พระ-ชาวบ้านสุดเศร้า คาดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร
ไฟไหม้โบสถ์เสาไม้อายุกว่า 100 ปีวัดดังแม่สรวย เชียงราย วอดกลางดึก เสาไม้ดำเป็นตอตะโก พระวิหารไหม้ทั้งหลังเหลือเพียงพระประธานและพระพุทธรูปอริยสาวกเบื้องซ้าย-ขวาไม่ถูกไฟไหม้ คาดสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนที่เลิงนกทา ยโสธร ระทึกกลางดึก ไฟไหม้พระอุโบสถไม้ตะเคียนทอง เพิ่งสร้างเสร็จ ชาวบ้านระดมดับแต่ไม่ทัน วอด 10 ล้าน เผยกำลังตกแต่ง ลงสีเพิ่มเติม เตรียมจัดฉลองยกช่อฟ้า ตัดลูกนิมิตม.ค.ปีหน้า พระองค์ประธาน ถูกไฟไหม้หลอมละลาย เหลือเพียงบางส่วน
เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 26 ส.ค. พ.ต.อ. สมเกียรติ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แม่สรวย ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้าน ปางอาณาเขต หมู่ 6 ต.แม่พริก อ.แม่สรวย ว่าเกิดเหตุไฟไหม้วัดอาณาเขต ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่อาสา รักษาดินแดน (อส.) อ.แม่สรวย พร้อมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ นำรถดับเพลิงไประงับเหตุ
เมื่อไปถึงพบชาวบ้านกำลังช่วยกันดับไฟ ไฟโหมลุกไหม้พระวิหารซึ่งสร้างด้วยไม้อย่างหนัก

โบสถ์ร้อยปี – ไฟไหม้พระอุโบสถไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี วัดอาณาเขต ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เพลิงเผาวอดทั้งหลัง เหลือเพียงองค์พระประธาน กับพระอัครสาวกเบื้องซ้าย-ขวา คาดสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อวันที่ 26 ส.ค.
สอบถามชาวบ้านทราบว่าไฟไหม้ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.30 น. โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันเข้าฉีดพ่นน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ลุกลามออกไป กระทั่งเวลา 05.30 น. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ พบว่าพระวิหารถูกไฟไหม้จนเสียหายทั้งหลัง เหลือเพียงต้นเสาไม้ถูกไหม้ดำเป็นตอตะโก ส่วนหลังคาและผนังซึ่งเป็นไม้ถูกเผา จนทลายลงมาทั้งหมด คงเหลือผนังด้าน ที่เป็นคอนกรีตและพระพุทธรูปที่เป็นองค์พระประธาน รวมทั้งอริยสาวกเบื้องซ้ายและขวาที่ยังคงเหลืออยู่ และไม่ถูกไฟไหม้
สำหรับพระวิหารดังกล่าวมีอายุมากกว่า 100 ปี สร้างจากไม้เกือบทั้งหลัง เมื่อเกิดไฟไหม้จึงลุกลามได้ง่าย และเกิดความ เสียหายอย่างหนักดังกล่าว
เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุ พระ และชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกเสียดาย ที่อุโบสถเก่าแก่ของวัดถูกไฟไหม้ครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึก คืนวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่พระเณรตลอดจนชาวบ้านนอนหลับ เกิดเหตุไฟไหม้ อุโบสถ ภายในวัดศรีแก้ว หรือวัดเหนือ บ้านศรีแก้ว ต.ศรีแก้ว อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ซึ่งอุโบสถดังกล่าวสร้างจากไม้ตะเคียนทองทั้งหลังมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยเปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจาก เป็นอุโบสถไม้ตะเคียนทองทั้งหลังจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ท่ามกลางความมืดเพราะเป็นช่วงกลางดึก พระสงฆ์ภายในวัดจำวัดกันหมดกว่าจะตื่นขึ้นมาและแจ้งให้รถดับเพลิงเข้าไปช่วยดับไฟ ส่งผลให้เปลวไฟลุกไหม้อุโบสถจนเสียหาย ทั้งหลัง
นอกจากนี้ยังต้องระดมรถดับเพลิง จากเทศบาลตำบลศรีแก้ว และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง 4 คัน เข้าไปช่วยกันฉีดน้ำดับไฟโดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
ด้านพระครูศรีปุญญาภิรัตน์ เจ้าอาวาสวัดศรีแก้ว กล่าวว่า อุโบสถหลังนี้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นอุโบสถ ไม้ตะเคียนทองเกือบทั้งหลัง ส่วนโครงหลังคาเป็นเหล็ก มูลค่าการก่อสร้างกว่า 10 ล้านบาท เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ และขณะนี้ อยู่ระหว่างการตกแต่งบริเวณโดยรอบ และมีการลงสีเพิ่มเติมบางส่วน เพื่อเตรียมการฉลองช่วงวันที่ 2-6 ม.ค. 2567 โดยเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมาขณะที่อาตมาจำวัดอยู่ ได้ยินเสียงเหมือนเสียงเครื่องจักรกำลังทำงานจึงตื่นขึ้นและได้ยินเสียงพระลูกวัดตะโกนบอกว่าไฟไหม้อุโบสถ จึงรีบออกไปดู พบว่าเปลวไฟได้ลุกโหมไหม้ตัวอุโบสถ ทั้งหลัง พระเณรไม่สามารถทำอะไรได้ จึงโทร.แจ้งให้รถดับเพลิงเข้าไปช่วยดับไฟ แต่กว่าจะดับไฟได้ ไฟไหม้อุโบสถเสียหายทั้งหลัง ขณะที่พระประธานองค์ใหญ่ภายใน อุโบสถที่เป็นทองเหลืองก็ถูกเปลวไฟ เผาไหม้จนละลายหายไปไม่เหลือให้เห็นเลย ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร ปกติในอุโบสถจะไม่ให้จุดธูปเทียน เนื่องจากเป็นอุโบสถไม้เกรงจะไม่ปลอดภัย จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง
นายศักดิ์ชาย แสงโชติ นายกอบต.ศรีแก้ว อ.เลิงนกทา กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าองค์พระประธานในอุโบสถวัดศรีแก้วหายไปว่า ตนร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่มาจาก จ.ยโสธร นายอำเภอเลิงนกทา และผกก.สภ.เลิงนกทาเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจแล้วพบ พระประธานถูกไฟไหม้หลอมละลายไปเอง ไหลลงใต้ฐานตั้งองค์พระประธานเหลือเศษ ชิ้นส่วนบางส่วน