เสี่ยโกดังจี้อคส. ให้รีบมาจัดการ

เจ้าของโกดังโอดกองข้าวเน่า 2 หมื่นกระสอบ 2 พันตัน โครงการรับจำนำข้าวถูกทิ้งนาน 8 ปี เสี่ยโกดังข้าวกำแพงเพชร จี้องค์การคลังสินค้ารีบมาขนเก็บไปให้หมด เผยโกดังเคยถูกไฟไหม้ปี 57 อคส.ก็ขนย้ายข้าวออกมาไว้หน้าโกดัง 4 พันตัน 4 หมื่นกระสอบ มูลค่ากว่า 60 ล้าน แถมรับเงินประกันไป 10 ล้าน ก่อนประมูลขายให้เอกชน แต่ขนออกไปแค่ครึ่งเดียว เหลือค้างอยู่ 2 หมื่นกระสอบ ทุกวันนี้ข้าวมีสภาพเน่าเหม็น ส่งผลต่อภาพลักษณ์บริษัทที่มีลูกค้ามาติดต่อทำมาค้าขาย เคยทำหนังสือขอให้อคส.มาขนข้าวที่เหลือไปให้หมดก็ส่งแค่จนท.มาเช็กสต๊อกข้าวกองนี้ปีละ 2 ครั้ง เรียกร้องภาครัฐช่วยตรวจสอบ ฐานทิ้งทรัพย์สินรัฐเสียหายกว่า 30 ล้าน

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ผู้ประกอบการ บริษัทสิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด เลขที่ 99/1 หมู่ 2 ต.ธำมรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมว่า สืบเนื่องมาจากที่องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. มาเช่าคลังของบริษัทสิงห์โตทองฯ เมื่อปี 2557 โครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ข้าวกองนี้ปกติแล้วจะอยู่ในคลังสินค้าหลังที่ เอ1 แต่เมื่อปี 2558 ประมาณเดือนพ.ค. ได้เกิดไฟไหม้ขึ้นในในคลังสินค้า ทางอคส. ได้มาขนย้ายข้าวออกจากคลัง กรณีที่เสียหายจากการดับเพลิงหรือไฟไหม้ก็ได้ขนย้ายมาไว้บริเวณหน้าคลังสินค้าแห่งนี้อยู่ประมาณ 4,000 ตัน หรือ 4 หมื่นกระสอบ

ข้าวเน่า – นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย เจ้าของโกดังเรียกร้องให้อคส.จัดการกับข้าวเน่า 2 พันตันที่นำมาทิ้งไว้ตั้งแต่โครงการจำนำข้าว ที่บริษัทสิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ต.ธำมรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 23 ส.ค.

นายมนต์ชัยกล่าวว่า ต่อมาทางบริษัทได้ทำหนังสือถึง อคส.หลายฉบับให้มาขนย้ายข้าวสารหน้าคลังสินค้าแห่งนี้เข้าไปเก็บภายในคลังสินค้าที่เกิดไฟไหม้เดิม ซึ่งมีการเคลียร์พื้นที่แล้ว แต่อคส.ได้บ่ายเบี่ยงตลอด และไม่เคยมาสนใจไยดีกับข้าวสารที่เป็นทรัพย์สินของภาครัฐ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท ณ เวลานั้น กระทั่งปี 2563 อคส. ได้ประกาศขายเปิดประมูลเป็นข้าวพลังงาน ซึ่งเอกชนผู้ชนะการประมูลได้มาขนย้ายข้าวจำนวนนี้ออกจากคลังสินค้าเอ 1 เมื่อเดือนมิ.ย.ปีเดียวกัน แต่ขนย้ายออกไปไม่หมด ซึ่งเวลานั้นบริเวณหน้าคลังมีกองข้าวอยู่ประมาณ 40,000 กระสอบ ผู้ชนะการประมูลได้มา ขนย้ายออกไปเพียงครึ่งเดียวประมาณ 20,000 กระสอบหรือ 2,000 ตัน

“ขณะนี้ยังมีข้าวเน่ากองอยู่อีก 2,000 ตันหรือ 20,000 กระสอบ ซึ่งทางบริษัทได้ติดต่อประสานงานไปยังองค์การสินค้าอยู่ตลอดเวลา แจ้งว่าข้าวเน่าที่อยู่หน้าคลังสินค้า ซึ่งเกิด เน่าเหม็น และมีลูกค้าที่มาเยี่ยมเยียน มาติดต่อซื้อขายได้เดินเข้ามาเห็นกองข้าวทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์ในการค้าขายมาก ทางบริษัทขอวิงวอนเรียกร้องกับองค์การคลังสินค้าว่า ให้มาดำเนินการขนย้ายข้าวที่ อคส.ได้ประมูลขายให้กับเอกชนไปแล้ว แต่ผู้ชนะการประมูลไม่มาขนย้ายออกไป ประกอบกับข้าวสารบางส่วนในจำนวนนี้ อคส.ได้เบิกค่าสินไหมประกันภัย กรณีที่เกิดไฟไหม้ไปแล้วบางส่วน เป็นจำนวนเงินกว่า 10 ล้านบาท ก็ยังไม่รู้ว่าส่วนไหนเป็นซากของประกันภัย และส่วนไหนเป็นข้าวของ อคส. ที่ผู้ซื้อยังไม่มาขนย้ายออกไป” นายมนต์ชัยกล่าว

นายมนต์ชัยกล่าวว่า ปัจจุบัน อคส.ก็ยังมาเช็กสต๊อกข้าวจำนวนนี้ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งอคส.ก็รู้ดีว่าเป็นทรัพย์สินในความดูแลรับผิดชอบ แต่กลับเพิกเฉยไม่มาดูแล ทั้งที่ข้าวสารจำนวนนี้เป็นทรัพย์สินของรัฐ ทำให้รัฐเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ขอวิงวอนเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้มาตรวจสอบ อคส.ที่เพิกเฉย ทิ้งทรัพย์สินของรัฐเกิดความเสียหายด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน