นศ.สาว16ฝ่าธงแดง จมทะเลระยองดับ!

‘เหนือ-ใต้-ตะวันออก’ อ่วม หลังฝนถล่มหนักหลายจว. ตราดวุ่นน้ำป่าเทือกเขาบรรทัดทะลักท่วม 2 อำเภอ ที่บ่อไร่-เขาสมิง บ้านเรือน 300 หลังเดือดร้อน อบต.-สถานีอนามัยท่วม 1 เมตร ขณะที่ ‘เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-ลำปาง’ ฝนตกตลอดคืน น้ำป่าดอยขุนตาลไหลท่วมบ้านเรือนนับสิบหลัง ขณะที่ดอยสุเทพฝนตกหนัก น้ำไหลหลากท่วมชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ บางจุดสูง 1 เมตร นาข้าวในอำเภอกัลยาณิวัฒนาจมเสียหาย ที่ปาย แม่ฮ่องสอนน้ำปายเอ่ยล้นท่วมบ้านเรือน นาข้าวจมน้ำกว่า 200 ไร่ สุราษฎร์ธานีก็อ่วม น้ำจากเขาสกทะลักท่วมบ้าน 70 หลังในอ.พนม น.ศ.สาววัย 16 ฝ่าฝืนธงแดงเตือนภัยลงเล่นน้ำทะเลระยองจมน้ำดับสลด นักประดาน้ำระดมค้นหาร่าง

น้ำป่าดอยขุนตาลทะลักจมลำปาง
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากจากอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ไหลลงสู่ลำห้วยต่างๆ ก่อนจะไหลรวมลงลำห้วยแม่ตาลน้อย ทำให้เอ่อล้นทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ที่บริเวณถนนเข้าออกหมู่บ้าน บ้านปางปงปางทราย หมู่ 9 ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ไม่สามารถฝ่ากระแสน้ำในลำห้วยแม่ก๋วนที่ไหลมาบรรจบลำห้วยแม่ตาลที่เอ่อล้นเข้าท่วมถนนเข้าออกหมู่บ้าน มีบ้านเรือนหลายสิบหลังคาเรือนได้รับผลกระทบ

หลังจากน้ำลดลงแล้ว ชาวบ้านต่างสำรวจความเสียหายและเร่งทำความสะอาดเก็บเศษกิ่งไม้เศษสวะ ดินโคลนที่เข้าไปในบ้าน เบื้องต้นพบว่ามีทรัพย์สินเครื่องใช้ฟ้าต่างๆ ถูกน้ำท่วม กำแพงบ้านถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหาย พืชผลทางการเกษตรถูกน้ำท่วมและพัด เสียหาย ขณะนี้ผู้ใหญ่บ้านกำลังรวบรวมเพื่อเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือต่อไป

ชาวบ้านเล่าว่า ตลอดทั้งคืนมีฝนตกลงมาต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดน้ำป่าไหลหลาก เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลงจึงออกมาสำรวจความ เสียหาย ล่าสุดระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว หน่วยงานท้องถิ่นในเขตรับผิดชอบจะเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ฝนถล่มท่วมดอยสุเทพ-เชียงใหม่
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักบนดอยสุเทพ และในตัวเมืองเชียงใหม่นานหลายชั่วโมง ทำให้น้ำป่าบนดอยสุเทพไหลหลากมาตามลำห้วยลงคลองระบายน้ำ ลำคูไหว และคลองแม่ข่า รวมทั้งระบายลงท่อระบายน้ำไม่ทัน ทำให้มีน้ำท่วมขังถนนสุริยวงศ์ ถนนนันทาราม ซอย 5 ถนนชุมชนระแกง ชุมชนฟ้าใหม่ ถนนหน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ระดับน้ำบางจุดสูงกว่า 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือขนย้ายทรัพย์สิน โดยเฉพาะบริเวณถนนสุริยวงษ์ และถนนนันทาราม ซอย 5 รถแทบสัญจรไม่ได้ระยะทางยาวกว่า 200-300 เมตร ระดับน้ำสูง 50 ซ.ม. ถึงเกือบ 1 เมตร ร้านค้าร้านอาหารย่านกาดก้อม น้ำท่วมสูง 20-30 ซ.ม. บางแห่งต้องปิดให้บริการ หรือต้องยืนแช่น้ำขายของ

ส่วนบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ย่านถนนช่างหล่อ หน้าตลาดประตูเชียงใหม่ น้ำในคูเมืองล้นออกมาท่วมผิดการจราจร ด้านเลนขวาสูงเกือบ 20 ซ.ม. รถเล็กสัญจรลำบาก เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ต้องมาอำนวยความสะดวกและเร่งระบายน้ำในคูเมืองทิ้ง รวมทั้งเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำในคลองแม่ข่าที่สูงขึ้น หากระดับน้ำในคลองแม่ข่าลดลง จะทำให้น้ำที่ท่วมขังตามชุมชนและบนถนนไหลลงคลองแม่ข่า และค่อยลดลงสู่ภาวะปกติ

ทะลักท่วมนาข้าวเสียหาย
ส่วนพื้นที่อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักนานหลายชั่วโมงจนถึงช่วงเช้า มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก จนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมที่นาเกษตรกรได้รับความเสียหายหลายหมู่บ้านของอ.กัลยาณิวัฒนา

ต่อมาเวลา 07.30 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา พร้อมด้วยปลัดอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากน้ำป่าไหลท่วมที่นาของชาวบ้าน

นายวรศักดิ์ พานทอง กล่าวว่า มีฝนตกหนักในพื้นที่หลายหมู่บ้าน ติดต่อกันนานหลายชั่วโมงตลอดคืนที่ผ่านมาโดยเฉพาะที่บ้านหนองแดง ต.บ้านจันทร์ ซึ่งเป็น พื้นที่ต้นน้ำแม่แจ่ม ช่วงเวลาประมาณ 00.00-01.00 น. วันที่ 2 ก.ย. มีปริมาณน้ำฝนสะสมมากถึง 46 ม.ม. รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอีกหลายหมู่บ้าน ทำให้น้ำป่าไหลหลากท่วมที่นาของชาวบ้านในพื้นที่บ้านเด่น ต.บ้านจันทร์ และบ้านแจ่มหลวง ต.แจ่มหลวง อ.กัลยาณิวัฒนา วันนี้คาดว่าอาจมีอีกหลายหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหาย ไร่นาข้าวเสียหายหลายสิบไร่ ทางอำเภอกัลยาณิวัฒนามอบหมายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านตรวจสอบความเสียหาย ร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อสรุปความเสียหายและให้การช่วยเหลือต่อไป เน้นย้ำให้ทุกหมู่บ้านประชา สัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้เตรียมพร้อมรับ ป้องกันและเฝ้าระวัง สถานการณ์กรณีที่มีฝนตกหนัก เกิดดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลาก และแจ้งให้ส่วนราชการหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่เตรียมพร้อมกรณีเกิดเหตุ ในส่วนของอำเภอจัดเตรียมกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อยู่เวรยามเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

นายวรศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้พื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยอ้อ หรืออ่างเก็บน้ำ ออป.วัดจันทร์ ซึ่งมีความจุ 1.07 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเต็ม 100% แล้ว ตนประสานแจ้งไปยังนายอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำให้รับทราบสถานการณ์ เพื่อเตรียมการและแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังมวลน้ำที่ไหลมาจากทางพื้นที่อ.กัลยาณิวัฒนาเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน เกิดน้ำท่วมขังถนนด้านข้างอุทยานหลวงราชพฤกษ์ หรือพืชสวนโลก (น้ำท่วมด้านทิศเหนือ) ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 2 จุด จุดแรกข้างพืชสวนโลก และอีกจุดที่ถนนทางขึ้นไปวัดพระธาตุดอยคำ ซึ่งเป็นน้ำที่ลงจากดอยคำ น้ำรอการระบายทั้ง 2 จุด รถทุกชนิดขับผ่านได้ตามปกติ

ฝนถล่มปาย-นาจม 200ไร่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกอย่างหนักในหลายพื้นที่ของจ.แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะที่อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า และอ.เมือง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก กัดเซาะที่นาราษฎรและน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ขณะที่ในตัวเมืองวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 65.8 ม.ม.

ด้านนายสุนทร กันทะมาลา นักอุตุนิยมวิทยาปฏิบัติการ สถานีอุตุนิยม วิทยาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนในพื้นที่อ.เมืองว่า เกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า และอ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยฝนตกตั้งแต่หัวค่ำวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาจนถึงรุ่งเช้าในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 65.8 ม.ม. ถือว่าเป็นฝนตกหนักมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำป่า ไหลหลาก

สถานีอุทกวิทยาบ้านท่าโป่งแดง ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน รายงานว่า แม่น้ำปายซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของแม่ฮ่องสอนเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลา 06.00 น.ระดับน้ำ +2.16 ม. ปริมาณน้ำฝน 52.7 ม.ม. ส่วนเมื่อวันที่ 1 ก.ย. เวลา 06.00 น.ระดับน้ำ +0.26 ม. ปริมาณน้ำฝน 0.3 ม.ม. โดยปริมาณน้ำแม่น้ำปายเพิ่มสูงกว่าวันที่ 1 ก.ย.2566 ถึง 1.9 เมตร และคาดว่าช่วงหัวค่ำ ปริมาณน้ำในแม่น้ำปายจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากน้ำในแม่น้ำปายและลำห้วยสาขาต่างๆ และน้ำในแม่น้ำลาง อ.ปางมะผ้า ไหลรวมกันลงมาถึงบ้านท่าโป่งแดง

ล่าสุดน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ เริ่มไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรหลายพื้นที่ ได้แก่บ้านแม่ฮี้ อ.ปาย, บ้านหมอกจำแป่ ต.หมอกจำแป่, บ้านกุงไม้สัก วัดภูสมะ เกิดน้ำจากลำน้ำแม่สะงี และลำน้ำแม่สะงา ไหลมาบรรจบกันและเอ่อท่วมที่นาของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 200 ไร่

น้ำป่าทะลักจม 2 อำเภอตราด
ส่วนที่จ.ตราด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อ.บ่อไร่ และอ.เขาสมิง ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 1 ก.ย. จนถึงเวลา 04.00 น. วันที่ 2 ก.ย. วัดปริมาณฝนได้มากถึง 120-140 ม.ม. ล่าสุดยังตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดใน อ.บ่อไร่ไหลลงมาในพื้นที่ต.หนองบอน, ต.ช้างทูน และต.ด่านชุมพล เกิดน้ำท่วมพื้นที่หลายแห่ง โดยระดับน้ำที่ไหลจากคลองหนองบอนลงมายังสะพานคอแล และระบายไม่ทันเข้าท่วมบ้านเรือนบางส่วนที่อยู่ริมคลอง และพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก

นายเกษม มั่นคง นายกอบต.ช้างทูน กล่าวว่า น้ำไหลท่วมสะพานและบ้านเรือน ถนนบางส่วน หลังจากมีน้ำป่าไหลจากเขาบรรทัด ลงมายังพื้นที่ต.ช้างทูน ทำให้ระดับน้ำที่สะพานคอแลซึ่งเชื่อมต.ช้างทูนและต.หนองบอนสูงถึงพื้นสะพาน และไหลลงไปยังประตูน้ำวัดช้างทูน ซึ่งต้องเปิดระบายทิ้งทั้ง 5 บ้าน แต่ระดับน้ำยังท่วมถึงพื้นสะพานช้างทูน ถนนสายแสนตุ้ง-บ่อไร่ ช่วงสายวันนี้ลดระดับลงแล้ว แต่ระดับน้ำยังสูง หากไม่มีฝนตกลงมาอีกระดับน้ำจะกลับมาสู่ปกติ

‘อบต.-อนามัย’จม 1 เมตร
นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายกอบต.สะตอ อ.เขาสมิง และเจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมสำนักงานอบต.สะตอ หลังเกิดฝนตกหนัก ระดับน้ำท่วมสูง 80 ซ.ม. เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน โดยเวลา04.00 น. น้ำไหลเข้าท่วมที่ทำการอบต.สะตอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยท่วมมาก่อน นอกจากนี้ยังท่วมสถานีอนามัยสะตอที่อยู่ภายในอาคารเดียวกัน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์บางส่วนได้รับความเสียหายจำนวนหลายแสนบาท กระทั่งช่วงสายระดับน้ำลดลง และกลับมาสู่ภาวะปกติในเวลา 09.00 น.หลังฝนตกลงมาลดลง

ที่บริเวณสี่แยกบ้านหนองบัว ต.สะตอ และบ้านหนองบัวน้ำท่วมสูง 80-100 ซ.ม. บ้านเรือนกว่า 200 หลังที่อยู่ใกล้เคียงน้ำท่วมทั้งหมด โดยน้ำที่ไหลมาจากคลองสะตอ และไม่สามารถระบายได้ทัน ทำให้บ้านเรือน ร้านค้าหลายแห่งถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะที่ร้านค้าของนายลม ปานกลาง เจ้าของร้านปูลมฟิชชิ่ง เลขที่ 308/1 หมู่ 2 ต.สะตอ อ.เขาสมิง ที่เพิ่งสั่งข้าวสารและปุ๋ยมาลงเมื่อวันที่ 1 ก.ย.เสียหายกว่า 1.5 แสนบาท และไม่สามารถขายได้ต่อ ต้องนำไปบริจาคให้ประชาชนในพื้นที่และลูกค้าที่มาซื้อของในร้าน

นายลมกล่าวว่า ที่ร้านประสบภัยน้ำท่วมที่เกิดจากน้ำที่ไหลลงคลองที่บริเวณหน้าร้าน ปัญหานี้เจอแทบทุกปี ที่ผ่านมาคือสามารถแก้ปัญหาได้และไม่หนัก แต่ปีนี้หนักกว่าทุกปี น้ำไหลระบายไม่ทัน เอ่อล้นสูง 4-5 เมตรไหลเข้าท่วมร้านข้าวของเครื่องใช้ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน รวมทั้งสินค้าในร้าน อย่างอาหารสัตว์ อุปกรณ์ตกปลา สินค้าโชห่วย สินค้าอุปโภคบริโภค เช่นข้าวสารเสียหายทั้งหมด มูลค่าความเสียหายกว่า 2 แสนบาท อยากให้ภาครัฐเข้ามาจัดการเรื่องท่อระบายน้ำให้มีขนาดใหญ่กว่านี้ น่าจะช่วยแก้ปัญหาได้

เขาสมิงอ่วม-ท่วมบ้าน 300หลัง
เมื่อเวลา 08.00 น. นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง และเจ้าหน้าที่ปภ.ตราดเดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่บ้านหนองบัว ต.สะตอ และเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมนำข้าวกล่อง 150 กล่องไปมอบให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน นอกจากนี้ยังไปตรวจสอบพื้นที่ระบายน้ำโดยเฉพาะท่อระบายน้ำที่ระบายน้ำไม่ทัน และมีระดับสูงส่งผลให้ท่วมบ้านเรือนจำนวนมาก นอกจากนี้ตำบลประณีตก็มีน้ำท่วมในพื้นที่เช่นกัน ซึ่งจะเดินทางไปติดตามสถานการณ์ต่อไป

นายพงษ์พัฑฒ์กล่าวว่า ต.สะตอ มี 7 หมู่บ้านน้ำท่วมทั้งหมด ส่วนอีก 2 หมู่บ้านยังไม่ท่วม ซึ่งเกิดจากมีฝนตกหนักในคลองสะตอที่เป็นต้นน้ำในพื้นที่อ.ขลุง จ.จันทบุรี และไหลลงมาที่ต.สะตอซึ่งเป็นที่ลุ่ม ช่วงเวลา 03.00-04.00 น. น้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายหมู่บ้าน รวมทั้งที่ทำการอบต.สะตอ และสถานีอนามัยสะตอ โดยเวลา 06.00 น.มีความสูงถึง 1.50 เมตร มีบ้านเรือน 200-300 หลังเดือดร้อนซึ่งอบต.สะตอเข้าไปช่วยเหลือแล้ว และจะนำถุงยังชีพมาสนับสนุนต่อไป ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น หากอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอสามารถดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งของอำเภอเขาสมิงได้ทั้งหมด ส่วนเรื่องท่อระบายน้ำไม่ทันนั้น จะประสานกับแขวงทางหลวงตราดเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา

ด้านนายสมเกียรติ สอนศรี อายุ 56 ปี เจ้าของอู่ซ่อมเครื่องยนต์ช่างแมวที่อู่เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายหลังจากน้ำท่วมอู่ทั้งหมด ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร เครื่องยนต์และทรัพย์สินได้รับความเสียหายมาก เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่สามารถเก็บขึ้นที่สูงได้ทัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น. ในพื้นที่ตำบลสะตอไม่มีฝนตกแล้ว หลายหมู่บ้านเริ่มกลับมาสู่ปกติ แต่ยังมีบ้านกว่า 100 หลังยังถูกน้ำท่วมคือ หมู่ 1 หมู่ 4 หมู่ 9 และหมู่ 7

ด้านนายสมนึก วิทยานันท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ประณีต อ.เขาสมิง รายงานนายอำเภอเขาสมิงทราบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หมู่ 3 ต.ประณีตว่า เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนหมู่ 3 มีประชาชนเดือดร้อน 15 หลังคาเรือน จนอยู่ในบ้านไม่ได้ และไม่สามารถทำอาหารได้ ส่วนถนนสายต.แสนตุ้ง-บ้านนาวง ต.ประณีตถูกตัดขาด ระดับน้ำสูง 50-80 ซ.ม. รถเล็กผ่านไม่ได้ นอกจากนี้น้ำไหลไปยังอีกฟากถนน ท่วมบ้านเรือน 15 หลัง ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร

นายพงษ์พัฑฒ์กล่าวว่า น้ำป่าที่ไหลมาท่วมครั้งนี้มาจากคนละส่วนในพื้นที่ต.สะตอ แต่ครั้งนี้มาจากต.เทพนิมิต อ.เขาสมิงที่เอ่อล้นคลองมาและไหลเข้าท่วมบ้านเรือน 15 หลัง หากไม่มีฝนตกลงมาสมทบจะกลับสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน การแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องใช้การสร้างบล็อกคอนเวิร์ส เพื่อระบายน้ำให้มากขึ้นจึงจะแก้ไขได้

ผู้ว่าฯตราดสั่งเร่งช่วย
ด้านนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าฯ ตราด กล่าวว่า จ.ตราด ขอแจ้งเตือนมวลน้ำที่กำลังเคลื่อนตัวมาจากอ.บ่อไร่ ให้ทุกหน่วยงานแจ้งเตือนประชาชนว่ามีมวลน้ำที่กำลังเคลื่อนตัวจากอ.บ่อไร่เข้าสู่อ.เขาสมิง อ.เมือง ให้ติดตามระดับน้ำของแม่น้ำเขาสมิง แม่น้ำตราด การขึ้นลงของน้ำทะเล ขอให้อำเภอเขาสมิง อำเภอเมืองตราด อปท. ปภ. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม น้ำท่วมขังรอการระบาย และออกปฏิบัติการทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนและดำเนินการให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อรองรับมวลน้ำที่จะมาจากอ.บ่อไร่ อ.เขาสมิง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำบริเวณสามแยกคลองใหญ่ แนวรั้วโรงพยาบาลตราด คลองยายหลา คลองด้านหลังสระว่ายน้ำเทศบาล เพื่อการระบายน้ำรอบตัวเมืองตราด

นายสุเมธ ตะเพียนทอง ปลัดอาวุโสอำเภอบ่อไร่ รักษาราชการนายอำเภอบ่อไร่ เข้าติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหนองโสน พบว่าปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์แล้ว ขณะที่ระดับน้ำที่สะพานช้างทูนและคลองระบายน้ำคลองโสนยังคงสูง

นายสุเมธกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในบ่อไร่ยุติแล้ว หลังมีปัญหาน้ำป่าไหลลงมาจากเขาบรรทัดส่งผลให้บ้านเรือนในตำบลช้างทูนได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่ง ขณะนี้นายกอบต.ช้างทูนเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

ล่องเรือช่วย – เจ้าหน้าที่ใช้เรือเข้าไปช่วยเหลือมอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้าน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกิดน้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชนระดับสูงหลายหมู่บ้านใน ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

สุราษฎร์ฯก็หนัก-น้ำป่าทะลักท่วม
เมื่อเวลา 09.00 น. นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี พร้อมนายสุเชาว์ ทูโมสิก นายอำเภอพนม จ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบและช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือน

โดยน้ำบริเวณสะพานคลองสก ทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสก ต.คลองศก อ.พนม ระดับน้ำปริ่มขอบสะพาน ซึ่งสูงกว่าระดับปกติ 4 เมตร หลังได้รับอิทธิพลลมมรสุมจากทะเลอันดามัน ทำให้ฝนตกหนักบนเทือกเขาสก ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลหลากจากป่าต้นน้ำเขาสกลงสู่พื้นที่ชุมชนตั้งแต่ช่วงเย็น วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มไหลมาสมทบต่อเนื่อง เพราะยังมีฝนตกต่อเนื่อง พื้นที่รับน้ำริมคลองสกควรเฝ้าระวังดูแลชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองจากน้ำท่วมฉับพลัน

นายสุเชาว์กล่าวว่า หลังจากลงสำรวจพื้นที่ พบชาวบ้านได้รับผลกระทบ 5 หมู่บ้าน ได้แก่หมู่ที่ 1,2,4,6,7 และ 8 ต.คลองศก ไม่ต่ำกว่า 70 ครัวเรือน ประมาณ 200 คน จากระดับน้ำที่ท่วมริมคลองศกตั้งแต่ 1-3 เมตร สะพานและถนนหลายแห่งถูกน้ำท่วมขังไม่สามารถสัญจรได้ และชาวบ้าน 20 ครัวเรือนถูกน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มแก่ครัวเรือนที่ถูกน้ำท่วม

ด้านนายวิชวุทย์เดินทางไปมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วม พร้อมกล่าวว่า ฝนตกหนัก 2-3 วันทำให้น้ำท่วมรอบ 2 ในช่วงเวลา 1 เดือน คาดว่าน้ำจะลดระดับอีกใน 2-3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

หาดเจ้าไหมปักธงแดงเตือนภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพริษฐ์ นราสฤษฏ์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมสั่งการให้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวปักธงแดงเตือนภัยตลอดแนวชายหาดเจ้าไหม หาดปากเมง อ.สิเกา จ.ตรัง ตลอดแนวชายฝั่ง และบริเวณเกาะกระดาน อ.กันตัง ห้ามประชาชน นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเล และทำกิจกรรมชายหาด เพราะคลื่นลมแรงสูง 1-2 เมตร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมรสุมกำลังค่อนข้างแรงพัดผ่าน ส่งผลให้เกิดฝนตกและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงขึ้น จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ในขณะที่ชาวเรือควรงดออกจากฝั่งในระยะ 1-2 วันนี้

ด้านนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าฯ ตรังขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากน้ำล้นตลิ่งและดินโคลนถล่ม ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 เมตร สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยและดินถล่มอันเนื่องมาจากฝนตกหนัก ฝนตกสะสมและคลื่นลมแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย ขอให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ขอให้อพยพออกจากพื้นที่ทันที

ทั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.วังมะปราง รายงานว่าจากที่มีฝนตกหนัก และมีลมพายุพัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นไม้โค่นล้มทับบ้านนายสมคิด นุ่นชูผล เลขที่ 252 ม.9 บ้านทุ่งส้าน ต.วังมะปราง เสียหายทั้งหลัง แต่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ

สาว 16 ฝืนธงแดงเล่นน้ำจมดับ
เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.อ.ทองดาว โคตรหลักคำ ร้อยเวรสภ.เมือง ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนจมน้ำหายไป บริเวณชายหาดแสงจันทร์ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์เวร ร.พ.ระยอง พร้อมนักประดาน้ำหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศล ไปช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงทีมกู้ภัยลงค้นหาแต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะคลื่นลมแรงมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เจ็ตสกีขับวนหาแต่ไม่พบ ต่อมานักประดาน้ำจึงลงไปวางทุ่นเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างหลุดออกไปด้านนอก พร้อมทั้งลงงมหาร่างผู้สูญหาย

นายธันวา เพื่อนของผู้สูญหายเล่าว่า ผู้สูญหายชื่อน.ส.เพชรลดา ศรีไทย อายุ 16 ปี นักศึกษาชั้นปวช.ปี 1 วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง โดยหลังเลิกเรียนพิเศษชวนกันมาเล่นน้ำทะเลทั้งหมด 4 คน ผู้ชาย 3 คน และผู้หญิง 1 คน ขณะที่ลงเล่นน้ำกัน 4 คน จู่ๆ น.ส.เพชรลดาลอยออกห่างจากกลุ่มที่เล่นกันอยู่ พยายามเข้าช่วยแต่คลื่นลมแรง จึงต้องขึ้นมาขอห่วงยางจากแม่ค้าริมชายหาดลงไปช่วยขณะว่ายไป ถึงตัว แต่ร่างของน.ส.เพชรลดาถูกคลื่นซัดห่างออกไปจมหายต่อหน้า จึงรีบเรียกให้คนช่วยแต่ไม่ทัน

ต่อมามารดาของน.ส.เพชรลดา เดินทางมาถึงชายหาด ถึงกับช็อกที่ลูกสาวจมน้ำ

ขณะที่นักประดาน้ำยังคงช่วยกันลงค้นหาร่างผู้สูญหาย ผ่านไป 2 ชั่วโมงก็ยังไม่พบร่าง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสอบสวนเพื่อนที่มาด้วยกัน เพราะมีธงแดงปักเตือนคลื่นลมแรงห้ามลงเล่นน้ำแต่ยังลงไปเล่นน้ำทะเล พร้อมเตือนนักท่องเที่ยว หากพบธงแดงปักเตือนอย่าลงเล่นน้ำเด็ดขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน