เปิดโต๊ะหม่ำมื้อเที่ยง ดึงนิพัทธ์ผช.กลาโหม นายกฯติวเข้มรมต.พท. ยันแจก1หมื่นทีเดียว ก้าวไกลลั่นพร้อมมากถลกนโยบายรัฐบาล
‘เศรษฐา’ นำทีม ‘สุทิน-ปานปรีย์’ เปิดโรงแรมหม่ำมื้อกลางวัน ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่วอนเป็นแบ๊กอัพรัฐบาล ร่วมพัฒนาประเทศ เห็นตรงกันประเด็นลดขนาดกองทัพกับลดจำนวนนายพล ให้เกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ‘บิ๊กทิน’ เดินสายต่อเนื่อง จับเข่าอดีตรมว.กลาโหม-นักวิชาการด้านความมั่นคง พร้อมดึง ‘บิ๊กแป๊ะ’ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก นั่งตำแหน่งผู้ช่วยรมว.กลาโหม นายกฯ นัด 17 รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยกินข้าววันนี้ แลกเปลี่ยนพูดคุยก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไทยเตรียมดันอดีตสส.คนเก่าแก่ของพรรคนั่งเลขาฯ-ผู้ช่วย รัฐมนตรี ยันเงินดิจิทัล 1 หมื่นจ่ายรวดเดียว ไม่แบ่งจ่าย ฝ่ายค้านฮึ่มชำแหละนโยบายรัฐบาล สว.โวข้อมูลเพียบ เรียกแขกได้แน่
‘เศรษฐา’กินข้าวผบ.เหล่าทัพชุดใหม่
วันที่ 3 ก.ย. ที่โรงแรมโรสวูด ย่านเพลินจิต กทม. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.การคลัง นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ได้นัดหารือเป็นการภายในและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับว่าที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ คือ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองผู้บัญชาการ ทหารสูงสุด ว่าที่ผบ.ทสส., พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รองผบ.ทบ. ว่าที่ผบ.ทบ., พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ ว่าที่ผบ.ทร. ส่วน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผช.ผบ.ทอ. ว่าที่ผบ.ทอ. ติดภารกิจที่เยอรมัน การพบปะ ครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
การนัดหารือวันนี้จะเน้นการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะกับทางกองทัพ ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือกันในการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลพลเรือนและกองทัพ โดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมือง ก่อนนำมาบรรจุไว้ในนโยบายร่วมกับนโยบาย ของ 11 พรรค และตามหมุดหมายรัฐบาลจะแถลงนโยบายวันที่ 11 ก.ย.นี้

ชื่นมื่น – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ 3 ว่าที่ผบ.เหล่าทัพ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน ที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.
เห็นตรงกันลดขนาดกองทัพ
นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยว่าที่ผบ.เหล่าทัพ ว่า ไปพูดคุยถึงสถานการณ์ของประเทศ สอบถามปัญหาและแลกเปลี่ยนความต้องการของแต่ละฝ่าย ฝ่ายการเมืองระบุอยากผลักดันนโยบายเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นรูปแบบสมัครใจ รวมถึงสอบถาม กองทัพอยากให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องใด และกังวลหรือมีอุปสรรคอะไรเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งกองทัพมีความเห็น ไปทิศทางเดียวกับรัฐบาล ไม่ขัดข้องอะไรและยินดีปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ส่วนจะทำได้ช้าหรือเร็ว ก็จะสะท้อนให้รัฐบาลทราบเพื่อให้รัฐบาลช่วย
เมื่อถามว่าสิ่งที่กล่าวมาจะเห็นผลเป็น รูปธรรมเมื่อไร นายสุทินกล่าวว่า จะเห็นผลเป็นรูปธรรมในทันที ยกตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหารเป็นรูปแบบสมัครใจในเดือนเม.ย.2567 ที่จะมีการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง จะเห็นอัตราเกณฑ์ทหารที่ลดลง จากเดิมแน่นอน และจะค่อยๆ หมดไป จนเหลือเพียงการเข้ากองทัพแบบสมัครใจ รวมถึงการปรับลดขนาดกองทัพที่สังคมมองว่ากองทัพมีนายพลมากเกินไป เท่าที่พูดคุยกองทัพมีแผนปรับลดส่วนนี้ภายในปี 70 หรือในรัฐบาลนี้กองทัพจะกระชับลง นายพลจะหายไปจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์ ส่วนจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์กองทัพกำลังทำ ตัวเลขมาให้ดู เท่าที่ได้พูดคุยกันเมื่อนายกฯฟังความเห็นของกองทัพแล้วก็มีความสบายใจ
เร่งตีปี๊บผลงานกองทัพ
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่กับการคุมกองทัพ นายสุทิน กล่าวว่า เดิมหนักใจ แต่มาถึงตอนนี้สบายใจขึ้นมาก เพราะการทำงานกับคนมีวินัยเขาพูดง่ายและเท่าที่ได้พูดคุยกับผบ.เหล่าทัพ เป็นคนรุ่นใหม่ มีความคิดใหม่ๆ ส่วนนโยบบายที่จะเอาทหารออกมาเพิ่มบทบาทพัฒนาเป็นที่พึ่งประชาชน เขาก็ตอบรับว่าเป็นภารกิจกองทัพ อยู่แล้ว เรื่องปราบยาเสพติดทหารรับบทบาทนี้มาตลอด เขายินดีสนองนโยบายรัฐบาล ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีทำให้มั่นใจ ว่ากองทัพจะช่วยแก้ปัญหาประเทศร่วมกับรัฐบาล สิ่งที่ทั้งฝ่ายการเมืองและกองทัพเห็นตรงกันคือกองทัพต้องการยกเครื่องเรื่องงานประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาทำเรื่องที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก แต่สังคมรับรู้อีกอย่าง
นายสุทิน กล่าวว่า หลังพูดคุยกับว่าที่ผบ.เหล่าทัพแล้ว หลังจากนี้จะไปพบ พล.อ.อ.สุกําพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม รวมถึง พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว.กลาโหม และกำลังประสานเข้าพบ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ และพล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ รวมถึงจะพบนักวิชาการด้านความมั่นคง อาทิ นายสุรชาติ บำรุงสุข นายปราโมทย์ นาครทรรพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นแง่มุมต่างๆด้านความมั่นคงต่อไป
อ้อนทหารเป็นแบ๊กอัพ
มีรายงานว่า การพบปะครั้งนี้เพื่อทำ ความรู้จักกัน โดยนายเศรษฐาขอให้ทหารมาร่วมกันพัฒนาประเทศ และขอให้ช่วยเป็นแบ๊กอัพ อยากให้จับมือไปด้วยกัน เพราะประเทศเป็นของพวกเราทุกคน ซึ่งการพบปะครั้งนี้ยังไม่มีการพูดคุยลงลึกในรายละเอียดแผนงานของกองทัพเพราะยังไม่ถึงเวลา พร้อมกันนี้นายเศรษฐาได้ให้นายสุทิน ในฐานะรมว.กลาโหม ไปทำการบ้านงานในตำแหน่ง ซึ่งนายสุทินรับฟังและร่วมแลกเปลี่ยนกับผบ.เหล่าทัพ
หนุนซื้ออาวุธแบบแลกเปลี่ยน
รายงานข่าวเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดคุยกันการทำงานระหว่างรัฐบาลและกองทัพมาบ้าง โดยนายเศรษฐามีนโยบายในฐานะรัฐบาลพลเรือนพร้อมรับฟัง คำแนะนำต่างๆ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ต่างๆ รัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนจะไม่ตัดงบประมาณดังกล่าวหากมีความจำเป็น เพราะเข้าใจดีว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ถือเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะปกป้องประเทศ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนต่างๆ เราจำเป็นต้องทัดเทียมกับเพื่อนบ้าน เพียงแต่อนาคตหากมีการเจรจาในเรื่องนี้ ก็จะขอให้ทางกองทัพนำเสนอสินค้า ในประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนหรือไปจำหน่ายกับประเทศนั้นๆ ในลักษณะบาร์เธอร์ (barter) ระหว่างกัน จะทำให้สินค้าที่เรามีอยู่ มีช่องทางทางการตลาดเพิ่ม
ส่วนตำแหน่งเลขานุการรมว.กลาโหมอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งตามรายงานหนึ่งในนั้นมีชื่อ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
บิ๊กแป๊ะเตรียมนั่งผช.รมต.กลาโหม
พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า นายสุทินได้เชิญตนไปพูดคุยแล้ว โดยแจ้งให้ทราบว่าจะให้มาช่วยงาน ที่กระทรวงกลาโหม ในตำแหน่งผู้ช่วยรมว.กลาโหม โดยมอบหมายงานบางส่วนให้แล้ว ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล อาทิ การปรับวิธีการคัดเลือกทหารกองเกิน, การปรับโครงสร้างกองทัพ การทำหน่วยทหารให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงมากขึ้น โดยหน่วยทหารใดที่มีโรงพยาบาลทหารให้เปิดรับรักษาประชาชนเพิ่มมากขึ้น การใช้พื้นที่ของทหารให้เป็นประโยชน์ทางด้านการเกษตรเพิ่มมากขึ้นและการทำกองทัพให้ทันสมัย เป็นต้น
“ปัจจุบันนี้หน่วยทหารเราไม่ได้ไปรบกับใครแล้ว แต่ละประเทศก็ต่างทำมาหากินกัน ประเทศเพื่อนบ้านเราก็พูดกันรู้เรื่องหมด เป็นเพื่อนกันหมดแล้ว ทหารก็มาทำให้ประชาชนได้กินอิ่มนอนอุ่นกัน” พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวและว่าตนเตรียมจะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้
สำหรับพล.อ.นิพัทธ์เป็นอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ที่ผ่านมา ได้รับการขานรับจากฟากฝ่ายเสรีนิยม เพราะมีภาพลักษณ์เป็นนายทหารประชาธิปไตย เคยได้รับการคาดหมายว่าอาจได้เป็นรมช.กลาโหมหากพรรคก้าวไกล จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
เสี่ยนิดนัด 17 รมต.เพื่อไทยกินมื้อเที่ยง
ทั้งนี้ วันที่ 4 ก.ย. นายเศรษฐานัดรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทยทั้ง 17 คน มาร่วมรับประทานอาหารเที่ยงที่พรรค เพื่อพบปะพูดคุย เตรียมความพร้อมสำหรับการทำหน้าที่ และเป็นการแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน เพราะถือเป็นการเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาครั้งแรกหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ
สำหรับการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน วันที่ 5 ก.ย. ทางรัฐมนตรีได้รับการประสาน จากสำนักเลขาธิการนายกฯ ให้เข้าไปเตรียมความพร้อมที่ทำเนียบตั้งแต่เวลา 10.30 น. เพราะมีการเปลี่ยนเวลาเข้าถวายสัตย์ฯ จากเวลา 17.00 น. เป็นเวลา 14.00 น.

งานระดมทุน – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ร่วมเป็นเกียรติในงานระดมทุน “กองทุนวากัฟผลบุญเหลือคณานับและสังคมอยู่ดี” ที่สนามโรงพิธีช้างเผือกเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา
ดันคนเก่าแก่ช่วยงานรัฐมนตรี
ทั้งนี้หลังการโปรดเกล้าฯ พรรคเพื่อไทย ได้เร่งจัดทำรายชื่อข้าราชการทางการเมืองเพื่อเข้าไปช่วยงานรัฐมนตรีของพรรคทั้งหมด อาทิ รองเลขาธิการนายกฯ เลขานุการรัฐมนตรี และผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี โดยพรรคให้ความสำคัญกับผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง ทำงานกับพรรคมาเป็นเวลานาน เช่น บรรดา อดีตสส. หรือคนที่อยู่ในส่วนกลางของพรรค ให้เข้าไปทำหน้าที่ดังกล่าว
รายชื่อที่มีการวางตัวไว้ อาทิ นายสมคิด เชื้อคง อดีตสส.อุบลราชธานี นายคุณากร ปรีชาชนะชัย อดีตสส.สุรินทร์ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีต สส.เชียงใหม่ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา อดีตสส.กทม. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค
เล็งปรับรังสื่อใช้เป็นห้องประชุม
รายงานข่าวจากทำเนียบเผยว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายเศรษฐาพร้อม นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ว่าที่เลขาธิการนายกฯ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.สำนัก นายกฯ เดินทางเข้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อดูสถานที่และห้องทำงาน แต่ยังไม่ได้นำสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์เข้าไปแต่อย่างใด โดยนางพวงเพ็ชรได้ห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1 โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย. สำนักโฆษกทำเนียบรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้แจ้งกับสื่อมวลชน ล่วงหน้า ไม่ให้เข้าไปสังเกตการณ์ที่ทำเนียบในวันเดียวกันนี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่านายเศรษฐาเล็งจะปรับปรุงสถานที่ โดยเฉพาะบริเวณห้องปฏิบัติงาน 1 หรือรังนกกระจอก 1 ที่อยู่ติดกับตึกนารีสโมสร ซึ่งเป็นห้องทำงานหลังแรกของสื่อมวลชนผ่านรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย เพื่อเปลี่ยนเป็นห้องทำงานและห้องประชุมกับบรรดารองนายกฯ และรมต.สำนักนายกฯ และให้สื่อมวลชนที่เคยปฏิบัติงานห้องนี้ไปรวมกันที่ห้องปฏิบัติงาน 2-3 บริเวณประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล
ปชป.วางเกมชำแหละนโยบายรบ.
นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ และประธานสส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายนโยบาย รัฐบาล ที่จะแถลงต่อรัฐสภาวันที่ 11 ก.ย. นี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะมีประชุมสส. วันที่ 5 ก.ย. เวลา 14.30 น. ที่พรรค โดยต้อง ดูคำแถลงของนโยบายก่อน เพื่อดูว่าเราจะอภิปรายอย่างไร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าครองชีพ รวมถึงเรื่องประมง และต้องดูว่าเราจะแบ่งสัดส่วนการอภิปราย อย่างไร เพราะยังไม่รู้เลยว่าประธานรัฐสภา จะจัดสรรเวลามาให้อย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่าเรื่องที่จะอภิปรายได้แบ่ง เป็นหมวดหมู่หรือยัง นายประมวลกล่าวว่า ในการประชุมสส. 5 ก.ย.นี้จะมีการแบ่งหมวดหมู่ และเตรียมผู้อภิปรายด้วย ส่วนจะมีการประสานกับพรรคก้าวไกลหรือพรรคฝ่ายค้านอื่นหรือไม่ คงต้องรอให้ประธานรัฐสภาเชิญประชุมแต่ละพรรคไปพูดคุยก่อนว่าจะจัดสรรเวลาอย่างไร จะแบ่งกันอย่างไร และต้องเห็นตรงกัน ระหว่างวิปก่อนว่าจะดำเนินการกันอย่างไร
เมื่อถามว่าประชาธิปัตย์จะประสานข้อมูล กับพรรคก้าวไกลหรือไม่ ประธานสส.พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตอนนี้ยัง เราต้องคุยกัน ในพรรคก่อน แล้วจะประสานกับพรรคฝ่ายค้านว่าจะเดินกันอย่างไร จะแบ่งสรรกันอย่างไร เมื่อประธานรัฐสภาแบ่งเวลา ก็ต้องประสานกันอยู่แล้ว ขณะนี้ประธานยังไม่ได้นัดประชุมวิป 3 ฝ่ายเลย แต่คาดว่า จะเป็น 7 ก.ย.ตามที่เป็นข่าว
ก้าวไกลจองกฐินก.พลังงาน
นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกลให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายของพรรคก้าวไกล ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เมื่อคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ฝ่ายค้านต้องอภิปราย พรรคให้สส.เลือกนโยบายของรัฐบาลที่สนใจ เพื่อหาข้อมูลว่านโยบายนั้นๆจะมีปัญหาหรือไม่ แต่ละคนต้องนำข้อมูลที่มีไปเสนอต่อกก.บห. เพื่อให้คัดชื่อเสนอเป็นผู้อภิปราย ต่อไป
ส่วนประเด็นหลักที่จะมีการหยิบมาอภิปรายคือ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะแก้ไขโดยสสร. ที่มาจากการแต่งตั้ง หรือมาจากการเลือกตั้ง การยกเลิกการบังคับ เกณฑ์ทหาร นโยบายปฏิรูปกองทัพ รวมถึง เรื่องพลังงาน ที่เราอยากตั้งคำถามกับรัฐบาล ว่าทำไมถึงยกตำแหน่งรมว.พลังงาน ให้กับพรรคเดิม เข้ามากับกำดูแล เพราะ 4 ปี ที่ผ่านมาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้
นายกรุณพลกล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอฟังแถลงการณ์ก่อน ตอนนี้เป็นเพียงการเก็งข้อสอบ แต่หากแถลงเหมือนสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ก็น่าจะโดนทุกดอก เพราะเป็นการนำ ทุกประเด็นมายำรวมกัน แต่เราค่อนข้างเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเองก็เคยเป็นรัฐบาลมา คงจะแถลงเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลพร้อมอภิปรายหรือไม่ นายกรุณพลกล่าวว่า เราพร้อมมาก ตอนนี้มีคนลงชื่ออภิปรายเกือบ 60 คน ซึ่งทางพรรคจะคัดเลือกอีกครั้ง เพื่อความเหมาะสมกับเวลาที่ทางสภาให้มา
กิตติศักดิ์โวข้อมูลถล่มเพียบ
ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. กล่าวว่า สว.จะพุ่งเป้าไปเรื่องใดต้องมีการปรึกษากันก่อน หากตนอภิปรายจะเป็นการเรียกแขก และอภิปรายไม่ยั้ง ตนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ชีวิตนี้ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น จึงต้องหารือกันและต้องฟังเพื่อน เพราะสว.บางคนอาจอภิปรายได้เนื้อได้น้ำ กระชับตนก็ต้องดูว่า สว.คนอื่นซึ่งเป็นนักพูดกันอยู่แล้ว ถ้าพูดแล้วซอฟต์กว่าตนก็จะนั่งพับเพียบเรียบร้อย ไม่ใช่ว่าจะไม่พูดแต่ต้องหารือกัน เพราะถ้าตน พูดข้อมูลอยู่ในสมองตนหมดแล้ว
“ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องเงินดิจิตอล 1 หมื่นบาท เรื่องเจ้าของพรรคเพื่อไทย ก็เรียกแขกอย่างที่บอก แล้วผมไม่ติดเบรก แต่ต้องหารือก่อนถ้าทีมผมซึ่งมีเยอะ เขาบอกว่าเอาให้คนนี้พูด คนโน้นพูด ผมก็จะฟัง ผมอย่างไรก็ได้ไม่หิวแสงแล้ว เห็นหรือไม่ก่อนตั้งนายกฯ ตั้งรัฐบาลผม ใส่เต็มที่ แต่เมื่อเขาได้แล้วผมไม่เคยให้สัมภาษณ์เลย ให้เขาเดินไปก่อน อย่างที่บอก ว่าให้บ้านเมืองเดินไปได้” นายกิตติศักดิ์กล่าว
ลั่นไม่นั่งเฉยเตรียมเรียกแขก
เมื่อถามว่าพูดเหมือนว่าถ้าเขาไม่ให้พูดก็จะนั่งเฉยๆ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ไม่ใช่ ไม่มีใครสั่งตนได้ เพียงแต่มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่าใครจะพูดอะไร ถ้าตนอภิปรายทำเสียงหล่อไม่เป็น ต้องว่ากันไปตามเนื้อเรื่องสงสัยอะไรบ้าง อย่างนายกฯ มีแผลเยอะแยะ และตอนนี้คนเริ่มส่งข้อมูลมาให้ตนแล้วเรื่องเก่าๆ ทั้งที่ตนไม่รู้มาก่อน จึงต้องมาแลกเปลี่ยนแบ่งเรื่องกันว่าใคร จะพูดอะไร ยืนยันไม่มีใครสั่งห้ามตนได้ เพราะตนเป็นหัวโจกด้วยซ้ำไป
วันที่ 4 ก.ย. ตนก็เริ่มหารือกับเพื่อน สว.แล้ว ภาพรวมว่าจะเอาอย่างไรกันดี จะให้โอกาสเขาทำงานก่อนดีหรือไม่ หรือจะอย่างไร อย่างไรก็ตาม มี สว.ที่เก่งๆ เหมาะสมอภิปราย ตนก็สนับสนุนหรือตนอาจอภิปรายแจมบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าให้ตนพูดทั้ง 10 นาที เรียกแขกตรึมอีก
รทสช.ยันบัตรคนจนยังอยู่
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงนโนบายพรรคในนโยบายรัฐบาลว่า เพื่อไทยพูดคุยพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้นโยบายสอดคล้องกัน แต่เมื่อไปทำงานในกระทรวง อย่างพรรคช่วยดูงาน รมช.คลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตปลัดฯคลัง ไปช่วยทำนโยบายภาพใหญ่ของรัฐบาลอย่างเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท แต่ที่คุยกันบางเรื่องที่เห็นว่าดีอย่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควรเก็บไว้ แต่จะออกมารูปแบบไหนอย่างไร นายกฤษฎาพูดคุยอยู่ จะไม่ทำให้คนที่เคยได้ ต้องเสียโอกาส ส่วนเรื่องพลังงาน การลดค่าไฟ ลดค่าครองชีพ เป็นนโยบายเราตั้งแต่หาเสียง เตรียมการบ้านไว้พอสมควรแล้ว ถือเป็นข่าวดี
ส่วนเรื่องอุตสาหกรรม เราประกาศนโยบายหารายได้เข้าประเทศก็ต้องไป ส่งเสริมทางอุตสาหกรรมใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมการลงทุน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ เราเตรียมไว้หมดแล้ว โดยทุกอย่างเป็นนโยบายของรัฐบาลทั้งหมด
ยันดิจิทัล 1 หมื่นจ่ายรวดเดียว
วันเดียวกัน โซเชี่ยลมีเดียพรรคเพื่อไทย โพสต์ชี้แจงประเด็นโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล ระบุว่ากระแสข่าวแบ่งจ่ายเงิน ในนโยบาย Digital Wallet เป็นหลายงวด เป็นความเห็นส่วนตัวในเชิงวิชาการ พรรคเพื่อไทยยืนยัน 10,000 บาท “งวดเดียว” สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ กระตุ้นทั้งการบริโภค และการลงทุนทั่วประเทศ

แท็กทีม – พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายนิพนธ์ บุญญามณี รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่บ้านอ่าวมะขามป้อม ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง หาเสียงให้ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้สมัครสส.เขต 3 ระยอง
ปชป.ลุยหาเสียงช่วยหมอบัญญัติ
ที่ จ.ระยอง แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ นายนิพนธ์ บุญญามณี รักษาการรองหัวหน้าพรรค คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการพรรคลงพื้นที่บ้านอ่าวมะขามป้อม ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ช่วยหาเสียงให้ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 3 ระยอง หมายเลข 2
นายชัยชนะกล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมคราวนี้เป็นโอกาสดีของชาว อ.แกลง และ อ.เขาชะเมา ที่จะกลับมาเลือก นพ.บัญญัติ ซึ่งเป็นคนที่มีประวัติซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีข้อด่างพร้อย สร้างผลงานให้คนระยองและคนไทยทั้งประเทศ นพ.บัญญัติถือเป็นนักการเมืองที่ดีมีคุณภาพ สมควรที่จะได้กลับไปทำหน้าที่ สส.ในสภา เพื่อผลักดันปัญหา ต่างๆ ให้ได้รับการแก้ไข รวมทั้งนโยบาย ‘ภาคตะวันออกต้องพิเศษ’ ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถทำได้จริง มากกว่าบางนโยบายที่บางพรรคหวังเอาคะแนนเสียงเฉพาะหน้า เท่านั้น
ก้าวไกลมีล่าชื่อเก็บบัตรปชช.แล้ว
ขณะที่แกนนำและสส.พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ร่วมกิจกรรมหาเสียงช่วยนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.ระยอง ขึ้นรถแห่ไปตามถนนเส้นหลักของ ต.กระแสบน อ.แกลง ก่อนร่วมพบปะประชาชนที่วัดกระแสบน ล่องเรือชมตัว ‘ลั้ง’ กิ้งก่าขนาดใหญ่ จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวใน ต.กระแสบน ช่วงเย็นจะร่วมกันเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าตลาดนัดตึกขาว มีชาวระยอง ร่วมรับฟังจำนวนมาก
นายพงศธรกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า แม้หลายคนจะบอกว่าเราชนะขาดลอยแน่ๆ แต่ขอย้ำว่าเราต้องไม่ประมาท จึงขอแรงทุกคน 1.ให้ช่วยกันในสองเรื่อง ขอให้ออกมาใช้สิทธิ์ให้มากกว่าครั้งก่อน ใครใช้สิทธิ์แล้วไม่มีธุระขอแรงช่วยกันเฝ้าหน่วยเลือกตั้งทั้ง 207 หน่วย 2.หัวคะแนนธรรมชาติ ส่งข่าวมาให้ตนแล้วว่าเริ่มมีหัวคะแนนมาจดรายชื่อและเก็บบัตรประชาชนบ้างแล้ว มีคลิปเสียงส่งมาให้บ้างแล้ว จึงขอแรงส่งคลิปเสียง คลิปภาพ รายชื่อหัวคะแนนที่เป็นคนจดชื่อเก็บบัตรประชาชนและจ่ายเงินมาให้ตนและทีมงาน ยิ่งได้เยอะยิ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินเรื่องต่อกับ กกต. และตำรวจ
ขอวันที่ 10 กย.ได้ฉลองชัย
นายพิธากล่าวว่า นอกจาก 4 ส. นโยบาย ระยองของพรรคก้าวไกลที่พูดถึงกันมาก ทั้งเรื่องสวัสดิการ สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และเศรษฐกิจสร้างสรรค์แล้ว เราจะทำงานนโยบายเพิ่มให้ชาวระยองในอีก 2 ส. คือเรื่องการศึกษา และสิ่งเสพติดที่ระยอง มีปัญหาเป็นอันดับ 4 ของประเทศ
“ถ้าพี่น้องเชื่อในคุณค่า วิธีคิด นโยบายและการทำงานการเมืองแบบพรรคก้าวไกล แบบนี้เอาไปผลิตซ้ำได้เลย ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ในโค้งสุดท้าย ช่วยกัน บอกต่อ ไม่ว่าอยู่ในหรือนอกพื้นที่ ให้วันที่ 10 ก.ย. มาใช้สิทธิ์ให้ถล่มทลายอีกครั้ง รักษาคุณค่าของความเป็นระยองไว้ การเมืองได้เปลี่ยนไปแล้ว และในวันที่ 10 ก.ย. เราจะมาฉลองชัยชนะของเราไปด้วยกัน” นายพิธากล่าว