ใต้หนัก-สตูลอ่วมตก4วัน 500หลังจม-ปิด4โรงเรียน

สระบุรีอ่วมฝนตก 3 วันติด ท่วมนิคมอุตสาหกรรมหนองแค รถจมครึ่งคัน พนักงานนับพันเดือดร้อน ส่วนใต้ก็ยังหนัก ฝนถล่มสตูล 4 วันต่อเนื่อง ที่ละงูท่วม 5 ตำบล 21 หมู่บ้าน 500 หลังเดือดร้อน สั่งปิดโรงเรียน 4 แห่ง อุตุฯ เตือน 60 จังหวัดรับมือฝนตกหนัก ท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก สธ.สั่งโรงพยาบาลในสังกัดรับมือน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นจ.สตูล ว่า ฝนตกติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ต่อเนื่องจนถึงขณะนี้รวม 4 วันแล้ว ทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะที่อ.ละงู ซึ่งได้รับผลกระทบแล้ว 5 ตำบล 21 หมู่บ้าน คือ ต.เขาขาว 4 หมู่บ้าน, ต.ละงู 10 หมู่บ้าน, ต.น้ำผุด 1 หมู่บ้าน, ต.ปากน้ำ 2 หมู่บ้าน และต.กำแพง 4 หมู่บ้าน ชาวบ้านกว่า 500 ครัวเรือน จำนวน 2,000 คนได้รับความเดือดร้อน

ปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะน้ำจาก ต.น้ำผุด อ.ละงู ได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ต.เขาขาว บวกกับน้ำทะเลที่หนุนสูง ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ม.1, 2, 5 และ 7 ต.เขาขาว โดยเฉพาะพื้นที่โรงเรียนบ้านดาหลำ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 น้ำไหลทะลักท่วมห้องสวัสดิการของโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ก่อนขยายไปจนทั่วโรงเรียน ครูและเจ้าหน้าที่ อบต.เขาขาวเร่งช่วยเหลือยกของขึ้นในที่สูง ขณะเดียวกันน.ส.มารีหยาม เหมนะ ผอ.โรงเรียนบ้านดาหลำ สั่งปิดเรียน เนื่องจากไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ และหวั่นเป็นอันตรายกับนักเรียน เนื่องจากน้ำยังคงไหลเข้าท่วมเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ

วันเดียวกัน นายจำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณภัยตำบลละงู ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับรายงานจากผู้นำท้องที่ว่า คลื่นลมในทะเลที่ซัดคลื่นเข้าฝั่ง ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ทำให้ถนนปูนซีเมนต์ทางเข้าหมู่บ้านริมชายหาดในพื้นที่ถูกกัดเซาะพังแตกร่วงลงมายาวประมาณ 80 เมตร บริเวณชายหาดหัวหิน หมู่ที่ 1 บ้านท่าชะมวง ต.ละงู ซึ่งเป็นเส้นทางริมชายทะเลที่ชาวประมงพื้นบ้านเดินทางสัญจรไปมาและขนอาหารทะเลที่ต้องใช้เส้นทางนี้ถึง 500 ครัวเรือน ในพื้นที่ ต.ละงู ขณะนี้น้ำท่วมแล้ว 10 หมู่บ้าน 2,500 ครัวเรือนเดือดร้อน

สำหรับสภาพอากาศวันนี้ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มและมีฝนตกลงมาโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปภ.สตูล ร่วมกับชลประทานสตูลลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณฝายชลประทานบาโรย หมู่ที่ 4 ต.ปากน้ำ อ.ละงู พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อระบายน้ำบริเวณคลองมำบัง ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล หลังสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ และพื้นที่จ.สตูล

ทั้งนี้จ.สตูลเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ย. ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง

ท่วมร.ร. – โรงเรียนหลายแห่งในต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำไหลหลากเข้าท่วมอาคารสถานที่ บางแห่งต้องสั่งหยุดและปรับการเรียนการสอนไปใช้ระบบออนไลน์ชั่วคราวในช่วงฝนตกหนักต่อเนื่องระหว่างนี้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.สตูล ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย เนื่องจากฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างหนักไม่หยุด โดยเฉพาะที่อ.ละงู ชาวบ้านประสบภาวะน้ำท่วมเป็นวันที่ 2 โดยมีโรงเรียนถูกน้ำท่วมเพิ่มอีก 3 แห่งคือโรงเรียนบ้านดาหลำ โรงเรียนบ้านนาข่า ต.เขาขาว โรงเรียนบ้านโกตา ต.กำแพง นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนนิด้าศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนต้องปิดเพราะถูกน้ำท่วมเช่นกัน รวมโรงเรียนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม 4 แห่ง

ด้านนายวิมล ช่วยรักษา รองผอ.สพป.สตูล พร้อมคณะลงสำรวจโรงเรียนและบ้านพักครูที่ถูกน้ำท่วม พร้อมกล่าวว่า หลังจากได้รับรายงานจากทางโรงเรียนบ้านดาหลำ ว่าโรงเรียนถูกน้ำท่วม จึงเดินทางมาตรวจสอบโรงเรียนในพื้นที่อ.ละงู ซึ่งที่ได้รับรายงานว่าโรงเรียนในสังกัดสพป.สตูลมี 3 แห่งคือร.ร.บ้านดาหลำ ร.ร.บ้านนาข่า และร.ร.บ้านโกตา โดยต้องปิดเรียนเนื่องจากน้ำท่วม ให้ปรับเรียนทางออนไลน์แทน เนื่องจากใกล้จะสอบแล้ว ทั้งยังเน้นย้ำให้ครูระมัดระวังเด็กห้ามเด็กนักเรียนเข้ามาเล่นน้ำในโรงเรียนและประสานผู้ปกครองให้ดูแลเด็กขณะอยู่ที่บ้านช่วงน้ำท่วมด้วย เพราะเด็กมักจะชอบเล่นน้ำเวลาน้ำท่วม อันอาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีฝนตกลงมาตลอดทั้งวันครอบคลุมทั่วทั้งจ.สตูล นายชาตรี ณ ถลาง รองผวจ.รักษาการแทนผวจ.สตูล สั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังระหว่างวันที่ 4-6 ก.ย. และให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย อ.ควนกาหลง อ.มะนัง อ.ควนโดน และอำเภอที่รับน้ำเช่น อ.ท่าแพ ให้ระมัดระวังในระยะนี้

ล่าสุดในพื้นที่อ.ละงู น้ำจากคลองละงูได้ไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลต.กำแพง บริเวณชุมชนซอยขนมจีน ชุมชนประชาบำรุงและชุมชนนาโต๊ะพ่อ โดยน้ำไหลเข้าท่วมในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูง

วันเดียวกัน น.ส.ฐาปนีย์ อารีอุดมวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ประกาศแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวหรือดำเนินกิจกรรมใดๆ ช่วงมีมรสุมคลื่น ลมแรง โดยระบุว่าด้วยกรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศฉบับลงวันที่ 3 ก.ย.66 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ซึ่งจะมีผลกระทบถึงวันที่ 6 ก.ย. 66

โดยมีร่องมรสุมกำลังแรงจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

น.ส.ฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีพิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากการเดินเรือในช่วงมรสุมฝนตกหนักและคลื่นลมแรง จึงขอประกาศเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวหรือดำเนินกิจกรรมใดในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทุกแห่งในเขตอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และให้ผู้ควบคุมเรือทุกลำตรวจสอบความพร้อมต่างๆ ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา สวมเสื้อชูชีพตลอดเวลาขณะอยู่ในเรือและประกอบกิจกรรมเล่นน้ำ และขอให้ติดตามรายงานข่าวสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกกระหน่ำ 3 วันติดในช่วงเวลากลางคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบริเวณนิคมอุตสาหกรรมหนองแค คาบเกี่ยวพื้นที่ 2 ตำบล คือม.4 ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี และ ม.2 ต.หนองไข่น้ำ อ.หนองแค ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซ.ม. ภายในนิคมฯ มีโรงงานกว่า 40 บริษัท น้ำท่วมขังถนนทางเข้าโรงงานในนิคมฯ กว่า 10 แห่ง พนักงานหลายพันคนได้รับผลกระทบ ต้องลุยน้ำไปทำงานทุลักทุเล รถจักรยานยนต์ถูกน้ำท่วมสูงเกือบครึ่งคัน ทำให้เครื่องดับ ส่วนรถเก๋งต้องจอดข้างถนนเกรงน้ำจะเข้าเครื่อง สาเหตุน้ำท่วมเนื่องจากภายในนิคมฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำลักษณะแอ่งกระทะ

อบต.หนองไข่น้ำ และอบต.โคกแย้ ร่วมกับสำนักงานของนิคมฯ ระดมเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากนิคมฯ นอกจากนี้ประสานหน่วยงานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี กู้ภัยฯ ร่วมกตัญญู และขอกำลังทหาร ม.พัน 4 รักษาพระองค์ นำรถบัสมาขนย้ายคนงานซึ่งอยู่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังในช่วงเลิกงานตอนเย็น นอกจากกู้ภัยจะนำรถกระบะยกสูงและเรือเข้ามาช่วยเหลือพนักงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้รถจักรยานยนต์แล้วเกิดเสียเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง ทำให้รถจักรยานยนต์เกิดดับ ขนย้ายใส่รถกระบะยกสูงออกไปจากพื้นที่มีน้ำท่วมขัง

ด้านสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมหนองแคตั้งเต็นท์ศูนย์บริการช่วยเหลือชั่วคราว บริเวณทางเข้านิคมฯ เพื่อช่วยเหลือพนักงานออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง คาดว่าในช่วง 1 ถึง 2 วันนี้ ระดับน้ำจะลดลง

นายเฉลิม พิมพา สารวัตรกำนัน ต.หนองไข่น้ำ เปิดเผยว่า ช่วงนี้น้ำจะท่วมขึ้นสูงถึงหัวเข่า และเลยหัวเข่าเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแอ่ง ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมีชาวบ้านอยู่อาศัยจำนวนมาก และมีรถจักรยานยนต์เข้ามาติดค้างอยู่ภายในตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำรถที่ยกสูงเข้าช่วยเหลือ โดยการนำรถจักรยานยนต์ที่ติดอยู่ภายในโรงงาน และพนักงานที่ต้องการออกไปภายนอก ทำการรับออกไป สาเหตุที่เกิดน้ำท่วมเนื่องจากมีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวัน และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำ เนื่องจากน้ำจะไหลลงมาจากทางเขาหินกอง และไหลสู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งทางนิคมฯ ไม่สามารถระบายน้ำได้ทีละมากๆ เนื่องจากเกรงว่าชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังจะได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จะมีต.โคกแย้ ต.หนองไข่น้ำ และต.หนองจระเข้ ซึ่งน้ำจะต้องไหลลงไปยังคลองระพีพัฒน์ ใน อ.หนองแค ตอนนี้เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยใช้เครื่องสูบน้ำสูบออก คาดว่าจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง

วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงนี้ประเทศไทยหลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ทำให้ช่วงวันที่ 1-4 ก.ย.2566 ได้กำชับให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งติดตามเฝ้าระวังสถาน การณ์และผลกระทบด้านโรคและภัยสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนตกน้ำท่วม ป้องกันอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ

วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 18 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 18 (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 6 ก.ย.2566) ว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้

วันที่ 4 ก.ย. ภาคเหนือ จ.เชียงราย ลำปาง ตาก กำแพงเพชร พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง จ.อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 5 ก.ย. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง จ.อุทัยธานี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 6 ก.ย. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จ.อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

ด้านนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานสำรวจสถานการณ์ปลูกข้าวนาปี 2566 ขณะนี้เพาะปลูกไปแล้ว 80-90% หรือ 14.96 ล้านไร่ จากแผนการเพาะปลูกทั้งวางไว้ทั่วประเทศ 16.98 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 2.84 ล้านไร่ ในส่วนนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอความร่วมมืองดทำนาปีต่อเนื่อง หรือในปี 2566 ทั่วประเทศทำนาได้เพียง 1 ครั้ง เพราะกรมชลประทานไม่มีน้ำสำหรับสนับสนุนการปลูกข้าวนาปรังหรือนาปีต่อเนื่อง หลังจากสำรวจล่าสุดทั่วประเทศฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก

ทั้งนี้กรมชลประทานขอความร่วมมือกับผู้ว่าฯ 22 จังหวัดทั่วประเทศในการกำชับเรื่องงดปลูกข้าว เพราะอ่างขนาดใหญ่ 35 อ่างทั่วประเทศมีปริมาณน้ำเก็บกักไว้ได้จำนวน 7 หมื่นล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้การได้ 4.7 หมื่นล้านลบ.ม. ซึ่งปริมาณเก็บกักไว้น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนลุ่มเจ้าพระยามีน้ำน้อยกว่าปีก่อนหน้า จำนวน 8.2 พันล้านลบ.ม. จากปีก่อนมีน้ำใช้การได้ประมาณ 1.4 หมื่นล้านลบ.ม. ดังนั้นในระดับท้องถิ่น ต้องร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเตรียมตัวเพื่อรับมือสถานการณ์แล้งที่เริ่มปกคลุมประเทศไทย ห่วงว่าประชาชนจะไม่มีน้ำกินน้ำใช้ จำเป็นต้องหาภาชนะในการเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เพราะจากนี้ฤดูฝนของประเทศไทยเหลือเพียง 1 เดือนเศษเท่านั้น ประมาณกลางเดือนต.ค.ก็สิ้นสุดฤดูฝนแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน