ฟิตจัดลงพื้นที่ทันที-ป่าตองสิ้นสค.ได้ครม.-‘มิ้ง’เลขานายกลูกกำนันป้อเป็นรมว.ท่องเที่ยว
2 นายกฯ ชื่นมื่น ‘เศรษฐา’ เข้าทำเนียบพบ ‘บิ๊กตู่’ หารือช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล รักษาการนายกฯฝากดูแลประเทศ หวังก้าวข้ามความขัดแย้ง แนะนายกฯ คนใหม่ให้ใจเย็น-อดทน โผครม.ล่าสุด โผครม. คืบหน้า นายกฯ ควบรมว.คลัง ‘ปานปรีย์’ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ลูกสาวกำนันป้อนั่งรมว.การท่องเที่ยวฯ ‘หมอมิ้ง’ เลขาฯ นายกฯ คาดเห็นโฉมสิ้นส.ค.นี้ ‘จุรินทร์’ ลั่นปชป.พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน กลุ่ม 20 สส. ประชาธิปัตย์แถลงยืนยันไม่ได้แหกมติพรรคโหวตนายกฯ ‘เดชอิศม์’ ซัดคนรุ่นเก่าอย่าโยนมรดกความเกลียดชังให้คนรุ่นใหม่ ‘ชวน’ กรีดยับดิ้นรนอยากร่วมรัฐบาล
‘บิ๊กตู่’ขึ้นแท่นอดีตนายกฯ
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เวลา 09.27 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 12 คนที่จะเกษียณอายุวันที่ 30 ก.ย.นี้ ขอเข้าพบ เพื่ออำลาก่อนเกษียณและก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะครบวาระนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์มอบเหรียญหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ไอ้ไข่สิทธิ์หลวงพ่อทวด รุ่นเจริญก้าวหน้า มหาเศรษฐี ให้เป็น ที่ระลึก
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณข้าราชการ ทุกคนมากๆ ที่สนับสนุนการทำงานของ นายกฯ อย่างดี บรรดาข้าราชการได้ร่วม ถ่ายภาพกับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นที่ระลึก
ส่วนบรรยากาศหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ คนที่ 30 ที่ห้องโถงด้านล่างตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งมีการติดภาพอดีตนายกฯ ตั้งแต่คนแรกจน ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่นำรูปของ พล.อ. ประยุทธ์ ติดเป็นคนสุดท้ายแล้วในฐานะอดีตนายกฯ ส่วนเพจเฟซบุ๊กศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี PMOC โพสต์ภาพพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมข้อความว่า “#วันนี้ในอดีต 24 สิงหาคม พ.ศ.2557 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทย”
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติและยังคงใช้รถเบนซ์ประจำตำแหน่ง ทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร เนื่องจากต้องทำหน้าที่รักษาการจนกว่าครม.ชุดใหม่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน
ชื่นมื่นคุย‘เศรษฐา’-ทัวร์ทำเนียบ
เวลา 10.55 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คนที่ 30 สวมสูทสีกรมท่า นั่งรถอัลพาร์ดสีดำ ทะเบียน 8 กผ 1127 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาทำเนียบรัฐบาล ขอพบ พล.อ. ประยุทธ์ มีเพียง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย รองผู้บังคับการกลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล หรือ ‘ผกก.หนุ่ย’ อดีตนายตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งมาด้านหน้า เป็นการพบปะกันสองต่อสองระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนายเศรษฐาที่ห้องโดมทองตึกไทยคู่ฟ้า โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนายเศรษฐาที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ และใช้เวลาพูดคุยกันนาน 45 นาที
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์พานายเศรษฐาเยี่ยมชมบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า โดยขึ้นชั้นสองไปดูห้องทำงาน เก้าอี้นายกฯ ห้องสีงาช้าง แวะชม ภาพถ่ายอดีตนายกฯ และที่ตึกภักดีบดินทร์ อย่างอารมณ์ดีและยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งสองคน กระทั่งเวลา 11.55 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินออกมาส่งนายเศรษฐา เพื่อขึ้นรถบริเวณประตูด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายเศรษฐาได้ยกมือไหว้ขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประยุทธ์ยกมือรับไหว้ ซึ่งทั้งสองคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

เปลี่ยนผ่าน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คนใหม่ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยพล.อ. ประยุทธ์พาดูชมสถานที่และห้องทำงาน พร้อมฝากดูแลบ้านเมือง เมื่อ วันที่ 24 ส.ค.
ฝากดูแลสถาบัน-เลิกแบ่งสี
เวลา 15.15 น. ที่กระทรวงกลาโหม ภายหลังการประชุมสภากลาโหม พล.อ. ประยุทธ์ได้ถ่ายรูปและเซลฟี่กับสื่อมวลชนอย่างชื่นมื่น พร้อมกล่าวหยอกล้อว่า “ฉันยังไม่ได้ไปไหนหรอกนะ” สื่อมวลชนได้ ร้องเพลง “แม้ไม่ใช่คนโปรด อย่างคนอื่นเขา” ทำให้พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ร้องเพลงให้นายกฯ คนนี้แล้ว ก็ให้ไปร้องเพลงนี้ให้นายกฯ คนใหม่ด้วย”
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีนายเศรษฐา เข้าพบว่า ได้ฝากดูแลทุกอย่าง ซึ่งท่านก็รับไป ตนไม่ได้ไปก้าวล่วงอำนาจ ตนพร้อมส่งมอบงานและข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารราชการต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า มีงานที่คั่งค้างและฝากนายกฯ คนใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ท่านคงนำไปพิจารณาและทำต่อ อะไรที่ต้องปรับก็ปรับ ส่วนเรื่องสถาบันฝากแล้ว ต่อข้อถามว่าได้มองหารมว.กลาโหมคนใหม่ เพื่อดูแลกองทัพต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าใครเป็น
ผู้สื่อข่าวถามว่าถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ นายกฯ ทั้งสองคนมาเจอกันเพื่อสลายขั้ว สร้างความสามัคคีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าไปมองว่าสีไหนเป็นสีไหน เลิกแบ่งสีได้แล้ว วันนี้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้ามีรัฐบาลใหม่มา ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่นายเศรษฐาได้เป็นนายกฯ เพราะได้รับการสนับสนุนจากพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าไปมองอย่างนั้นซิ รัฐบาลมาตามขั้นตอนและกระบวนการ เรื่องต่างๆ ในสภาก็เป็นเรื่องของรัฐสภา ตอนนี้อย่าไปสร้างประเด็น หรือคิดเอาเองกัน เขียนออกมาต้องระมัดระวังด้วย วันนี้ขัดแย้งกันไม่ได้แล้ว แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์เข้าไปนั่งในรถประจำตำแหน่ง ลดกระจกลง โบกมือให้สื่อพร้อมกล่าวว่า ยังไม่ได้ไปไหนสักหน่อยนึง วันนี้ข้าราชการอำลาเกษียณอายุ 60 ฉันเกษียณ 70 เมื่อถามว่าจะไปทำอะไรดี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “พักผ่อน” แล้วรถยกมือบ๊ายบาย
‘เสี่ยนิด’เผยแนะใจเย็น-อดทน
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการไปเยี่ยมเยือนและเป็นการเคารพตามมารยาท โดย พล.อ.ประยุทธ์ฝากความเป็นห่วงบ้านเมือง ตนในฐานะเป็นผู้น้อยและเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจึงเข้าไปพบ เพื่อปรึกษาหารือว่าจะมีอะไรฝากฝังหรือไม่ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ก็น่ารักที่พาชมทำเนียบด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ฝากฝังอะไรเป็นพิเศษในการบริหารบ้านเมือง นายเศรษฐากล่าวว่า ท่านบอกว่าตนมาจากภาคเศรษฐกิจ วิธีการบริหารอาจจะแตกต่างกับการบริหารบ้านเมือง มีหลายภาคส่วนที่ต้องคำนึงถึงให้ระวังด้วย ให้มีความใจเย็น ให้มีความอดทน ดูแลเรื่องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และนโยบายอะไรดีๆ ที่ท่านทำไว้ก็ฝากดูแลต่อด้วย ซึ่งตนจะไปพบปะกับคนที่ทำงานให้ท่านด้วย จะมีการนัดกันอย่างต่อเนื่อง อะไรที่คิดว่ามีความเหมาะสม เราจะทำต่อ
ต่อข้อถามว่าได้ขึ้นไปชมห้องทำงานนายกฯ ด้วยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ชมหมด ทั้งห้องทำงาน และห้องที่เปิดให้เด็กเยี่ยมชมในวันเด็กแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าท่าน ไม่ได้นั่งตรงนั้น แต่นั่งห้องเล็กอีกห้องหนึ่ง ซึ่งท่านได้พาไปดู แต่ตนไม่ได้ลองนั่ง ต่อข้อถามว่ามีการปรึกษาหารือกันถึงตำแหน่งรมว.กลาโหมหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มี เป็นการพูดคุยกันธรรมดา เป็นเรื่องที่ทำให้บ้านเมืองเดินต่อไป แล้ววันนี้ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง และมาดูแลบ้านเมืองให้ดี ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำถึงเรื่องนี้
ชมเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเจอพล.อ.ประยุทธ์ครั้งแรก ท่านเป็นอย่างไรบ้าง นายเศรษฐากล่าวว่า “เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพครับ ไม่มีอะไร ก็คุยกันดีแบบผู้ใหญ่” ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นความตั้งใจของนายเศรษฐาหรือไม่ที่เข้าไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ หลังรับตำแหน่งนายกฯ อย่างเป็นทางการ นายเศรษฐากล่าวว่า ใช่ และพล.อ.ประยุทธ์บอกว่าเป็นครั้งแรก เป็นประวัติศาสตร์ที่นายกฯ สองคนมาพูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียกัน ฝากฝังบ้านเมืองกัน ซึ่งตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
ต่อข้อถามว่ามองว่าภาพที่เกิดขึ้นวันนี้จะสามารถลบภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีตได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าคงลำบาก เรื่องความขัดแย้งที่มีอยู่ ตนคิดว่าไม่ใช่พบปะกันหนเดียวแล้วจะจบกันไป ต้องให้เวลาและการกระทำเป็นตัวพิสูจน์ แต่อย่างน้อยตนทราบเจตนารมณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าท่านอยากจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และมีความเป็นห่วงบ้านเมืองด้วยความจริงใจ เราต้องทำงานร่วมกันต่อไป เมื่อถามว่าใครเป็นฝ่ายนัดพบกันครั้งนี้ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันของฝ่ายทำงาน

แลกเปลี่ยน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คนใหม่ เข้าพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธาน เครือมติชน และน.ส. ปานบัว บุนปาน กรรมการ ผู้จัดการ ที่อาคารมติชน เมื่อวันที่ 24 ส.ค.
พบผู้บริหารมติชน-ข่าวสด
วันเดียวกัน นายเศรษฐาเดินทางมายังสำนักงานหนังสือพิมพ์มติชน เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน พร้อมด้วยน.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการมติชนสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย โดยมีผู้บริหารเครือมติชน-ข่าวสด ร่วมพูดคุยสนทนา ได้แก่ นายวรศักดิ์ ประยูรศุข กรรมการผู้จัดการบริษัทงานดี เครือมติชน นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองกรรมการผู้จัดการมติชนฝ่ายสื่อออนไลน์ และบรรณาธิการข่าวสด นายจำลอง ดอกปิก บรรณาธิการมติชน น.ส.ดิษนีย์ นาคเจริญ บรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์ นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อดิจิทัล มติชนทีวี นายพัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ
นายเศรษฐาซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับนายขรรค์ชัย ในฐานะสื่อมวลชนอาวุโสมากประสบการณ์และมีความเคารพนับถือกันมานาน รวมทั้งบรรณาธิการของสื่อในเครือมติชน ข่าวสด เพื่อบอกเล่าถึงแนวนโยบายที่กำลังเร่งผลักดัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งความตั้งใจที่จะทำให้บ้านเมืองพัฒนาก้าวหน้าในด้านต่างๆ ยืนยันว่าจะทุ่มเททำงานหนัก และเน้นความซื่อสัตย์สุจริต โดยคาดว่าจะสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้ เพื่อเร่งเข้ามาทำงานแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชนอย่างจริงจัง
ลูกป้อคุมท่องเที่ยว-มิ้งเลขาฯนายก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโผครม.ล่าสุด ในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่วางไว้แล้วคือ นายเศรษฐา ควบรมว.คลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่จะเกษียณอายุสิ้นก.ย.นี้ เป็นรมช.คลัง นาย ปานปรีย์ พหิทธานุกร คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย อดีตผู้แทนการค้าไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี อาจควบรมว.มหาดไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค เป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นรมว.คมนาคม
นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ เป็นรมว.กลาโหม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ ลูกสาวนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ อดีตรมช.พาณิชย์ เป็นรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ เป็นรมว.ต่างประเทศ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด หรือป้าแจ๋น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร พรรค เพื่อไทย เป็นรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือรมว.วัฒนธรรม โดยมี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือหมอมิ้ง เป็นเลขาธิการนายกฯ
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่น อาทิ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นรมว.พลังงาน ขณะที่รมว.อุตสาหกรรม เป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) เป็นรมว.ยุติธรรม เป็นต้น
4 กระทรวงยังเดือด-คลอดสิ้นส.ค.
ขณะที่อีก 4 กระทรวงยังอยู่ต่อรองในพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม การจัดโผนครม.คาดว่าจะเสร็จและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในสิ้นเดือนส.ค.นี้
สำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่พรรคเพื่อไทยดูแลเองเนื่องจากต้องการ ขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวอย่างหนัก โดยเฉพาะการปรับโฉมสนามบินทั่วประเทศ ซึ่งสนามบินที่จะสร้างขึ้นใหม่คือ สนามบินเชียงใหม่ แห่งที่ 2 ที่จะสร้างนอกเมือง รองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน เพราะสนามบินปัจจุบันที่อยู่ในเมืองไม่สามารถบินได้หลังเที่ยงคืน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว อีกแห่งคือสนามบินภูเก็ต จะรวมสนามบินในประเทศและต่างประเทศในปัจจุบันเข้าด้วยกัน แล้วสร้างสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ที่หัวเกาะ เพื่อรองรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้ามา และในวันที่ 25 ส.ค.นายเศรษฐา จะนำคณะลง พื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต เพื่อสำรวจสถานการณ์ ท่องเที่ยวด้วย
ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า เท่าที่ได้ฟังจากนายเศรษฐา ทราบว่าการจัดตั้งครม. จะเสร็จสิ้นในต้นสัปดาห์หน้า เพราะขณะนี้แต่ละพรรคการเมืองยังไม่นิ่ง ยังไม่จบ 100% ซึ่ง นายกฯจะต้องพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะไปนั่งคุมแต่ละกระทรวงเพื่อขับเคลื่อนงาน ตอนนี้กระทรวงใหญ่มากๆ นั้น นิ่งแล้ว ส่วนกระทรวงขนาดกลางๆ ที่ยังไม่นิ่ง เพราะมีหลายพรรคที่อยากได้ตรงกัน ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนที่นายสมศักดิ์จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบเลย
‘เสี่ยหนู’ส่งชื่อว่าที่รมต.แล้ว
เวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ขึ้นอยู่กับนายกฯ วันนี้เรามีนายกฯแล้ว เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเป็นหน้าที่ของนายกฯ เราไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีชื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั่งรมว.วัฒนธรรม นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่รู้จะตอบอย่างไร ต่อข้อถามถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรคภูมิใจไทยลงตัวแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ให้รอนายกฯพิจารณา และทูลเกล้าฯ ถวายก่อนจึงจะพูดเรื่องนี้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยต้องแจ้งรายชื่อคนที่จะเป็นรัฐมนตรีไปยังพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีขั้นตอนของมันอยู่ ตอนนี้เรามีนายกฯแล้ว ภารกิจของ นายกฯตนไม่สามารถไปก้าวล่วงท่านได้ และไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ ต้องให้เกียรติท่านเป็นผู้พิจารณา ต่อข้อถามว่า ตำแหน่งต่างๆต้องให้นายกฯเป็นผู้เลือกใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ควรจะเป็นอย่างนั้น ส่วนจะมีการหารือกับพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งเมื่อไร นายอนุทินกล่าวว่า ถ้ามีประเด็นปัญหาสามารถหารือกันได้ตลอดเวลา
นายอนุทินยังกล่าวถึงการที่นายเศรษฐา เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นภาพที่ดี เราเป็นประชาชน ก็รู้สึกดีใจที่นายกฯคนเก่า และ นายกฯคนใหม่ มีการพูดคุย ส่งมอบงานซึ่งกันและกัน “ผมดูก็รู้สึกดี โอกาสนี้ถ้าเป็นไปได้ พยายามทำให้ความขัดแย้งต่างๆ หายไปได้มากที่สุด แม้ไม่สามารถแก้ได้ภายใน 1-2 วัน แต่อย่างน้อยมีรอยยิ้มเกิดขึ้นแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ดี” เมื่อถามถึงภาพที่นายอนุทินสวมกอดกับนายเศรษฐาในช่างเข้าร่วมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า ท่านเมตตาตน ท่านเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาก่อน วันนี้ท่านเป็นนายกฯแล้ว ท่านก็เมตตา
‘ป้อม-วิษณุ-ดอน’เริ่มเก็บของ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทำเนียบรัฐบาลว่า มีความเคลื่อนไหวที่ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของรองนายกรัฐมนตรี และรมต.ประจำสำนักนายกฯ โดยรองนายกรัฐมนตรีบางคนได้เริ่มทยอยเก็บของออกจากห้องทำงานแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 ส.ค. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บของใช้ส่วนตัวในห้องทำงานของตนเองที่ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทั้งเก้าอี้พับ กรอบรูป ขณะที่สิ่งของชิ้นเล็กได้บรรจุใส่ลังกระดาษบรรทุกใส่รถตู้ออกไป แต่ห้องทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้มีการเก็บ
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่สัปดาห์นี้ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติภารกิจในทำเนียบรัฐบาลเลย ได้ให้เจ้าหน้าที่ทยอยเก็บเอกสารต่างๆ บ้างแล้ว และช่วงสายวันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ทีมงานทยอยเก็บข้าวของเครื่องใช้ และเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาจากบ้าน รวมถึงพระบูชาหลายองค์ในห้องทำงานชั้น 3 เช่นกัน
‘อู๊ดด้า’ลั่นปชป.พร้อมฝ่ายค้าน
ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับนายเศรษฐา ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ หลังจากนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าจะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนให้เต็มกำลังความสามารถต่อไป ส่วนการทำงานจะทำอย่างไรเป็นเรื่องการที่ต้องหารือกันต่อไปในอนาคต แต่ละพรรคมีจุดยืนของตัวเอง มีสิทธิ์ในการที่จะทำหน้าที่ของตัวเอง ต่างกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องไปในทางเดียวกันเกือบจะเรียกว่าเต็ม 100% ตามหลักการของระบบรัฐสภา
“ฝ่ายค้านแต่ละพรรคมีจุดยืนของตัวเอง แต่หน้าที่หลักคือการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนเหมือนกัน เพียงแต่รายละเอียดจุดยืนอะไรที่ต่างกันก็ต้องต่างกัน เป็นเรื่องที่ผมเข้าใจว่าประชาชนเข้าใจได้ จะให้ประชาธิปัตย์เหมือนก้าวไกลร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ เพราะจริงๆ บางเรื่องอาจจะไม่ตรงกัน แต่มีหน้าที่ตรงกัน คือตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน”
20 สส.แถลงโต้แหกมติพรรค
เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา กลุ่มสมาชิก สส.พรรคประชาธิปัตย์ 20 คน นำโดยนาย เดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา รักษาการรองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ และนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรค แถลงข่าวกรณีโหวตเห็นชอบให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ ซึ่งขัดกับมติพรรคที่ให้งดออกเสียง
นายเดชอิศม์กล่าวว่า การลงมติที่ดูเหมือนไม่เป็นเอกภาพ ความจริงพรรคเริ่มไม่มีเอกภาพตั้งแต่การประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ชุดใหม่ทั้ง 2 รอบ และมีเจตนาที่จะทำให้องค์ประชุมล่มทั้ง 2 ครั้ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรค ต่อพี่น้ององค์ประชุมที่มาทั้งประเทศ และ เสียหายต่อค่าใช้จ่ายครั้งละ 3-4 ล้านบาท
วันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาได้ประชุมส.ส.เพื่อพิจารณาจะโหวตนายกฯ วันที่ 22 ส.ค.อย่างไร ที่ประชุมมีความเห็นแบ่งเป็น 3 เรื่อง 1.ไม่เห็นชอบ เนื่องจากความขัดแย้ง ความโกรธในอดีต จึงมี สส.ใหม่โต้แย้งให้แยกหน้าที่สส.ปัจจุบันกับความแค้นความโกรธออก จากกัน หากแยกไม่ได้ก็จะเกิดอคติ และมีผู้ใหญ่บางคนวอล์กเอาต์ 2.เห็นชอบ เนื่องจากประเทศมาถึงทางตัน เกิดสุญญากาศทางการเมืองไม่ได้ 3.ที่ประชุมส่วนมากบอกว่าควร งดออกเสียง เพราะสมัยโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.) พรรคก็งดออกเสียง
ไม่รับมรดกเกลียดชังจากรุ่นเก่า
จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ลุกขึ้นพูดว่าอย่าโหวตกันเลย เพราะจริงๆ แล้วเป็นเอกสิทธิ์สส. และไม่มีการโหวตจึงไม่รู้ว่าจะเป็นมติหรือไม่เป็นมติแล้วปิดประชุมไป แต่ 22 ส.ค.พวกเราประมาณ 20 คน มานั่งฟังการอภิปรายอีกห้องหนึ่ง เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์รับได้เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวของนายเศรษฐา พอโหวต 3 คนแรกคือนายจุรินทร์งดออกเสียง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ไม่เห็นชอบ นายชวน หลีกภัย ไม่เห็นชอบ
นี่คือสามเสาหลักของประชาธิปัตย์ในเวลานี้ ลงคะแนนก็ไม่เหมือนกันแล้ว จึงนั่งคุยกันว่าเป็นมติของพรรคหรือไม่ เพราะคำว่ามติพรรคจะขอยกเว้นไม่ได้ มติไปทางใดต้องไปทางนั้น พวกเราจึงเห็นว่าไม่ใช่มติพรรค จึงมาแยกพิจารณาว่า 1.พรรค 2.ประเทศชาติ และประชาชน ควรจะเลือกข้างไหน จริงๆ เราเอาทั้งสองข้าง แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกเราเห็นตรงกันว่าเอาชาติ และประชาชนไว้ก่อน
“วันนี้พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงได้เกิน 250 เสียง และเป็นรัฐบาลสมานฉันท์ กปปส.เคยขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือกลุ่มเพื่อน นายเนวิน เคยเป็นงูเห่าออกจากพรรคภูมิใจไทยมาโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ยังมาสมานฉันท์กันได้เลย แล้วเราเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่ไม่เคยใส่เสื้อเหลือง ไม่เคยใส่เสื้อแดง ไม่เคยมีความขัดแย้ง ไม่ควรมารับมรดกความขัดแย้งต่อจากรุ่นเก่าๆ ทุกคนมีความเห็นว่าขอให้ชาติเดินไปข้างหน้าได้ ควรสนับสนุนให้เขาเป็นนายกฯ แต่พวกเรายังเป็นฝ่ายค้านนั่นคือเหตุผลที่เราโหวตให้นายเศรษฐา วันนี้เราเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว ทั้งตัวสส.และศักดิ์ศรีความเป็นประชาธิปัตย์ เราไม่กระเสือกกระสน กระเหี้ยนกระหือรือ อยากไปเป็นรัฐบาล” นายเดชอิศม์กล่าว

ปชป.ร้าว – นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา นำทีม 20 สส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงชี้แจงเหตุผลลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ พร้อมซัดกลับคนรุ่นเก่าของพรรคอย่าเอามรดกความเกลียดชังมาให้คนรุ่นใหม่ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 24 ส.ค.
ปัดพรรคยังไม่แตก-แนะลดทิฐิ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการลงมติดังกล่าวสร้างความเสียหายให้พรรคและมีเรื่องไปพบ พรรคอื่น อาจถูกตั้งกรรมการสอบถึงขั้นขับออกจากพรรค นายเดชอิศม์กล่าวว่า พวกตนเป็นสส.รุ่นใหม่ เราพบทุกพรรค มีเพื่อนทุกพรรคเราแยกหน้าที่กับความรักความผูกพัน ความโกรธแค้นชิงชังในอดีต ถ้าการไปพบ ทุกพรรคมีความผิดตนน่าจะโดนประหารชีวิตไปนานแล้ว เพราะเป็นความผิดมาก ตนสนิทกับหัวหน้าทุกพรรคแต่พอเข้าในสภาก็อีกหน้าที่หนึ่ง
ต่อข้อถามว่าต้องการให้พรรคขับออกเพื่อไปอยู่พรรคใหม่หรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า การขับออกจากพรรคต้องมีสส.ร่วมกับ กก.บห. และเป็นมติ 3 ใน 4 แต่ดูไปดูมาสส. และกก.บห.ส่วนใหญ่อยู่ตรงนี้หมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะขับใครกันแน่ เสียงส่วนใหญ่อยู่นี่เกือบทั้งหมดจะขับกันอย่างไร เมื่อถามว่าเสียงส่วนใหญ่จะขับเสียงส่วนน้อยออกหรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า ไม่มี เราไม่คิดจะขับใครออกจากพรรค เราพร้อมพูดคุยและเจรจา ยินดีพูดคุยบนเหตุและผลและความเป็นไปได้ พวกเราไม่อยากพกมรดกความแค้นในอดีตแล้วมาให้เรารับต่อ หากนโยบายใหม่ที่ดีๆ แล้วให้พวกเรารับต่อ เรายินดี
“เราพร้อมจะออกจากความเป็นสส.พรรค พรุ่งนี้ มะรืนนี้ยังได้เลยหากเรารู้สึกว่าทรยศประชาชน ฉะนั้นไม่ว่าคนใต้หรือคนทั้งประเทศเราไม่เคยคิดทรยศ เราซื่อสัตย์ ทำงานให้ประชาชน เรามาจากการเลือกตั้ง สิ่งที่เราแคร์ที่สุดคือชาติ ประชาชน พรรคต้องเริ่มต้นจากการประชุมวิสามัญเลือก กก.บห.ชุดใหม่ให้ได้ จึงอยากฝากไปถึงฝ่ายที่ทำให้องค์ประชุมล่ม จะทำอย่างไรให้องค์ประชุมครบ” นายเดชอิศม์กล่าว
เมื่อถามว่าพูดได้หรือไม่ว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์แตกแล้ว นายเดชอิศม์กล่าวว่า ยังไม่ถึงกับแตกหัก อาจมีความเห็นยังไม่ตรงกัน ยังมีเวลาและคิดว่าต้องลดทิฐิต้องมารับ ฟังกัน เพราะทุกคนมาจากประชาชน กว่าจะ ฝ่าฝันมาได้เป็นเรื่องยากมาก
‘ชวน’กรีดดิ้นรนอยากร่วมรบ.
นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านรายการ “มุมการเมือง” ทางไทยพีบีเอส กรณี 16 สส.โหวตสวนมติพรรคว่า นายเดชอิศม์ กลุ่ม 16 สส.เป็นผู้ประกาศว่า ผู้ใดฝืนมติพรรคจะให้ลาออกเชื่อว่ามีเจตนามุ่งมาที่ตน เพราะไม่เห็นด้วยให้พรรคร่วมรัฐบาล ต่างกับจุดยืนของกลุ่ม 16 สส.ที่ต้องการร่วมรัฐบาล ในที่ ประชุมสส.พรรคก่อนถึงวันโหวตนายกฯ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา 1 ในกลุ่ม 16 สส. เป็นผู้แจ้งต่อที่ประชุมเองว่าพรรคจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ก่อนมีมติพรรคให้งดออกเสียง แต่กลับมี สส.โหวตให้นายเศรษฐา ไม่รู้ว่ามีการเจรจากันอย่างไรเนื่องจากเป็นการใช้สิทธิ์โหวตภายหลัง
“ความดิ้นรนอยากเป็นรัฐบาลต้องผ่านพรรค เป็นมติพรรค ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา หากอยากร่วมรัฐบาลก็ทำได้ ไม่ใช่แอบไปเจรจาแล้วเขาไม่รับ ผมได้กล่าวในที่ประชุมสส.ว่าไม่อายหรือที่ไปเสนอตัว เพราะนายเศรษฐาเคยประกาศแต่แรกว่าจะไม่เชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม แต่ไปติดต่อเขาด้วย ตัวเอง ไปเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร ด้วยตัวเอง ความดิ้นรนนี้ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของพรรคเสียหาย ได้สอบถามจากนายจุรินทร์ ก่อนหน้านี้ก็ยืนยันไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่ามีการเจรจาโดยแกนนำกลุ่มไม่กี่คน ที่ดิ้นรนอยากเป็นรัฐมนตรีและอยากเข้าร่วมรัฐบาล” นายชวนกล่าว
ทีมอีสานจี้กก.บห.ขับพ้นพรรค
ที่พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มตัวแทนสาขา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ภาคอีสาน เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้กก.บห. มีมติขับกลุ่มสส. ที่โหวตสวนมติพรรค ต่อนายจุรินทร์ โดยระบุว่าตามที่มีสส.ของพรรคกลุ่มหนึ่ง ได้โหวตสนับสนุนนายเศรษฐา เป็นนายกฯ ทั้งที่พรรคมีมติให้สส.งดออกเสียง พวกเราในฐานะตัวแทนสาขา และเขตเลือกตั้งจากหลายจังหวัดภาคอีสาน ต่างได้รับการสอบถาม และตำหนิถึงพฤติกรรมของสส.กลุ่มนี้ แต่พวกเราไม่ได้รู้สึกแปลกใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะคาดหมายได้ว่าเขาต้องการยึดพรรคเพื่อร่วมรัฐบาล เราจึงได้แสดงถึงจิตสำนึกที่จะปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมในครั้งที่ผ่านมา
พวกเราแม้จะเจ็บจากพฤติกรรมของบุคคลกลุ่มนี้ แต่ไม่ได้โกรธหรือเกลียดในทางที่พวกเขาเลือก รู้สึกยินดีที่จะสนับสนุนให้เขาได้เดินไปในแนวทางที่เขาต้องการ ซึ่งมีวิธีการเดียวคือ ใช้มติกก.บห.ขับบุคคลกลุ่มนี้เพื่อให้เขาได้มีโอกาสไปอยู่กับพรรคใหม่ที่เป็นรัฐบาลได้ ซึ่งจะเป็นการจากกันด้วยดี
พวกเราซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคอีสานกลุ่มหนึ่ง จะขอทำหน้าที่ช่วยกันฟื้นฟู เพื่อรักษาพรรคให้เป็นพรรคที่เป็นทางเลือกให้สังคม ต่อไป จึงเรียนมาเพื่อขอให้รักษาการหัวหน้าพรรรค กก.บห. ผู้อาวุโสของพรรค และสมาชิกที่รักพรรคทุกท่าน ได้ช่วยกันสนับสนุนให้ท่านสส.กลุ่มนี้ได้ไปตามทางที่ท่านต้องการต่อไป
ก.ก.ยันไม่เกี่ยว‘อนาคตไกล’
ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ ว่าตนยังไม่เห็นภาพ เนื่องจากอยู่ที่รัฐสภาทั้งวัน แต่เป็นเรื่องปกติ ที่นายกฯ คนเก่า จะส่งมอบงาน ส่งมอบข้อมูล ให้กับนายกฯ คนใหม่
ตนขอแสดงความยินดีกับนายเศรษฐา เข้าใจว่าคงต้องแบกรับความคาดหวังกับสังคมไว้เยอะ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องการเมือง ที่จะต้องเร่งฟื้นฟูประชาธิปไตยกลับมา เป็นความท้าทายของรัฐบาลชุดใหม่
ส่วนที่ตนได้ประกาศว่าพรรคฝ่ายค้านพร้อมทำงานเชิกรุก หมายความว่า พรรค ก้าวไกล เป็นฝ่ายค้าน ที่ทำการตรวจสอบ และถ่วงดุลฝ่ายรัฐบาลอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันพยายามขับเคลื่อนนโยบายพรรค ผ่านกลไกของสภา เชื่อมโยงกับประชาชนนอกสภา เพื่อเตรียมที่จะเป็นฝ่ายบริหาร ที่ได้รับความไว้วางใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะยังไม่เห็นหน้าตาของครม.ทั้งหมด แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มีพรรคร่วมแล้ว 2 พรรค คือพรรคเป็นธรรม (ปธ.) และพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ส่วนพรรคอื่นๆ ยังไม่มั่นใจว่าจะไป เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ และยังไม่มั่นใจท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีสส.ส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ไปโหวตเห็นชอบนายเศรษฐา และไม่ทราบว่าการที่สส.พรรคประชาธิปัตย์ ทำแบบนี้ เพราะอยากเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ตอนนี้กำลังใจของคนในพรรคยังดีอยู่ รวมถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคด้วย ตอนนี้กำลังเตรียม ทีมงาน เริ่มทำโครงสร้างใหม่ เพื่อลุยงานฝ่ายค้าน
ส่วนกระแสข่าวเรื่องตั้งพรรคอนาคตไกล นายชัยธวัชกล่าวว่า ตนได้เห็นภาพและได้อ่านข่าวนี้แล้ว ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน กับพรรคก้าวไกล ความจริงใครก็ตั้งพรรค การเมืองได้
มึนนายกฯ 2 ขั้วจับมือ
นายณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่ากรณีนาย เศรษฐา เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นเรื่องผิดแปลกอะไรกับการส่งมอบอำนาจ เป็นอำนาจใหม่ที่ประชาชนมีข้อเคลือบแคลงสงสัย เพราะพล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทย ยึดอำนาจมาเกือบ 9 ปี สุดท้ายมาส่งมอบอำนาจให้กับพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นสิ่งที่เราสงสัยในหลายประเด็น
ส่วนการเข้าพบครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่สว.โหวตให้นายเศรษฐาหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องมีเสียงของสว.เกี่ยวข้องด้วยแน่นอน เพราะเช้าวันที่โหวตนายกฯ 22 ส.ค. ตนได้พูดคุย กับสว.ที่รู้จักกัน ยังไม่มีสัญญาณมาแต่โค้งสุดท้าย มีการส่งสัญญาณไฟเขียวโหวตให้นายเศรษฐา ช่วงเวลาระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง แน่นอนว่าต้องมีการเจรจากันนอกรอบแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดคุยของนายกฯ จาก 2 ขั้วอำนาจ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่สำหรับพรรคก้าวไกล นายณัฐชากล่าวว่า คำว่า สมานฉันท์ปรองดอง ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เบื้องหลังมีการกระทำอะไรบ้าง ที่มีผล กระทบกับประชาชน นี่เป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นเราต้องรู้ให้ได้ว่า เบื้องหลังของคนที่ขัดแย้งกันมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี สุดท้ายมา จับมือกัน และบอกว่าเป็นการทลายความ ขัดแย้งที่ยาวนาน “อยู่ดีๆ คนมีปัญหากันมาเป็นสิบปี มาจับมือกัน มันต้องมีข้อเจรจาที่ตกลงกันได้ สิ่งที่ตกลงกันนั้นคืออะไร ประชาชนยังไม่ทราบเท่านั้นเอง”
เพื่อไทยรุมฉะ‘ปดิพัทธ์’
เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างกำลังพิจารณารับทราบรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2564 นั้น นายนิคม บุญวิเศษ สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นตำหนิการแต่งกายของนายปดิพัทธ์ สันติภาดารองประธานสภา คนที่ 1 พรรคก้าวไกลที่ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุม ที่แต่งกายใส่เสื้อคอจีนและใส่เสื้อสูททับ โดยไม่ผูกเนกไท เป็นการแต่งกายไม่สุภาพ
นายนิคมกล่าวว่า ข้อบังคับการประชุมสภา สส.ต้องแต่งกายเครื่องแบบรัฐสภา ชุดสากลนิยม ชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบที่สภากำหนด แต่ชุดที่ประธานแต่ง เห็นแล้วไม่สบายใจ ไม่เรียบร้อย เกรงจะเป็นบรรทัดฐานให้ที่ประชุม นี่คือรัฐสภา ขอให้เป็นตัวอย่างแก่สมาชิกด้วย
ด้านนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแต่งกายของประธานไม่ใช่สากลนิยม ควรตั้งคณะกรรมการมาพิจารณาเรื่องการแต่งกายของสส.ให้เป็นสากลนิยม ให้ทุกคนปฏิบัติโดยพร้อมเพรียง ไม่อยากให้ประธานโดนอะไรไปมากกว่านี้ มองยังไงไม่ใช่ชุดสากล
นายปดิพัทธ์ชี้แจงว่า การแต่งกายชุดสากลนิยมเคยหารือแล้วว่า การใส่เสื้อคอจีน แล้วใส่สูททับ โดยไม่ใส่เนกไท เป็นชุดสุภาพตามระเบียบสภา ตนเคารพทุกคน ถ้าไม่สบายใจก็จะแต่งตัวให้ดีขึ้น แต่ยืนยันว่า ตนแต่งกายถูกต้องตามระเบียบ วันนี้ถ้าจะยึดแบบสากลนิยมจริงๆ การแต่งกายของหลายคนคงไม่ผ่าน ขอให้เดินหน้าประชุมก่อน เรื่องระเบียบต่างๆ จะนำกลับไปพิจารณา ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น