ประสานล่าแก๊งคอลฯ ต้นตอฆ่ายกครัว3ศพ

‘บิ๊กโจ๊ก’ รุดพนมเปญประสานตำรวจกัมพูชาล่าตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตัวการเหตุสลดคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ ที่อาศัยกบดานอยู่ในกัมพูชา 9 ราย ผบ.ตร.เขมรยืนยันให้ความร่วมมือเต็มที่ นอกจากนั้นยังรุดคารวะท่านทูตไทยหารือช่วยเหลือเหยื่อชาวไทยที่ถูกหลอกทำงานเป็นแก๊งคอลฯ ‘บิ๊กเด่น’ เผยออกหมายจับแล้ว 22 ราย ทั้งตามจับ-อายัด-มอบตัว 11 ราย มีทั้งไทย-เขมร-ฝรั่ง เหลือล่าอีก 11 ราย ส่วนพวกบัญชีม้าฟันข้อหาฟอกเงินด้วย พร้อมจับสลากให้ผู้โชคดีที่ร่วมทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน 40 ข้อ ในเดือนที่ 2

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ และร่วมพิธีจับรางวัลผู้โชคดีจากการทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ ชิงรางวัล iPhone 14 ประจำเดือน สิงหาคม 2566 จำนวน 20 รางวัล ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า จากคดีนายสาณิช ดอกไม้ คลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดปาดคอฆ่าภรรยา และบุตร 2 คน อายุ 13 ปี และ 11 ขสบ รวม 3 ศพ แล้วปาดคอตัวเองหวังตายตาม เหตุเกิดในเขตพื้นที่ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา สาเหตุเกิดจากความเครียดในเรื่องหนี้สินค้ำประกันการซื้อรถให้เพื่อนบ้านเป็นเงิน 8 แสนบาท กรมบังคับคดีจะยึดบ้าน และเครียดที่ภรรยากู้เงินผ่านแอพพลิเคชั่นจนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินไปกว่า 1.7 ล้านบาท

เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุสลดใจและสะเทือนความรู้สึกประชาชนเป็นอย่างมาก คดีนี้ได้ออกหมายจับนายสาณิชผู้ก่อเหตุคดีฆ่ายกครัวแล้ว และได้สั่งการให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เร่งคลี่คลายคดี จนออกหมายจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปแล้วทั้งสิ้น 22 หมายจับ และจับกุม อายัดตัว และมารายงานตัว 10 ราย มีรายละเอียด ดังนี้

1.จับกุมได้แล้วทั้งสิ้น 8 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.สุชาดา ชาบุตรศรี 2.นายวัชรพงษ์ ครูศรี 3.นายชัยยา ก้านศรี 4.น.ส.ณัฐณิชา ดีโสภา 5.นายอนิรุต ปงก๋า 6.นายจำลอง นอใหม่ 7.นายดานิล อัลดูเนนคอฟ และ 8.นายโรมัน บริค

อายัดตัวนางลอง โซธีร์ ชาวกัมพูชา ที่ สภ.คลองลึก และนายพีรดนย์ วิริยาธรณ์ภักดี มารายงานตัว ที่ สภ.บางแก้ว เนื่องจากถูกอายัดบัญชี

“ขณะนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์รายงานว่า ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ และเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อขอความร่วมมือนายตำรวจระดับสูงและ ผบ.ตร.ของประเทศกัมพูชา ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน ที่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานหลอกลวงคนไทย ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าคนร้ายที่กระทำผิดคิดหลอกลวงเอาเงินจากพี่น้องประชาชน จะต้องถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษทุกราย โดยเฉพาะพวก บัญชีม้าที่พนักงานสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เช่นใช้รับโอนเงินจากผู้กระทำผิดหลายราย หรือหลายๆ ครั้ง ถือว่าสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน หรือ ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ” ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า การกระทำ ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดทรัพย์สินจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้ ทั้งนี้หากพบว่าเจ้าของบัญชีม้าได้ดำเนินการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้นหรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มา จะถือว่าเป็นผู้กระทำผิดฐานฟอกเงิน ต้องรับโทษทางอาญาเช่นเดียวกับผู้กระทำผิดมูลฐาน เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการทางแพ่ง โดยการยึด อายัด เงิน หรือ ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายฟอกเงินดังกล่าวข้างต้น

แจกโชค – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เป็นประธานจับรางวัลผู้โชคดีทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ 40 ข้อ ชิง iPhone 14 ประจำเดือนส.ค. 20 รางวัล โดยมี ‘หม่ำ จ๊กมก’ ตลกดังร่วมด้วย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.

ขณะเดียวกัน ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนได้ทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค-30 ก.ย. หากทำแบบทดสอบครบ 40 ข้อแล้วจะได้รับ Whoscall Premium Gift Code ฟรี สามารถใช้บริการ Whoscall Premium Feature ได้ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปี หากทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ ขึ้นไป มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลสมาร์ตโฟน iPhone 14 เดือนละ 20 รางวัล เป็นเวลา 3 เดือน รวม 60 รางวัล โดยประชาชนสามารถทำแบบทดสอบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่จะได้รับสิทธิ Whoscall Premium และสิทธิลุ้น iPhone 14 เพียง 1 สิทธิ

ในห้วงวันที่ 1-31 ส.ค. มีประชาชนเข้ามาทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ และได้รับสิทธิ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ระยะเวลา 1 ปี จำนวน 280,406 คน ในจำนวนนี้มีประชาชน ทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อขึ้นไป และได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล iPhone 14 จำนวน 238,974 คน สำหรับวันนี้เป็นการจับรางวัลหาผู้โชคดี ครั้งที่ 2 จำนวน 20 รางวัล ซึ่งจะได้รับรางวัล iPhone 14 จำนวน 20 รางวัล รางวัลละ 1 เครื่อง ใช้วิธีกดสุ่มเลือกผู้โชคดีทีละรางวัลจากรายชื่อทั้งหมด จำนวน 20 ท่าน โดยมีนายเพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หรือหม่ำ จ๊กมก ดาราตลกชื่อดังมาร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับผู้ที่ทำแบบทดสอบไปแล้วแต่ไม่ได้รับรางวัลประจำเดือน ส.ค. ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้าย โดยไม่ต้องทำแบบทดสอบใหม่

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังมีประชาชนตกเป็นเหยื่อของคนร้ายอยู่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ขอประชาสัมพันธ์ให้ทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ 40 ข้อ และขอให้แชร์แบบทดสอบไปให้กับญาติหรือผู้เป็นที่รักเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ทำแบบทดสอบมีความรู้เท่าทันกลโกงของคนร้ายบนโลกออนไลน์ และไม่ตกเป็นเหยื่อ

สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com Facebook https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์ หมายเลขโทรศัพท์ 08-1866-3000 หรือโทรศัพท์สายด่วน 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.com (QR CODE ข้อสอบ 40 ข้อ สำหรับประชาชน)

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมพล.ต.ท.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. และคณะ เดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อประสานงานกับทางการกัมพูชา ในการประสานความร่วมมือเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกี่ยวเนื่องกับเหตุสลดฆ่ายกครัวในพื้นที่ สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายยังประเทศไทย

โดยในเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะนาย เชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ และหารือเกี่ยวกับการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกลวงให้เดินทางมาทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักรกัมพูชา ที่ผ่านมา ตร.ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง ช่วยคนไทยที่ถูกหลอกลวงกลับไปได้เป็นจำนวนมาก ในการนี้นายเชิดเกียรติแสดงความมั่นใจ และพร้อมตอบรับความมุ่งมั่นของตร.ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง และจะให้การสนับสนุนในการประสานงานช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มที่

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมคณะเข้าหารือร่วมกับ พล.ต.อ.ซอ เทต ผบ.ตร.กัมพูชา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของไทย ซึ่งกระทำผิดเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการหลอกลวงคนไทยผ่านแอพฯเงินกู้ ซึ่ง พล.ต.อ.ซอ เทต พร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจไทยในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อย่างที่ได้เคยประสานงานร่วมกันมาโดยตลอด ทั้งนี้จะได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวจีนในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ให้ครบถ้วนทั้งหมด

สำหรับคดีดังกล่าว ออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 22 ราย ดำเนินการจับกุมและอายัดตัวแล้ว 11 ราย ยังหลบหนีอีก 11 ราย โดยในจำนวนนี้มีอยู่ 9 รายที่หลบหนีอยู่ที่ประเทศกัมพูชา อาศัยความร่วมมือกับทางการกัมพูชาในการจับกุมตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาประสานงานกับทางการกัมพูชา เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีฆ่ายกครัวของ สภ.บางแก้ว โดยวันนี้ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ท่านพร้อมให้การสนับสนุนในการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกลวงมาทำงานคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา นอกจากนี้ยังได้เข้าพบหารือร่วมกับ พล.ต.อ.ซอ เทต ผบ.ตร.กัมพูชา ซึ่งได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รวมทั้งให้คำมั่นว่าจะประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับตำรวจไทย ในการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งหมดทั้งชาวไทยและชาวจีน เพื่อร่วมมือกันปราบปรามปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน