วันนี้รู้-นายกฯคนที่ 30 พท.โชว์ 11พรรคพร้อม เสี่ยนิดลั่นทำสุดฝีมือ นำรัฐบาล-แก้ปัญหา วันชัยโว-วุฒิเกิน100

วันสำคัญการเมืองไทย โหวตนายกฯ คนที่ 30 วันนี้เพื่อไทยมั่นใจ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ได้เสียงสส.-สว.เห็นชอบผ่านฉลุย หลังโชว์แถลงตั้งรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียง สนับสนุน ‘เสี่ยนิด- เศรษฐา’ นั่งนายกฯ เปิดโควตารัฐมนตรี พท.คว้า 8 รมว.+9 รมช. ภูมิใจไทย 4+4 อนุทินรับยื่นขอกระทรวงเดิม พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ พรรคละ 2+2 ชาติไทยพัฒนา-ประชาชาติได้พรรคละ 1 ว่าการ นโยบายด่วนแก้เศรษฐกิจ ควบคู่แก้รัฐธรรมนูญ ‘พีระพันธุ์’ปัดคุมกลาโหม ‘หมอชลน่าน’ยันลาออกแน่หลังตั้งครม. สำเร็จ ‘เต้น-ณัฐวุฒิ’ยุติบทบาทผอ.ครอบครัวเพื่อไทย เหตุพรรคจับมือ 2 ลุง ‘เศรษฐา’ วอนสส.เพื่อไทยลืมวาทกรรม ‘มีลุงไม่มีเรา’ ลั่นทำหน้าที่นายกฯ สุดความสามารถ แนวโน้ม สว.เทโหวตหนุนเสี่ยนิด ‘วันชัย’มั่นใจ 190 เสียง ‘กิตติศักดิ์’ยอมรับเกินร้อย

พท.นำทีมแถลงตั้งรัฐบาล
เวลา 12.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่รัฐสภา แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้พูดคุยหารือกับหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคร่วมตั้งรัฐบาลทั้งหมด

ต่อมาเวลา 13.30 น. นพ.ชลน่าน นายภูมิธรรม นายประเสริฐ ร่วมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมทั้งพรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย ร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาล

นพ.ชลน่านอ่านแถลงการณ์ว่า เพื่อไทยและพรรคการเมืองรวม 11 พรรค 314 เสียง ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่มีพรรคก้าวไกลเข้าร่วมรัฐบาล โดยมีมติร่วมกันเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย เพื่อให้รัฐสภาให้ความ เห็นชอบเป็นนายกฯ

รัฐบาล 314 เสียง – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมแกนนำพรรคประชาชาติ, พรรคชาติพัฒนากล้า, พรรคเพื่อไทรวมพลัง, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย รวม 11 พรรค 314 เสียง แถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.

แจงโควตารมต.รายพรรค
เพื่อไทยรวบรวมพรรคต่างๆ จัดตั้งรัฐบาล ดังนี้ พรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 4 กระทรวง รัฐมนตรีช่วย (รมช.) 4 ตำแหน่ง, พรรคพลังประชารัฐ 40 ที่นั่ง รมว. 2 กระทรวง รมช. 2 ตำแหน่ง, พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 ที่นั่ง รมว. 2 กระทรวง และรมช. 2 ตำแหน่ง, พรรคชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง รมว. 1 กระทรวง, พรรคประชาชาติ 9 ที่นั่ง รมว. 1 กระทรวง พรรคเพื่อไทย 141 ที่นั่ง รมว. 8 กระทรวง รมช.และรมต.สำนักนายกฯ รวม 9 ตำแหน่ง

ส่วนพรรคอื่นๆ อีก 5 พรรค ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า 2 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยรวมพลัง 2 ที่นั่ง พรรคเสรีรวมไทย 1 ที่นั่ง พรรคท้องที่ไทย 1 ที่นั่ง พรรคพลังสังคมใหม่ 1 ที่นั่ง

ทุกพรรคบรรลุข้อตกลงร่วมกันจะนำนโยบายของเพื่อไทยที่หาเสียงไว้เป็นนโยบายหลักบริหารประเทศ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต ที่ดินทำกิน ขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 600 บาทภายในปี 2570 เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท เกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ เป็นต้น พรรคร่วมจะนำนโยบายเข้ามาบูรณาการร่วม เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก และจะใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นสร้างความรัก สามัคคีปรองดองของคนในชาติ แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น (อ่านรายละเอียดหน้า 7)

มั่นใจ‘เศรษฐา’ฉลุยนั่งนายกฯ
หลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้นเปิดให้ ผู้สื่อข่าวซักถาม เมื่อถามกรณีแจ้งโควตารัฐมนตรี แสดงว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่ละพรรคคุมกระทรวงใดบ้าง นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการนำรายชื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งหมดเป็นข้อตกลงที่ชัดเจนภายใต้เงื่อนไขที่เราทำงานร่วมกัน

เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวดสถาบันใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เจตจำนงของพรรคเพื่อไทยจะทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ส่วนรายละเอียด ส.ส.ร.มีเท่าไรต้องไปลงในรายละเอียดอีกครั้ง โดยจะเป็นวาระแรก ในการประชุมครม.ที่จะทำควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เมื่อถามถึงท่าทีของสว.เพียงพอจะส่ง นายเศรษฐาเป็นนายกฯ หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คณะทำงานดำเนินการอยู่ในขั้นที่เรามั่นใจและพึงพอใจในจำนวนที่ได้รับ จึงมั่นใจว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา เมื่อถามว่าในที่ประชุมพรรคร่วมมีการประเมินภาพลักษณ์รัฐบาล ชุดใหม่อย่างไร หลังนายเศรษฐาถูกโจมตีและจะไม่มาแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมรัฐสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยการพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรเป็น นายกฯ ของพรรคผ่านการกลั่นกรอง และ ผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วน เรามั่นใจเรื่องคุณสมบัติ เมื่อถามว่ามีแผนที่จะเปลี่ยน แคนดิเดตนายกฯ หรือไม่หากนายเศรษฐาไม่ผ่าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่มีแผน เรามั่นใจว่าผ่าน

ลั่นลาออกหลังตั้งครม.เสร็จ
เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ลาออกจากพรรค หมายความว่าตอนนี้ยังจับมือพรรคลุงอยู่ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐที่จะชี้แจง เมื่อถามว่าจะชี้แจงประชาชนอย่างไรการนำพรรค 2 ลุง มาร่วมตั้งรัฐบาลว่า นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ต้องชี้แจง แถลงการณ์ชัดเจนอยู่แล้ว เราจำเป็นต้องดึงพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล เหตุผลสำคัญที่สุดคือในซีกเดิม 312 เสียงเดิม ที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่าจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นพ.ชลน่านยกมือห้าม ก่อนกล่าวว่า คนละประเด็นกัน และอธิบายถึงเหตุผลว่าหากไม่มี 2 พรรคมาร่วม ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอนและอาจเป็นผลร้ายกับประเทศได้ ด้วยเหตุนี้ขอให้ตัดเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะไปเป็นแนวร่วมหรือเป็น นั่งร้านไปได้เลย

ส่วนประเด็นเรื่องที่ตนจะลาออก นพ.ชลน่านกล่าวว่า “ผมตั้งใจจะประกาศแสดงความ รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ปฏิเสธว่าจะไม่ ลาออก ยินดีลาออกแน่นอนแต่ภารกิจหัวหน้าพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องจัดตั้งรัฐบาลในส่วนของพรรคเพื่อไทยให้สำเร็จ วันที่เสนอชื่อครม.ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเสร็จ ผมจะประกาศอย่างเป็นทางการทันที” เมื่อถามว่า จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือสส.ด้วย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ประกาศอะไรไว้จะรับผิดชอบในสิ่งที่ประกาศ จากนั้น นพ.ชลน่านเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

ตุ๋ยปัดคุมกห.-อุบพรรคดูพลังงาน
นายประเสริฐชี้แจงกรณีพรรคใหม่ที่ยังไม่นับรวมในการแถลงร่วมรัฐบาล เนื่องจากเพิ่งติดต่อเข้าร่วมช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการจึงนับ 314 เสียง ไปก่อน

ทั้งนี้ ขณะที่นายประเสริฐกล่าวแนะนำพรรคร่วมรัฐบาล พรรคใหม่มายืนร่วมเวทีแถลงด้วย และระหว่างที่เพื่อไทยแถลงข่าว มีทีมงานของพรรคก้าวไกล ตะโกนถามอยู่ด้านหลังว่า “นพ.ชลน่าน จะลาออกกี่โมง”

และน่าสังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาฯ พลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายไผ่ ลิกค์ กก.บห. รีบแยกตัวขึ้นลิฟต์ เพื่อเดินทาง กลับทันที โดยปฏิเสธตอบคำถามกรณี พล.อ.ประวิตรจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่

ส่วนแกนนำพรรครวมใจสร้างชาติ ที่นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รีบกลับ อาจไม่ต้องการให้สัมภาษณ์ และเตรียมเข้าประชุมพรรคในเวลา 15.00 น.

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงที่ทำการพรรค นาย พีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาลว่า เป็นการแถลงร่วมกันแต่ไม่ใช่มติ ดำเนินการตามกรอบแนวทางกว้างๆ เบื้องต้นเท่านั้น เมื่อถามว่าพรรคได้โควตารัฐมนตรีเป็นกระทรวงใดบ้าง นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่มีการคุยในรายละเอียด ทุกคนยังไม่ทราบรู้แต่เพียงสัดส่วน กระทรวงไหนก็ทำงานได้ เมื่อถามว่ามีข่าวว่านายพีระพันธุ์จะไปนั่งรมว.กลาโหม นายพีระพันธุ์ ร้องทันที ‘อุ๊ย เป็นไปไม่ได้’ เมื่อถามว่าได้โควตากระทรวงพลังงานหรือไม่ นายพีระพันธุ์ไม่ตอบ

อนุทินให้รอโปรดเกล้าฯ
นายอนุทินเลี่ยงตอบถึงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ระบุว่าภูมิใจไทยได้ 4 รมว. และ 4 รมช. ว่าเป็นกระทรวงอะไรบ้างว่า ขณะนี้ยังต้องรอโปรดเกล้าฯก่อน เอาทีละขั้น เมื่อถามว่ามีกระทรวงเดิมที่เคยดูหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธจะตอบคำถาม

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ที่พรรคเพื่อไทยเชิญไปหารือเรื่องจัดตั้งรัฐบาล จนมาถึงวันนี้พรรคไม่ได้คุยและไม่เคยคุยเรื่องสัดส่วนต่างๆ ไม่เคยคาดหวัง ภารกิจหลักช่วงนี้ต้องให้แคนดิเดตนายกฯจากเพื่อไทยได้รับความเห็นชอบ นำไปสู่การจัดครม.และมีรัฐบาลใหม่ มีนโยบายสร้างความเชื่อมั่น จึงต้องช่วยสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ตั้งรัฐบาลได้ เรื่องตำแหน่งอื่นไม่เคยคุย

‘ณัฐวุฒิ’ยุติหน้าที่ผอ.เพื่อไทย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Live “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ทางช่องสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ระบุ ได้ยุติบทบาท ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก จะกลับไปขายข้าวแกง โดยได้บอกกล่าวผู้ใหญ่พรรค ตั้งแต่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนตัวเข้าใจเพื่อไทยไม่ได้โกรธเคือง และแจ้งให้นายเศรษฐา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย รวมถึงอดีตนายกฯ ทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียบร้อยแล้ว ขอยุติบทบาท ไม่ร่วมกิจกรรมกับรัฐบาล ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นผลมาจากการที่เพื่อไทยไปจับมือกับพรรค 2 ลุง เป็นเหตุผลสำคัญ เข้าใจและเห็นใจเพื่อไทย อย่างยิ่งสำหรับสถานการณ์ที่มันเป็น เพียงแต่วิถีการเมืองแบบตนเมื่อได้ประกาศต่อประชาชนและแสดงจุดยืนเช่นนั้นมาตลอดก็ต้องรับผิดชอบ

“การตัดสินใจยุติบทบาทครอบครัวเพื่อไทยสำหรับผมเป็นเรื่องที่มีรอยในใจ ที่นี่เป็นบ้านของผม ผมโตที่นี่ เติบโตที่นี่ สู้ที่นี่ คนในบ้านพี่น้องผมทั้งนั้น ยอมรับว่าตัดสินใจยาก ไม่ใช่เรื่องยศศักดิ์ตำแหน่งแต่เป็นความผูกพัน ความรักและความปรารถนา ขอบอกทุกคน ในเพื่อไทยและกองเชียร์พรรคว่าไม่มีทางที่ จะทำให้พรรคนี้เกิดความเสียหาย ไม่มีทางที่ออกมาแล้วเขวี้ยงก้อนหินใส่หลังคาบ้านทั้งที่ไม่เห็นด้วย” นายณัฐวุฒิกล่าวเสียงสั่น

‘ทัศนีย์’ลาพท.อีกคน
ภายหลังจากเพื่อไทยแถลงจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว 11 พรรค น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีตส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยประเภทตลอดชีพ โพสต์ข้อความพร้อมหนังสือ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีผลตั้งแต่ 21 ส.ค. เป็นต้นไป

ระบุขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสทางการเมืองตลอดเวลายาวนาน ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากมากที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต และเข้าใจว่าพรรคมีทางเลือกที่น้อยมากและต้องใช้ต้นทุนทุกอย่าง คงได้แต่ให้กำลังใจให้ทำเพื่อประชาชนอย่างที่หวังไว้ ขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยด้วยใจ

ขอบคุณ – นายเศรษฐา ทวีสิน ไหว้ขอบคุณสส.เพื่อไทย เปิดใจรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับมอบหมายให้เป็นแคนดิเดต นายกฯ ยืนยันจะทำหน้าที่เต็มที่สุดความสามารถ เพื่อนำรัฐบาลแก้ไขทุกปัญหา ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 21 ส.ค.

เศรษฐาภูมิใจเข้าเพื่อไทย
ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน นายภูมิธรรม นายประเสริฐ นำประชุมสส.พรรค พท. โดยมีนายชัยเกษม นิติสิริ นายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.ร่วมประชุม นพ.ชลน่านย้ำว่า บุคคลที่จะถูก เสนอชื่อต่อที่ประชุมรัฐสภา 22 ส.ค.นี้คือ นายเศรษฐา ซึ่งตนจะเป็นผู้เสนอรายชื่อด้วยตัวเอง

จากนั้นนายเศรษฐากล่าวกับสส.ว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ยืนอยู่ตรงนี้เวลานี้ ตลอดระยะเวลาที่ก้าวสู่เวทีการเมืองและเข้าสู่บ้านหลังนี้ภายใต้การเชิญโดย น.ส.แพทองธาร ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้รับการช่วยเหลือจากทุกคนอย่างดี ตนเข้ามาคนเดียวไม่มีใครเข้ามาแต่ได้รับการประคับประคองอย่างดีจากสมาชิกพรรค กราบขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามามีประหม่าและกังวล แต่มีคนเข้ามาช่วยให้คำแนะนำหลายคน หนึ่งในคนที่ตนซึ้งใจคือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง

วอนลืมวาทกรรม-มีลุงไม่มีเรา
นายเศรษฐากล่าวว่า ผลเลือกตั้งเราได้ 141 เสียงชัดเจน ไม่เป็นตามที่คาดหวัง สิ่งที่พูดไประหว่างการเลือกตั้ง ชัดเจนว่าคำพูด เป็นนายบนบรรทัดฐานของแลนด์สไลด์ น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า หลายเรื่องเราต้องกลืนเลือด เพื่อพาพรรคเดินไปข้างหน้าช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่การโกหกประชาชนแต่เราต้องยอมรับความจริง เพราะ 9 ปีที่ ผ่านมาเราเป็นฝ่ายค้านเป็นที่ประจักษ์ว่ามาตรฐานชีวิตประชาชนตกต่ำ เราจำเป็นต้องลืมวาทกรรม “สองลุง” “มีลุงไม่มีเรา” คณิตศาสตร์การเมืองพื้นฐานบ่งบอกชัดว่าเราต้องมีอะไรบ้าง

ตนได้พบปะสส.หลายคน รับทราบความต้องการและความไม่ต้องการและได้อธิบายด้วยความจริงใจ ไม่มีแสแสร้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นและความจำเป็นที่จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เรื่องการใช้วาทกรรมสังคมโซเชี่ยลมีเดีย ด้อยค่าพรรคตนก็รู้สึกเจ็บพอกับทุกคน แต่เราอยู่ในสังคมของความเป็นจริง ที่หลายคนรอการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายดีๆ ของเพื่อไทย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีรัฐบาลภายใต้การนำโดยเพื่อไทย ต้องรบกวนสส.อธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นนี้

ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับมอบหมายจากสมาชิกให้ชิงนายกฯ ตนจะพยายามเต็มที่สุดความสามารถ นำรัฐบาลแก้ไขทุกปัญหาด้วยความตั้งใจจริง ไม่ลืมความเหน็ดเหนื่อย ไม่ลืมเพื่อนเราหลายคนที่ต้องจำใจออกจากพรรคด้วยอุดมการณ์แรงกล้า และไม่ขว้างหินใส่บ้านที่เคยอยู่

อิ๊งให้กำลังใจสส.ถูกกดดัน
หลังนายเศรษฐากล่าวจบ บรรดา สส. รวมทั้ง น.ส.แพทองธารยืนขึ้นปรบมือให้ นายเศรษฐา ขณะที่นายเศรษฐาไหว้ขอบคุณ สส.ทุกคน ที่พร้อมสนับสนุนในการโหวต นายกฯ วันที่ 22 ส.ค.

จากนั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนอยากส่งกำลังใจให้ทุกคน วันนี้เป็นวันเกิดตน มีความสุขที่มาอยู่ที่นี่และฉลองวันเกิดที่นี่ ที่นี่เหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของตน เพราะเวลาที่เรามีปัญหาหรือเรื่องไม่สบายใจ แล้วถูกห้อมล้อมด้วยคนที่รักและเข้าใจนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ตนอยากให้ทุกคนคิดว่านี่เป็นบ้านของเราทุกคน เข้าใจ ยอมรับสิ่งที่เห็นต่างและ เห็นด้วย และขอให้กำลังใจทุกคนที่ได้รับ แรงกดดัน ขอบคุณสส.ที่ช่วยกันอธิบายว่าประเทศต้องเดินต่อไปให้ได้ เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี

กก.จี้สว.ต้องโหวตให้
ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของนายเศรษฐาว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่จะเสนอแคนดิเดต นายกฯ สำหรับพรรคก้าวไกลยืนยันการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของนายกฯ พี่น้องประชาชนได้พิจารณากันมาแล้วผ่านการ เลือกตั้ง เรายังสนับสนุนหลักการนี้ ใครก็ตามที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ และได้รับการ รับรองให้เป็นนายกฯ เราสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ หรือความเหมาะสมอื่นๆ ได้ ตามกลไกปกติ

เมื่อถามว่ามองว่านายเศรษฐาจะผ่านหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังคาดการณ์ไม่ได้ แต่สิ่งที่เรายืนยันแม้จะไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้ ทั้งเรื่องคุณสมบัติและนโยบาย พี่น้องประชาชนพิจารณาแล้ว สิ่งที่เรา เรียกร้องตั้งแต่ตอนที่พรรคก้าวไกลเป็น แกนนำตั้งรัฐบาล คือให้สว.โหวตให้ เพราะพรรคที่เป็นแกนนำและรวบรวมเสียงได้ สว. ก็ควรจะโหวตให้

ยื่นสอบ – ภาคประชาชน นำโดย มหัศจักร โสดี ยื่นหนังสือพร้อมข้อมูลถึงสว.เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ คนที่ 30 โดยมีนายสมชาย แสวงการ สว.และสว.บางส่วน รับหนังสือ ที่รัฐสภา วันที่ 21 ส.ค.

สว.รอฟัง‘เศรษฐา’ชี้แจง
เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา ภาคประชาชน นำโดย มหัศจักร โสดี ตัวแทนภาคประชาชน ยื่นหนังสือพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณา ขอให้สว. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย โดยมีนายสมชาย แสวงการ สว. พร้อมสว.บางส่วน เป็นตัวแทนรับหนังสือ

นายสมชาย แสวงการ สว. ในฐานะผู้รับเรื่องกล่าวว่า สว.ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจคุณสมบัติ พฤติกรรม และจริยธรรม ผู้ถูกเสนอชื่อ เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต หลักเกณฑ์นี้เชื่อว่า สว.ทุกคนจะพิจารณาจากข้อมูลข่าวสาร คำแถลงจากเอกสาร หรือหากจะแถลงในสภาก็เป็นเรื่องดี หากไม่มาก็เป็น ผู้แทนที่ต้องตอบ

นายสมชายกล่าวด้วยว่า หากเพื่อไทยยืนยันเป็นนายเศรษฐาก็จะตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรา 88, 89 รวมถึงมาตรา 160 หากนายเศรษฐาสามารถชี้แจงเรื่องที่ นายชูวิทย์กล่าวหาได้ สว.ก็โหวตให้ผ่าน หากชี้แจงไม่ได้สว.ก็ไม่โหวตผ่านให้

ตั้งแง่ปมร่างรธน.ใหม่
นายสมชายยังกล่าวถึงข้อกังวลของสว.ว่า พรรคร่วมรัฐบาลน่าจะมีคำตอบเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งแก้ได้โดยที่ไม่ต้องทำประชามติใหม่ ประหยัดงบประมาณ ครั้งนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะเข้ามาเป็นสสร. อาจเป็น นอมินีของพรรคการเมืองหรือไม่ ผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นผู้ที่เคยเสนอสุดโต่งจนกระทบหมวด 1 และหมวด 2 หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นประเทศจะไปต่อไม่ได้ นำไปสู่ความขัดแย้ง ถ้าอยากให้การโหวตนายกฯ ได้รับความ เห็นชอบ ก็ไม่จำเป็นต้องแถลงให้เป็นวาระแห่งชาติ และไม่จำเป็นต้องเป็นวาระแรกในการร่างฉบับใหม่

นายประพันธ์ คูณมี สว. กล่าวว่า เรามีหน้าที่ป้องกันคนไม่ดีไม่ให้ปกครองบ้านเมือง ส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมือง 22 ส.ค. เราจะทำหน้าที่เต็มที่ จะไม่ให้ผิดหวัง ถ้าเขาไปเบียดที่สาธารณะมาโกงประชาชน จะเป็นนายกฯ ได้หรือไม่ เราจะไว้วางใจได้หรือไม่ก็ขอให้รอฟังการอภิปราย ตนทำการบ้านเตรียมข้อมูลมาแล้ว

เสรี-ดิเรกฤทธิ์ร่วมขวาง
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวถึงเงื่อนไขที่ สว.จะลงมตินายกฯ ว่า เรื่องสำคัญมี 2 ส่วนใหญ่ๆ 1.แนวนโยบายหรือทิศทางบริหาร จากที่บอกจะตั้งสสร.ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีจุดประสงค์จะรื้อทั้งฉบับไม่ว่าจะเป็นสถาบัน องค์กรต่างๆ หรือเรื่องความมั่นคงจะกลายเป็นเรื่องสำคัญ สว.จะพิจารณาเรื่องเหล่านี้ 2.คุณสมบัติลักษณะต้องห้าม มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ รวมถึงเรื่องจริยธรรม หากนายเศรษฐาแถลงต่อที่ประชุมจะเป็นเรื่องที่ดี จะตอบข้อครหาหรือข้อสงสัยในทุกเรื่องแต่ถ้าไม่มาเองก็ เป็นสิทธิ

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว. กล่าวว่า ประเด็นที่สมาชิกสนใจนอกจากคุณสมบัติ ที่บางคนระบุหากเป็นนายกฯ จะทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญปัจจุบันร่างฉบับใหม่ โดยสสร. แก้ทั้งฉบับมีขอบเขตอย่างไร เช่น หมวด 1 หมวด 2 ฝ่ายบริหาร ตุลาการ องค์อิสระ ศาล เป็นข้อมูลสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาต้องใช้ประกอบการพิจารณาเห็นชอบนายกฯ หาก 22 ส.ค. แคนดิเดตนายกฯ ยังเป็น นายเศรษฐาก็ยังมีข้อกังวล กรณีถูกกล่าวหาต้องทำความชัดเจนก่อนโหวตนายกฯ

วันชัยการันตี 190 สว.โหวตหนุน
นายวันชัย สอนศิริ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตนายกฯ 22 ส.ค. หลายฝ่ายประเมิน สว.จะไม่โหวตให้นายเศรษฐา ว่า พูดได้เลยว่าขณะนี้เสียงที่ต้องการประมาณ 60 เสียง จากเดิมมีอยู่แล้ว 13 เสียง มีอีกประมาณ 50 กว่าเสียง ซึ่งถือว่าง่ายมาก และเชื่อว่า จะมีสว.โหวตให้ประมาณ 190 คน ไม่มีอะไรที่จะต้องวิตกกังวล

เมื่อถามว่าทำไมมั่นใจว่าเสียง สว.จะได้ถึง 190 เสียง นายวันชัยกล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีพรรคอะไร พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมด้วยไม่ใช่หรือ แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่สว.จะไม่โหวตให้

ประภาศรีลังเลโหวตเสี่ยนิด
นางประภาศรี สุฉันทบุตร สว. โพสต์ เฟซบุ๊กการโหวตเลือกนายกฯ 22 ส.ค. หลักการกับความรู้สึก เราจะเลือกอะไรดี 1.ในระบอบประชาธิปไตยต้องเลือกเสียงข้างมาก คราวที่แล้วตนเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพราะได้เสียงข้างมาก แต่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ จึงส่งผ่านมาให้พรรคเพื่อไทย ที่ส่งนายเศรษฐา เป็นนายกฯ ตนสนับสนุน แม้จะถูกกล่าวหาบ้าง แต่การกล่าวหาไม่ใช่หน้าที่ตนไปตัดสินผิดหรือถูก เป็นเรื่องขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ตอนแรกตั้งใจว่าจะเห็นชอบแน่นแน เพราะติดตามวิสัยทัศน์ตอน หาเสียงคิดว่านายเศรษฐาสามารถเป็นนายกฯ ที่สง่างามได้ ที่สำคัญประชาชนเลือกพรรคที่เสนอชื่อเขามา

แต่มีข้อ 2.ที่สำคัญมาก ตนได้รับโทรศัพท์จากประชาชน จากไลน์ อินบ็อกซ์และ ช่องทางต่างๆ ประชาชนจำนวนมากผิดหวังและเจ็บปวดกับพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล ครั้งใหม่ ที่ไม่ทำตามสัญญาตอนหาเสียง จะไม่รวมกับพรรคโน้นพรรคนี้ ประชาชน ผิดหวัง เจ็บปวดมาก เพราะเขารักพรรคที่สองนี้พอๆ กับก้าวไกล แต่ทำไมไม่อดทนร่วมกัน หรือทำไมไม่ช่วยก้าวไกลหาเสียงจาก สว. “ดิฉันควรเลือกไม่เห็นชอบ หรือสุภาพหน่อยงดออกเสียง ตามความต้องการของประชาชนหรือไม่ หรือเห็นชอบตามหลักการ”

กิตติศักดิ์รับสว.เกิน 100 หนุน
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. กล่าวถึงทิศทางการโหวตนายกฯของสว. 22 ส.ค. ว่า หลังจาก 11 พรรคแถลงตั้งรัฐบาลสัญญาณล่าสุดของสว.ชัดเจนจะมีสว.เกิน 100 เสียง โหวตสนับสนุนนายเศรษฐาเป็นที่แน่นอน หลังพรรคร่วมรัฐบาลตกลงโควตารัฐมนตรีได้ระดับหนึ่ง

“ส่วนตัวยอมรับว่าหน้าแตกที่คิดว่า นายเศรษฐาจะไม่ผ่านเสียงโหวต แต่ยังยืนยันในหลักการจะไม่โหวตให้นายเศรษฐาเป็น นายกฯ เพราะยังข้องใจเรื่องคุณสมบัติความโปร่งใสที่ถูกกล่าวหาเรื่องการเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินในหลายกรณีที่นายเศรษฐายังชี้แจง ไม่ชัดเจน” นายกิตติศักดิ์กล่าว

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. กล่าวว่า การที่มีพรรค 2 ลุง ที่เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมมาร่วมเป็นรัฐบาลกับเพื่อไทย เป็นสิ่งดีที่ทุกฝ่ายมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล มีความกลมกลืนและกึ่งๆ เป็นรัฐบาลแห่งชาติด้วย ส่วนตัวเป็นไปได้ 90 เปอร์เซ็นต์ โหวตเห็นชอบนายเศรษฐา เป็นนายกฯ

สว.ซีกลุงตู่ชักแถวหนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงรัฐบาลได้แล้ว 314 เสียง ทำให้การโหวตนายกฯ ยังขาดอยู่ 61 เสียง จึงจะครบกึ่งหนึ่ง 375 เสียง ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า จะมีเสียงสว.โหวตสนับสนุน นายเศรษฐาเป็นนายกฯได้ครบ 375 เสียงแน่นอน หลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาลตกลงโควตาครม.กันลงตัว

โดยสว.ซีกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่มีประมาณ 120-150 เสียง พร้อมโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา เนื่องจากพอใจโควตารัฐมนตรีที่พรรคร่วมไทยสร้างชาติได้ 4 ที่นั่ง จากสส. 36 คน แต่สร้างความไม่พอใจให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีสส.40 เสียง แต่ได้ 4 ที่นั่งเท่าพรรครวมไทยสร้างชาติ และไม่ตรงกับที่เคยรับปากจะได้ 5 ที่นั่ง ดังนั้น สว.ในซีกพล.อ.ประวิตร อาจโหวตสนับสนุนนายเศรษฐาไม่เต็ม 100% ส่วนหนึ่งจะงด ออกเสียง หรือไม่เห็นชอบ แต่บางคนจะโหวตเห็นชอบ อย่างไรก็ตามเสียงสว.ในซีกพล.อ.ประยุทธ์ก็เพียงพอที่จะสนับสนุน นายเศรษฐาเป็นนายกฯ

อนุทินรับยื่นขอกระทรวงเดิม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสส.พรรค ถึงความคืบหน้าการแบ่งโควตากระทรวงที่ได้ 8 กระทรวง ว่า อยู่ในขั้นตอนการหารือ เมื่อ หลักการไม่มีข้อจำกัดกระทรวงเดิมใช่หรือ ไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ไม่มีข้อจำกัด ยอมรับว่าได้พูดคุย พร้อมยื่นข้อเสนอเรื่อง การทำงานต่อในกระทรวงเดิม แต่สุดท้าย ต้องมีการหารือกันในพรรคร่วมรัฐบาล โดยพรรคแกนนำไปหารืออีกครั้ง คงต้องใช้เวลา ทุกอย่างต้องเชื่อใจกัน เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา

เมื่อถามว่าจะได้กระทรวงเดิมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ที่เงื่อนไขกับพรรคอื่นด้วย แต่เท่าที่คุยในระดับหนึ่งเชื่อว่าในฐานะพรรคแกนนำและผู้บริหารพรรคเพื่อไทยจะมีทางออกที่ดี ที่ทำให้ภูมิใจไทยไม่มีปัญหาใดๆ ในการร่วมรัฐบาล

รทสช.อยากให้หน.เป็นรมต.
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรค แถลงหลังประชุมพรรค ว่า ยืนยันอีกครั้งว่าพรรคจัดตั้งรัฐบาลจะไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่แก้ไขทั้งฉบับ จะสนับสนุนให้แก้เรื่องที่เกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตย และการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ที่สำคัญจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2

เมื่อถามว่า ตามธรรมเนียมหัวหน้าพรรคควรได้รัฐมนตรีหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ตามธรรมเนียมแล้วขึ้นกับ กก. แต่แน่นอน ในฐานะพรรคและสส.ของพรรคก็อยากให้หัวหน้าพรรคร่วมครม.

ก้าวไกลมีมติ‘ไม่เห็นชอบ’
เวลา 17.30 น. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการโหวตนายกฯ 22 ส.ค.นี้ ว่า สส.มีมติจะออกเสียง “ไม่เห็นชอบ” ต่อแคนดิเดตนายกฯจากพรรครัฐบาลผสม ข้ามขั้ว เพื่อแสดงจุดยืน 1.รัฐบาลผสมข้ามขั้วที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำรวมเอาพรรคสืบทอดอำนาจรัฐประหาร พลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติมาร่วมรัฐบาล ขัดเจตนารมณ์ประชาชนส่วนใหญ่

2. การโหวตไม่เห็นชอบให้แคนดิเดต นายกฯ ผสมข้ามขั้ว ไม่ได้พิจารณาบนพื้นฐานคุณสมบัติแคนดิเดตเพื่อไทย แต่ตัดสินใจ บนจุดยืนทางการเมืองและคำมั่นสัญญา “มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา” ไม่สามารถตระบัดสัตย์ต่อประชาชนได้ 3. การจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้วไม่ใช่การลดเงื่อนไขความขัดแย้ง หรือเดินหน้าประเทศไทยโดยมีวาระประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่เป็นการสยบยอม และต่อลมหายใจให้ระบบการเมืองที่ไม่ยอมให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

ปชป.งดออกเสียง-4 คนไม่เห็นชอบ
เวลา 16.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.สุณัฐชา โล่หถาพรพิพิธ รองประธานสส.พรรค แถลงผลประชุมสส.ว่า พิจารณา ถึงการโหวตนายเศรษฐา เป็นนายกฯ เสียง ส่วนใหญ่เห็นว่าสส.ของพรรคจะลงมติงดออกเสียง พรรคไม่ได้รับเชิญร่วมรัฐบาลจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปโหวตเห็นชอบนายเศรษฐา คิดว่าทุกคนควรเคารพมติพรรค แต่อาจมี บางคนที่มีเหตุผลส่วนตัว

รายงานข่าวแจ้งว่า สส.ที่จะสวนมติพรรคลงมติไม่เห็นชอบ คือนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ ที่ขออนุญาตที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบ เนื่องจากการในอดีตพรรคต่อสู้เรื่องทุจริตมาโดยตลอด, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ ที่ชี้ว่าเทียบเคียงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญ ที่พรรคงดออกเสียง ไม่ได้ เพราะครั้งนี้สังคมเคลือบแคลงนายเศรษฐาจากข้อกล่าวหาที่ยังตอบสังคมไม่ได้, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรค บอกว่าโหวตเที่ยวนี้อนุโลมสส.ไม่ต้องโหวตเหมือนกัน จะเป็นฝ่ายค้านกันแล้วก็นำร่องไปก่อนเลย และยังมีนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา ที่ลงมติไม่เห็นชอบ

เศรษฐานายกฯควบคลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโควตารัฐมนตรีเบื้องต้น เพื่อไทยจะแจ้งพรรคร่วมช่วงดึก 21 ส.ค.นี้ โดยคาดนายเศรษฐา เป็นนายกฯ ควบรมว.คลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็น รมว.คมนาคม

พรรครวมไทยสร้างชาติพอใจได้เก้าอี้ รมว.พลังงาน คาดจะเป็นนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ตามเดิม

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ แนวโน้มได้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ แต่การต่อรองล่าสุด ยังต้องการเก้าอี้รองนายกฯให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค นั่งรองนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควบอีกกระทรวงหลัก โดย ต่อรองขอมหาดไทย หรือกระทรวงเกษตรฯ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาฯ พรรค แต่โอกาสน้อย เนื่องจากเพื่อไทยไม่ให้ เบื้องต้นคาดว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะได้เป็นรมว.เกษตรฯ

พท.เล็งสธ.-หนูลุ้นนั่งมท.1
ขณะที่ รมว.มหาดไทยยังไม่นิ่ง แต่มีโอกาสสูงจะเป็นของภูมิใจไทย หากได้มาคาดว่านายอนุทิน จะเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย และภูมิใจไทยยังขอกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย เป็น 3 กระทรวงหลัก

ส่วนกระทรวงสาธารณสุข พรรคเพื่อไทยต้องการดูเองเพื่อสานต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเบื้องต้น คาดว่า นพ.ชลน่าน จะเป็น รมว.สาธารณสุข

ส่วนนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ยื่นขอดูกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เช่นเดิม ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้กระทรวงใด ที่นิ่งแล้วคือพรรคประชาชาติ ที่คาดว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็น รมว.ยุติธรรม

ตั้งณัฐวุฒิรักษาการผู้ว่ากฟผ.
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. รายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ครั้งที่ 11/2566 (วาระพิเศษ) มีมติแต่งตั้ง นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง รองผู้ว่าการอาวุโส ดำรงตำแหน่ง รักษาการผู้ว่าการ กฟผ. หลังจากนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 15 ได้ครบวาระ ในวันเดียวกันนี้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 16 ต่อไป

‘บิ๊กเด่น’แจงตั้ง‘ผบ.ตร.’คนใหม่
วันที่ 21 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยกับกรณี ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความยินดีกับ ผบ.ตร.คนใหม่ว่าขณะนี้ได้ทำหนังสือให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำหนดวันประชุม ซึ่งยังไม่ได้เคาะวันมา คาดว่าคงภายในสิ้นเดือนนี้ เพราะมีอยู่ 2 เรื่องที่ซ้อนๆ กันอยู่ คือเรื่องวาระนายพลประจำปี ซึ่งเป็นวาระตามกฎหมาย ก็คือว่าภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นไปตามกฎ ก.ตร. และพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 ฉบับใหม่

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่าอีกเรื่องคือการเลือก ผบ.ตร. โดยกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี เป็นคนพิจารณาคัดเลือก เสนอเข้า ก.ตร. ให้ความเห็นชอบ ซึ่งแล้วแต่จะพิจารณากำหนดว่าจะเป็นวันไหน ยังไม่ได้มีกรอบเวลาชัดเจน อาจจะเป็นวันเดียวกันกับที่ประชุมนายพล หรืออาจจะเป็นคนละวัน นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนกำหนดอีกครั้งนึง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในเดือนสิงหาคมนี้ ก็จะต้องนัดประชุม ก.ตร. เพื่อกำหนดวาระการแต่งตั้ง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนได้เสนอไปแล้ว แต่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้เคาะวันลงมา ยังไม่สามารถตอบแทนท่านได้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโอกาสที่จะเสร็จภายในเดือนสิงหาคมทั้ง 2 วาระมีความเป็นไปได้สูงใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ก็มี มีความเป็นไปได้ เดี๋ยวต้องดูความชัดเจนในวันที่ 22 ส.ค.อีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน