ตม.แกะรอยรวบที่พัทยา พบหนีคดีมาจากบ้านเกิด ตร.อีกชุดจับแก๊งคอลจีน

ตม.แถลงใหญ่กวาดล้างอาชญากรต่างชาติ ทั้งจีน-ฝรั่ง-เกาหลี ทีมตม.4 ไล่ล้างบางแก๊งจีนหลอกคนจีนด้วยกันมาทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ขยายผลจับกุมรวม 5 ครั้ง ในหลายจังหวัดทั้งเหนือ อีสาน ยันกรุงเก่า ขณะที่ทีม ตม.1 แกะรอยรวบหนุ่มมะกันหนีคดีเมาอาละวาดพังวิลล่าหรูที่ภูเก็ต ขณะกำลังไปต่อวีซ่าที่ไอทีสแควร์หลักสี่ สุดท้ายโจรกิมจิหนีคดีลักทรัพย์จากมาตุภูมิ มาก่อเหตุฉกกำไลแอร์เมสกลางห้างดังเมืองกรุง แถมยังหลอกตุ๋นเงินเพื่อนชาวไทย สุดท้ายไปจนมุมที่เมืองพัทยา

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่สำนักงานตรวจคนเขาเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. แถลงผลกวดขันตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด โดยจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

กก.สส.บก.ตม.4 ทลายเครือข่ายขนคนจีน โดยหลอกคนจีนด้วยกันมาทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน มีพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง โดยกลุ่มขนคนจีนจะทำงานกันเป็นขบวนการตั้งแต่รับตัวคนจีนจากชายแดนไทยผ่านช่องทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง บริเวณ จ.มุกดาหาร เข้ามายัง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วสับเปลี่ยนรถและส่งตัวคนจีนให้กับทีมขนคนจีนอีกทีมซึ่งมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นอีกทีมจะพาคนจีนข้ามไปยังประเทศพม่า โดยเครือข่ายขนคนจีนในครั้งนี้ ถูกจับกุมทั้งหมด 5 ครั้ง

เริ่มจากครั้งที่ 1 จับกุม นายวรพจน์ (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ข้อหาช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมคนจีน จำนวน 5 ราย ในความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นําไปสู่การจับกุมและเตรียมออกหมายจับอีกหลายราย

ครั้งที่ 2 จับกุมคนจีน 3 ราย ข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยคนจีนที่ถูกจับทั้งหมดให้การว่า ถูกบังคับมาจากประเทศจีนให้ขึ้นรถยนต์ ซึ่งขับผ่านประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ต่อมาเมื่อถึงประเทศไทยจึงหลบหนีจากรถยนต์ที่โดยสารมา เข้าขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

ครั้งที่ 3 จับนายธวัชชัย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ข้อหาช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมด้วยคนจีน 5 ราย ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.คลองขลุง จ.กําแพงเพชร พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน โดยคนจีนที่ถูกจับทั้งหมดให้การว่า ตนถูกหลอกลวงผ่านเว็บไซต์จัดหางานของประเทศจีน และเมื่อนัดพบกับเอเยนซี่ที่บริษัทไม่ทราบชื่อในประเทศจีน บางรายถูกมอมยาและถูกบังคับให้ขึ้นรถยนต์เพื่อพามายังชายแดนประเทศไทย ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา

ครั้งที่ 4 จับ นายนนทวัฒน์ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี และนายอชิรวิทย์ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมคนจีน จำนวน 5 ราย ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา คดีนี้จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบความเชื่อมโยงทางการเงินและทางโทรศัพท์ชัดเจน เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม

และครั้งที่ 5 จับนายศักดิ์ศิริ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ข้อหาช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมคนจีน จำนวน 2 ราย ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.เมือง จ.หนองคาย พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

สอบสวนชาวจีนทั้งหมดให้การว่า โดยสารรถยนต์มาจากประเทศกัมพูชาและใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน โดยมีจุดหมายปลายทางประเทศลาว แผนประทุษกรรมในครั้งนี้ไม่เหมือน 4 ครั้งก่อน เนื่องจากเป็นการขนคนจีนเพื่อเดินทางกลับประเทศจีน การทลายเครือข่ายขนคนจีนครั้งนี้ จับกุมทั้งหมด 5 ครั้ง เป็นคนไทยไ 5 ราย คนจีนรวม 20 ราย กก.สส.บก.ตม.4 รวบรวมข้อมูลการจับกุมและขยายผลทุกคดีให้อยู่ในรูปแบบของกลุ่มข้อมูล (DATA) และทำ DATA ANALYSIS วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทุกคดี เพื่อใช้เป็นข้อมูลกรณีมีการจับกุมในลักษณะเดียวกันอีก โดยอาจยังมี “ผู้สั่งการ” เป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันหรือเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอื่นอีกในเบื้องต้น

จากการจับกุมขยายผลเครือข่ายขนคนจีนในครั้งนี้ ได้รวบรวมข้อมูลส่งให้พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายจับคนไทยเพิ่มเติมอีก จำนวน 3 ราย ทั้งนี้ กก.สส.บก.ตม.4 จะดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจับกุมกลุ่มขบวนการขนคนจีนที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กก.สส.บก.ตม.1 จับนายจอห์น (นามสมมติ) อายุ 41 ปี สัญชาติอเมริกา บริเวณอาคารไอทีสแควร์ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะรน จ.ภูเก็ต โดยผู้ต้องหาก่อเหตุเมาอาละวาด สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และทำลายทรัพย์สินของที่พักแห่งหนึ่งที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จนได้รับความเสียหาย เจ้าของที่พักดังกล่าวจึงแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กะรน แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานในพื้นที่กรุงเทพฯ กก.สส.บก.ตม.1 จึงแกะรอยตามจับกุมตัวขณะกำลังไปขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักร ที่ศูนย์บริการตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร สตม. สาขาไอทีสแควร์

อีกคดี กก.1 บก.สส.สตม. จับนายซอนแจ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี สัญชาติเกาหลี ข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด, หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนพฤติกรรมผู้ต้องหาลักกำไลแอร์เมส (Hermes) ไปจำนวน 1 วง ราคาประมาณ 20,000 บาท ร้านค้าแบรนด์เนมในศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ชั้น 1 ถ.พระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังมีหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ในความผิดฐาน ฉ้อโกง พฤติการณ์ลวงผู้เสียหายที่เป็นเพื่อนชาวไทย โดยใช้แอพพลิเคชั่นหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งรหัสธนาคารเพื่อจะถอนเงินในบัญชีของผู้เสียหายจากตู้เอทีเอ็ม เมื่อนายซอนแจถอนเงินออกมาจำนวน 8,000 บาท นายซอนแจแจ้งกับผู้เสียหายว่า ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายซอนแจ ต่อมา พนักงานสอบสวน ขออนุญาตศาลแขวงพระนครเหนือออกหมายจับนายซอนแจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงสืบสวนติดตามตัวนายซอนแจ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่านายซอนแจ เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราประเภท ผผ.90 (ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ 90 วัน) อนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยถึงวันที่ 15 เม.ย. ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดแล้ว โดยไม่ยื่นขออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปอีก

เจ้าหน้าที่สืบสวนจนพบว่านายซอนแจพักอาศัย ในคอนโดมิเนียมย่าน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงแสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมนายซอนแจส่งพนักงานสอบสวน สภ.พัทยา จ.ชลบุรี ดำเนินคดี ต่อมาหลังจากศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาในคดี เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว จึงอายัดตัวตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี

นอกจากนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ทราบว่านายซอนแจมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์ในเกาหลี โดยทางการเกาหลีจะส่งหนังสือประสานนำนายซอนแจกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศเกาหลี หลังได้รับการลงโทษในประเทศไทยเสร็จสิ้นแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน