ในนาทีแรกที่มาถึงไทย ลูกหลานรับพร้อมหน้า โดน3คดีจำคุกนาน8ปี โรครุม-ขังเดี่ยวแดน7

ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ‘ในหลวง-พระราชินี’ อดีตนายกฯ ทักษิณบินถึงไทย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้านลูกชาย-ลูกสาว-เขย-สะใภ้ พร้อมหลานๆ ทั้ง 7 คนรุดรับพร้อมหน้า ขณะที่ มวลชนเสื้อแดง-แกนนำอดีตไทยรักไทย- เพื่อไทยไปให้กำลังใจพรึบ ตำรวจ ตม.รับตัวไปศาลฎีกาฟังคำพิพากษา สรุปต้องติดคุก 3 คดี รวม 8 ปี ออกหมายขังส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันที ราชทัณฑ์เผยมี 4 โรครุม ส่งขังเดี่ยวในห้อง พยาบาลแดน 7 มีเพียงพัดลม กล้องวงจรปิดตรวจสอบตลอดเวลา

อดีตทรท.คึก-รอรับทักษิณ
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การรับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เดินทางกลับประเทศไทย ที่สนามบินดอนเมือง โซนวีไอพี บริเวณอาคาร ผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล (MJetS) ว่า บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. นอกจากบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว มวลชนคนเสื้อแดงได้ทยอยกันมาปักหลักบริเวณริมถนนเพื่อต้อนรับ ซึ่งหลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง

และขณะที่เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน ได้เปิดลงทะเบียนดำเนินการตรวจสอบรายชื่อสื่อมวลชนที่ได้ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เวลา 05.30 น. โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจเดินทางมาติดตาม นำเสนอข่าวประมาณ600 คน นอกจากนี้ ยังมีบรรดานักการเมืองซึ่งส่วนใหญ่ เป็นสมาชิก ของพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทยได้ทยอยมารอรับ เป็นจำนวนมาก ทั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายวรวัฒน์ เอื้ออภิญญกุล นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นางมุกดา พงษ์สมบัติ, นางสมหญิง บัวบุษ, นางพวงเพชร ชุนละเอียด รวมถึง นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นต้น แต่เนื่องจาก มีสื่อมวลชนจำนวนมากเจ้าหน้าที่จึงได้จำกัดสื่อมวลชนสังกัดละ 2 คน

ลูกๆ หลานๆ เขยพร้อมหน้า
บรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น้องสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศด้วยกันได้โพสต์ภาพการมาส่งพี่ชายนายทักษิณได้ขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมสวมกอดด้วยสีหน้าค่อนข้างเศร้า โดยวันเดียวกันนี้นายทักษิณได้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สูทสีกรมท่า เนกไทสีแดง พร้อมกางเกงสแล็กส์ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

ในส่วนของครอบครัวชินวัตรนั้น ในช่วงเช้า น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือ แซน หลานสาว เดินทางมาถึงแต่เช้า โดยมีรายงานว่าในส่วนของครอบครัวได้เข้ามารอที่ห้องรับรองวีไอพี MJETS ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และน.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลาง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต ซึ่งเดินทางกลับมาก่อนเพื่อรอรับ พร้อมครอบครัว โดยเฉพาะหลานทั้งหมดมาพบคุณตาและคุณปู่เป็นครั้งแรกแบบพร้อมหน้า โดยเฉพาะ “น้องธาษิณ” ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ นั้นได้พบกับคุณตาเป็นครั้งแรก ยกเว้นคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา ไม่ได้เดินทางมาร่วมต้อนรับในครั้งนี้

เดินทางมาถึงห้องรับรองในอาคารสนามบินดอนเมือง

แลนดิ้งตามนัด-09.00 น.ตรง
สำหรับขั้นตอนแรกภายหลังนายทักษิณลงเครื่องบินส่วนตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็จะไปรับตัวและทำบันทึกการจับกุมต่างๆ ตามขั้นตอนและเอกสาร ขณะที่ในส่วนของกรมราชทัณฑ์จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนที่หมายศาลเป็นผู้พิจารณาและตัดสิน หลังจากผ่านขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแล้วนายทักษิณ จะเดินออกมาที่บริเวณด้านหน้าอาคาร MJETS เพื่อถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่บริเวณด้านหน้า ซึ่งสื่อมวลชน รอติดตามบันทึกภาพประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

สำหรับเส้นทางการนำตัวนายทักษิณไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีและขึ้นยกระดับ ดอนเมืองโทลล์เวย์ เชื่อมต่อด่วนดินแดง ลงที่แยกยมราช ใช้เส้นทางถนนหลานหลวงเข้าสู่ถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าสนามหลวง ที่หมายศาลฎีกา หลังเสร็จขั้นตอนการพิจารณาของศาลแล้วจะใช้เส้นทางโดยออกจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไปที่หมายเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยใช้ถ.ราชดำเนิน ถ.นครสวรรค์ ถ.พิษณุโลก ขึ้นด่วนยมราช ลงดินแดง ขึ้นยกระดับดอนเมือง โทลล์เวย์ลงที่บางเขน เวลา 08.45 น. นายทักษิณวิดีโอคอลผ่านทางโทรศัพท์มือถืออดีตแพทย์ประจำตัว ทักทายผู้ที่มารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกับบอกว่าเดี๋ยวเจอกัน เดี๋ยวเจอกัน ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนางสาวยิ่งลักษณ์ซึ่งได้ติดตามการเดินทางของพี่ชายตลอดเวลาได้วิดีโอคอลเข้ามาทักทายกับบรรดา นักการเมืองและสมาชิกพรรคอย่างคึกคัก และแสดงความดีใจเมื่อทราบว่านายทักษิณ ได้ถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว

จากนั้นเวลา 09.00 น. เครื่องบินประวัติศาสตร์ ของนายทักษิณลงจอดที่สนามบินดอนเมืองโซนวีไอพีเป็นที่เรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ ตม. รอรับเพื่อดำเนินการทางเอกสารตามขั้นตอน ของผู้ต้องหา ตอนที่นายทักษิณจะได้พบกับครอบครัวซึ่งมีลูกทั้งสามคน และหลานทั้งเจ็ดคนซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างคุณตาทักษิณและเด็กชายธาษิณ บุตรชายคนเล็กของนางสาวแพทองธาร

กลับบ้าน – นายทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทันทีที่เดินทางมาถึงประเทศไทย ก่อนไปทักทายแกนนำพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงที่มาต้อนรับที่สนามบินดอนเมือง อย่างอบอุ่นเนืองแน่น เมื่อวันที่ 22 ส.ค.

เผยตัว-กราบพระบรมฉายาลักษณ์
จากนั้นเวลา 09.24 น. นายทักษิณพร้อมลูกทั้ง 3 คนเดินออกมาบริเวณด้านหน้าอาคาร MJETS โดยมีหลานๆ ทั้ง 7 คน รออยู่ภายในอาคารเนื่องจากยังเป็นเด็กและเยาวชน โดยเมื่อ เดินออกมาถึงนายทักษิณได้โค้งคำนับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้นนำพวงมาลัยที่น.ส.แพทองธารเป็นผู้ถือถวายบนพาน ก่อนก้มกราบด้วยสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ

จากนั้นนายทักษิณลุกขึ้นยกมือไหว้มายังกลุ่มแกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มาต้อนรับ พร้อมโบกมือให้มวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับบริเวณด้านหน้าและด้านข้างอาคาร MJETS และยกมือไหว้สวัสดีทักทายช่างภาพสื่อมวลชนพร้อมกับบุตรทั้งสามคน พร้อมกล่าวว่า “สวัสดี ขอบคุณทุกๆ คน” ก่อนที่จะเดินกลับไปยังมุมที่แกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทย และไปจับมือทักทายนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายเกรียง นายสมศักดิ์ นายสุริยะ นายภูมิธรรม ก่อนจะโบกมือทักทายมวลชนอีกครั้งเนื่องจากอยู่ระยะไกล ทำให้กลุ่มมวลชน ส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีที่ได้เห็นภาพนายทักษิณตัวเป็นๆ กลับมาแล้ว ก่อนที่ นายทักษิณจะเดินกลับเข้าไปในอาคาร MJETS เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยใช้เวลา เพียงประมาณ 2 นาที

ทักทาย – นายทักษิณ ชินวัตร เข้าไปจับมือทักทายกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังเดินทางมาถึงประเทศไทยและก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 ส.ค.

‘ภูมิธรรม-กุ่ย’ดีใจแม้วโผทักทาย
ด้านนายภูมิธรรมกล่าวว่า นายทักษิณเข้ามาจับมือทักทายและมองคนที่มาต้อนรับ เพราะมีความผูกพัน แต่ไม่ได้พูดอะไรพิเศษ เพราะขณะนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม พวกเราก็ดีใจ กอดได้กอดไปแล้ว เพราะไม่คิดว่าจะมีวันนี้ พวกเราเป็นห่วงและคิดถึงท่านตลอด พอวันนี้มาถึงก็สุดจะกล่าวได้ ตื้นตันใจ ทุกอย่างมีคำพูดในใจ รวมถึงสีหน้าที่แสดงออก มือที่จับกัน แค่นี้ก็รู้สึกโอเคแล้ว

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีตส.ส. อุบลราชธานี กล่าวอย่างตื้นตันว่า ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ได้นายเห็นนายทักษิณกลับถึงประเทศไทย 17 ปีที่รอคอย วันนี้มาถึงแล้ว แต่ยอมรับว่ายังเป็นห่วงนายทักษิณ ที่จะต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ขอภาวนาให้ได้กลับออกมาเร็วๆ ประชาชนรออยู่ และหลังจากที่ออกมาแล้ว จะชวนให้ไปพบกับประชาชน เพื่อทำพิธีให้ประชาชนได้สู่ขวัญในพื้นที่ภาคอีสานทุกจังหวัด

จากนั้นขบวนรถได้นำตัวนายทักษิณออกจากบริเวณสนามบินดอนเมืองเวลา 09.57 น. และเดินทางถึงบริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อเวลา 10.20 น.

นายทักษิณ ชินวัตร ขอบคุณประชาชนที่มาต้อนรับ หลังเดินทางกลับถึงไทย

ยิ่งลักษณ์โพสต์ดีใจพี่ชายถึงไทย
ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า และแล้ววันที่พี่รอคอยก็มาถึง ตลอดเวลา 17 ปี พี่คงจะรู้สึกโดดเดี่ยว เหงา ทุกข์ และคิดถึงบ้าน มากแต่พี่ก็ต้องอดทน และน้องเชื่อว่าพี่ก็คงใช้เวลาคิดตัดสินใจอยู่นาน แต่สุดท้ายด้วยความคิดถึงครอบครัวและอยากใช้ชีวิตที่ประเทศบ้านเกิดของเรา น้องก็เคารพในการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของพี่ครั้งนี้ น้องขอเก็บภาพความทรงจำที่ได้ร่วมเดินทางจากดูไบมาส่งพี่จนถึงเครื่องบินก่อนที่จะกลับเมืองไทย

“น้องขอให้พี่โชคดี เดินทางกลับอย่างปลอดภัย ทุกอย่างราบรื่น และอย่าลืมรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ พี่ไม่ต้องห่วงน้องนะ น้องจะเข้มแข็ง อดทน และจะดูแลตัวเองแม้อยู่ในต่างที่ ต่างบ้าน ต่างเมืองคนเดียว เพราะตลอด 6 ปีที่น้องจากบ้านเกิดมาน้อง มีพี่คอยดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็อดใจหายไม่ได้ เพราะนี่คือครั้งแรกที่เราไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ขอให้วันเวลาที่พี่ตั้งตารอ ที่จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว วันนั้นมาถึงโดยเร็ว โชคดีนะคะพี่ รักพี่เสมอ พี่ชายที่แสนดีของน้องค่ะ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุ

มวลชนเสื้อแดงแห่ต้อนรับ

เสื้อแดงพรึบ-ชูป้ายต้อนรับ
เมื่อเวลา 05.00 น. บริเวณทางเข้าอาคาร ผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล (MJets) ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ ได้รวมตัวกันทำกิจกรรม ร้องรำทำเพลงฟ้อนเต้นกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีการชูป้ายตัวอักษรบนพื้นแดง ข้อความระบุว่า ต้อนรับทักษิณ ชินวัตร กลับแผ่นดินแม่, ยินดีต้อนรับนายกในดวงใจกลับบ้าน, สุขสันต์วันเกิดโทนี่ Love Taksin, นายกในดวงใจของประชาชน, 17 ปีที่รอคอย, ยินดีต้อนรับดร.ทักษิณ ชินวัตร ‘กลับบ้านเรา รักรออยู่’, คนแดนไกลห่วงใยประชาชน, ยินดีต้อนรับคุณตาคุณปู่ทักษิณกลับบ้าน, ทั้งนี้ ทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีการนำรถเครื่องกระจายเสียงมาเปิดและมีการจัดเจ้าหน้าที่อำนวย ความสะดวกด้านการจราจร เพื่อเป็นการช่วยตำรวจจราจรอีกด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เขตดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย ที่ได้เปิดพื้นที่ให้กับกลุ่ม ผู้ชุมนุมรวมตัวตั้งแต่บริเวณริมถนนวิภาวดีฯ ยาวเข้าไปจนถึงหน้าอาคาร MJets ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเสื้อแดงหลายพันคน ได้ทำกิจกรรมให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พร้อมรอเครื่องบินของนายทักษิณแตะพื้นดินประเทศไทย ซึ่งหลายคนระบุว่า ต้องการเห็นตัวจริง แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ เห็นแค่รถที่นั่งมาก็ยังดี, ขอแค่ได้เห็นเครื่องบินบินผ่านแล้ว ลงจอดอย่างปลอดภัย ถึงจะไม่ได้เห็นตัว ก็พอใจแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เวลา 06.45 น. บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย, อดีตสส., สส. และอดีต ผู้สมัครสส. ของพรรคเพื่อไทย ได้ทยอยเดินทาง มารออยู่ที่อาคารดังกล่าวนี้ด้วย เพื่อรอรับ นายทักษิณที่จะโดยสารเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เดินทางถึงประเทศไทยในเวลา 09.00 น.

ออกจากศาลฎีกา-ไปเรือนจำ

นำตัวไปศาลฎีการับพิพากษา
เวลา 10.40 น. ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ต.อ.คมวุฒิ จองบุญวัฒนา ผกก.ตม.ท่าอากาศยานกรุงเทพ บก.ตม.2 ได้นำบุคคลตามหมายจับมาส่งต่อศาล ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ทั้ง 3 คดียืนยันว่า บุคคลที่อยู่ต่อหน้าศาลเป็นจำเลย หรือจำเลยที่ 1 ในคดีทั้งสามคดี โดยจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นจำเลยในคดีทั้งสาม

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ตรวจสอบบุคคลที่อยู่ต่อหน้าศาลแล้ว เป็นจำเลยหรือจำเลยที่ 1 ในคดีทั้งสามคดี ดังนี้

1.คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลข แดงที่ อม. 4/2551 ระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายทักษิณ ชินวัตร จำเลย

2.คดีหมายเลขดำที่ อม. 1/2551 คดีหมายเลข แดงที่ อม. 10/2552 ระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายทักษิณ ชินวัตร ที่ 1 กับพวกรวม 47 คน

3.คดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 คดีหมายเลข แดงที่ อม. 5/2551 ของศาลนี้ ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายทักษิณ ชินวัตร จำเลย

จึงรับตัวจำเลยหรือจำเลยที่ 1 ในคดีทั้งสามคดีดังกล่าวไว้ และศาลได้แจ้งให้จำเลยหรือจำเลยที่ 1 ทราบคำพิพากษาแล้ว โดยคดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 ลงโทษจำคุก 3 ปี (สามปี) คดีหมายเลขดำที่ อม. 1/2551 คดีหมายเลขแดง ที่ อม. 10/2552 ลงโทษจำคุก 2 ปี (สองปี) คำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ลงโทษจำคุกรวม 5 ปี (ห้าปี)

นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 และต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในแต่ละคดีแล้ว

เผยต้องโทษ 3 คดี-จำคุกรวม 8 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการนับโทษต่อคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 เเละคดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ศาลฎีกาฯ นักการเมืองไม่ได้ให้นับโทษต่อ (คดีที่ 1=3 ปี, คดีที่ 2=2 ปี นับโทษซ้อนกัน) เเต่ให้นับโทษต่อคดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 จึงรวมแล้ว จำคุก 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี (3+5)

หลังจากฟังคำสั่งศาลเสร็จแล้ว จากนั้นเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่นำตัวนายทักษิณ ขึ้รถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ป้ายแดง ตราโล่ 00364 เดินทางออกจาก ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มุ่งหน้ามายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

เวลา 11.20 น. ขบวนรถของนายทักษิณเดินทางถึงถนนงามวงศ์วาน และเลี้ยวเข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าสู่ขั้นตอน การเข้าสู่เรือนจำ โดยระหว่างนั่งอยู่ในรถฟอร์จูนเนอร์ นายทักษิณมีท่าทีผ่อนคลาย พร้อมส่งยิ้มให้กับผู้ที่มารอรับ แต่ไม่สามารถลดกระจกลงมาทักทายได้

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากมารอรับ และให้การสนับสนุน หลายคนร่ำไห้เมื่อรถของนายทักษิณเข้าสู่รั้วของเรือนจำ โดยระบุว่าแม้จะเป็นห่วง แต่ก็ยังดีใจที่ยังได้เห็นนายทักษิณกลับถึงประเทศไทย พวกเราทุกคนรอการกลับมาในครั้งนี้ และถึงแม้ จะไม่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีในดวงใจของทุกคน ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ไม่กล้อนผม-รองทรงสั้นแล้ว
เวลา 13.30 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์ร่วมกันแถลงข่าวหลังรับตัว นายทักษิณ ผู้ต้องขังในคดีทางการเมืองมีโทษ จำคุกรวม 8 ปี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ นายนัสที ทองปลาด ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผอ.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

นายอายุตม์กล่าวว่า หลังรับตัวนายทักษิณมาแล้ว เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จัดสถานที่เพื่อรองรับกรณีมีญาติมาเยี่ยม เนื่องจากผู้ต้องขังมีญาติ เพื่อน และองค์กรต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน และมีความประสงค์ที่จะเดินทางเข้ามาเยี่ยมจำนวนมาก โดยทุกคนสามารถมาลงทะเบียนขอเยี่ยมได้ตามระเบียบของเรือนจำ และเนื่องจากมีอายุ 74 ปีแล้ว ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุที่ต้อง เฝ้าระวังทั้งเรื่องสุขภาพร่างกายและอนามัยเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย และขณะนี้ได้แยกตัว ผู้ต้องขังไปอยู่ในสถานพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเพียงคนเดียวก่อน เพื่อไม่ให้ปะปนกับผู้ต้องขังคนอื่น

นายอายุตม์กล่าวว่า ขณะนี้นายทักษิณ ยังไม่ต้องกล้อนผมเหมือนผู้ต้องขังคนอื่น เนื่องจากผมยังไม่ยาว และไว้ผมรองทรง ซึ่งถือว่าไม่ยาวมาก รวมทั้งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ เป็นผู้ใหญ่ที่ทางเรือนจำให้เกียรติ ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่เข้าเรือนจำวันนี้เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวและยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อของทางเรือนจำ โดยจุดแรกเข้าไปประตู 2 ผ่านไปยังประตู 3 ก่อนไปยังจุดตรวจสอบประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายภาพ ไม่ได้ใช้เวลานาน ไม่มีสีหน้าวิตกกังวล และไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ

อยู่แดน 7 ติดวงจรปิด-พัดลม
ด้านนายสิทธิกล่าวว่า ขณะนี้นายทักษิณได้ถูกแยกขังอยู่ในแดน 7 บนชั้น 2 ของอาคารเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นห้องปกติ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีกล้องวงจรปิด และแพทย์ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลตามกระบวนการและความปลอดภัย

สำหรับการเข้าเยี่ยมของญาติ ตามระเบียบผู้ต้องขังจะถูกกักตัวก่อน 10 วัน โดยใน 5 วันแรกจะให้เพียงทนายความเข้าเยี่ยมเท่านั้น ส่วนวันที่ 6-10 ญาติจะเยี่ยมได้ผ่านแอพ พลิเคชั่นไลน์ ซึ่งนายทักษิณถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบาง 608 สามารถเรียกร้องขออาหารเสริม หรือยารักษาโรคเพิ่มเติมได้

ด้านนายนัสทีกล่าวว่า กรณีที่นายทักษิณต้องอยู่ในแดนที่เป็นสถานพยาบาล เพื่อระมัด ระวังรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเป็นกลุ่มเปราะบาง และยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยใช้ทีมแพทย์และพยาบาลของเรือนจำ ตรวจร่างกายตลอด สำหรับอาหารของทางเรือนจำก็เป็นอาหารตามวงรอบ แต่ก็มีอาหารพิเศษที่มีร้านค้าเปิดจำหน่าย โดยผู้ต้องขังสามารถซื้อได้วันละ 500-600 บาท และเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพ ไม่มีโซเดียม ส่วนกิจวัตรของเรือนจำ นายทักษิณก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบ เหมือนผู้ต้องขังคนอื่นทั่วไป ส่วนอาหารมื้อแรก ในเรือนจำซึ่งเป็นมื้อกลางวันที่นายทักษิณ รับประทานเพียงน้ำดื่มและขนมปังเพียงเล็กน้อย และบอกว่ายังไม่ค่อยหิว ส่วนอาหารมื้อเย็นในเรือนจำวันนี้เป็นข้าวต้มและผักต้ม

ป่วย 4 โรคต้องใช้หมอเฉพาะทาง
นพ.วัฒน์ชัยกล่าวว่า ญาติของนายทักษิณได้นำประวัติการรักษา การตรวจร่างกายแบบ MRI จากการรักษาในโรงพยาบาลที่ต่างประเทศ 2 แห่ง มาประกอบด้วย โดยเบื้องต้นพบว่านายทักษิณกำลังรักษาอยู่ 4 โรค คือ โรคหัวใจขาดเลือด ปอดอักเสบเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง และกระดูกสันหลังเสื่อมกดทับเส้นประสาท ซึ่งทั้ง 4 โรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่ต้องใช้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษา โดยเบื้องต้นได้เตรียมแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไว้แล้ว แต่หาก โรคใดไม่มีแพทย์เฉพาะทางก็จำเป็นต้องส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางของโรคนั้นอยู่ ซึ่งตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ การส่งตัวผู้ต้องขังออกไปรักษาภายนอกจะต้อง คำนึงถึงความปลอดภัยหรือการหลบหนี จากการคุมขังอีกด้วย ฉะนั้น จึงต้องใช้ โรงพยาบาลของรัฐเป็นหลัก โดยอันดับแรกคือ โรงพยาบาลตำรวจ หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข หลังจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อโรค จากระบบทางเดินหายใจ ซึ่งทางเรือนจำมีห้องกักโรคไว้แล้ว รวมทั้งเฝ้าระวังโรคติดต่อจากต่างประเทศเนื่องจากผู้ต้องขังได้เดินทางไปหลายประเทศ

นายสิทธิกล่าวถึงการขอพระราชทานอภัยโทษว่าสามารถยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันนี้ โดยตัวนายทักษิณหรือญาติสามารถส่งเอกสาร ให้ทางเรือนจำก็ได้ และขั้นตอนหลังจากนี้ จะต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม และยื่นให้เรือนจำพิจารณาก่อนจะส่งให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ก่อนเสนอให้นายกรัฐมนตรี ลงนาม ส่งให้สำนักองคมนตรีนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน และหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจ ซึ่งส่วนใหญ่จะช้า อยู่ที่ขั้นตอนการรวบรวมเอกสารของผู้ต้องขัง ซึ่งการขอพระราชทานอภัยโทษมี 2 ประเภทคือ เฉพาะบุคคล และเป็นการทั่วไป โดยแต่ละเรื่องจะมีพระบรมราชวินิจฉัยเป็นแต่ละคราวไป

‘รองวิษณุ’รุดตรวจเรือนจำเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 14.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รักษาราชการแทนรมว.ยุติธรรม ได้เดินทางเข้าไปภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจเยี่ยมดูแลความเรียบร้อย หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าสู่ ขั้นตอนเบื้องต้นของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้เป็นไปตามแผนรองรับที่ทางกระทรวงและกรมราชทัณฑ์ได้เตรียมไว้ โดยมีนางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมตรวจ เยี่ยมครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในการเดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ใช้รถยนต์ประจำตำแหน่ง ยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ สีดำ ทะเบียน 7กร9301 กรุงเทพมหานคร และเมื่อมาถึงได้เปลี่ยนไปขึ้นรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศง 7001 กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าไปภายในบริเวณพื้นที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

นายวิษณุให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับ ออกมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า คณะกรรมการเตรียมการรองรับมาตั้งแต่ที่มีข่าวว่านายทักษิณจะเดินทางกลับประเทศ ช่วงแรกๆ แต่ก็มีการเลื่อนไปเลื่อนมา กระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมนายวิษณุจะต้องเดินทางมาที่เรือนจำด้วยตัวเอง ซึ่งสังคมมองว่าเป็นเรื่องแปลก นายวิษณุกล่าวว่า เพราะนายทักษิณเป็นบุคคลสำคัญ และมีความเสี่ยงหลายประการ เช่น เรื่องความปลอดภัย จำเป็นจะต้องมีการกำชับให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยเดินทางมาที่นี่เพื่อกำชับ 2-3 ครั้งแล้ว

ส่งรพ.แล้วแต่หมอ-ยันไม่ได้พบ
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้านนอกเรือนจำ นายวิษณุกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับทางแพทย์ เพราะแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นไว้แล้ว ซึ่งได้ยินว่า นายทักษิณได้ถือเอกสารทางการแพทย์มาด้วยเป็นจำนวนมากจากสิงคโปร์ว่ามีอาการเป็นอย่างไรๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นเอกสารภาษาอังกฤษคงต้องแปลกันก่อน แต่ตนไม่ทราบในรายละเอียด เป็นเรื่องของแพทย์ เรื่องอาการป่วยของนายทักษิณ กรมราชทัณฑ์ไม่ได้รู้ดีไปกว่าแพทย์ ดังนั้นขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของแพทย์ ที่จะให้การรักษา

เมื่อถามว่า ยาที่ไหนทักษิณใช้รักษาที่ถือติดตัวมาด้วยจากต่างประเทศ ยังจำเป็นต้องใช้อยู่หรือไม่หรือต้องส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลด้านนอก นายวิษณุกล่าวว่า ก็ต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย โดยแพทย์สองกลุ่มที่จะต้องวินิจฉัย คือแพทย์ต้นทาง คือแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กับแพทย์ปลายทาง คือแพทย์ของโรงพยาบาลที่จะต้องส่งไป เหมือนคดีแบม กับตะวันที่ส่งไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ที่จะต้องเป็นข้อตกลงกันระหว่างทีมแพทย์ของสองโรงพยาบาลที่เห็นร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 23 ส.ค.นี้ญาติสามารถ เข้าเยี่ยมนายทักษิณได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ครับ สามารถเยี่ยมได้ตามปกติ ถึงแม้อยู่ระหว่างการกักโรค ก็จะมีวิธีที่เยี่ยมแบบไม่ได้เข้าใกล้ชิดอยู่แล้ว คล้ายกับการประชุมระบบซูม เมื่อถามว่าส่วนตัวได้พบกับนายทักษิณหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่ได้พบครับ”

ตร.เผยมอบตัวตามหมายจับ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในการรับตัวนายทักษิณ ที่เดินทางกลับประเทศตามขั้นตอนของบุคคลมีหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวม 3 หมายจับ โดยก่อนหน้านี้นายทักษิณได้ทำหนังสือประสานขอมอบตัวกับพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ซึ่งถือเป็นการมอบตัว เมื่อเดินทางมาถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็นำหมายศาลเข้าไปแสดง อ่านหมายจับให้ทราบ และเข้าสู่ขั้นตอนการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลรวมถึงพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้ลงบันทึกประจำวันจากนั้นได้นำตัวไปแสดงต่อศาลฎีกานักการเมือง เพื่อให้ออกหมายขังก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปเรือนจำ พิเศษฯ ถือว่าเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการ ของตำรวจ

พล.ต.ท.ประจวบเปิดเผยต่อว่า หลังส่งตัวให้กับทางราชทัณฑ์และพบว่าผลการตรวจร่างกายพบนายทักษิณป่วยมีโรคประจำตัวหลายโรคเช่นโรคหัวใจและโรคปอด ซึ่งกระบวนการนี้หากกรมราชทัณฑ์มีความประสงค์ที่จะส่งมารักษาตัวที่ร.พ.ตำรวจ ก็มีความพร้อมเนื่องจากเป็นโรงพยาบาล ขนาดใหญ่ มีทั้งเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์ครบ อีกทั้งเป็นหน่วยงานที่อยู่ในการกำกับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ต้องขึ้นอยู่กับความประสงค์ของราชทัณฑ์ว่า จะส่งตัวมาหรือไม่ หรือกรณีผู้ต้องขังมีการร้องขอไปรักษาตัวโรงพยาบาลอื่น ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรมราชทัณฑ์ว่าจะอนุญาตหรือไม่ แต่หากถูกส่งตัวมารักษาที่ร.พ.ตำรวจ หน้าที่หลัก ในการดูแลความปลอดภัยเป็นของราชทัณฑ์ โดยตำรวจจะสนับสนุนหรือช่วยดูแลตามการร้องขอ

‘ขวัญชัย ไพรพนา-เมีย’น้ำตารื้น
ที่บ้านพักของนายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ที่บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี นายขวัญชัยพร้อมนางอาภรณ์นั่งรับประทานข้าวและกำลัง นั่งจ้องหน้าจอทีวีดูการถ่ายทอดสดบรรยากาศการเดินทางกลับบ้านของอดีตนายกฯ ซึ่งเจ้าตัว ไม่ได้เดินทางไปรับเพราะมีปัญหาสุขภาพ พอถึงนาทีประวัติศาสตร์อดีตนายกฯ ทักษิณมาเหยียบแผ่นดินไทย นายขวัญชัยและ นางอาภรณ์ภรรยาถึงกลับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ น้ำตาไหลออกมาทันทีและพากันปรบมือแสดงความยินดีที่ทักษิณกลับมาประเทศไทยแล้ว

นายขวัญชัยบอกว่า “ตื่นเต้นและตื้นตันใจแทน ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ ทั้งคืน และเช้าวันนี้ก็ตื่นมานั่งดูถ่ายทอดสดตั้งแต่เช้า ผมรักท่านเหมือนพี่ชาย 17 ปี ที่รอคอย วันนี้มาถึงแล้ว หวังว่าท่านออกจากเรือนจำคงจะมาเยี่ยมพี่น้องชาวอุดรธานีบ้าง และเราจะพาเสื้อคนเสื้อแดงไปเยี่ยมท่าน ที่เรือนจำด้วย

ยันสันกำแพงยังศรัทธาแม้ว
ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากา ศ การติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะที่อำเภอสันกำแพง บ้านเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีคนเมือง คนแรกของไทยนั้น พบว่ายังคงมีกลุ่มคนรักทักษิณที่เหนียวแน่น แม้การเลือกตั้ง สส.ครั้งที่ ผ่านมาพรรคเพื่อไทยจะแพ้พรรคก้าวไกล แต่ชาวสันกำแพงส่วนใหญ่ก็ยังรักและศรัทธาในตัวนายทักษิณอยู่ และเฝ้าติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวจนกระทั่งสิ่งที่รอคอยมา 17 ปี จะเกิดขึ้นในวันนี้

ที่ตลาดสันกำแพงซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านเกิดของนายทักษิณนั้น พ่อค้าแม่ค้าหลายคนเลือกสวมใส่เสื้อสีแดงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต้อนรับนายทักษิณกลับสู่ประเทศไทย หลายคน ก็ติดตามการไลฟ์สดของสื่อและช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อรอชมวินาทีประวัติศาสตร์ที่อดีตนายกรัฐมนตรีคนเมืองจะกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน