จากกรณีน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ชาวห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ถูกชาย 4 คนอายุระหว่าง 20-25 ปีซึ่งเป็นเพื่อนและญาติของแฟนหนุ่มหลอกมอมเหล้า ก่อนรุมโทรมตั้งแต่ปลายเม.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเหยื่อถูกข่มขู่ ทำให้คิดสั้นฆ่าตัวตายหลายครั้งนั้น
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายานว่า นายสวาท ฦาชา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา มอบหมายให้ว่าที่ร.ต.ภควัต อยู่พร้อม รองผอ.สพม.นครราชสีมา พร้อมด้วยผอ.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา เจ้าหน้าที่ศูนย์ความปลอดภัย และนิติกร ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงเรียนเกิดเหตุ จากการพูดคุยทำความเข้าใจระหว่างผู้บริหารโรงเรียน คณะครู เด็กผู้เสียหาย และผู้ปกครอง เบื้องต้นทราบว่า เป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ทางผู้ปกครองไม่ติดใจเอาความ พร้อมฝากทางโรงเรียนดำเนินการสอบสวนนักเรียนบางรายที่มีพฤติกรรมการบูลลี่ในโรงเรียนด้วย หลังจากมีการไหว้วานจากกลุ่มผู้กระทำความผิด ให้นำข่าวมาปล่อยในโรงเรียน จนทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอาย ไม่สามารถไปเรียนต่อได้ และเกิดเป็นความเครียดสะสม คิดสั้นจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง หลังจากนี้ ผู้เสียหายจะทำเรื่องขอย้ายสถานที่เรียน พร้อมขอเรียนออนไลน์จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
นอกจากนี้ได้รับการประสานจากอัยการจังหวัดพิมาย หลังจากตำรวจสภ.ห้วยแถลงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 มาส่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว โดยอัยการจังหวัดพิมายขอให้ผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อเขียนคำร้องประกอบการส่งฟ้อง และจัดหาทนายอาสาช่วยเหลือทางคดี เพราะครอบครัวผู้เสียหายไม่มีเงินจ้างทนาย
ด้านนางนลิน โรจนวัทธิกร เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ (NRO) ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในชั้นศาล ผู้ก่อเหตุได้กลับลำ ให้การปฏิเสธขอสู้คดี แต่ยังมีความประสงค์จ่ายเงินเยียวยาตามที่ตกลงกันแต่แรก ซึ่งทางอัยการและผู้เสียหายยื่นคัดค้านการประกันตัว แต่ดุลพินิจของศาลเห็นว่ายังไม่เข้าข่าย จึงพิจารณาให้ประกันตัวได้ แต่ให้ติดกำไล EM โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายในระยะ 1 ก.ม. ซึ่งทางผู้เสียหายยังรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงประสานให้เจ้าหน้าที่องค์กร NRO ลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย จนกว่าการตัดสินพิจารณาคดีจะแล้วเสร็จ และแน่ใจว่าครอบครัวผู้เสียหายปลอดภัย สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข