ผัวเมียไลฟ์ขายจนตม.ตามรวบ

ตม.สมุทรปราการ-จัดหางานจังหวัด-สสจ.บุกอพาร์ตเมนต์ย่านสำโรงเหนือ ปากน้ำ ทลายแหล่งเก็บเครื่องสำอางเถื่อน จับสาวกัมพูชาลักลอบนำเข้าเครื่องสำอางเถื่อน ทั้งสบู่ ครีม เซรั่มบำรุงผิวขาวจากกัมพูชา ไลฟ์สดขายผ่านเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ยึดของกลางกว่า 2 พันชิ้น สารภาพทำมานาน 8 เดือน กวาดรายได้เดือนละ 5-6 หมื่น พบเข้าเมืองถูกต้อง แต่อยู่เกินกำหนด นอกจากนี้ยังจับผัววัย 30 ปี ชาวกัมพูชาลักลอบเข้าประเทศ คุมตัวดำเนินคดี

ตามนโยบายพล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รองผบช.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3 สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการระดมกวาดล้างคนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต หรือโอเวอร์สเตย์ และลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทยและคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยถูกต้อง ตม.จังหวัดสมุทรปราการ สืบสวนทราบว่ามีบุคคลต่างด้าวเป็นหญิงชาวกัมพูชาลักลอบขายเครื่องสำอางผ่านช่องทางออนไลน์เฟซบุ๊ก และติ๊กต็อก โดยมีสถานที่เก็บสินค้าอยู่ที่จ.สมุทรปราการ จึงให้สายลับล่อซื้อสินค้า ดังกล่าว พบว่าเครื่องสำอางดังกล่าวไม่มีเครื่องหมายอย. จากนั้นลงพื้นที่สืบสวนพิสูจน์ทราบบุคคลจนทราบตัวผู้กระทำความผิด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ

ของเถื่อน – ตม.สมุทรปราการ บุกจับหนุ่มสาวกัมพูชาลักลอบนำเข้าเครื่องสำอางเถื่อนขายออนไลน์ ยึดของกลางจำนวนมาก สารภาพ มีรายได้ 5-6 หมื่นบาทต่อเดือน ที่อพาร์ตเมนต์ย่านสำโรงเหนือ เมื่อ วันที่ 25 ส.ค.

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่จัดหางาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นห้องพักภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง พื้นที่ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ของหญิงชาวกัมพูชารายดังกล่าว ตามหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ พบนางธิดา สวน อายุ 29 ปี สัญชาติกัมพูชา แสดงตัวเป็นเจ้าของห้อง และพบนายบิ๊ก อายุ 30 ปี สัญชาติกัมพูชา

จากการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สบู่ ครีม และเซรั่มบำรุงผิวขาวที่มิได้จดแจ้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า 2,200 ชิ้น สอบถามนางธิดา และนายบิ๊ก รับว่าพวกตนสั่งซื้อเครื่องสำอางดังกล่าวมาจากประเทศกัมพูชา จากนั้นจึงนำสินค้ามาไลฟ์สดขายผ่านสื่อออนไลน์ให้ชาวกัมพูชาในประเทศไทย โดยขายมานานแล้วประมาณ 8 เดือน มีรายได้จากการขายสินค้าประมาณเดือนละ 50,000-60,000 บาท

จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวบุคคลต่างด้าวทั้งสองพบว่า นางธิดาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนดอนุญาตแล้ว จำนวน 877 วัน ส่วนนายบิ๊กหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย และแอบมาพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักของนางธิดา

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงดำเนินคดีนางธิดา ข้อหารู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ และขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” จับกุมตัวและดำเนินคดีนายบิ๊ก ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ และขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง พร้อมตรวจยึดเครื่องสำอางดังกล่าวเป็นของกลาง นำส่งสภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านพ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ฝากถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่จ.สมุทร ปราการ เกี่ยวกับการทำงานของบุคคลต่างด้าวว่า เดิมมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2566 นั้น กำหนดให้คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนามที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวต่อกรมการจัดหางานภายในวันที่ 31 ก.ค. 2566 เรียบร้อยแล้ว สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษและทำงานได้ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2566 นั้น ปัจจุบัน ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาคนต่างด้าว 4 สัญชาติ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ให้สามารถอยู่ในไทยและทำงานได้จากเดิม 31 ก.ค. 2566 เป็นถึงวันที่ 30 ก.ย. 2566 โดยสามารถใช้บัญชีรายชื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับการผ่อนผัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน