ยกคณะพบเศรษฐาทูตสหรัฐจัดคิวเจอไบเดน

นายกฯนำรมต.-ค้างคืนอีสานแก้แล้ง-ปลุกการค้าชายแดน‘อนุทิน-เพิ่มพูน’เข้ากระทรวง
ทูตสหรัฐเข้าแสดงความยินดีนายกฯ เศรษฐา ยืนยัน 2 ประเทศจะสนับสนุนการทำงานร่วมกันทุกมิติ หวังได้พบประธานาธิบดีไบเดนในการประชุมยูเอ็น พร้อมเชิญมาเยือนประเทศไทยในโอกาสต่อไป นายกฯ ยกทีมรมต.ลุย 3 จังหวัดอีสาน แก้ภัยแล้ง-ผลักดันการค้าชายแดนหนองคาย-ลาว-จีน รมช.คลังเผยแหล่งเงินดิจิทัลวอลเล็ต 5.6 แสนล้าน ยันไม่แตะเงินรัฐวิสาหกิจ ‘ภูมิธรรม’ ปัดตอบฟื้นจำนำข้าวหรือไม่ ‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผมไม่มีท่าน ไม่มีนาย มีแต่พี่น้อง’ ด้าน ‘สุทิน’ เข้าขอคำแนะนำ ‘บิ๊กจิ๋ว’ โวมีนายพลร่วมงานเป็นร้อย ‘สุริยะ’ เล็งขอสล็อตการบินทัพฟ้าเพิ่ม 100 เที่ยวบิน รับไฮซีซั่น ‘เพิ่มพูน’ ฝากตัวกับขรก.กระทรวง ศึกษาฯ ยอมรับไม่เก่ง แต่ทีมงานดี 3 วิปเคาะแถลงนโยบายรัฐบาล 11-12 ก.ย. รวม 30 ช.ม. ก้าวไกลติวเข้ม 30 ขุนพลเขย่าทุกมิติ

3วิปเคาะแถลงนโยบาย 11-12ก.ย.

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย (วิป 3 ฝ่าย) มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภา ผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือวางกรอบเวลาการอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

นายวันมูหะมัดนอร์ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 11 ก.ย.-12 ก.ย. รวม 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นประธานรัฐสภา 1 ชั่วโมง ฝ่ายคณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงและชี้แจง 5 ชั่วโมง ฝ่ายสว. 5 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้การประชุมจบด้วยดี ไม่มีใครไม่ยอม แม้ ทุกฝ่ายจะอยากได้เวลา แต่เมื่อทราบข้อจำกัดของเวลา และความสนใจของพี่น้องประชาชนแล้วจึงตกลงกันเช่นนี้

“การประชุมวันแรกคาดว่าอาจจะเลิกประชุมดึก แต่คงไม่เกินเที่ยงคืน วันที่สองคงไม่เกิน 23.00 น. แม้บางฝ่ายจะบอกว่าไม่อยากให้เกิน 21.00 น. แต่เพื่อให้การอภิปรายในวันถัดมามีคุณภาพมากขึ้น และความสนใจของพี่น้องประชาชน รวมถึงครม. แจ้งว่าวันที่ 13 ก.ย. จะมีการประชุมครม. ทุกฝ่ายจึงบอกว่าจะกลับไปเตรียมทั้งตัวบุคคลและเนื้อหาสาระให้ดี เพื่อให้เป็นประโยชน์มากที่สุด” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการรักษาความปลอดภัยในวันประชุม เนื่องจากอาจมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาในบางวัน นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า คิดว่าคงไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุม หรือมีการกดดันสภา เพราะพี่น้องประชาชนสามารถติดตามการประชุมตลอดเวลาผ่านการถ่ายสดในหลายช่องทาง ทุกฝ่ายคงอยากให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีคุณภาพ ไม่มีแรงกดดันใดๆ หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาที่สภาคงไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่ได้หมายความว่าสภาจะรังเกียจ การมีผู้ชุมนุมหรือผู้สนับสนุนเป็นเรื่องที่ดี แต่ช่วงอภิปรายต้องใช้เวลา หากมาคงเสียทั้งค่าใช้จ่าย และเวลามาก

ก.ก.ยันไม่ฉวยซักฟอก

ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปสส.พรรค ก้าวไกล(ก.ก.) และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงว่า ผลการประชุมวิป 3 ฝ่ายวันนี้เป็นไปได้ด้วยดี ราบรื่นและเป็นบรรยากาศฉันมิตร ทุกคน คุยกันอย่างสอดคล้อง ถึงจะไม่ตรงกับความต้องการของฝ่ายค้านทั้งหมด แต่ถือเป็นการประชุมที่น่าพอใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้วหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เมื่อสักครู่ได้คุยกับนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะประธานสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ข้อตกลงเบื้องต้นคร่าวๆ แต่ยังไม่มีการสรุป ต้องให้นายประมวลไปคุยกับสส.ในพรรคก่อน คาดว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้จะพูดคุยกันอีกรอบ

ต่อข้อถามว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่น วางใครเป็นผู้อภิปราย นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เป็นทีมของน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ส่วนตนมุ่งไปเจรจาเรื่องอื่น เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลระบุว่าไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า แน่นอน แต่หากครม.ได้ตอบคำถามของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้อย่างชัดเจน จะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นของสังคมและประชาชนในการเริ่มต้นรัฐบาล

ด้านนายวิโรจน์กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เพิ่งเป็นนายกฯ ครั้งแรก ทีนี้ก็เลยว้าวุ่นเลย แต่เอาสบายๆ เพราะเป็นการเริ่มต้นด้วยความมั่นใจดีกว่า อย่าเริ่มต้นด้วยความกลัว ส่วนข้อกังวลที่อาจมีการจัดองครักษ์พิทักษ์นายกฯ นั้น ตนคิดว่าจะตั้งทำไม ตอบตรงไปตรงมาก็จบแล้ว

ติวเข้ม30ขุนพล

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคก้าวไกลจัดผู้อภิปรายไว้ 30 คน แต่น่าเสียดายที่อภิปรายแค่ 2 วัน หากเป็น 3 วันจะชัดเจนลงลึกได้มากขึ้น แต่พรรคจะพยายามพูดให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยไม่มีการพุ่งเป้าไปที่ด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะตั้งข้อสังเกตว่านโยบายที่ออกมาสะท้อนเนื้อแท้รัฐบาลชุดนี้อย่างไร เท่าที่เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลมีลักษณะเป็นคำกว้างๆ หลายเรื่องคลุมเครือชวนสงสัย มีไม่กี่กรณีที่เป็นรูปธรรมชัดเจน การอภิปรายจึงต้องถามถึงรายละเอียดในมาตรการนั้นๆ เพราะหลายมาตรการไม่มีตัวชี้วัด และกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายรัฐบาลจะเป็นความหวังให้ประชาชนได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เบื้องต้นเท่าที่อ่านค่อนข้างผิดหวังในคำแถลงนโยบาย แต่คงต้องให้โอกาสรัฐบาลใหม่ได้ทำงานจริงก่อน “แน่นอนว่าการแถลงนโยบายไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การให้เวลา 2 วัน ถือว่าน้อยด้วยซ้ำ แต่ยังดีกว่า 1 วัน ต้องขอบคุณรัฐบาล ทุกฝ่ายควรช่วยกันอ่านโดยละเอียด วิจารณ์ตั้งคำถามได้ และหวังว่าฝ่ายรัฐบาลจะทำให้การอภิปรายราบรื่น”

ทั้งนี้ ในวันที่ 8-10 ก.ย. พรรคก้าวไกล นัดหมายติวเข้มสส.ทุกคนที่จะขึ้นอภิปรายนโยบายของรัฐบาล โดยนายชัยธวัชกล่าวติดตลกว่า ต้องขออภัยครอบครัวของสส.เหล่านั้นด้วย 3 วันนี้ ถูกบังคับเข้าโรงเรียนประจำอยู่ที่พรรค

‘อดิศร’ลั่นไม่มีองครักษ์นายกฯ

ที่รัฐสภา นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ว่าที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การแถลงนโยบายรัฐบาล เป็นการอภิปรายนโยบายไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเพียงการติชม

ผู้สื่อข่าวถามว่าเตรียมองครักษ์หรือตั้งรับอย่างไร นายอดิศรกล่าวว่า คงไม่ต้องเตรียมอะไร เป็นการแถลงนโยบายเฉยๆ เพราะเรายังไม่ได้ทำอะไร ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ฝ่ายค้านอาจใช้เวทีนี้ซักฟอกกลายๆ นายอดิศรกล่าวว่า คิดว่าคงมีบ้าง หากจะแวะเข้ามาในซอยบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ต้องรีบกลับขึ้นไปถนนหลวง บางคนคิดว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้รออีก 4-5 เดือนค่อยว่ากัน

“หากการแถลงนโยบายเป็นไปตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด แถลงเสร็จก็กลับบ้านได้เลย แต่เราเห็นว่าจะเคร่งครัดเกินไปจึงเห็นว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยดีกว่า ไม่ต้องรีบเพราะเป็นการแถลงนโยบายครั้งแรก ฝากไปยังฝ่ายค้านว่าอย่าเพิ่งใจฮึกเหิมมาก เอาแต่เพียงพอดี ขอย้ำว่าไม่ต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์ใคร และ นายกฯ ไม่ได้กำชับอะไร ท่านให้อิสระ เพราะอยากให้สภาราบรื่น นายกฯ พร้อมตอบข้อ ซักถาม” นายอดิศรกล่าว

‘เศรษฐา’อุบแหล่งเงินดิจิทัล

เวลา 08.40 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เข้าปฏิบัติภารกิจ เนื่องจากยังไม่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และ 09.45 น. เปิดโอกาสให้คณะ นักธุรกิจและสมาคมสตรีจากภาคส่วนต่างๆ 14 หน่วยงาน นางเยาวเรศ ชินวัตร อดีตประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมทั้งกงสุลกิตติมศักดิ์ สหรัฐเม็กซิโก ประจำจังหวัดภูเก็ตเขตกงสุลภูเก็ต พังงา กระบี่ เข้าร่วมแสดงความยินดี

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของแหล่งเงินที่จะใช้ดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ให้ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไปว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขับเคลื่อนงบประมาณว่าเงินจะมาจากไหน 6 ก.ย.ได้คุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้คำแนะนำว่าถ้าจะออกดิจิทัลวอลเล็ตในระยะกลางและระยะยาวของประเทศ ระบบการเงินการคลังของประเทศจะเป็นลักษณะไหน ท่านเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่จะต้องพูดคุยให้ชัดเจน วันนี้ขอทำการบ้านให้ดีก่อน อย่าลืมว่าวันนี้ตนยังไม่สามารถเข้าบริหารงานได้ต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาถึงจะสั่งการได้ วันนี้ขอให้เป็นเรื่องการพูดคุยและเก็บข้อมูลก่อน ขอร้องว่าอย่าพูดให้เกิดความสับสน ขอให้ใจเย็น นิดหนึ่ง วันนี้ข้อมูลมาจากหลายภาคส่วน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นลักษณะออกพันธบัตรระดมทุนหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ขอเวลานิดหนึ่ง ไม่อยากตอบแล้วสื่อนำไปเขียนกัน จนเกิดความเข้าใจผิด มีหลายส่วนที่ทำได้ ต่อข้อถามว่าการจ่ายเงินจะเป็นลักษณะบล็อกเชนหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นบล็อกเชนแน่นอน ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันโครงการเดินหน้าได้ในเดือนก.พ.2567 เหมือนที่ระบุไว้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ใช่ครับ แน่นอนครับ”

ต่อข้อถามว่าการประชุมครม.นัดแรก 13 ก.ย. นอกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และลดราคาพลังงานแล้วมีเรื่องเร่งด่วนอะไรอีก นายเศรษฐากล่าวว่า อดใจนิดหนึ่งเพราะมีหลายเรื่อง มีเรื่องที่เตรียมไว้ยาวมาก เราได้ประกาศไว้แล้วว่าครม.นัดแรกจะทำอะไรบ้าง และต้องไปดูว่าวันที่จะเริ่มทำได้จริงเมื่อไร ถ้าพูดไปก่อนเดี๋ยวจะเกิดความสับสน เมื่อถามว่าการประชุมวันที่ 13 ก.ย. จะแบ่งงานให้ รองนายกฯ เลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า น่าจะและกำลังทำอยู่

แย้มได้โฆษกรบ.-เมินก.ก.รอถล่ม

ส่วนจะมีครม.เศรษฐกิจโดยเฉพาะหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าการ ประชุมครม.นอกสถานที่จะมีแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไรขอกำหนดวันเวลาอีกครั้ง ส่วนการ ประชุมครม.เศรษฐกิจ ส่วนตัวคิดว่าการทำงานสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องนั่งล้อมวงกัน เสียเวลาเตรียมเอกสารที่มีค่อนข้างเยอะ เราใช้การทำงานแบบจับกลุ่มการพูดคุยและรวมตัวกันทำงานดีกว่า อีกทั้งมีวิธีสื่อสารหลายวิธี จึงคิดว่าการประชุมครม.เศรษฐกิจไม่มีความจำเป็น แต่มั่นใจว่าทุกเรื่องจะเดินหน้าได้เร็วกว่าที่ทำในทุกวันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะกำหนดกรอบเวลาทำงานหรือไม่ว่า 100 วันจะมีผลงานอะไรออกมา นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องขอพิจารณาก่อน ยังไม่มีการพูดคุยตรงนั้น แต่ยืนยันว่าจะเห็น ผลงานอย่างแน่นอน วันนี้เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือการเฟ้นหาบุคคลที่จะมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ เข้าใจว่าได้แล้วและจะมีการพูดคุยอย่างดี จะได้ไม่ต้องพูดกลับไปกลับมาไม่เช่นนั้นจะทำให้สับสนได้ ส่วนจะเป็นใครขอเวลาอีกนิดเดี๋ยวได้ทราบ

ต่อข้อถามว่านอกจากโฆษกรัฐบาลแล้ว ตำแหน่งข้าราชการการเมืองอื่นๆ จะแต่งตั้งเลยหรือไม่ในครม.นัดแรก นายเศษฐากล่าวว่า คงมีบางส่วนด้วย เพราะหลายหน่วยงานเตรียมเรื่องไว้แล้ว และถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการ มีหลายเรื่องที่สำคัญ

เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกลตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายพรรคเพื่อไทยมีหลายเรื่องหาเสียงไว้แต่ไม่ได้บรรจุในคำแถลงนโยบาย นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้รอดูและฟังจากการแถลงนโยบาย เข้าใจการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ และเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่ต้องอธิบายให้เกิดความเข้าใจ ไม่กังวลหากจะถูกซักและจี้ถามในรัฐสภา ถือเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเราอาสาเข้ามาทำงานก็ต้องพร้อมให้ถูกตรวจสอบ และถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

สหรัฐยินดี – นายรอเบิร์ต โกเด็ก ทูตสหรัฐ เข้าแสดงความยินดีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ที่พรรคเพื่อไทย โดยทั้ง 2 ประเทศพร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันทุกมิติ และหวังได้พบปธน.ไบเดนในที่ประชุมยูเอ็น เมื่อวันที่ 7 ก.ย.

เตรียมโรดโชว์ที่สหรัฐ

เวลา 11.00 น. นายเศรษฐา นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ และคณะทำงานด้านนโยบายการต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย หารือกับนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายเศรษฐากล่าวว่า การลงทุนจากต่างประเทศและการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในไทย (FDI) ต้องใช้ระยะเวลานาน หากเริ่มดำเนินการในวันนี้ จะเห็นผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยในอีก 2-3 ปี จึงต้องเร่งทำงานทันที พร้อมเตรียมไปโรดโชว์ที่สหรัฐ ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 วันที่ 18-24 ก.ย.นี้ กับบีโอไอ ซึ่งต้องพบปะกับ นักธุรกิจจากหลากหลายประเทศ วันนี้ทาง บีโอไอ เข้ามาให้ข้อมูลเพื่อจะได้เร่งเดินหน้าผลักดันและส่งเสริมการลงทุนในไทย ยืนยันว่าโครงการใดที่มีประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวม จะผลักดันให้เกิดการลงทุนอย่าง ต่อเนื่อง

เวลา 13.00 น. นายเศรษฐาต้อนรับนาย รอเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย ที่เข้าพบเพื่อแสดงความยินดี โดยนายกฯ หวังจะได้พบประธานาธิบดีไบเดน ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 และหวังว่าจะได้ให้การต้อนรับประธานาธิบดีไบเดนที่ประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าวว่า มุ่งหวังว่าความสัมพันธ์ทวิภาคี ที่มีมาอย่างแน่นแฟ้นยาวนาน ตามที่ครบรอบ 190 ปีสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน จะต่อเนื่องทวีความมั่นคงต่อไป

พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันในทุกมิติ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้า การลงทุน และความท้าทายระดับโลก อาทิ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ลุยขอนแก่น-อุดรฯ-หนองคาย

เวลา 14.25 น. นายเศรษฐาออกจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย ไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขึ้นเครื่องบินสายการบินเวียตเจ็ท (VZ212) ไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่นเวลา 16.50 น.

นายเศรษฐาลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ จ.ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ระหว่างวันที่ 8-9 ก.ย. โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ ร่วมคณะ

ภารกิจวันที่ 8 ก.ย. เวลา 08.15 น. นายเศรษฐา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลหลักเมืองที่อำเภอเมืองขอนแก่น เยี่ยมชมเขื่อนอุบลรัตน์ พบปะประชาชนที่อยู่ทั้งในพื้นที่ชลประทานและในพื้นที่นอกชลประทาน พูดคุยประเด็นปัญหาภัยแล้ง ผลกระทบจากเอลนีโญ พื้นที่ทำกิน และการบริหารจัดการน้ำ พบปะประชาชนในพื้นที่น้ำพอง พูดคุยประเด็นปัญหาความเดือดร้อน และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ความเป็นอยู่และค่าครองชีพ เสร็จแล้วเดินทางไป อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อรับฟังความคืบหน้าโครงการมหกรรมพืชสวนโลก

ส่วนวันที่ 9 ก.ย. พบปะประชาชนที่ออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะหนองประจักษ์ จ.อุดรธานี พร้อมรับประทานอาหารเช้า แล้วไปขึ้นรถไฟสถานีรถไฟอุดรธานี ไปลงสถานีรถไฟหนองคาย พร้อมกับนักธุรกิจเอกชน เพื่อพูดคุยเรื่องการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศจีน ซึ่งจะมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ร่วมคณะด้วย จากนั้นพบผู้ประกอบการส่งออก ที่ด่านพรมแดนหนองคายเพื่อพูดคุยถึงปัญหาการส่งออก ขั้นตอนพิธีการศุลกากร การค้าชายแดน รวมทั้งการพัฒนา One Stop Service ระหว่างไทย ลาว และจีน

คลังเผยช่องทางใช้5.6แสนล.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิด เผยว่า ทันทีที่เริ่มดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท มั่นใจว่าประชาชนอาจมีการใช้จ่ายอย่างคึกคัก ประเมินว่าภายใน 1-2 สัปดาห์แรก มีโอกาสที่ส่วนใหญ่จะใช้จนครบวงเงิน 1 หมื่นบาทด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีในการช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย และจะมีผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก สำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ในโครงการ อาทิ การกำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าในรัศมี 4 กิโลเมตร ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสม มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เอื้อและสะดวกต่อการใช้จ่ายของประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการ วงเงิน 5.6 แสนล้านบาท เช่น นำมาจากงบประมาณของรัฐบาลทั้งหมด จากการจัดเก็บรายได้ที่สูงกว่าเป้าหมาย รวมถึงการหยุดจ่ายเงินในส่วนท็อปอัพในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งหลายส่วนจะทยอยหมดอายุลง ตรงนี้จะไม่มีการต่อให้ และจะดึงวงเงินมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแทน ส่วนเงินอุดหนุนที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้คนละ 300 บาทนั้น ยังได้ตามปกติ เนื่องจากมีการกันงบประมาณไว้แล้ว อีกส่วนที่อยู่ระหว่างหารือคือการใช้วงเงินตามมาตรา 28 ตามกรอบพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง แต่ยืนยันไม่มีการดึงเงินของรัฐวิสาหกิจมาใช้แน่นอน รวมถึงไม่เคยมีการหารือถึงการขายหุ้นกองทุนรวมวายุภักษ์เพื่อมาใช้ในโครงการดังกล่าวด้วย

ส่วนการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่าดำเนินการได้ และไม่จำเป็นต้องมีการออกเกณฑ์ หรือแก้เกณฑ์อะไร เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน และเงินที่อยู่ในดิจิทัลวอลเล็ตมีมูลค่าสิทธิ์เทียบเท่ามูลค่าเงินบาท คือ 1 บาทดิจิทัล เท่ากับ 1 บาท และดิจิทัลวอลเล็ตที่รัฐบาลดำเนินการ ไม่ใช่สกุลเงินดิจิทัล จึงไม่สามารถนำไปเก็งกำไรได้

3 อดีตสส.จ่อนั่งรองเลขาฯนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า กรณีนายเศรษฐา ระบุชื่อโฆษกประจำสำนักนายกฯ ลงตัวแล้วคือ นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ สมาชิกพรรคที่มีส่วนร่วมร่างนโยบายด้านการเกษตร และเป็นคนมีภาพลักษณ์ดี มีความรู้ทางเศรษฐกิจ ไม่เป็นฝ่ายการเมืองที่ออกมาตอบโต้ประเด็นการเมืองมากจนเกินไป ขณะที่ข้าราชการการเมืองในส่วนของพรรคอยู่ระหว่างการจัดสรร ส่วนใหญ่จะมอบตำแหน่งให้อดีต สส.หรือคนที่ทำงานร่วมกับพรรคมานาน เช่น รองเลขาธิการนายกฯ มี 3 คน คือ นายสมคิด เชื้อคง อดีตสส.อุบลราชธานี เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีตสส.เชียงใหม่ เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายสังคม นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ อดีตผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ

ส่วนเลขานุการรัฐมนตรีนั้น นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ อดีตสส.หนองคาย มีชื่อเป็นเลขานุการรมว.พาณิชย์ เพราะมีความชำนาญเรื่องเศรษฐกิจการค้า จะเข้ามาช่วยงานนายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.พาณิชย์ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค มีชื่อเป็นเลขานุการรมว.คลัง เพราะมีส่วนในการจัดทำนโยบายของพรรคในการเลือกตั้ง มีความรู้ ความสามารถด้านการเงิน จะไปเสริมงานให้กับนายเศรษฐา ในฐานะรมว.คลัง นายคุณากร ปรีชาชนะชัย อดีตสส.สุรินทร์ มีชื่อเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ช่วยงานนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพราะอยู่กับพรรคมานาน ผลักดันการแก้ปัญหาด้านการเกษตรมาโดยตลอด นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตสส.กทม. มีชื่อเป็นเลขานุการรมว.วัฒนธรรม ช่วยงานนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม เพราะอยู่กับพรรคมานาน ปัจจุบันเป็นประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพฯ สอดคล้องกับงานของกระทรวง

‘เสี่ยอ้วน’ปัดตอบฟื้นจำนำข้าว

เวลา 08.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ เข้ามาปฏิบัติงานที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ เป็นวันแรก เข้าสักการระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง 6 จุด

นายภูมิธรรมกล่าวถึงการดูแลราคาสินค้าเกษตรว่า ขอยังไม่ตอบว่าจะนำนโยบายรับจำนำกลับมาใช้หรือไม่ และจะใช้นโยบายอย่างไร เพราะทุกนโยบายเกี่ยวกับสินค้าเกษตรมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งสำคัญวันนี้คือเราไม่ได้ยึดติดอะไร อะไรที่ดีหรือไม่ดีของ ทุกฝ่าย หรือของรัฐบาลที่แล้วเราก็สามารถ เอามาปรับเข้ากันได้

ส่วนกรณีบางเรื่องพรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ แต่ไม่มีในนโยบายรัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ประชาชนมั่นใจเพื่อไทยและพรรคร่วมได้ว่า สิ่งที่เราพูดและเป็นปัญหากับประชาชนพรรคได้ตอบไปแล้วว่าจะแก้ได้ นโยบายที่จะแถลง 11 ก.ย. เป็นกรอบกว้างๆ ที่คลอบคลุมทุกประเด็น หากเรื่องไหนไม่ชัดเจนก็ถามรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้ ไม่ต้องห่วง หากเอาทุกเรื่องไปคุยกันในที่ประชุม 3 วันก็ไม่เพียงพอ ยืนยันเพื่อไทยไม่ผิดสัญญากับประชาชน สิ่งใดที่เป็นปัญหาเรารับผิดชอบ ก็ขอโทษประชาชนในเหตุจำเป็นและให้ชี้ให้เห็นว่าเกิดจากอะไร ทั้งรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นตรงกัน สิ่งที่รับปากประชาชนเราจะทำให้ ขอให้มั่นใจ นายเศรษฐาก็ยืนยันว่าเป็นรัฐบาลของประชาชน

‘สมศักดิ์’ขอเลือกทีมงานเอง

เมื่อเวลา 13.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์การแบ่งงานของรองนายกฯ ว่า ยังไม่ได้แบ่ง สำหรับงานที่ตนถนัดมีหลายอย่าง ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะได้รับมอบจากนายกฯให้ทำหรือไม่ หากได้รับมอบหมาย หรือทำในสิ่งที่ไม่ถนัดก็พร้อมจะศึกษา ส่วนการมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงเชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะมีข้อปฏิบัติและกฎหมายที่ต้องรับผิดชอบ ก่อนที่จะนำเสนอเรื่องมาให้ตนพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่ารองนายกฯต้องช่วยชี้แจงในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า กำลังดูว่าจะได้รับมอบหมายงานอะไรบ้าง หลังจากที่นายกฯอ่านคำแถลงนโยบายแล้ว จะเป็นการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ถ้าตนได้รับมอบและมีข้อมูลในเรื่องนั้นๆ อยู่ก็จะช่วยตอบ

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทย เตรียมส่งบุคคลมาดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองเพื่อช่วยงานหรือยัง นายสมศักดิ์กล่าวว่า ต้องรอดูว่าจะได้รับมอบงานอะไรบ้างจึงจะเลือกคน ตนจะเป็นคนที่เลือกบุคคลเอง และทำเนียบรัฐบาล ไม่มีที่นั่งมาก และอาจนำคนไปฝากนั่งใน หน่วยงานที่ตนได้รับมอบให้ดูแล

ทีม‘มท.’ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เข้าทำงานที่กระทรวงวันแรก โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงต้อนรับ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.

‘หนู’ควงรมช.เข้าเฝ้าสังฆราช

เวลา 08.09 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เข้ากราบสักการะสมเด็จ พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะ ผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าการและหัวหน้า หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

นายอนุทินเปิดเผยว่า สมเด็จพระสังฆราชประทานพรให้โชคดี ทำงานดีๆ มีความซื่อสัตย์สุจริต ถือเป็นพระเมตตา และการ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องมากราบ

จากนั้นนายอนุทินพร้อมคณะเดินเข้ากระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทินถือเคล็ดไม่เดินเข้าทางประตูทางออก เดินอ้อมไปเข้าประตูทางเข้าที่ประตูสิงห์ ริมคลองหลอด แล้วสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวง

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า เข้ามาเตรียมห้องทำงานให้เรียบร้อยตามบัญชานายกฯ ที่จะแถลงนโยบาย 11 ก.ย. วันนี้เข้ามาทำความรู้จักกับข้าราชการ ตนโชคดีที่มี ทีมงาน มีรมช.ที่คุ้นเคยกับประชาชน เป็นสส.ทุกคน ดังนั้นมหาดไทยยุคนี้จะเป็นยุคที่รัฐมนตรีเข้าใจถึงวิถีชีวิต คุณภาพชีวิต มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนยกระดับขึ้น รัฐมนตรีต้องลงไปถึงหน้างาน อยู่ในพื้นที่มากที่สุดที่จะทำได้ และตนโชคดีที่มีปลัดมหาดไทย และทีมงานรู้จักกันมานาน นับสิบๆ ปี คุ้นเคยตั้งแต่สมัยที่พ่อตนเป็นรมว.มหาดไทย เป็นทีมงานเดียวกันหมด

ยุคผมไม่มีท่าน-มีแต่พี่น้อง

“ยุคที่ผมอยู่ที่นี่จะไม่มีคำว่าท่าน ไม่มีคำว่านาย มีแต่พี่น้องในหมู่ข้าราชการ ทำงานด้วยกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน ประชาชนต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกันถ้วนหน้า” นายอนุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ลงนามแบ่งงานรมช.หรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้เข้าห้องทำงานเลย ขอฟังบรรยายสรุปหน่วยงานที่รับผิดชอบต่างๆ ก่อน จะแบ่งงานตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ ไม่มีสายไหน เป็นพี่เป็นน้องกัน เชื่อมั่นในกันและกัน เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการทำงาน ทุกอย่างเป็นเรื่องเร่งด่วน ทั้ง ควิกวิน ซอฟต์เพาเวอร์ที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เศรษฐกิจดี นายกฯ มีนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต 1 หมื่นบาท ล้วนแล้วแต่เป็นเงินที่ใช้ในประเทศ ต้องขอความร่วมมือปลัดมหาดไทยและผู้ว่าฯทุกท่าน จัดเตรียมพัฒนาสินค้า เพราะคนไทยทำ คนไทยใช้ ทำให้เงินหมุนเวียน

ต่อข้อถามว่าในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลจะฟื้นผู้ว่าฯซีอีโอ จะมีลักษณะอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า โดยนัยยะและการปฏิบัติ รับทราบอยู่แล้วว่าผู้ว่าฯปัจจุบันคือผู้ว่าฯซีอีโอ เพราะหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัดขึ้นกับผู้ว่าฯ และการทำงานต่างๆ ในจังหวัดก็ผ่านกำกับดูแลของผู้ว่าฯ พวกเราพร้อมทำงานกับ ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยอย่างสุดความสามารถ ใครมีดีตรงไหนเอาตรงนั้นมา

เมื่อถามว่าจะไม่มีการซื้อขายตำแหน่งในยุคนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไม่มี นายกฯได้ย้ำในเรื่องแรกๆ ของการประชุมครม.นัดพิเศษเมื่อ 6 ก.ย. และคิดว่าตรงกับความตั้งใจของรัฐมนตรีทุกคน ผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายการกระจายอำนาจ จะให้มีเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศหรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบ

วันแรก – พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าทำงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นวันแรก โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง และผู้บริหารระดับสูงต้อนรับ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.

‘บิ๊กป๊อด’รอพปชร.คัดทีมงาน

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทส. เข้ากระทรวงเป็นวันแรก ด้วยฤกษ์ มหาสิทธิโชค พล.ต.อ.พัชรวาทสวมสูทสีเทา โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส.และ ผู้บริหารระดับสูง พร้อมใจใส่ชุดสูทสากล สีเข้มเนกไทสีเขียว ต้อนรับ จากนั้นสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีเหล่าสส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำนวนหนึ่ง มอบกระเช้าดอกไม้

พล.ต.อ.พัชรวาทให้สัมภาษณ์ถึงแนวนโยบายของทส.ว่า เรื่องแรกที่ต้องดำเนินการคืออำนาจการสอบสวนระหว่างทส. กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะกฎหมายกำหนดให้แล้วเสร็จภายในปี 2567 ถัดไปคือเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนในเขตอนุรักษ์

ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งกำกับดูแลทส.มาก่อน ติวหรือฝากอะไรมาเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า ไม่ได้ติวอะไรเป็นพิเศษ ให้มาทำหน้าที่เอง ตนทำงานมาเยอะแล้วต้องทำให้ได้และไม่ได้กังวลอะไร เพราะมีปลัดดำเนินการตามนโยบายอยู่ด้วย

ก่อนหน้านี้ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ. พัชรวาท ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่จะมาช่วยงานว่า ต้องถามหัวหน้าพรรค คงจะมีประชุม ในส่วนทส.ยังไม่ได้พิจารณาต้องรอพรรคประชุมก่อน

‘สุทิน’เยี่ยมทหาร-คุย‘บิ๊กจิ๋ว’

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มทหารผ่านศึก โดยองค์การทหารผ่านศึกสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มารอแสดงความยินดีกับนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมยื่นหนังสือข้อเสนอแนะเรื่องเงิน ช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่ไปรบและบาดเจ็บ เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก และพ.ร.บ.ผลการประชุมคณะกรรมการทหาร

เวลา 11.30 น. นายสุทินมาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เยี่ยม อส.ทพ.ณัฐพล อุปาทา สังกัดกรมทหารพรานที่ 30 อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งถูกคนร้ายลอบวางระเบิด เมื่อ 12 พ.ค.2566 จนได้รับบาดเจ็บ กระดูกขาหัก 2 ข้าง แต่เมื่อผ่าตัดแล้วยังมีปัญหาข้อเท้าข้างขวาตก ซึ่งทีมแพทย์อาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติมและอาจต้องใช้เวลารักษาอีก 2-3 เดือน

นายสุทินกล่าวว่า ตนได้มอบดอกไม้และเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และย้ำว่าหากมีปัญหาอะไรขอให้บอก โดยให้คณะทำงานแลกเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับครอบครัวของผู้บาดเจ็บ ในการประชุมครม. ตนจะนำเรื่องการดูแลทหาร และทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บ ขึ้นมาหารือ

ต่อมาเวลา 12.50 น. นายสุทินเข้าพบพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ และอดีตรมว.กลาโหม ที่บ้านพักย่านเกษตร- นวมินทร์ ประมาณ 12 นาที และให้สัมภาษณ์ว่า มาขอพรและมาเยี่ยมเยียน ท่านได้ให้กำลังใจ และดีใจที่เห็นตนมานั่งเก้าอี้นี้ รวมถึงมั่นใจว่าตนจะทำงานได้ พล.อ.ชวลิตบอกให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น และถ้ามีโอกาสจะมาหาอีก เพื่อพูดคุยเรื่องภายในกองทัพ

หากเป็นไปได้วันที่เข้าทำงานในกระทรวงกลาโหมวันแรก จะเชิญ พล.อ.ชวลิต ไปนั่งเก้าอี้ก่อน เพื่อเป็นการเจิม เพราะท่านเป็นทหารรุ่นเก่าเพียงไม่กี่คนที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของทหาร เก่งทั้งการเป็นทหารอาชีพและงานด้านการเมือง มองว่าคือปูชนียบุคคล น่าจะเป็นสิริมงคล ซึ่งพล.อ.ชวลิตหัวเราะพร้อมปฏิเสธว่าไปไม่ได้ ติดปัญหาเรื่องสุขภาพ

ตนเคยพบปะพล.อ.ชวลิต ตั้งแต่อยู่พรรคไทยรักไทย ยังชวนกันไปตีกอล์ฟอยู่เลย ซึ่งพล.อ.ชวลิตจำได้แม่นยำ

โวมีนายพลร่วมงานเป็นร้อย

นายสุทินกล่าวว่า ตนจะผลักดันทุกนโยบาย มีเรื่องหนึ่งที่สนใจ คือการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อยากเชิญทหารเก่งๆ ทหารสมัยใหม่ มาเชื่อมโยงกับนักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 คณะ และจะอัพเกรดเทคโนโลยีของกองทัพ ให้เป็นกองทัพสมัยใหม่ และจะโฟกัสเรื่องนี้ให้ดี มีทหารที่จะมาทำงานด้วยเป็นจำนวนมาก โดยได้แบ่งเป็นคณะทำงาน เช่น คณะทำงานชุดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คณะทำงานชุดปรับโครงสร้างกำลังพล คณะทำงานอัพเดตเทคโนโลยี เป็นเรื่องๆ ไป ตอนนี้มีนายพลเยอะอยู่กับตนเป็น กองพลหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้มอบหมายใคร เพราะอยู่ระหว่างการจัดคณะทำงาน มีพล.อ. อยู่ประมาณเกือบ 100 คน ไหนจะพล.ท. พล.ต. อีก ซึ่งตนไม่หนักใจ เพราะเขาทำงานเป็นระบบ

ส่วนปัญหาเรื่องเรือดำน้ำที่สั่งซื้อจากจีน แต่ไม่มีเครื่องยนต์ให้ใช้ เพราะเยอรมนีผู้ผลิตไม่ส่งเครื่องยนต์ MT396 ให้นายสุทินกล่าวว่า นายกฯ จะมีทางออกที่เหมาะสม และสังคมไม่ผิดหวัง ผู้สื่อข่าวเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเจรจากับเยอรมนีให้ขายเครื่องยนต์ เรือดำน้ำให้ไทย และเจรจากับจีนหากไม่ใช้เครื่องยนต์ของจีน นายสุทินกล่าวว่า เป็นไปได้ ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่นายกฯ เตรียมไว้ในใจ มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้หากผู้ใหญ่ระดับรัฐบาลคุยกัน

ด้านพล.อ.ชวลิตกล่าวว่า การที่พลเรือนมาคุมกองทัพเป็นสิ่งที่ดี เมื่อมารับผิดชอบเรื่องความมั่นคง จะเห็นว่าต้องปรับปรุงแก้ไขบ้าง ปัญหาในกองทัพมีมาก เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำก่อนคือเรื่องคน ต้องมีการพัฒนายกระดับให้ทัดเทียม และเป็นที่ยำเกรงของต่างประเทศ รวมถึงพัฒนายุทโธปกรณ์ แต่เรื่องที่สามคือปัจจัยอื่นๆ ที่ควบคุมไม่ได้

‘สุริยะ’ขอสล็อตการบินทอ.

เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และนาย สุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ทยอยเข้ากระทรวง โดยนายสุริยะถึงเวลา 08.45 น. และถือฤกษ์ลงจากรถเวลา 09.00 น. มีข้าราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นักการเมืองต้อนรับจำนวนมาก

นายสุริยะ เผยหลังรับฟังการทำงานของหน่วยงานในสังกัดว่า เป็นครั้งแรกที่เข้ามาพบปะกับข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อเตรียมตัวนำข้อมูลไปชี้แจงในการแถลงนโยบาย ขณะเดียวกัน ได้หารือ รมช.ทั้ง 2 คน ถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน การทำงานครั้งนี้น่าจะสนุกสนานเพิ่มขึ้น ได้เน้นย้ำกับข้าราชการแล้วว่าต้องทำงานอย่างรวดเร็ว

อีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลเน้นย้ำคือการกระตุ้น ภาคการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้ ซึ่งนายกฯ สั่งการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ตนได้กำชับเพิ่มเติม โดยให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หาวิธีจัดสล็อต (ตารางบิน) เพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าไทยเพิ่มขึ้น เบื้องต้นทราบว่ากองทัพอากาศมีสล็อตการบินในช่วงเช้าเหลืออยู่ ได้ฝากเรื่องนี้ให้รมว.กลาโหม หารือกับกองทัพอากาศเพื่อขอสล็อตที่ไม่ใช้ไปมอบให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. คาดจะได้เพิ่มขึ้นประมาณ 100 เที่ยวบิน หรือทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 10,000 คนต่อวัน ถือเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ส่วนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่านโยบายนี้ไม่เร่งด่วน ยืนยันว่านโยบายนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจะทำเพื่อแก้ไขปัญหาลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แต่เนื่องจากการผลักดันนโยบายนี้ต้องมีความพร้อมจากทั้งภาครัฐและเอกชนหารือร่วมกันในการพัฒนาระบบตั๋วร่วม อีกทั้งต้องใช้เวลาติดตั้งระบบซอฟต์แวร์ที่ประเมินว่าใช้เวลาอย่างเร็ว 1 ปี จึงประเมินว่าจะใช้เวลาทำงานเรื่องนี้ 2 ปีสำเร็จ ยืนยันว่า 20 บาทต้องทำแน่นอน แต่ขอเวลา

‘ประเสริฐ’รุกปราบโจรไซเบอร์

เมื่อเวลา 09.29 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกตื่นเต้น งานที่ ดีอีเอสเป็นงานที่ท้าทาย เป็นงานที่เกี่ยวกับอนาคต นโยบายเร่งด่วน 2-3 เรื่องที่จะต้องทำ คือ 1.การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ ทั้งการหลอกลวงทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และข่าวปลอม (เฟกนิวส์) จะยกระดับความเข้มข้นในการแก้ปัญหาเร่งด่วน วางมาตรการการตรวจสอบอย่างเข้มข้น จะเพิ่มการตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามการทำธุรกรรมทางการเงิน ให้ทำงานคู่ขนานกับศูนย์เฟกนิวส์ ให้รู้เท่าทันและล้ำหน้าอาชญากรหรือมิจฉาชีพทางไซเบอร์ จะเห็นได้ภายใน 3 เดือนจากนี้ หรือก่อนปีใหม่นี้

2.เร่งขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ภายในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ เพิ่มศักยภาพการทำงานขององค์กรรัฐให้รวดเร็ว ก้าวทันตามเทคโนโลยี และ 3.ให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายและทั่วถึงขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต

อีกเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วนคือการเชิญเฟซบุ๊ก มาพูดคุยและทำความเข้าใจ จากกรณีอดีตรมว.จะฟ้องต่อศาล เพื่อขอคำสั่งปิดกั้นแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กไม่ให้บริการในไทย เพราะเฟซบุ๊กในไทยมีผู้ใช้มากกว่า 45 ล้านบัญชี เป็นที่นิยม จะปิดกั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงจะเชิญผู้บริหารเฟซบุ๊กเข้ามาหารือโดยเร็ว

ส่วนการทำดิจิทัลวอลเล็ตเบื้องต้นได้คุยกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำงานร่วมกัน ยืนยันเป็นการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่ใช่แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง รายละเอียดให้รัฐบาลแถลงนโยบายก่อน อีกเรื่องหนึ่งที่อยากทำคือ ซูเปอร์แอพ ให้เป็นซูเปอร์แอพของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและดิจิทัลลดความเหลื่อมล้ำ

เข้ากระทรวง – พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ไหว้สักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวง ก่อนเข้าทำงานที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นวันแรก เมื่อวันที่ 7 ก.ย.

‘เพิ่มพูน’ฝากตัวศธ.-รับไม่เก่ง

เวลา 09.25 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ เข้าทำงานที่ศธ.วันแรก โดยมี ผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ต้อนรับ

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า ชีวิตข้าราชการของตน เวลาไปไหนมาไหน ไม่ค่อยมีพิธีรีตอง เพราะไม่ต้องการเป็นภาระใคร แต่ถือ เป็นประเพณีและวัฒนธรรมของหน่วยงาน ขอบคุณข้าราชการที่ให้การต้อนรับ ขอให้ ทุกคนทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด หวังว่าจะรับตน รมช.ศึกษาธิการ และพวกเราทีมงานไว้ในหัวใจ เพราะต้องทำงานร่วมกัน อยากให้มีความรู้สึกที่ดีต่อกันในการทำงาน

ขอให้ผู้บริหารทุกคนไปดูความพร้อมในเรื่องการทำงาน เพราะตนเป็นคนทำงานแบบปุ๊บปั๊บ ไม่ค่อยมีกำหนดการ อย่างเมื่อเช้า ไปไหว้พระ ก็แวะเข้าไปดูที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ไม่ได้ไปตำหนิหรืออะไร เพียงแต่ไปดูให้เห็นว่า จริงๆ เป็นอย่างไร เหมือนตอนที่เป็นตำรวจ อยากเข้าไปตรวจโรงพักก็ปุ๊บปั๊บเข้าไป คิดถึงก็ไปหา จะได้เห็นสภาพจริงว่ามีความพร้อมในการบริการประชาชนขนาดไหน ตนเคยแต่งตัวธรรมดา ไปนั่งดูตำรวจทำงาน เพื่อจะได้รู้วิธีการทำงานจริงๆ

ต้องขอขอบคุณที่ให้การต้อนรับ และหวังว่าคงได้ทำงานร่วมกันด้วยดี หากมีอะไรที่ขาดตกบกพร่อง หรือมีอะไรที่ไม่ดี ยินดีน้อม รับฟัง ในการทำงานตนไม่ใช่คนที่น้ำเต็มแก้ว ตนไม่เก่ง แต่เชื่อว่าทีมงานของตนเก่ง ดี มีคุณธรรม ฉะนั้นเราจะต้องเดินไปข้างหน้า เพราะเราเป็นพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ที่จะต้องเป็นแบบอย่าง วันที่ 14 ก.ย.คงได้มาพบปะพูดคุยเรื่องการทำงานอีกที ขอให้เตรียมระบบออนไลน์ เพื่อมีโอกาสพูดคุยกับข้าราชการในพื้นที่ด้วย จะได้เข้าใจการทำงาน ไม่ให้มีตกหล่น

ชาวนครศรีฯแห่ยินดี‘พิมพ์ภัทรา’

เมื่อเวลา 07.59 น. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ถือฤกษ์ดีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวง พร้อม ผู้บริหาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นำข้าราชการมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนรับฟังบรรยายสรุปภารกิจจากผู้บริหารกรมต่างๆ

ขณะเดียวกัน มีผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจด้วย อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรค, นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค, นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร, นายสันต์ แซ่ตั้ง สส.ชุมพร รวมทั้งผู้ประกอบการในวงการอุตสาหกรรม และตัวแทนประชาชนจากจ.นครศรีธรรมราช มาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน