50กว่าคันเปิดศึก สงครามถนนกรุง
แก๊งแว้นยิงไรเดอร์วัย 19 ดับคาเกาะกลางถนน แยกนวมินทร์ ขณะจอดรอรับงานอยู่กับเพื่อนไรเดอร์ เข้าไปหย่าศึกเด็กแว้น 2 กลุ่ม ขี่จยย.กว่า 50 คัน เปิดศึกทะเลาะวิวาทกัน โชคร้ายผู้ตายเป็นอริเก่า ถูกจ่อยิงด้วยปืน .22 เสียชีวิตคาที่ เจ็บสาหัส 2 ทั้งไล่ยิง-มีดฟันใส่กันจนแตกกระเจิง ตร. เร่งล่า ‘ไอซ์-แสตมป์’ มือยิงมาสอบสวน เร่งไล่วงจรปิดหากพยานหลักฐานเพิ่มขอศาลออกหมายจับ แม่หนุ่มไรเดอร์เศร้า เชิญดวงวิญญาณลูกที่จุดเกิดเหตุนำร่างกลับไปทำพิธีที่บ้านเกิดปากช่อง ยันไม่อโหสิกรรมให้ ผู้ก่อเหตุ ยิงลูกตายอย่างโหดเหี้ยม วอน ตร. เร่งจับตัวมาดำเนินคดี ตั้งปมขัดแย้งส่วนตัว-ชู้สาว
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ร.ต.อ.สงวนศักดิ์ เจียมสงวนวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บึงกุ่ม รับแจ้งเหตุวัยรุ่นชายถูกยิงเสียชีวิตบริเวณเกาะกลาง ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
จุดเกิดเหตุเป็นแยกถนนนวมินทร์ บริเวณเกาะกลางถนนห่างจากสี่แยก 100 เมตร พบศพนายเทพทัต ศรีธรรมมา อายุ 19 ปี อาชีพไรเดอร์ สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ตามร่างกายพบมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ลำคอ 1 นัด และปาก 1 นัด นอนหงายจมกองเลือด นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อ นายอภิรักษ์ มณีเนตร อายุ 18 ปี สภาพมีบาดแผลถูกของมีคมฟันที่แขนขวา นำตัวส่งร.พ.นพรัตน์ และนายปิยะพงษ์ เลื่อมสิน อายุ 19 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ปาก อาการสาหัส เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งร.พ.นวมินทร์ 1 จากการตรวจบริเวณที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน .22 ตกอยู่ 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงบันทึกเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ดับไรเดอร์ – ตำรวจตรวจที่เกิดเหตุนายเทพทัต ศรีธรรมมา หนุ่มไรเดอร์วัย 19 ปี ถูกยิงเสียชีวิต หลังวิ่งไปดูกลุ่มแว้นมีเรื่องวิวาท แล้วโดนอริเก่าในกลุ่มแว้นหันปืนยิงใส่ ที่เกาะกลางถนนประเสริฐมนูกิจ เขตบึงกุ่ม กทม. เมื่อวันที่ 20 ส.ค.
สอบสวนนายศิวกร จั่นมณี อายุ 23 ปี อาชีพไรเดอร์ ให้การว่าบริเวณแยกนวมินทร์พวกตนจะอยู่รวมกลุ่มกันเพื่อรองาน ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มเด็กแว้นรถจักรยานยนต์ 10-20 คันขี่มาจอดใกล้ๆ สักครู่มีกลุ่มจักรยานยนต์อีก 20-30 คันขี่มาแล้วเกิดทะเลาะวิวาทกันเสียงดังมาก พวกตน 10 คนจึงเดินเข้าไปดูว่ามีเรื่องอะไรกัน ปรากฏว่าหนึ่งในกลุ่มจักรยานยนต์นั้นเคยเป็นคู่อริกับผู้ตาย ทราบชื่อว่านายไอซ์ เมื่อเห็นหน้านายเทพทัตผู้ตายจึงชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่ก่อน ทำให้พวกตนวิ่งหนีกระเจิงกันไปคนละทิศทาง ซึ่งระหว่างหนีเอาตัวรอดก็ได้ยินเสียงปืนดังอีก 5-6 นัด จากนั้นตนเห็นนายเทพทัตถูกจ่อยิงจนเสียชีวิต แล้วรถจักรยานยนต์ทั้งสองกลุ่มก็ต่างขี่รถหลบหนีไป
ร.ต.อ.สงวนศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้ตายนั่งรองานอยู่บริเวณสี่แยก แล้วไปดูว่ากลุ่มจักรยานยนต์นั้นมีเรื่องอะไรกัน แต่พบว่าหนึ่งในกลุ่มนั้นเคยมีปากเสียงเป็นคู่อริกันมาก่อนจึงมีการใช้อาวุธมีดและปืนไล่ยิงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ระหว่างหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมและประสานฝ่ายสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายไอซ์และนายแสตมป์มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับคดีนี้ นอกจากนายเทพทัตที่เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ซึ่งพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าคืนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มากกว่า 50 คันมาที่จุดเกิดเหตุ
ต่อมาเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บึงกุ่มกล่าวว่า ภายหลังจากประชุมร่วมกับพ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.4 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.บึงกุ่ม เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมถึงสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้จะขอศาลออกหมายจับ คดีนี้มี ผู้ร่วมก่อเหตุ 3-4 คน ตั้งประเด็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวและเรื่องชู้สาว
ขณะที่นางสนิท ป้อมลอย อายุ 47 ปี มารดาของนายเทพทัตผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของลูกชาย จากนั้นเข้าติดต่อกับสถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ เพื่อรับศพลูกชายกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ภูมิลำเนาใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยจะสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 วัน และจะฌาปนกิจในวันที่ 23 ส.ค. โดยบรรยากาศการรับศพเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
นางสนิทเปิดเผยว่า คืนก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นสีหน้าลูกชายหมองคล้ำดำและลูกไปย้อมผมสีดำมา รู้สึกใจคอไม่ดี แต่ก็ไม่ได้เตือนอะไร จนกระทั่งลูกออกจากบ้านไป ซึ่งส่วนตัวไม่รู้เลยว่าลูกมีปากเสียงหรือทะเลาะกับใครหรือไม่ เพราะส่วนมากลูกจะคุยกับเพื่อนมากกว่า มีอะไรไม่ได้เล่าให้แม่ฟัง และนิสัยปกติจะเอาแต่ใจ ต้องได้ดั่งใจ เพราะแม่เองตามใจลูกมาตั้งแต่เด็ก หากคนร้ายมามอบตัว มาขอโทษ และขออโหสิกรรมตนนั้นจะไม่อโหสิกรรมให้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชายถูกยิงทะลุอย่างนั้นทำเกินไป ถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายและน่ากลัวมาก ขอให้ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้ อย่าให้คนร้ายหนีไป เพราะเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมมาก