ตร.-กรมศิลป์บุกรวบ โพสต์เฟซขายโจ๋งครึ่ม ตะลึงอายุกว่า1,600ปี ชี้ประเมินมูลค่าไม่ได้
จับแก๊งล่าสมบัติโบราณ กองปราบฯ – กรมศิลปากรร่วมกัน ตามรวบ 3 ผู้ต้องหา แก๊งลักลอบขุดวัตถุโบราณ โฆษณาขายผ่านเฟซบุ๊ก ตามยึดของกลางกว่า 1,000 ชิ้น มีสองชิ้นอายุมากถึง 1,600 ปี เป็นรูปวัว-ช้างสัมฤทธิ์ แต่ละชิ้นล้วนประเมินค่าไม่ได้ สืบสวนพบภาพขณะ ขุดค้นหาวัตถุโบราณและประกาศขายเบื้องต้น ผู้ต้องหา 2 พี่น้องรับสารภาพ ส่วนอีกรายยังปฏิเสธ
วันที่ 4 ก.ย. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. และนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, นายมนตรี ธนภัทรพรชัย ผู้อำนวยการกลุ่มงานโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย และนายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ร่วมแถลงจับกุมแก๊งนักล่าสมบัติโบราณ ประกอบด้วย นายทศพร เริ่มจำ อายุ 26 ปี, นายทศพล เริ่มจำ อายุ 19 ปี ซึ่งจับกุมได้ในพื้นที่ ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และนายศรีออน จันทนา อายุ 46 ปี ตามจับกุมได้ที่ ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องสแกนโลหะ 11 เครื่อง, อุปกรณ์การขุด และสิ่งของคล้ายโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุอีก 970 ชิ้น, สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม

วัตถุโบราณ – พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงจับกลุ่มลอบค้าวัตถุโบราณและยึดของกลางกว่าพันรายการ บางชิ้นอายุมากถึง 1,600 ปี เปิดขายทาง เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่กองปราบปราม
ทั้งหมดถูกจับกุมข้อหา “เป็นผู้เก็บได้ ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ที่ซ่อนหรือฝัง หรือทอดทิ้งโดยพฤติการณ์ ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้และเบียดบัง เอาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้น เป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย และจำหน่าย เอาไปเสีย ซึ่งโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ โดยผิดกฎหมาย”
พล.ต.ท.จิรภพเปิดเผยว่า ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่รับแจ้งเบาะแสจากกลุ่มผู้อนุรักษ์โบราณวัตถุ ว่า มีกลุ่มบุคคลลักลอบขุด ค้า โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และนำมาขายผ่านช่องทางออนไลน์โดยผิดกฎหมาย จากการสืบสวนพบเฟซบุ๊กของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งโพสต์ภาพการขุดค้นหาโบราณวัตถุ พร้อมประกาศขายด้วย จึงติดต่อขอซื้อโบราณวัตถุดังกล่าว หลังจากรับมาแล้วก็นำส่งตรวจพิสูจน์ที่สำนักศิลปากร ผลตรวจรูปปั้นแกะสลักวัวสัมฤทธิ์โบราณ อายุประมาณ 1,600 ปี และรูปปั้นช้างสัมฤทธิ์มีแท่นตราประทับ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 จึงเร่งสืบสวนจับกุม
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่อว่า จากการสืบสวนพบกลุ่มคนร้ายมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน โดยผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 เป็นพี่น้องกัน ได้โพสต์ภาพผ่านทางเฟซบุ๊กขณะร่วมกันขุดหาโบราณวัตถุตามสถานที่ต่างๆ ก่อนนำมาประกาศขายผ่านทางเฟซบุ๊ก และยังปรากฏภาพบุคคลอื่นๆ ที่ร่วมกันขุดหาสิ่งของโบราณวัตถุด้วย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 พร้อมกับขอหมายค้นสถานที่สงสัยจะซุกซ่อนโบราณวัตถุหรือสิ่งของต่างๆ อีก 9 จุดในจ.เชียงใหม่, ลำปาง, พะเยา และสุโขทัย
ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดสิ่งของคล้ายโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ กว่า 1,000 และตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา พบมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 2 แสนบาท และมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 10 ล้านบาทในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา สอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ให้การรับสารภาพ ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 ให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ดำเนินคดี
ด้านนายพนมบุตรกล่าวว่า กรณีผู้พบ เจอสิ่งของคล้ายโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ขอให้นำส่งกรมศิลปากรตรวจสอบ ไม่ควรยึดถือไว้เป็นของตน เพราะมีความผิดตามกฎหมาย หากส่งคืนก็จะมีเงินรางวัลมอบให้บางส่วนด้วย สำหรับของกลางโบราณวัตถุที่พบครั้งนี้ มีสองชิ้นที่เป็นรูปวัว-ช้างสัมฤทธิ์ พบมีอายุมากถึง 1,600 ปี ซึ่งบ่งบอกถึง ความสัมพันธ์ทางการค้าตั้งแต่โบราณ หากสิ่งของเหล่านี้หลุดรอด หรือสูญหายไปจากประเทศ ก็จะทำประเทศต้องสูญเสียหลักฐานสำคัญของชาติ ที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้อีกด้วย