ตร.ไซเบอร์ตามรวบ 3 บัญชีม้าแก๊งคอล อ้างจนท.ที่ดินตุ๋น ‘ประวีณมัย’ ผู้ประกาศข่าวสาวคนดังกว่าล้าน เป็นบัญชีม้าแถวที่สาม จนมุมที่ขอนแก่น สระแก้ว และราชบุรี ให้การซัดทอดนายหน้าชาวไทย พาข้ามชายแดนไปเปิดบัญชี สแกนใบหน้า เผยออกหมายจับ 5 คน เร่งล่าอีก 2 ตัวการใหญ่ที่หลบหนีในต่างประเทศ ตร.สอบแล้ว ยันไม่มีเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเกี่ยวข้อง ด้าน‘ประวีณมัย’เตือนอย่ากดลิงก์แปลกปลอม ป้องกันตกเป็นเหยื่อ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อํานาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผบก.สอท.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตํารวจบก.สอท.1 ร่วมแถลงข่าวจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน หลอกน.ส.ประวีณมัย บ่ายคล้อย หรือตาล ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ชื่อดัง ให้ติดตั้งแอพฯ แล้วดูดเงินกว่า 1 ล้านบาท

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดของคดีนี้ พบผู้กระทำความผิดจำนวน 5 ราย มีพฤติการณ์ร่วมกันเปิดบัญชีม้า และมีส่วนร่วมในการเข้าถึงระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพื่อนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย ไปดำเนินการหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจ ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตาม จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่ 1.นายศิริเทพ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี จับได้ที่อ.พระยืน จ.ขอนแก่น 2.นางหน่อย (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี จับได้ที่อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว 3.นางยุวรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี จับได้ที่อ.เมือง จ.ราชบุรี ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และร่วมกันเข้าใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้อื่นโดยมิชอบ

โดยทั้ง 3 คนที่จับกุมได้เป็นบัญชีม้าแถวที่สาม และให้การซัดทอดไปถึงนายหน้า ชาวไทย ที่ทำหน้าที่พาบัญชีม้าเหล่านี้ข้ามชายแดน เพื่อไปเปิดบัญชีและสแกนใบหน้า จึงถือว่า ผู้ต้องหาเหล่านี้ไม่ใช่บัญชีม้าธรรมดา แต่เป็นบัญชีม้าที่มีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดมาตั้งแต่ต้น ซึ่งรายละเอียดข้อมูลการสอบสวนและให้ปากคำยังไม่สามารถเปิด เผยได้ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 2 รายที่อยู่ในระหว่าง การไล่ล่าตัวนั้น เป็นตัวการรายใหญ่ และเป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้ ส่วนการสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เบื้องต้น ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และไม่พบว่าข้อมูลหลุดจากระบบของกรมที่ดิน แต่กำลังตรวจสอบอยู่ว่าข้อมูลหลุดจากที่ไหน คาดว่าน่าจะหลุดจากระบบข้อมูลทั่วไป แต่ยังไม่เปิดเผย

ด้านพล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหายที่ต้องมาสูญเงินและตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ รวมทั้งขอบคุณ เจ้าหน้าที่ ตำรวจทุกนาย โดยเฉพาะสอท.1 ที่ติดตามสืบสวนสอบสวนคดีจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ ขอเตือนประชาชนว่า ถือเป็นอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่มิจฉาชีพใช้แอพพลิเคชั่น ปลอมเป็นระบบของราชการซึ่งเนียน ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด รวมทั้งมีวิธีการหาข้อมูลของผู้เสียหายมาใช้หลอกลวง จนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อได้ ดังนั้นประชาชนจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก

“นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีม้ากลุ่มขบวนการนี้ ไม่ใช่บัญชีม้าในคดีอื่นๆ ที่ถูกหลอกไปเปิดบัญชี แต่ขบวนการนี้ บรรดาบัญชีม้าสมัครใจเปิดเอง พบว่าจะมีตัวการพาข้ามชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสแกนใบหน้า เก็บไว้สำหรับเปิดบัญชี นอกจากจะส่งมอบรหัสทำธุรกรรมให้กับตัวการใหญ่แล้ว ซึ่งวิธีการนี้ ถือว่าผู้ต้องหากลุ่มบัญชีม้าเป็นตัวการร่วมกระทำ ความผิด จึงจะมีโทษมากกว่าเปิดบัญชีม้าทั่วไป ขอเตือนว่าอย่า หลงเชื่อไปรับจ้างเปิดบัญชีม้าแม้จะได้ ผลตอบแทนสูง เพราะมีอัตราโทษทางกฎหมายที่สูงมาก” พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าว

พล.ต.ต.อำนาจกล่าวว่า ขณะนี้ยังพบกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นติดต่อกับทางราชการ ซึ่งหลายขบวนการได้ทำหน้าตาของแอพพลิเคชั่นหรือลิงก์เว็บไซต์เหมือนจริงอย่างมาก เพื่อตบตาประชาชน จึงขอเตือนประชาชนว่า การติดต่อราชการไทยในปัจจุบันนั้นยังไม่มีวิธีการในลักษณะเชิญชวนให้กดลิงก์หรือติดตั้งแอพพลิเคชั่น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและตรวจสอบกับทางหน่วยงานราชการต้นสังกัดที่ถูกอ้างหรือติดต่อมายังสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441

ด้านน.ส.ประวีณมัยกล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ที่พยายามติดตามจับกุมบัญชีม้าได้ จึงขอเตือนประชาชนทุกคนว่า กลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีการหลอกลวงแบบแยบยล หากถูกหลอกในลักษณะแบบนี้ก็ให้เอะใจ สงสัยไว้ก่อน อย่าเพิ่งเชื่อง่ายๆ ตรวจสอบให้รู้ก่อนว่าเป็นหน่วยงานราชการที่ยืนยันได้จริงๆ ไม่โอนเงินไปง่ายๆ ไม่กดลิงก์ง่ายๆ และที่สำคัญคือไม่ประมาท จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ทุกวันนี้ยังมีหลายคนที่เข้ามาพูดคุยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และส่วนตัวก็ไม่กล้าจะกดลิงก์แปลกปลอมหรือหลงเชื่ออะไรง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว จึงถือเป็นเรื่องที่ต้องเตือนใจเป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน