ไม่รู้ เพราะยังไม่มีการประสานมา และต้องถามเจ้าตัวว่าเขาดูฤกษ์ดูยามอะไรหรือไม่

เมื่อถามว่าวันที่ 22 ส.ค. ถือเป็นวันดีใช่หรือไม่ นายวิษณุบอกว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีความรู้ด้านโหราศาสตร์

เผยขั้นตอนนับโทษคดีสิ้นสุด
แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรม ให้ความเห็นกรณีการนับโทษของนายทักษิณ ว่า ตามขั้นตอน เมื่อเข้าประเทศมาจะต้องถูกควบคุมตัว เพื่อนำตัวส่งศาลฎีกาฯ ซึ่งศาลจะสอบถามว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลในคดีนี้ใช่หรือไม่ จากนั้นจะอ่านสรุปคำพิพากษาโดยย่อให้ฟังว่า คดีหวยบนดิน คดีทุจริตปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ คดีแก้สัมปทานเอื้อชินคอร์ป แต่ละคดีโดนโทษจำคุกกี่ปี แล้วออกหมายขัง ส่งตัวเข้าไปรับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษา

ส่วนการนับโทษของนายทักษิณ ต้องไปดูคำพิพากษาแต่ละคดีว่า ศาลสั่งให้นับโทษ ต่อจากคดีเก่า หรือไม่ ถ้าไม่สั่งให้นับโทษต่อ ก็จะนับโทษทับกัน เช่น คดีหวยบนดิน โทษ จำคุก 2 ปี ไม่ได้สั่งให้นับโทษต่อกับคดีอื่น คดีทุจริตปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ โทษจำคุก 3 ปี ไม่ได้สั่งให้นับโทษต่อจากคดีอื่น และคดีแก้สัมปทานเอื้อชินคอร์ป โทษจำคุก 5 ปี ไม่ได้สั่งให้นับโทษต่อจากคดีอื่น เท่ากับนายทักษิณ จะถูกจำคุกสูงสุดแค่ 5 ปี แต่ถ้าสั่งนับโทษต่อก็จะถูกจำคุก 7 ปี หรือ 8 ปีแล้วแต่ว่าจะนับโทษต่อจากคดีไหน ถ้านับโทษต่อทุกคดีที่กล่าวมาคือ 10 ปี

ชี้ถ้าไม่สั่งนับโทษต่อ-จำคุกแค่ 5 ปี
ส่วนการลดโทษและการขอพระราชทานอภัยโทษ จะได้ลดเป็นรายคดี ดังนั้น ถ้า นายทักษิณได้ลดโทษเยอะในคดีเอื้อชินคอร์ป ก็จะได้ออกจากคุกเร็วที่สุด เพราะถูกจำคุกหนักสุดคือ 5 ปี สรุปคือเท่าที่ปรากฏขณะนี้จากคำพิพากษาทั้ง 3 คดีที่ปรากฏไม่ได้ให้ นับโทษต่อนายทักษิณ จะโดนโทษจำคุกแค่ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี

ขณะที่การอ่านคำพิพากษา หลังตำรวจนำตัวส่งศาล ศาลจะไม่อ่านซ้ำทั้งหมด แต่จะแค่อ่านย่อทวน เพราะองค์คณะผู้พิพากษาอ่าน คำพิพากษาลับหลังคดีเหล่านี้โดยชอบตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่แก้ไขใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว

แดงโคราช 300 คนนัดตบเท้าไปรับ
ที่ชมรมคนเสื้อแดงโคราช ภายในตลาด CEO ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ หรือจิ๋ว ประธานชมรมคนเสื้อแดงโคราช เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวว่านายทักษิณจะกลับไทยในวันที่ 22 ส.ค.นี้ ตนและกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจอย่างมาก ได้ประสานงานกันเพื่อเดินทางไปต้อนรับที่ดอนเมือง ขณะนี้มีแจ้งความประสงค์ไม่น้อยกว่า 300 คนแล้ว นัดพบกันที่ตลาด CEO ต.หนองกระทุ่ม ในช่วงค่ำวันที่ 21 ส.ค. เพื่อเดินทางไปพร้อมกัน และไปรวมตัวที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพักผ่อน ก่อนไปสนามบินดอนเมืองในช่วงเช้า

นายวัฒนะชัยกล่าวต่อว่า คนที่ไปต้อนรับครั้งนี้ไปด้วยใจ ไม่มีการจัดตั้ง ต้องการไปให้กำลังใจนายทักษิณ ส่วนจะได้เจอใกล้ชิดหรือไม่นั้น พวกเราไม่ได้คาดหวัง เพราะเข้าใจว่าวันนั้นคงมีคนมาต้อนรับจำนวนมาก ขอเพียงไปแสดงพลังให้เห็นว่าพวกเรากลุ่มคนเสื้อแดงยังรักและคิดถึงนายทักษิณเหนียวแน่นเหมือนเดิม

ด้านนางแสนสุข เติมศรีสุข เจ้าของร้าน “เจ๊อ้อยเฉาก๊วยโบราณโคราช” แฟนคลับตัวยงนายทักษิณเผยว่า เฝ้ารอวันที่นายทักษิณจะกลับไทย วันที่ 22 ส.ค. ไปต้อนรับแน่นอน โดยเตรียมนำเฉาก๊วยโบราณ สูตรต้นตำรับที่อดีตนายกฯ เคยรับประทานแล้วชื่นชมว่าอร่อย เมื่อครั้งมา จ.นครราชสีมา ปี 2545 เพื่อนำไปฝากให้รับประทานอีกครั้ง

เพื่อไทยยึด‘มหาดไทย-คมนาคม’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมเจรจาของพรรคเพื่อไทย ได้เดินสายพูดคุยกับแกนนำพรรคที่จะเข้ามาสนับสนุนแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคเพื่อไทยทุกพรรคแล้ว รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทำให้มั่นใจว่าจะได้เสียงสนับสนุนจาก สส.314 เสียงอย่างแน่นอน

การพูดคุยดังกล่าว ได้หารือเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีในเบื้องต้นแล้ว โดยพรรคเพื่อไทยจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลักๆ หลายกระทรวง อาทิ กระทรวงมหาดไทย คมนาคม คลัง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ส่วนกระทรวงที่เหลือจะเป็นของพรรคร่วม ซึ่งรายละเอียดที่ชัดเจนจะมีการพูดคุยกันต่อไป

มั่นใจได้เสียงหนุนเกิน 375 เสียง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว พรรคเพื่อไทยจะแถลงข่าวร่วมกับพรรคที่จะให้การสนับสนุน คาดว่าจะเป็นวันที่ 21 ส.ค. และทางพรรคเพื่อไทยยืนยันแคนดิเดตที่จะเสนอโหวตนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค. คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับการพูดคุยกับ สว.ของทีมเจรจาพรรคเพื่อไทย ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เมื่อรวมเสียงกับ สส.แล้ว จะมีเสียงเกิน 375 เสียง โดยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ทางทีมเจรจายังคงเดินหน้าหาเสียงสนับสนุนจาก สว.เพิ่มเติม เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนมากที่สุด

เปิดโผ‘ครม.เศรษฐา 1’
รายงานข่าวจากเพื่อไทยแจ้งว่า การจัด ครม.ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลใกล้ลงตัว เพื่อความร่วมมือในการโหวตนายเศรษฐา เป็นนายกฯ โดยตำแหน่งสำคัญๆ ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น รมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จ่อเป็น รมว.สาธารณสุข

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ มี พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงในระดับเดียวกัน ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็น รมว.พาณิชย์

ภูมิธรรมชี้ทักษิณกลับไม่เกี่ยวพท.
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงน.ส.แพทองธารโพสต์จะไปรับนายทักษิณที่สนามบินดอนเมืองว่า เป็นเรื่องของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาตัดสินใจ ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย

ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการ ไม่น่ามีปัญหา ยังมั่นใจมาตลอดว่าจะได้เสียงโหวตถึง 375 เสียง ไม่มีอะไรไขว้เขว เมื่อถามถึงกระแสข่าวโผเก้าอี้รัฐมนตรีที่ปรากฏบน โซเชี่ยลมีเดีย นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ทราบเลย เป็นข่าวโคมลอย ไม่มีอะไรหลุด ตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

เมื่อถามว่ามีการเทียบเชิญพรรคพลังประชารัฐร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง นายภูมิธรรมกล่าวว่า คุยกันมาต่อเนื่องอย่างที่ตนเคยรายงาน

เชื่อพรรคร่วมเยอะไร้ปัญหา
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนว่าจะมีการพูดคุยกันในพรรคร่วมเมื่อไหร่ แต่อย่างช้าไม่เกินวันที่ 21 ส.ค.นี้ และจะต้องแถลงข่าวร่วมกัน ซึ่งสัดส่วนจะอยู่ที่ สส. 9 คนต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี การพูดคุยกันในรายละเอียดโดยรวมการตกลงเป็นไปได้ด้วยดี เชื่อว่าไม่เกิดแรงกระเพื่อม

ส่วนที่หลายคนมองว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมากจะก่อให้เกิดปัญหาหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า มั่นใจว่าไม่เป็นปัญหา เพราะเป็นไปตามสัดส่วนจำนวนสส.

ลั่น‘เสี่ยนิด’ไร้ข้อกังขาปมจริยธรรม
นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการโหวตนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค.ว่า เชื่อและหวังว่านายเศรษฐาจะได้เสียงสนับสนุนเกิน 375 เสียง เนื่องจากการรวบรวมเสียงของ สส.ได้เกิน 300 เสียง และเชื่อว่าจะมีเสียงจาก สว.เติมให้จนถึงเกณฑ์ที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากประชาชนต้องการให้มีรัฐบาลใหม่เข้าทำงานแก้ปัญหาและขับเคลื่อนประเทศโดยเร็ว

เมื่อถามว่าข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่กล่าวหานายเศรษฐาเรื่องที่ดิน 2 แปลง คือที่ดินแปลงถนนสารสินและที่ดินแปลงซอยทองหล่อจะกระทบการโหวตในสภาหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า คำชี้แจงของแสนสิริและของนายเศรษฐาประกอบกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์ไม่มีมูล เลื่อนลอย และสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น คนกล่าวหาเสนอเรื่องให้ดูซับซ้อน เหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรในกอไผ่

ซัด‘ชูวิทย์’กล่าวหาเลื่อนลอย
โดยที่ดินแปลงถนนสารสินเป็นเรื่องการวางแผนภาษีตามกฎหมายของฝ่ายผู้ขายที่เกิดขึ้นหลายเดือนก่อนโอนที่ดินให้แสนสิริ ซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อ และแสนสิริไม่ได้เกี่ยวข้องในการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของฝ่ายผู้ขาย แล้วจะมาเกี่ยวกับนายเศรษฐาตรงไหน ส่วนที่ดินแปลงซอยทองหล่อนั้นแสนสิริซื้อที่ดินมาทำคอนโดฯ ในราคาตลาดที่เหมาะสมจากบริษัทผู้ขาย ส่วนผู้ถือหุ้นในบริษัทผู้ขายจะเป็นใคร มีอาชีพอะไร ไม่ใช่เรื่องของแสนสิริ และบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่นอมินีของแสนสิริซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ผู้ถือหุ้นในบริษัทผู้ขายจะเป็นนอมินีของแสนสิริซึ่งเป็นผู้ซื้อ ขัดสามัญสำนึกโดยแท้

“เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภามีวุฒิภาวะ สามารถแยกแยะข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลและเลื่อนลอยกับความจริงได้ ผมเชื่อในวิจารณญาณของทุกท่าน และการลงมติในสภาจะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยเนื่องจากนายเศรษฐาไร้ข้อกังขาเรื่องจริยธรรม” นายนพดลกล่าว

‘ท็อป’เชื่อเสียงสนับสนุนเพียงพอ
ที่วัดปราสาททอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล 91 ปี ชาตกาลนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกฯ คนที่ 21 โดยมี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรีและเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคและสส. รวมถึง นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรมว.ศึกษาธิการ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ร่วมงาน

นายวราวุธกล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 ถือเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่นายบรรหารให้ไว้กับการเมืองไทย และเชื่อว่าแบบอย่างหนึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา โดยรับฟังเสียงของประชาชน เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อถามว่าได้คุยกับพรรคเพื่อไทยแล้วใช่หรือไม่ว่า เมื่อตั้งครม.ได้ให้เริ่มแก้รัฐธรรมนูญ นายวราวุธกล่าวว่า ให้เกียรติพรรคเพื่อไทยว่าจะทำในลักษณะอย่างไร เมื่อครั้งหาเสียง ทุกพรรคได้พูดทำนองเดียวกันในแนวทางที่จะแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของพรรคในการโหวตเลือกนายกฯ นายวราวุธกล่าวว่า การโหวตถือเป็นเอกสิทธิ์ของสส. แต่จากการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย เราเห็นพ้องว่าทำงานร่วมกัน พรรคมี 10 เสียงจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ถึงขณะนี้มั่นใจว่าเสียงสนับสนุนเพียงพอ จับมือกันแล้ว ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต้องไปในทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

ลั่นพร้อมโหวตนายกฯเพื่อไทย
เมื่อถามถึงนายทักษิณจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 22 ส.ค. ซึ่งตรงกับ วันโหวตเลือกนายกฯ นายวราวุธกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของนายทักษิณ และในวันที่ 22 ส.ค.นั้น สส.ก็มีภารกิจที่สำคัญ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจนถึงขณะนี้หลายฝ่ายยังติดใจในคุณสมบัติของนายเศรษฐา นายวราวุธกล่าวว่า คนเราทุกคนมีด้านบวกและด้านด้อย แต่คิดว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ มีบุคลากรที่มีศักยภาพมากมาย กว่าจะได้ แคนดิเดตมานั้นเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคัดสรรคัดเลือกมาแล้ว ดังนั้น พรรคร่วมก็ให้เกียรติพรรคใหญ่ในการที่เสนอชื่อ และเราก็จะสนับสนุน

ผู้สื่อข่าวถามว่าโผ ครม.ล่าสุดดูเหมือนชาติไทยพัฒนาได้ดูแลกระทรวงเดิม นายวราวุธกล่าวว่า นั่นก็เป็นโผ แต่เรายังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้

เผยพลังประชารัฐยังไม่ลงตัว
แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงโซเชี่ยลมีการเผยแพร่โผ ครม. ตามเพจต่างๆ ว่า ไม่ใช่ของจริง เป็นการคาดการณ์จากข่าวตามหน้าสื่อหลักเท่านั้น ซึ่งการแบ่งกระทรวงของจริง จนถึงขณะนี้ยังไม่นิ่ง โดยมีเพียงพรรครวมไทยสร้างชาติ เท่านั้นที่สมหวังตามที่ต่อรองในส่วนของกระทรวงพลังงาน แม้จะมีส.ส.เพียง 36 เสียง แต่บวกออปชั่นเสริมคือ สว. ในสายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ประกาศจุดยืนร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยทันที

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ลงตัว อยู่ระหว่างการเจรจา กระทรวงหลักๆ อย่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แม้จะมีสส. 40 เสียง แต่มีออปชั่นเสริมคือ สว. ในสายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค อยู่ในมือ และพรรคเล็กที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เลขาธิการพรรค ดูแลอยู่ด้วย จึงทำให้พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ประกาศท่าทีร่วมรัฐบาล แต่จะโหวตสนับสนุนนายกฯเพื่อไทย

รอเคาะแบ่งเค้กค่ำ 21 สค.
ส่วนพรรคภูมิใจไทย มีสส. 71 เสียง แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะแถลงจับมือตั้งรัฐบาลเป็นสารตั้งต้น 212 เสียง พร้อมยืนยันโหวตนายเศรษฐา แน่นอน แต่แกนนำค่อนข้างนิ่ง รอดูท่าทีของผู้มีอำนาจพรรคเพื่อไทยว่าจะเอาอย่างไร เพราะได้ยื่นเงื่อนไขขอดูกระทรวงเดิม อย่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสานงานต่อทันที แต่ในส่วนของกระทรวงคมนาคมหมดสิทธิ์แน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยจะดูแลกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมด คาดว่า รมว.คมนาคม จะเป็นของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มี 10 เสียงนั้น นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ยังยืนยันขอดูกระทรวงเดิม คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“การเจรจาแบ่งกระทรวงต่างๆ ตอนนี้ยังไม่นิ่ง ยังไม่ชัดเจน โผที่ออกมาไม่ใช่ความจริง ซึ่งจะได้ข้อสรุป และดีลกระทรวงของแต่ละพรรคจบในช่วงค่ำวันที่ 21 ส.ค. ก่อนโหวต นายเศรษฐา ในวันที่ 22 ส.ค.นี้” แหล่งข่าว ระบุ

สว.จ่อชงญัตติเรียก‘เศรษฐา’โชว์กึ๋น
นายสมชาย แสวงการ สว. กล่าวถึงกรณีอาจมีการเปลี่ยนชื่อแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยว่า ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวบางประการ มีการเตรียมชื่อน.ส.แพทองธาร และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ อีก 2 คนไว้แล้ว สว.จึงต้องการคำยืนยันที่ชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยว่าจะเสนอชื่อใครเป็น นายกฯ จะใช่นายเศรษฐาหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนชื่อแล้วมาแจ้งสภาในวันที่ 21 หรือ 22 ส.ค. ทาง สว.อาจตรวจสอบคุณสมบัติ 2 คนนี้ไม่ทันก็อาจไม่โหวตให้ ดังนั้น ภายในวันที่ 21 ส.ค.ขอให้พรรคเพื่อไทยนำแคนดิเดตนายกฯ พร้อมแกนนำทุกพรรคที่จะร่วมรัฐบาลมาแถลงเปิดตัวให้ชัดเจน และมีนโยบายฝ่าวิกฤตสร้างปรองดองอย่างไร ถ้ามีผู้ใหญ่ระดับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมแถลง จะเกิดความสบายใจว่าความขัดแย้ง 2 ขั้วจะเปลี่ยนเป็นความสมานฉันท์

นายสมชายกล่าวด้วยว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยยืนยันเสนอชื่อนายเศรษฐาก็อยากให้เจ้าตัวมาแสดงวิสัยทัศน์วันที่ 22 ส.ค.นี้ เพื่อตอบข้อสงสัยต่างๆ สว.จะได้โหวตให้อย่างสบายใจ แม้ข้อบังคับการประชุมไม่บังคับให้ผู้ถูกเสนอชื่อมาแสดงวิสัยทัศน์ แต่ไม่แน่ว่า สว.อาจเสนอญัตติต่อที่ประชุมให้นายเศรษฐามาแสดงวิสัยทัศน์ ถ้าฝ่ายสส.คิดว่าไม่จำเป็นอาจเป็นข้อเสียเปรียบนายเศรษฐาเอง ขณะนี้น่าประหลาดใจที่วันที่ 22 ส.ค.มีสส.ก้าวไกลขออภิปรายแค่ 2 คน ใช้เวลาเพียง 30 นาที พรรคใหญ่แทบไม่มีใครขออภิปรายเลย พรรคเล็กขออภิปรายคนละ 7 นาที สว.ขออภิปราย 2 ชั่วโมง ดูแล้วฝ่ายสส.อภิปรายแค่ 30-60 นาทีก็จบแล้ว

รอขยี้ปมซื้อที่ดิน-แจก 1 หมื่น
ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมรัฐบาล จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสสูงได้รับเสียงสนับสนุนจากสว.เพิ่มขึ้นหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ตอนนี้เสียงตั้งรัฐบาลมี 314 เสียง ขาดอยู่ 60 กว่าเสียง ทำให้ สว.ที่ไม่มีเงื่อนไขแก้มาตรา 112 รวมถึงสว.ที่จะโหวตให้พรรคที่รวมเสียงข้างมากได้ สว. 2 กลุ่มนี้มี 20 กว่าคน เมื่อรวมกับกลุ่ม สว.ที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วก็อาจโหวตเพิ่มให้ คงได้เสียงใกล้เคียง 60 คน แต่อาจมี สว.บางส่วนยังติดใจคุณสมบัตินายเศรษฐาที่ยังชี้แจงข้อกล่าวหาเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินได้ไม่ชัดเจน อาจไม่โหวตให้ โอกาสตอนนี้อยู่ที่ 50-50 ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการช่วง 2-3 วันนี้ แต่โอกาสมีมากขึ้นกว่าตอนเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.กล่าวว่า แนวโน้มการโหวตจะม้วนเดียวจบหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องดูสถานการณ์หน้างาน ซึ่ง สว.อยากถามนายเศรษฐาเกี่ยวกับคุณสมบัติและข้อมูลการซื้อขายที่ดิน รวมถึงนโยบายแจกเงิน 1 หมื่นบาท จะเอาเงินมาจากไหน จะกระทบการบริหารราชการส่วนอื่นหรือไม่ สว.ไม่ได้ตั้งแง่ขัดขวางโครงการนี้ แต่อยากให้กระจ่าง ไม่ใช่การหลอกชาวบ้าน ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมรัฐบาลด้วยนั้นไม่ได้รับประกันว่า สว.จะลงคะแนนให้ตามไปด้วย เพราะถ้ามีพรรค 2 ลุงแล้วการตัดสินใจของสว.เปลี่ยนไป ถ้าเราทำเช่นนั้น สว.ก็ใช้ไม่ได้ สว.จะพิจารณาการลงมติจากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายเป็นหลัก

สื่อนอกจับตา‘แม้ว’กลับ-ยุติทางตัน
วันที่ 19 ส.ค. สื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวเอเอฟพีและสำนักข่าวรอยเตอร์ ต่างรายงานข่าวการจะเดินทางกลับไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 22 ส.ค. โดยอ้างตามคำโพสต์ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่โพสต์ลงสตอรี่ทางอินสตาแกรม บอกว่า วันที่ 22 ส.ค. เวลา 09.00 น. จะไปรับบิดาที่สนามบินดอนเมือง

เอเอฟพีระบุว่า นายทักษิณ วัย 74 ปี ที่ถูกรัฐประหารยึดอำนาจไปในปี 2549 และลี้ภัยหนีคดีอยู่ในต่างประเทศมานาน 15 ปี จะเดินทางกลับไทยในวันเดียวกับที่รัฐสภาจะโหวตเลือกนายกฯ รอบที่ 3 ที่อาจจะยุติทางตันทางการเมืองของไทยที่ยืดเยื้อมานาน 3 เดือนแล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ

เอเอฟพีระบุว่า การเดินทางกลับของนายทักษิณ จะทำให้สถานการณ์การเมืองไทยที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ลุกเป็นไฟ และยังอ้างความเห็นของนายยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวว่า มีข่าวลือมานานและยังไม่มีหลักประกันใดว่าจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ และการ กลับมาของนายทักษิณ ในวันที่ 22 ส.ค. เป็นวันเดียวกับการโหวตเลือกนายกฯ ในรัฐสภา อาจเอื้อต่อการโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา ในหมู่สส. แต่อาจสร้างความกังวลใจให้กับสว.ได้

ด้านรอยเตอร์รายงานข่าวการเดินทางกลับไทยของนายทักษิณ ในทำนองเดียวกัน โดยชี้ว่า มีขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานของไทย หลังเลือกตั้งเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า นายทักษิณจะต้องถูกจำคุกเมื่อเดินทางกลับมาถึง หลังจากหลบหนีคดีที่ได้รับโทษจำคุกในคดีทุจริตในปี 2551 ซึ่งนายทักษิณอ้างมีแรงจูงใจทางการเมือง

รบ.โวแก้หนี้ครัวเรือน5หมื่นราย
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นับแต่พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 รัฐบาล โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน ดังนี้ ฝึกอบรมผู้ไกล่เกลี่ย 2,708 คน ขึ้นทะเบียนผู้ไกล่เกลี่ย 4,656 คน เปิดหน่วยบริการไกล่เกลี่ย 1,963 แห่ง (หน่วยงานของรัฐ 82 แห่ง และศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน 1,881 แห่ง) ดำเนินการไกล่เกลี่ยสำเร็จ แบ่งเป็น ข้อพิพาททางแพ่ง 53,030 เรื่อง ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 6,887,960,640 บาท ข้อพิพาททางอาญา 353 เรื่อง ลดต้นทุนภาครัฐ 27,044,036 บาท

น.ส.รัชดากล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมมือกับกรมบังคับคดีสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงินจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน และยุติธรรมพบประชาชน ในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องให้แก่ประชาชนที่เป็นหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้เช่าซื้อรถยนต์ หนี้สินข้าราชการ หนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล จำนวน 45,958 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 44,735 เรื่อง ทุนทรัพย์ที่ไกล่เกลี่ย 6,465 ล้านบาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 5,810 ล้านบาท

น.ส.รัชดากล่าวว่า รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการแก้ไขปัญหา โดยได้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนให้ครอบคลุมระดับตำบล ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้นำกระบวนการไกล่เกลี่ยมาใช้ก่อนฟ้องคดีต่อศาล เพิ่มทุนทรัพย์ทางแพ่งและความผิดทางอาญาให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้มากขึ้น รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานระดับกรมรองรับภารกิจไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องคดีและหลังศาลพิพากษา ขอเชิญชวนประชาชนที่มีคดีพิพาทก่อนฟ้อง และหลังศาลมีคำพิพากษา ร่วมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ตอบโจทย์การแก้ไขหนี้สิน หนี้ กยศ. หนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์ ร่วมกันหาทางออก ฝ่าวิกฤต สร้างโอกาส ก้าวไปด้วยกัน โดยส่วนกลาง จัดขึ้นทุกวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของทุกเดือน ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม (แห่งใหม่) ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน