หารือธกส.-พักหนี้บิ๊กตู่อำลาทำเนียบ‘ป้อม’จ่อไขก๊อกสส.ลั่นเลิกเล่นการเมืองโทนี่ขออภัยโทษแล้ว
‘เศรษฐา’ลุยแม่กลองวันนี้ ช่วยแก้ปัญหาประมง เรียกธ.ก.ส. ถกพักหนี้เกษตรกร นำทีมว่าที่รมต.เดินตลาด รับปากแม่ค้าลดต้นทุนแก้ของแพง เจอสาวใหญ่ป่วนทวงเก้าอี้นายกฯ ให้‘พิธา’ ขณะที่ ‘บิ๊กตู่’ อำลาทำเนียบ ยอมรับใจหาย-ฝากประเทศไว้ในมือทุกคน ข้าราชการ-แฟนคลับแห่มอบกุหลาบแดง ร่ำไห้อาลัย ‘บิ๊กป้อม’ลั่นเลิกเล่นการเมือง เตรียมลาออกสส. ขอเป็น หัวหน้าพปชร.อย่างเดียว ประกาศปิดบ้าน ป่ารอยต่อ ทำแค่มูลนิธิ สภาล่มประเดิมรัฐบาลใหม่ เพื่อไทย-ภูมิใจไทยรุมฉะก้าวไกลเล่นเกม ‘วิษณุ’เผย‘ทักษิณ’ทำเรื่องขออภัยโทษแล้ว
‘บิ๊กตู่’ลาทำเนียบ-ขอชาติสงบ
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เวลา 09.09 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นั่งรถเบนซ์ส่วนตัว ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร เข้ามายังทำเนียบรัฐบาล สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตาศาลยายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมี นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ ร่วมด้วย
พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยหลังสักการะและอธิษฐานค่อนข้างยาวว่า ตนอธิษฐานให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น มีความสุขนะจ๊ะ ช่วยๆ กัน ยืนยันว่านายกฯ ยังทำงานอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เข้าทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็อย่างนั้นไง ถึงได้ลาวันนี้ ฉันยังทำงานอยู่นะ เดี๋ยวเขียนหนังสือข้างนอก เป็นมารยาทๆ วันนี้ขอให้เป็นวันดีๆ ก็แล้วกัน และวันนี้เป็นวันพระด้วย”
ขณะที่ตลอดช่วงเช้าข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล นักการเมืองใกล้ชิด รวมทั้ง สว.บางส่วน ทยอยมาอำลาพล.อ.ประยุทธ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 09.45 น. สว.ส่วนหนึ่งที่ส่วนใหญ่เป็นอดีตข้าราชการทหาร เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหารและผู้ใต้บังคับบัญชาของพล.อ.ประยุทธ์ อาทิ พล.อ.อู้ด เบื้องบน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เข้ามาให้กำลังใจ และพูดคุยเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนออกจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมหนังสือคนละ 2 เล่ม
พล.ท.จเรศักดิ์ อานุภาพ สว. เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์มอบหนังสือมาเหนือเมฆ และผู้นำ ให้สว.ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร เป็นของขวัญให้เพื่อนๆ ทุกคน การพูดคุยอำลาในวันนี้ไม่ได้มีอะไรมาก พวกเรามาชื่นชมและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ในโอกาสที่ท่านจะส่งมอบงานให้กับนายกฯคนต่อไป
ด้านพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สว. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ให้กำลังใจ พร้อมมอบหนังสือให้ 2 เล่ม ท่านไม่ได้ฝากอะไรในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ของสว. เพื่อนสว.ได้ให้กำลังใจลุงตู่เต็ม 100
นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังขึ้นไปพบนายกฯ บนตึกไทยคู่ฟ้าว่า ขึ้นไปกราบลาและขอบคุณนายกฯ เมตตากับทุกคน เรื่องตำแหน่งใหม่ไม่มีการพูดถึง นายกฯ เพียงฝากเรื่องการทำงานขอให้ทำและนึกถึงชาติบ้านเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างจะสร้างความเจริญเติบโตให้กับเรา

ลาก่อน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ ทำสัญญาณมือและโบกอำลายุติบทบาททางการเมือง 9 ปี ในวันสุดท้ายที่เข้าทำงานทำเนียบรัฐบาล โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่มาร่วมส่งกลับบ้าน เมื่อวันที่ 31 ส.ค.
กลับไปอยู่กับครอบครัว
เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล หลังทำงานร่วมกันมา 9 ปี ที่รังนกกระจอก (1) พร้อมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เมนูประกอบด้วย ผัดไทย หมูย่างปลาร้า ส้มตำ หอยทอด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และของหวานเป็นไอศกรีมกะทิ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คุยกันมาตลอด 9 ปีแล้ว ไม่เบื่อหรือไง ทะเลาะกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เอางานเป็นหลัก พูดไม่เพราะบ้างก็ให้อภัยกันเถอะ จากนี้จะต้องไปออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เนื่องจากไม่ออกกำลังกายเป็นเวลานาน ที่ผ่านมาตนเป็นของตนแบบนี้ แต่พยายามทำงานให้ดีที่สุด แม้จะพูดไม่เพราะบ้าง หลังจากนี้ให้เหตุการณ์นิ่งสักระยะก็อาจจะไปพักผ่อน ไม่แน่ใจว่าจะไปถูกหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเดินทางแค่บ้านและทำเนียบรัฐบาล
จากนี้อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว เนื่องจากชีวิตที่ผ่านมาหายไป 8-9 ปี หากช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยเอาไว้ได้ประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้ ขณะนี้ความสงบเรียบร้อยอยู่ในระดับที่น่าพอใจ หลายอย่างได้ตั้งหลักเอาไว้แล้ว แต่จะปรับเปลี่ยนอะไรต้องดำเนินการให้มีความต่อเนื่อง
หลังหมดวาระนายกฯไปจะไม่เหงา เพราะเป็นคนช่างคิดช่างอ่าน ตนชอบอ่านหนังสือไปเรื่อย และเลี้ยงสุนัข ขอพักสมองบ้างเนื่องจากเจอเอกสารมา 9 ปี ส่วนเพลงที่ตนเองแต่งย้ำว่าชอบทุกเพลง เพราะเป็นสิ่งที่เคยทำมา ร้อยเรียงจากบทกวีเขียนจากถ้อยคำที่ต้องพูดคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชา ปลุกเร้าอารมณ์ให้มีจิตใจในการสู้รบ มีสาระบ้าง ตลกบ้าง วันนึงพูดได้เป็น 2-3 ชั่วโมง ส่วนเทคนิคการแต่งเพลง ต้องเขียนเนื้อก่อนค่อยเอาทำนองมาใส่ ซึ่งต่างจากคนอื่นที่มีทำนองก่อนแล้วค่อยใส่เนื้อเพลง
ยันไม่ตั้งใจอยู่ยาว 9 ปี
จากนั้นสื่อมวลชนขอให้พล.อ.ประยุทธ์ร้องเพลงให้ฟังสักหนึ่งผลงาน พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธเพราะจำเนื้อเพลงไม่ค่อยได้ และอธิบายว่า เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย ท่อนที่ร้องว่า ‘เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน’ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ หากสถานการณ์ในประเทศสงบเรียบร้อยตนไปนานแล้ว ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่จนถึงขนาดนี้ ยืนยันว่าที่ต้องอยู่จนถึงขนาดนี้เป็นไปตามกลไกของการเลือกตั้ง
อำนาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ซึ่ง 9 ปีที่ผ่านมา ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระมัดระวังตัวมาโดยตลอด แนวคิดทางการเมืองหลายคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ต้องทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ หากแบ่งแยกเป็นกลุ่มๆ จะเกิดอันตราย จึงต้องมีหลักพื้นฐานสำคัญ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ไม่ขอวิจารณ์อะไรมาก เพราะส่วนตัวไม่มีอำนาจอะไรอยู่แล้ว และไม่เคยคิดว่าตนมีอำนาจ ทุกอย่างมาตามขั้นตอนและระเบียบของกฎหมาย รัฐบาลขณะนี้ไม่ใช่รัฐบาลปรองดอง แต่ทุกคนต้องมีความปรองดองกัน และมีส่วนร่วมกัน เพราะไม่สามารถสั่งใครให้ปรองดองกันได้
ส่วนกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ปรึกษาว่าอยากมีห้องส่วนตัวไว้พักผ่อนจะเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แล้วแต่นายกฯเศรษฐา แต่ที่ทำเนียบรัฐบาลมีห้องสำหรับนอนพักผ่อนอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้ใช้เนื่องจากมัวแต่รบสื่อมวลชน บางครั้งก็นอนไม่หลับ พูดไปโมโหไป ก็กลับมานึกรู้สึกเสียใจ ไม่ควรพูดแต่เชื่อว่าต่างคนต่างเข้าใจกัน ส่วนตัวเป็นคนขี้โมโห แต่คิดเร็วทำเร็ว บางครั้งอาจไม่เหมาะสม แต่ขอให้ดูผลงานที่ออกมา
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงเกรียนคีย์บอร์ดว่า ขอฝากความรักความคิดถึง ตนไม่โกรธเคืองใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะรักจะชมหรือจะชอบหรือไม่ชอบ จะด่า จะว่า เพราะเป็นโลก โซเชี่ยลมีเดีย แต่ทุกคนต้องมีภูมิคุ้มกันเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ใครเกลียดก็เกลียดด้วย ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล หากทุกคนบิดเบี้ยวไปหมดจะเป็นอันตรายกับประเทศ สื่อโซเชี่ยลมีเดียไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ไม่เคยทำเอง เพราะไม่ชอบ แต่ต้องติดตามเพราะเป็นเรื่องของการพัฒนา
ใจหาย-ฝากปท.ไว้ในมือทุกคน
ผู้สื่อข่าวถามว่าประทับใจอะไรกับการนั่งนายกฯ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความรักความสามัคคี ความเข้าใจว่าเราทำหน้าที่เพื่อใคร เพื่อประเทศชาติประชาชนและสถาบัน ขอให้ทุกคนช่วยกันให้บ้านเมืองสงบ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งไม่อยากให้ความขัดแย้งกลับมา อะไรที่ผิดพลาด อะไรที่เสียหาย อย่าไปทำมันอีก หากเราไม่เรียนรู้วันข้างหน้าจะอยู่กันอย่างไร
ต่อข้อถามว่าอะไรที่ประทับใจที่สุด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การประชุมครม.ที่เรียบร้อยทุกสัปดาห์ ทุกคนเห็นชอบร่วมกัน ทุกคนเสนอโครงการในกรอบการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่การร่างไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ ทุกประเทศก็มีแบบนี้ 9 ปีที่ผ่านมามองว่าความสำเร็จมีเกินครึ่ง เพราะหลายเรื่องเป็นเรื่องยาก ติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย และมีความพึงพอใจกับทุกโครงการของรัฐบาล เพราะเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรอยากฝากบอกประชาชนที่สนับสนุนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ช่วยให้กำลังใจในการทำงานร่วมกันด้วยความรักความสามัคคีภายใต้ พื้นฐานกรอบกฎหมาย เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่าประชาชนหลายคนใจหายที่นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็รู้สึกใจหายเช่นเดียวกัน ฉะนั้นขอฝากประเทศชาติบ้านเมืองไว้ในมือทุกคนด้วย
เวลา 13.09 น. พล.อ.ประยุทธ์สักการะพระพรหมบนยอดตึกไทยคู่ฟ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล จากนั้นลงมาพบข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งแฟนคลับ ที่ห้องโถงกลางตึกไทย โดยนำดอกกุหลาบแดงมามอบให้ ขณะที่พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นำวงดนตรีมาบรรเลงเพลงขับกล่อม เพลงแรกเป็นเพลงความฝันอันสูงสุดให้กับพล.อ.ประยุทธ์
พล.อ.ประยุทธ์มอบโอวาทว่า อะไรก็ตามที่ทำให้พวกเราไม่สบายใจ ไม่พอใจขอบอกว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่ตั้งใจแบบนั้น ขอบคุณทุกคนและทุกหน่วยงานทั้งรัฐและรัฐวิสาหกิจทุกคน ขอให้เดินหน้าได้อย่างปลอดภัยขอฝากแค่นี้ พวกเราไม่ว่าใครจะมาใครจะไป หน่วยงานต้องอยู่ให้ได้ทั้งตัวเองและครอบครัว จะทำอะไรต้องไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เจอกันข้างนอกขอให้ทักบ้างอาจจะจำไม่ได้ หน้าตนอาจจะเปลี่ยนไปเยอะ หลายคนบอกว่าจะพาตนไปเที่ยวแต่จะไปได้อย่างไร เพราะทุกคนจำหน้าตนได้ในขณะนี้
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์เชิญชวนให้ทุกคนร่วมร้องเพลง คำสัญญา ของอินโดจีน เพลงด้วยรักและผูกพัน ของเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ และเพลงศรัทธา ของหินเหล็กไฟ คนดีไม่มีวันตาย เป็นต้น
ขรก.-แฟนคลับร่ำไห้อาลัย
พล.อ.ประยุทธ์เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ไปบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทย เพื่อร่วมถ่ายรูปและรับดอกไม้โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดงจากข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมทั้งกลุ่มแฟนคลับเรารักลุงตู่ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในทำเนียบรัฐบาล มีบางคนถึงกับร้องไห้ บางคนเข้าโอบกอดพล.อ.ประยุทธ์ ช่วงหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้หันกลับมามองพร้อมกวาดสายตามองรอบตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับยกมือไหว้ และเดินไปทักทายประชาชน
เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นรถยนต์ส่วนตัวตามฤกษ์ โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนาย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้าไปกอดร่ำลา ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนโบกมืออำลาและส่งมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กับทุกคนจนพ้นสายตารั้วทำเนียบรัฐบาล เป็นการปิดฉากนายกฯ คนที่ 29
เมื่อออกจากทำเนียบรัฐบาลแล้ว พล.อ. ประยุทธ์ได้แวะบ้านพิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งนายกฯและเรือนรับรองแขกสำคัญของรัฐบาลไทย เพื่อสักการะพระภูมิ เจ้าที่ บวงสรวงองค์ท่านท้าวหิรัญพนาสูร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านพิษณุโลก เสร็จแล้วเดินทางกลับบ้านพักภายใน ร.1.รอ.
ภายหลังจากพล.อ.ประยุทธ์ออกจากทำเนียบรัฐบาล ช่อง YouTube ไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นช่องทางของสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่คลิป MV เพลงความฝันอันสูงสุด รวบรวมภารกิจตลอด 9 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมเสียง คำกล่าวระบุว่า “รักก็คือรัก รักด้วยหัวใจ รักด้วยสมอง รักด้วยปัญญา ทำให้โลกเราน่าอยู่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้โลกเราน่าอยู่ โลกเราสามัคคี วันนี้มีอันตรายมากมายที่เกิดขึ้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เราจะต้องรักกัน ถ้าตราบใดที่คน 60 กว่าล้านรักกัน ประเทศไทยไปได้แน่ๆ” โดยมีประชาชนเข้ามาแสดงความเห็นว่า จะรักลุงตู่ตลอดไป
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข่าวระบุพล.อ.ประยุทธ์จะไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ 1 ก.ย. เป็นต้นไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังคงรักษาการอยู่จนกว่าครม.ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ “ด้วยมารยาททางการเมืองนายกฯ มีความประสงค์อยากให้เวลาคณะทำงานของรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาเตรียมสถานที่ปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ จึงจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้เป็นวันสุดท้าย นายกฯ ยังคงมีภารกิจในเรื่องการพิจารณาลงนามเอกสาร ซึ่งทำได้ตามปกติ โดยจะไม่ขัดต่อมาตรา 169 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
‘ป้อม’จ่อทิ้งสส.-ปิดบ้านรอยต่อ
เมื่อเวลา 08.40 น. ที่สำนักงาน คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวก่อนเป็นประธานประชุม คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ว่า “ห้ามถามการเมือง ไม่เล่นการเมืองแล้ว เป็นหัวหน้าพรรคอย่างเดียว ไม่ได้เล่นการเมือง” ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเดียวแล้ว ตำแหน่งสส.บัญชีรายชื่อ พล.อ.ประวิตรกล่าวทันทีว่า “เดี๋ยวก็จะลาออก คนอื่นก็ทำไป” ต่อข้อถามว่าจะลาออกเมื่อไร พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ เมื่อถามว่า จะเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเดียว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ อย่างเดียว
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกรอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า ตนยังมีพลังการทำงานในด้านกีฬา ผู้สื่อข่าวถามว่าการเมืองยังมีพลังอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นหน้าที่คนอื่น ทำมาเยอะแล้ว ต่อข้อถามว่าอยากทำต่อหรือไม่ ทำอยู่ ทำต่อ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ทำอยู่ ทำต่อหมายความว่าอย่างไร ผู้สื่อข่าวตอบว่า หมายถึงทำให้ประเทศ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมทำมาเยอะแล้ว ผมทำให้พรรคบ้าง
พล.อ.ประวิตรกล่าวอวยพรสื่อมวลชนว่า “โอเคนะ โชคดีนะทุกคน โชคดีจ้า” แล้วเข้าห้องรับรอง เมื่อออกจากห้องได้กวักมือเรียกผู้สื่อข่าวให้มาถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก ผู้สื่อข่าวได้หยอกล้อว่า หลังจากนี้จะมีเวลาทำผัดซีอิ๊ว ที่บ้านในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบเสียงดังฟังชัดว่า “บ้านป่ารอยต่อฯ ปิดแล้ว” เมื่อถามว่า ปิดจริงหรือไม่ เหตุใดจึงปิด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำแต่มูลนิธิอย่างเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพล.อ.ประวิตรลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อ ผู้จะขยับเป็นสส.แทน คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ที่มีชื่อเป็นรมช.สาธารณสุข

ลาการเมือง – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางมาประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ประกาศเตรียมลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ ไม่เล่นการเมืองแล้ว ที่บ้านอัมพวัน เขตดุสิต กทม. เมื่อวันที่ 31 ส.ค.
‘วันนอร์’ยันต้องมีผู้นำฝ่ายค้าน
ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการแถลงนโยบายรัฐบาลว่า วันเวลาที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นเรื่องของรัฐบาล ถ้าสภาได้รับเรื่องจากรัฐบาลแล้วจะนัดประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อตกลงวันและเวลาที่มีความพร้อมที่สุด คิดว่าจะเป็นเร็วๆ นี้ เบื้องต้นรัฐบาลยังไม่ประสานมาว่าจะแถลงเมื่อใด เข้าใจว่ารัฐบาลต้องนำครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ก่อนถึงจะแจ้งมายังสภาว่าจะมีความพร้อมเมื่อใด ยืนยันสภามีความพร้อมตลอดเวลา
ส่วนตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หลังจากได้รัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางสภาจะทาบทามไปยังพรรคที่มีสส.เป็นฝ่ายค้าน และไม่ได้ร่วมรัฐบาล ไม่มีตำแหน่งประธาน รองประธานสภา มีพรรคใดประสงค์เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อกราบบังคมทูลแต่งตั้งต่อไป และถ้านายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ซึ่งมาจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่ลาออกจากตำแหน่ง ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะต้องเป็นของพรรคลำดับถัดไป และหากพรรคนั้นไม่เรียบร้อยก็ต้องรอ แต่ต้องมีผู้นำฝ่ายค้าน เพราะมีหน้าที่ที่เป็นภารกิจของผู้นำฝ่ายค้านหลายเรื่องอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องดำเนินการให้ได้ผู้นำฝ่ายค้าน ส่วนระยะเวลาขึ้นอยู่กับความพร้อมของพรรคที่อยู่ในฝ่ายค้าน และมีสัดส่วนที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านได้
เมื่อถามว่าจะใช้เวลารอนานเพียงใด เพราะแต่ละพรรคยังไม่มีความพร้อม นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า รอจนกว่าพรรคนั้นๆ จะพร้อม เพราะเป็นภาระของสภาที่จะต้องให้มีผู้นำฝ่ายค้าน ไม่เช่นนั้นจะขาดสัดส่วนการพิจารณาเรื่องต่างๆ
‘เศรษฐา’น้อมรับวิจารณ์ครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นวันสุดท้ายและเดินทางกลับในเวลา 14.00 น. จากนั้นเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล (www.thaigov.go.th )ได้เปลี่ยนแบนเนอร์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ภารกิจนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ภายในมีเนื้อหาเป็นภารกิจของนายเศรษฐาตั้งแต่การรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ภารกิจ ผู้นำต่างประเทศแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่งและภารกิจ นายกฯ สปป.ลาว โทรศัพท์แสดงความยินดี
เมื่อเวลา 08.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคุณสมบัติครม.ว่า เข้าใจว่าวันที่ 1 ก.ย.น่าจะแล้วเสร็จ และหวังว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เลย ผู้สื่อข่าวถามถึงคุณสมบัตินายพิชิต ชื่นบาน ว่าที่รมต.ประจำสำนัก นายกฯ โควตาพรรคเพื่อไทย ที่แม้อาจไม่ขัดต่อคุณสมบัติแต่อาจมีการร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรม นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับว่าที่รัฐมนตรีทุกคน หากไม่ผิดข้อบทกฎหมาย และตรวจสอบคุณสมบัติผ่านแล้วถือว่าไม่ผิดจริยธรรม
ต่อข้อถามว่ามีคนมองว่าเรื่องจริยธรรม นายกฯ อาจต้องช่วยพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย นายเศรษฐากล่าวว่า ตอนนี้กำลังขอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะมีความเห็นออกมาในวันที่ 1 ก.ย. หากมีความเห็นว่าคุณสมบัติสามารถผ่าน ตนหวังว่าจะเป็นที่ สิ้นสุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าหากรายชื่อออกมา สังคมจะออกมาคัดค้านภายหลัง นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีใครถูกใจทั้งหมดกับทุกคนที่สรรหาเข้ามา แต่ต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล และว่าที่รัฐมนตรี ทุกคนที่จะอาสาเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติ ขอให้รอดูและวัดกันผลงานดีกว่า ส่วนกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค เสรีรวมไทย (สร.) ใช้ถ้อยคำรุนแรงวิจารณ์การจัดครม.ของพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐากล่าวว่า “ก็น้อมรับฟังครับ ไม่มีอะไรจะไปตอบโต้ครับ”

เดินตลาด – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ นำคณะเดินตลาดไทยภัทร สถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที สุทธิสาร กทม. แวะคุยพ่อค้าแม่ค้า สอบถามปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้า รับปากจะเร่งแก้ปัญหา เมื่อวันที่ 31 ส.ค.
เรียกธ.ก.ส.ถกพักหนี้เกษตรกร
ต่อข้อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกลตั้งคำถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะอยู่ในการประชุม ครม.นัดแรกหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว คงมีอะไรหลายเรื่อง เช่น เรื่องการพักหนี้เกษตรกร ขอให้อดใจรอนิดหนึ่ง และวันเดียวกันนี้เวลา 10.00 น. ตนจะเจอกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อหารือเรื่องการพักหนี้ ว่าที่รมช.คลังจะมาพูดคุยด้วยว่าขั้นตอนจะดำเนินการได้ทันทีหรือไม่ เพราะประชาชนเดือดร้อนหนี้สินเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนหลายคนอยากทราบว่าตัวเลขการลดราคาพลังงานจะมากน้อยแค่ไหน นายเศรษฐากล่าวว่า ขอทำตัวเลขนิดหนึ่ง เมื่อ 30 ส.ค. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี มาให้ข้อมูลแล้ว มีแนวทางชัดเจนแล้ว แต่ขอดูเรื่องตัวเลขอีกนิดว่าตรงไหนเหมาะสม รวมถึงต้องปรึกษากระทรวงการคลังถึงเรื่องงบประมาณต่างๆ อย่าให้ตนพูดไปก่อน และคิดว่าตัวเลขเรื่องค่าพลังงานจะไม่มีปัญหาหากประกาศลดในครั้งแรกที่ประชุมครม.นัดแรกเลย
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่พบปะประชาชน กลัวจะเจอมวลชนที่คัดค้านหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นธรรมดาเมื่ออาสามาทำงานการเมือง เรื่องเหล่านี้เราต้องรับฟัง มีทั้งคนติ มีทั้งคนชม มีทั้งคำแนะนำ อยากให้เป็นการติเพื่อก่อ ตนเพิ่งเข้ามามีความตั้งใจจริงที่จะรับฟังปัญหาที่พี่น้องประสบจริงๆ อะไรที่สามารถแก้ไขได้จะรีบด่วน จึงบอกว่าในการประชุมครม. นัดแรกมีหลายเรื่องที่ต้องทำ วันนี้จะโทร.หาหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ด้วย เรื่องการแถลงนโยบายก็สำคัญ หลังจากถวายสัตย์เสร็จก็แถลงนโยบาย ขณะนี้แผนกนโยบายกำลังทำและรวบรวมนโยบายจากพรรคต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง ขอให้รอดูอีกนิด ใกล้เคียงเกือบจะ 100% แล้วมีเวลาอีก 1 สัปดาห์น่าจะจบได้
ลุยตลาดเจอป่วน-รับแก้ของแพง
เวลา 12.00 น. นายเศรษฐา พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ว่าที่รมช.คลัง นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ว่าที่รมต.ประจำสำนักนายกฯ เดินเท้าออกจากพรรคเพื่อไทย ไปขึ้นรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสถานีเพชรบุรี ระหว่างทางแวะทักทายพ่อค้าแม่ค้า เช่น ร้านผลไม้ ข้าวไข่เจียว พร้อมสอบถามถึงราคาไข่ไก่ น้ำมันพืช และแก๊สหุงต้ม ซึ่งนายเศรษฐารับปากว่าหลังถวายสัตย์ จะรีบแก้ไขปัญหาราคาสินค้าโดยเร็ว
เมื่อถึงสถานีเพชรบุรี นายเศรษฐาแลกเหรียญโดยสารด้วยตนเอง แล้วต่อแถวขึ้นรถไฟฟ้าตามปกติ เพื่อไปลงสถานีสุทธิสาร เยี่ยมตลาดเมืองไทยภัทร ระหว่างการเดินทางนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รายงานสถานการณ์การใช้บริการรถไฟฟ้าของประชาชนให้ทราบ เมื่อนายเศรษฐามาถึงตลาดเมืองไทยภัทร มีประชาชนที่ทราบข่าวมาต้อนรับ ถือป้ายรูปนายเศรษฐา พร้อมข้อความ “นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของคนไทย” นอกจากนี้ยังมีแม่ค้าพ่อค้าตะโกนว่า “นายกฯชื่อเศรษฐา แม่ค้าจะเป็นเศรษฐี” ซึ่งตลอดเส้นทางนายกฯ ได้แวะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการค้าขาย และยังแวะซื้อเกาลัด 10 ถุง
ช่วงหนึ่งนายเศรษฐาได้พบกับนางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือมาดามแป้ง กรรมการ ผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่มาซื้อผลไม้ นายเศรษฐาแซวกลับว่า “สวัสดีครับท่านนายก (นายกสมาคมฟุตบอล)” ทำให้นางนวลพรรณกล่าวตอบกลับว่า “สวัสดีค่ะนายกฯ”
นายเศรษฐายังซื้อลอตเตอรี่ชุดละ 5 ใบ รวม 13 ชุด แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเลือกเลขอะไรบ้าง ระหว่างที่เดินได้ทักทายตำรวจจราจร พร้อมรับปากว่าจะดูแลเรื่องสวัสดิการและความเป็นอยู่ของตำรวจชั้นประทวน ระหว่างนั้นมีหญิงสาวรายหนึ่งสวมเสื้อสีเขียวสะท้อนแสง ตะโกนว่า “นายกฯ ต้องพิธาคนเดียวเท่านั้น คนนี้ไม่ใช่นายกฯ เพราะไปขโมยเขามา” แล้วเดินหนีออกไป แต่นายเศรษฐาไม่ได้ยิน
บุกแม่กลอง-เคลียร์ปัญหาประมง
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนใหญ่ที่รับฟังความคิดเห็นเป็นเรื่องค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ราคาแก๊ส และค่าไฟ ทำให้วัตถุดิบในการประกอบอาหารแพงขึ้น การแก้ปัญหาต้องแก้ที่รากฐาน หากมีการประชุมครม.นัดแรกจะประกาศนโยบายออกไป ส่วนเรื่องตัวเลขต้องพิจารณาก่อน ขอให้ใจเย็นอีกนิดหนึ่ง ขอให้ทราบตัวเลขที่แน่นอนก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบ ต่อข้อถามว่าการลดค่าไฟจะทำได้ในระยะเวลา 4 เดือนเลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คงทำได้ก่อน ส่วนจะเป็นราคา 4.25 บาทตามที่ภาคอุตสาหกรรมเรียกร้องหรือไม่นั้น ต้องขอไปพิจารณาก่อน แต่เข้าใจโจทย์ว่าต้องการเท่าไร และจะพยายามจนสุดความสามารถ
ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้ความมั่นใจกับประชาชนเรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะไม่มีอะไรมาสะดุดใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเชิญหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมารับฟังความคิดเห็น ได้ดูเรื่องรายละเอียด หากวันไหนที่สามารถออกโครงการได้ จะแจ้งให้ทราบ แต่คิดว่าเป็นไตรมาสหนึ่งแน่นอน
ต่อข้อถามว่าวันนี้ได้นั่งรถไฟฟ้า ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายจะเริ่มได้เมื่อไร นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องขอไปพิจารณาก่อน จริงๆ แม้จะบอกว่าเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว เรามีพรรคร่วมรัฐบาลอีก 10 พรรค จึงต้องไปพิจารณานโยบายโดยรวมก่อน ส่วนจะเป็นราคา 20 บาททุกสาย และใช้กับผู้ที่มีรายได้น้อยก่อนหรือไม่นั้น ต้องนำไปพิจารณาก่อนเช่นเดียวกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร จะลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อเสียดายหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ท่านเป็นบุคคลที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติมานาน ส่วนตัวเคยคุยโทรศัพท์กับพล.อ.ประวิตรแค่นิดเดียว ยังไม่เคยเจอตัว เมื่อเข้าทำเนียบรัฐบาลแล้ว อยากเชิญพล.อ.ประวิตรมารับประทานอาหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันศุกร์ที่ 1 ก.ย. นายเศรษฐาลงพื้นที่จ.สมุทรสงคราม พบปะ ผู้ประกอบการประมงในพื้นที่ ที่ท่าเทียบเรือวัดปากสมุทร ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบจากประกาศของไอยูยู หรือการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง
‘สมศักดิ์’ไม่หวั่นถูกค้านนั่งรมต.
ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีเป็น 1 ใน 4 ว่าที่รัฐมนตรีที่นายณัฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นหนังสือขอให้นายเศรษฐา ทบทวนการแต่งตั้ง เพราะมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมว่า ในส่วนของตนมีบุคคลภายนอกร้องเรียนเข้ามา แต่เบื้องต้นเห็นว่าเป็นเรื่องการใช้กฎหมายและระเบียบราชการ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทุจริต มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเพียง 2 เรื่องคือ การปล่อยหรือลดโทษผู้ต้องขังคดีโครงการรับจำนำข้าว และการขอพระราชทานอภัยโทษที่เป็นสิทธิของนักโทษ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของรมว.ยุติธรรม พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเห็นว่าเป็นเช่นนั้น
ส่วนอีกเรื่องคือกรณีอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไปยื่นร้องเรียนตนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีการถอนเรื่องดังกล่าวออกไปแล้ว และยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ระเบียบกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จัดซื้อและเบิกจ่ายงบประมาณส่วนกลางต่างๆ ตนสั่งการให้ตรวจสอบตามคำร้องแล้วไม่พบความผิดปกติ ซึ่งตนจะได้ทำหนังสือชี้แจงต่อเลขาธิการครม.ต่อไป
‘หนู’ย้ำคุณสมบัติ‘ชาดา’ฉลุย
ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยว่า ส่วนใหญ่เป็นข้อกล่าวหา แต่คุณสมบัติที่นำเสนอรายชื่อต่อนายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น นอกจากนั้น เจ้าตัวต้องรับรองคุณสมบัติของตัวเองก่อนรับตำแหน่งสำคัญ
“ผมเชื่อว่าคนที่ผมนำเสนอให้เป็นหนึ่งในครม. ผมนำเสนอด้วยความสามารถ ความทุ่มเท ความเสียสละ ความตั้งใจทำงาน ความเป็นนักบริหารของพวกเขา เรามีข้าราชการประจำที่พร้อมทำงานร่วมกันกับฝ่ายนโยบายอยู่แล้ว โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพื่อบ้านเมือง จึงขอให้มีความมั่นใจ” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่าได้หารือกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ว่าที่ รมช.มหาดไทย ถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่ เผยแพร่ข้อความโจมตีเรื่องคุณสมบัติหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แต่เชื่อว่า นายชาดา ได้รับรองตนเองว่าไม่ได้ขาดคุณสมบัติอะไร ฉะนั้น เวลามีคนเห็นต่างกัน จึงต้องมีกฎหมาย มีระเบียบ ข้อบังคับอะไรต่างๆ เป็นตัวตัดสินใจ ดังนั้นเราต้องตัดสินด้วยกฎหมาย
พท.เล็งทำร่างแก้รธน.ใหม่
เวลา 11.20 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่สส.พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นชอบต่อการเลื่อนญัตติเสนอคำถามประชามติแก้รัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกลให้ขึ้นมาพิจารณาก่อนวาระอื่น เมื่อ 30 ส.ค.ว่า เหตุผลที่สส.พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าว เนื่องจากพรรคตรียมทำเรื่อง ดังกล่าวให้เป็นวาระและนโยบายที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการ อีกทั้งเห็นว่าแม้จะให้สภาพิจารณาเรื่องคำถามประชามติ แต่กระบวนการไม่สามารถจบได้ เพราะตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 กำหนดว่าต้องใช้ความเห็นชอบทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ดังนั้นแม้สภาเห็นชอบ แต่ต้องส่งไปยังวุฒิสภาให้พิจารณา ซึ่งในประเด็นที่ต้องใช้มติของสองสภานั้นเป็นปัญหาและอนาคตจำเป็นต้องแก้พ.ร.บ. ประชามติ เพื่อให้การเห็นชอบกับเรื่องที่จะทำประชามติ หากผ่านสภา สามารถเสนอไปสู่ครม.ได้
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดการแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ที่เรื่องจะผ่านประชามติว่า ไม่จำเป็นต้องแก้ เพราะสมเหตุสมผลของเนื้อหา ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย คือ ประชาชนต้องมาออกเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ และต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธินั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว
พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอ ครม. ให้พิจารณาคำถามประชามติ ในการประชุมครม. ในกระบวนการการทำประชามติและลักษณะของคำถาม โดยมีประเด็นใหญ่ คือ คำถาม ที่เห็นตรงกันในพรรค เกี่ยวกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการทำประชามติครั้งแรก คือการตั้งคำถามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยไม่มีตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดคล้องกับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยจะปัดฝุ่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่เคยเสนอไว้ในสภาชุดที่ผ่านมา หรือจัดทำร่างใหม่เสนอ นายชูศักดิ์กล่าวว่า อยู่ระหว่างพิจารณา และคาดว่าจะทำใหม่ โดยเฉพาะเรื่องกรรมาธิการ ที่ถูกวิจารณ์ว่าหากไม่มีกรรมาธิการที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเลยอาจมีประเด็นปัญหาได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลากว่า 3 ปีครึ่ง กว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ส.ส.ร.ดำเนินการ
วางสเป๊กหัวหน้าพท.คนใหม่
นายชูศักดิ์กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อเลือกกก.บห.และหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า ต้องคุยกับทั้งรักษาการเลขาธิการพรรค และรักษาการกก.บห.กำหนดว่าวันใดจะเหมาะสม แต่ต้องอยู่ภายใน 60 วันหลังจากหัวหน้าพรรคคนเดิมลาออกเมื่อ 30 ส.ค. ซึ่งหลักทั่วไปต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ โดยสมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอชื่อ กก.บห.แต่คงต้องไตร่ตรองกันดูว่าใครจะเหมาะสม แล้วจึงนำเสนอในที่ประชุมใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามว่า สเป๊กของหัวหน้าพรรคคนใหม่ควรเป็นอย่างไร นายชูศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล สิ่งสำคัญที่สุดของพรรคคือการที่จะต้องทำงานเพื่อสนับสนุนรัฐบาลมากน้อยเพียงใด ดังนั้นหัวหน้าพรรคคนใหม่จึงควรเป็นผู้มีความรอบรู้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และไม่จำเป็นต้องเป็นสส. ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้เป็น สส.ตั้งหลายคน เมื่อถามว่า ต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ สุดแต่สมาชิก ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอยากให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์กล่าวว่า “สุดแต่ท่าน”
สภาล่มประเดิมรัฐบาลพท.
เวลา 15.30 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ระหว่างเข้าสู่วาระการพิจารณาญัตติของให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ที่มีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอ แต่เนื่องจากญัตติดังกล่าวเป็นญัตติที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องราคาผลิตผลและสินค้าตกต่ำซึ่งมีญัตติในทำนองเดียวกันนี้อีก 10 ฉบับจึงให้พิจารณารวมเป็น 11 ฉบับ
หลังจากนายอรรถกรเสนอญัตติจบปรากฏว่า นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคก้าวไกล เสนอที่ประชุมว่าตนเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยเหลือเกษตรกรจนถูกดำเนินคดีในการช่วยเกษตรกรขายกุ้งที่สนามหลวง ตนเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงขอเสนอญัตติให้มีการนับองค์ประชุมโดยมีผู้รับรองถูกต้อง
ทำให้น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นคร ศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ทักท้วงว่ายังอยู่ในช่วงการให้ผู้เสนอญัตติอภิปราย และวันนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้เลี้ยงกุ้งแต่เป็นพืชผลการเกษตร และมีการสรุปตั้งแต่เมื่อ 30 ส.ค.ว่าจะต้องเลื่อนการพิจารณาญัตติดังกล่าวมาพิจารณาในวันนี้ จึงอยากให้ประธานดำเนินการให้เสร็จสิ้น
จากนั้นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงประเด็นที่ถูกพาดพิงเพราะทำให้พรรคเสียหายและขอให้แพนกล้องไปรอบๆ ห้องประชุมว่าสส.ฝั่งไหนเยอะกว่ากัน ยืนยันขอให้นับองค์ประชุม
นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า ถ้าประธานอนุญาตพรรคก้าวไกล ตนก็เสนอให้มีการขานชื่อ ซึ่งมีผู้รับรองถูกต้อง
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ พยายามไกล่เกลี่ยเพื่อให้ญัตติของพรรคก้าวไกล เดินหน้าไปก่อน ขณะที่บรรดาสส.พรรครัฐบาลพยายามขอร้องให้พรรคก้าวไกลถอนญัตตินับองค์ประชุมออกไป แต่นายปิยรัฐยืนยันไม่ถอน
จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์ได้กดออดเรียกสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อนับองค์ประชุมด้วยการกดบัตรแสดงตน ปรากฏว่าหลังจากรอสมาชิกแสดงตนพักใหญ่ มีผู้แสดงตนเพียง 98 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุมและสั่งปิดประชุมในเวลา 16.10 น.
ขั้วรัฐบาลฉะก้าวไกลเล่นเกม
หลังการประชุมสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ต้องขออภัยพี่น้องประชาชน เนื่องจากเรื่องที่กำลังพิจารณาเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตร สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนเตรียมอภิปรายโดยลงชื่อเกือบร้อยคน แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถอภิปรายได้ เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นผลมาจากเมื่อ 30 ส.ค. ที่ฝ่ายค้านเสนอญัตติขอให้สภาพิจารณาเห็นชอบ และแจ้งให้ครม.ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต้องเข้าใจสส.ฝั่งรัฐบาลว่าเรื่องความ เดือดร้อนของประชาชนทางการเกษตร จะถูกแซงไม่ได้ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้เดินไปตามระเบียบวาระเดิม คงเป็นเหตุให้ฝ่ายค้านอึดอัด การประชุมสภาสัปดาห์หน้า จะเดินหน้าพิจารณาญัตติดังกล่าวต่อไป และส่งให้รัฐบาลแก้ปัญหาโดยเร็ว วันนี้เราอาจจะผิดพลาด แต่เราจะไม่ให้สภาล่มอีกต่อไปในสมัยประชุมนี้ เราจะทำงานอย่างเข้มแข็งไม่ประมาท
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การนับองค์ประชุมเป็นอาวุธเดียวที่สำคัญของฝ่ายค้าน ตนไม่คิดว่าฝ่ายค้านจะใช้อาวุธนี้เร็วจนเกินไป ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ชิงไหวชิงพริบมากจนเกินไปในสภา อยากให้เป็นสภาที่สดสวยงดงาม เล่นแต่ให้เพียงพอ มัชฌิมาปฏิปทา ท่านมาไม้ไหน ตนรู้ทันเหมือนกัน อ้าปากเห็นลิ้นไก่”
ส่วนสส.พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง โฆษกพรรค กล่าวว่า องค์ประชุมเป็นหน้าที่สส.ทั้งหมด ท่านบอกพรรคท่านอยู่ 150 ชีวิต แต่ไม่กดแสดงตนหมายความว่าอย่างไร ถึงเวลาแทนที่จะใช้เวทีสภาแก้ปัญหาประชาชน กลับมาเอาเล่นเกมการเมือง ซึ่งน่าเสียใจอย่างยิ่ง วันนี้เราต้องขอโทษที่ไม่สามารถนำเสนอญัตติของพรรคได้ เพราะเราพลาดท่าเสียทีพรรคก้าวไกล แต่ต่อไปเราจะไม่ประมาท เกมการเมืองก้าวไกลอีก
ก.ก.สวนกลับดราม่า
ด้านพรรคก้าวไกล นำโดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และนายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. แถลงว่า ถึงแม้จะให้ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเป็นฝ่ายนับองค์ประชุมก็ไม่ครบ เพราะจำนวนฝ่ายรัฐบาลรวมกับพรรคก้าวไกล ก็ไม่ถึง 250 อยู่ดี พูดดราม่าว่า พี่น้องเกษตรกรสำคัญ แล้วทำไมไม่ตามกันมาประชุม ทำไมกลับบ้านก่อน หรือทั้งหมดเป็นแค่ภาพการรณรงค์เพื่อให้ได้มาเพื่อคะแนนเสียงของประชาชนเท่านั้น อีกหน่อยฝ่ายรัฐบาลจะอภิปรายอะไร สภาต้องขึ้นหรือไม่ว่า นี่เป็นเพียงการโฆษณาเท่านั้น ตกลงนี่คือแสดง หรือการให้ความสำคัญจริงๆ
แปลกหรือไม่ที่ยกมือจะประท้วง ขอพูด ไม่ต้องพูด โทรศัพท์ตามเพื่อนให้มาประชุม แล้วสุดท้ายก็ไม่มาเพราะกลับบ้านกันไปแล้ว นับองค์ประชุม 96 พรรคก้าวไกล 150 ต่อให้เราทุกคนเป็นองค์ประชุมก็ไม่ถึง 250 ดังนั้นพวกเราเห็นความสำคัญของพี่น้องเกษตรกร และเรายืนยันด้วยจำนวนสส.ที่ร่วมประชุมในญัตตินี้ ไม่ได้ร้องไห้ หรือประท้วง แต่สส.ของพรรคตัวเองไม่มา ดังนั้นขอให้ประชาชนเข้าใจกันให้ถูกต้องว่า ใครกันแน่ที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ หรือใครกันแน่ที่ใส่ใจเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
‘วิษณุ’เผยเรื่อง‘โทนี่’ถึงมือแล้ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รักษาการรมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สังคมคลางแคลงใจว่า นายทักษิณ ชินวัตร ถูกส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กรมราชทัณฑ์ ไปรักษาตัวที่ร.พ.ตำรวจ หรือร.พ.เอกชนว่า ถ้าตนพอจะมีเครดิตอยู่บ้าง ขอให้คำยืนยันว่าอยู่ที่ร.พ.ตำรวจจริง ได้ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จริง หลังจากได้พักอยู่ถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ถูกส่งตัวเข้าไป และเนื่องจากป่วย ความดันขึ้นเกือบ 200 กินยาสลายลิ่มเลือด และมีอาการแพ้อะไรบางอย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Depress” หรือสลดหดหู่ใจ จึงทำให้อาการทรุดหนักลง ส่วนหนักลงขนาดไหนนั้น ตนไม่ทราบ และได้ส่งตัวไปที่ร.พ. ตนได้พูดกับนายแพทย์ใหญ่ผู้อำนวยการ ร.พ.ตำรวจ ได้ฝากฝังให้ช่วยดูแลนายทักษิณยังอยู่ที่นั่น อีกหน่อยคงเปิดให้ไปเยี่ยมได้
ผู้สื่อข่าวถามว่านายทักษิณอาการหนักมากหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ และไม่เคยเห็น ต่อข้อถามว่าจะเป็นข้อมูลเพิ่มในการขอพระราชทานอภัยโทษได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็น ต่อข้อถามว่าเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษถึงมือนายวิษณุแล้วหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า “ถึงแล้ว” เมื่อถามว่าขั้นตอนจากนี้จะเป็นอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่าดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
ต่อข้อถามว่าเป็นการขอด้วยตัวนายทักษิณเอง หรือญาติเป็นผู้ขอ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ตอบแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการขอโดยตรงที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับวันสำคัญใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ เป็นการขอส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับโอกาสสำคัญ ไม่ต้องดูว่ารับโทษมาแล้วเท่าไหร่ อย่างไร ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณทั้งนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้เวลาตามขั้นตอนอีกนานหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ขั้นตอนตามระเบียบเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนทางรัฐบาลนั้นไม่นาน แต่ขั้นตอนที่จะส่งพิจารณา ต้องสุดแต่พระมหากรุณาธิคุณ” เมื่อถามว่าในการขอดังกล่าวนายทักษิณได้ระบุหรือไม่ว่าเมื่อพ้นโทษแล้วจะบวช นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่ทราบครับ ผมขอไม่ตอบ”