บานถึง5พันล.ดึงทหารช่วยแก้แล้งอีสานจับเข่าชาวนาดันราคาข้าว
‘เศรษฐา’ลุยขอนแก่น-อุดรธานี-หนองคาย ยืนยันกับชาวบ้านประชุมครม.นัดแรกลดค่าไฟ-ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท สั่งพักหนี้เกษตรกร ขอกองทัพภาค 2 ช่วยขุดลอกคูคลองเก็บน้ำรับภัยแล้ง รุดพบชาวนารับปากช่วยเหลือราคาข้าว เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายทั้งประกันและจำนำ ว้ากกลางวงรับไม่ได้งบจัดงานพืชสวนโลกที่อุดรฯ งอกกว่าเท่าตัว จาก 2,500 ล้านบานเป็น 5 พันล้าน ‘มท.หนู’กำชับผู้ว่าฯ หนุนเงินดิจิทัล อย่าปล่อยให้มีการโกง-ดักโควตา ปชป.จัด 15 ขุนพลถล่มนโยบายรัฐบาลไม่ตรงปก ‘จุรินทร์-ชวน’ นำทีม เพื่อไทยเคาะประชุมใหญ่เลือกกก.บห.ชุดใหม่ 16 ต.ค. ‘ภูมิธรรม’ ปัด ‘อิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค ‘หมอชัย’ ลั่นพร้อมทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล กกต.สั่งจับตาซ่อมสส.ระยอง เขต 3 กาบัตรวันอาทิตย์ 10 ก.ย.
‘เศรษฐา’ลุยขอนแก่น-เร่งแก้แล้ง
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะชาวขอนแก่น
เวลา 08.15 น. นายเศรษฐาเดินทางออกจากที่พักในจ.ขอนแก่น ด้วยรถโตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กล 5558 อุดรธานี พร้อมคณะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาล หลักเมือง อ.เมือง โดยมีชาวอีสาน 20 จังหวัดต้อนรับ ผูกผ้าขาวม้าและมอบพวงมาลัยให้ พร้อมตะโกนว่า “นายกฯ เศรษฐา พาไปเป็นเศรษฐี” จากนั้นแวะกินมื้อเช้าที่ร้านเอมโอช ร้านไข่กระทะชื่อดังใน จ.ขอนแก่น
เวลา 10.00 น. นายเศรษฐาเดินทางมาเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พบปะประชาชนที่อยู่ในและนอกพื้นที่ชลประทาน โดยรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนจากกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งปีนี้น้ำในเขื่อนมีน้อย ช่วงหนึ่งนายเศรษฐาพูดคุยกับ พล.ท.อดุลย์ให้กองทัพจัดกำลังพลสนับสนุนกรมชลประทานในการขุดลอกคูคลองในพื้นที่ขอนแก่น เมื่อพล.ท.อดุลย์บอกว่ายินดีให้ความร่วมมือ นายเศรษฐาได้ยกไหว้ขอบคุณ
นายเศรษฐาพูดคุยกับตัวแทนเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่รอบเขื่อนว่า เป็นเกียรติมากและเป็นจังหวัดแรกๆ ที่มารับฟังข้อมูล เมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะเดินหน้าทำงานทันที ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 มาด้วยจึงได้คุยบทบาทกองทัพช่วยปัญหาภัยแล้ง การรับฟังกรมชลประทานและกฟผ.รู้สึกกังวลเพราะปริมาณน้ำทุกเขื่อนของอีสานยังน้อยอยู่จึงต้องบริหารจัดการให้ดี รัฐบาลของประชาชนเชื่อว่าการลงทุนด้านการเกษตร เช่น โครงการโขง ชี มูน เลย เรื่องชลประทานฝายแกนซอยซีเมนต์ เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญมากที่สุด ยืนยันรัฐบาลจากประชาชนให้ความสำคัญกับการไม่ท่วมไม่แล้ง
เจออวยนายกฯดีที่สุดในโลก
ช่วงหนึ่งนายวรพนธ์ จันทรธีระยานนท์ รองนายกอบต.ภูเวียง กล่าวว่า “ท่านเป็น นายกฯ ที่ดีที่สุดเท่าที่โลกมีมา” ทำให้นายเศรษฐาตัดบทว่า “ไม่ขนาดนั้นหรอก เพิ่งเป็นไม่กี่วัน”
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีคนชมเป็น นายกฯ ที่ดีที่สุดเท่าที่โลกมีมาว่า “คงไม่จริงหรอก ผมเพิ่งได้เป็นนายกฯ อย่าไปหลงรักเสียงที่เราอยากจะฟังตลอด วันนี้เอาความเป็นจริงดีกว่า บางทีเสียงที่เราไม่อยากได้ยินคือเสียงที่ประเสริฐที่สุด” ส่วนการลงพื้นที่ มีหลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะปีนี้น้ำน้อย อีกแค่ 1 เดือนจะจบฤดูฝนแล้ว การใช้น้ำแบ่งออกเป็นการใช้บริโภค อุตสาหกรรม สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นห่วง ต้องมีการบริหารจัดการระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งบประมาณจำกัดที่มีอยู่จากท้องถิ่นหรือกระทรวงมหาดไทย เช่น การทำฝาย การขุดลอกคลอง ขุดลอกบ่อ เมื่อสักครู่แม่ทัพเข้ามาร่วมกับคณะ และขอร้องว่าอยากให้ทหารมาช่วยเหลือเครื่องมือแรงงาน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการเพิ่มรายได้สุทธิให้เกษตรกร นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องมีการเปิดตลาดใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อขอโควตาจีน ตะวันออกกลางเพิ่มในการส่งสินค้า ส่วนเรื่องการลดรายจ่าย เช่น เรื่องค่าปุ๋ย การเพิ่มความรู้ให้กับเกษตรกร ซึ่งจะเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ทำให้มีรายได้สุทธิสูงขึ้น ต้องควบคู่ไปกับการที่เราพักหนี้เกษตรกร และเชื่อว่า พี่น้องเกษตรกรมีศักดิ์ศรี กู้เงินใครมาก็อยากใช้คืน หน้าที่ของรัฐบาลคือทำให้ประชาชนมีรายได้ที่ดี สามารถกินอยู่ได้ ลงทุนในการเพาะปลูกได้ แก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินได้ การพักหนี้เกษตรกรถือเป็นญัตติด่วน ตนบอกว่าการจำนำ การประกัน ไม่ได้อยู่ในนโยบายรัฐบาล ยกเว้นแต่มีภัยพิบัติจริงๆ แล้วค่อยว่ากัน
หาทางเพิ่มรายได้เกษตรกร
ต่อมา 12.30 น. นายเศรษฐาเข้าเยี่ยม นายอุดร พื้นทอง ชาวนาอ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อสอบถามถึงปัญหาในการเพาะปลูกข้าว นายอุดรได้สะท้อนปัญหากับนายกฯ ถึงการเพาะปลูกข้าวที่มีราคาตกต่ำ ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต ราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง และขายโคกระบือไม่ได้ราคามากเท่าที่ควร พร้อมวิงวอนให้นายกฯ และรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรด้วย
นายเศรษฐากล่าวว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ รัฐบาลพยายามจะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้กับเกษตรกรให้ได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม 50% เหมือนกับในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ต้องไปดูด้วยว่าที่ราคาตกต่ำขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว วิธีการปลูก วิธีการใส่ปุ๋ย และวิธีการตรวจสอบดิน หรือไม่
ส่วนปัญหาน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นนั้น ยืนยันว่าเมื่อมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกจะลดราคาค่าน้ำมันทันที เรื่องการขายโคกระบือที่ไม่ได้ราคา เรามีรองนายกฯ ที่ถนัดเรื่องโคกระบืออยู่แล้ว ในการส่ง โคกระบือไปขายในต่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลจะมีนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท นโยบายพักชำระหนี้เกษตรกร และ ลดค่าไฟให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน

พืชสวนโลก – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ตรวจสถานที่จัดมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2569 พบ งบงอกเป็น 5,500 ล้านบาท มากกว่าเดิมกว่าเท่าตัว จึงสั่งจัดการให้อยู่ในงบเดิม ที่สวนสาธารณะหนองแด อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 8 ก.ย.
โวยงบพืชสวนโลกที่อุดรฯ งอก
เวลา 14.10 น. นายเศรษฐามาสักการะพระพุทธโพธิ์ทอง ศาลหลักเมือง และท้าวเวสสุวรรณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจ.อุดรธานี โดยมีสส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ต้อนรับ อาทิ นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร นพ.ภาณุ พรวัฒนา นายกรวีร์ สาราค นาย ธีระชัย แสนแก้ว นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม นายวัชระพล ขาวขำ นางเทียบจุฑา ขาวขำ รวมถึงนายวิเชียร ขาวขำ นายกอบจ.อุดรธานี แล้วเดินทางต่อไปยังสวนสาธารณะหนองแด อ.เมืองอุดรธานี รับฟังความคืบหน้าโครงการมหกรรมพืชสวนโลกที่จะเกิดขึ้นในปี 2569
นายเศรษฐากล่าวว่า อุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีความสำคัญในพัฒนาภาคอีสาน สนามบินอุดรธานีมีมูลค่าสูง มีเที่ยวบินวันละหลาย 10 เที่ยวบิน งานพืชสวนโลกต้องเชื่อมโยงกับการใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อ ผลักดันให้เป็นอีเวนต์ระดับอินเตอร์ให้เป็นหน้าตาของประเทศชาติและภาคอีสาน ตอนบน สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลประชาชน 11 พรรค
สำหรับการสร้างสถานที่จัดงานพืชสวนโลก เป็นเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ตนไม่ได้มาหาเสียงแต่มาพูดจาอย่างตรงไปตรงมา ให้เข้าใจถึงภารกิจของรัฐบาลประชาชนที่จะต้องดูแลหลายภาคส่วน แต่ตนมีคำถามเรื่องงบประมาณ ที่เดิมวางไว้ 2,500 ล้านบาท แต่ขอเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท เป็น 5,500 ล้านบาท กระโดดไปได้อย่างไร แล้วจะเอางบมาจากไหน รัฐบาลมีภาระอื่นๆ ที่สำคัญ เช่นกัน การที่งบประมาณงอกไปกว่าหนึ่ง เท่าตัวเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ เพราะรัฐบาลมีงบประมาณจำกัด เราต้องบริหารหลาย ภาคส่วน ตนยืนยันว่าจะต้องมีการบริหารจัดการให้อยู่ภายใต้งบประมาณที่เราพูดกันไว้ก่อนหน้านี้ หน้าที่ของรัฐบาลต้องทำให้ได้ ทันเวลา งบประมาณแผ่นดินเป็นเรื่องที่ สำคัญ
‘หมอชัย’ดูห้องทำงานโฆษกรัฐ
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 11-12 ก.ย.ตั้งเป้าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) แค่ไหนว่า อยากเห็นจีดีพีมากกว่า 4 ปีที่ผ่านมา อยากเห็นการเติบโตของจีดีพีปีละ 5% ส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีที่ยังว่าง ยังไม่มีการแต่งตั้งและชื่อของใครแทน นายพิชิต ชื่นบาน รวมถึงนายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่วนใครจะดูฝ่ายกฎหมายให้รัฐบาลนั้น ยืนยันว่ามีคนดูเรื่องกฎหมายให้หลายคน ส่วนกรณีมีชื่อของน.สพ.ชัย วัชรงค์ คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตร พรรคเพื่อไทย เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ
นายเศรษฐากล่าวว่า “ตั้งแล้วหรือครับ ขอดูขั้นตอนอีกครั้ง ผมรู้สึกประหม่านิดหน่อย ไม่รู้ว่าอะไรพูดได้ พูดไม่ได้ ก็เป็น รายชื่อนั้น แต่ขอดูรายละเอียดก่อน” ส่วนเรื่องรองโฆษกรัฐบาลนั้น ไม่แน่ใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมีโควตาด้วยหรือไม่ แต่ต้องว่าไปตามกฎ และต้องให้เกียรติด้วย
เวลา 14.10 น. น.สพ.ชัย มาพบ นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น ผู้บริหารระดับสูงของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) นำชมห้องทำงานของโฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 2 และถ่ายรูปติดบัตรสำหรับข้าราชการการเมือง จากนั้นชมตึกนารีสโมสรที่เป็นศูนย์แถลงข่าวของรัฐบาล
น.สพ.ชัยเปิดเผยว่า ตนพร้อมทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล และได้หารือกับนายเศรษฐา แล้วเมื่อวันที่ 7 ก.ย. เหตุผลที่นายกฯ เลือกตน เป็นเพราะเกี่ยวข้องกับการทำนโยบายพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ต้น มีความเข้าใจลึกซึ้งต่อนโยบายของพรรคเป็นพื้นฐาน และส่วนตัวไม่มีภาพในทางลบ หรือการตอบโต้โจมตีกันทางการเมือง ตนเล่นเรื่องประเด็นมากกว่าเรื่องบุคคล หลักการจะเป็นอย่างนี้ ตนใช้เวลาตัดสินใจรับตำแหน่งไม่นานเท่าไร ส่วนการเข้ามาเล่นการเมืองใช้เวลาตัดสินใจนานหลายปี พอเข้ามาเล่นการเมืองแล้วคิดว่าถ้าได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในด้านที่ถนัด และด้านที่เรามีพื้นฐานดีอยู่แล้วก็พร้อมจะทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองหน้าที่โฆษกรัฐบาล น.สพ.ชัยกล่าวว่า โฆษกรัฐบาลมีบทบาทหน้าที่สำคัญมากในเรื่องการสื่อสารให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้อง แม่นยำ และสร้างสรรค์ ตนมาจากภาคธุรกิจถ้าการสื่อสารไม่ดี ประสิทธิภาพการทำภารกิจอะไรก็ตาม จะดร็อปไป 30-40% ฉะนั้นหน้าที่การสื่อสารคือการเสริมประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล ส่วนเรื่องตอบโต้ทางการเมืองไม่ถนัดที่จะตอบโต้กันไปมา ในทางการเมืองตนชอบในแนวทางที่สร้างสรรค์
‘หนู’กำชับภารกิจผู้ว่าฯ
เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอทเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กทม. มีการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เข้าร่วมพบปะกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่มาร่วมรับฟังการประชุม
นายอนุทินกล่าวว่า มหาดไทยดูแลประชาชนตั้งแต่เกิด ทำงานและสิ้นอายุขัย เน้นภารกิจที่เป็นดีเอ็นเอของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้คือต้องทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที แต่ภารกิจถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันเป็นภารกิจสำคัญที่สุดของตนในฐานะรมว.มหาดไทย และรมช.ทั้ง 3 คน ภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหรือเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการถวายงานของพระราชกรณียกิจที่ก่อเกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศและพสกนิกร เรียนตรงไปที่ผู้ว่าฯ และ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ไม่ต้องถามให้ทำทันทีด้วยความทุ่มเทสุดความสามารถที่สุดที่เราจะทำได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ และประชาชน ถือเป็นภารกิจยิ่งยวดของกระทรวงมหาดไทย
นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต คนละ 1 หมื่นบาท ขอให้ผู้ว่าฯ ช่วยสนับสนุน และผลักดันให้ประชาชนสร้างผลิตภันฑ์สินค้าที่มีคุณภาพขึ้นมาเป็นของ ตัวเอง และก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ ให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น และมีระบบเศรษฐกิจที่ดี
“สิ่งสำคัญที่สุดอย่าปล่อยให้มีโกง เพราะจะมีเกิดขึ้นแน่ เช่น การขอโควตาเงินดิจิทัล 1 หมื่น เอาไปก่อน 3 พันเพื่อขอโควตา รวมถึงต้องหาวิธีปกป้องไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ ให้ได้ใช้เงินก้อนนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่าให้มีการดักขอโควตา อย่าให้มีนายหน้านายทุนมาซื้อโควตาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่คนคนเดียว เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดความอับอายแก่พวกเราไปจนวันตาย” นายอนุทินกล่าว

พบผู้ว่าฯ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พบปะผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ที่ห้องประชุมวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กทม. เมื่อวันที่ 8 ก.ย.
ปลื้มพท.หนุนเพิ่มมูลค่ากัญชา
นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่มีพิธีรีตอง หากผู้ว่าฯ มีปัญอะไรสำคัญโทร.หาตนและรมช.อีก 3 คนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่อาหารการกิน ตนก็กินง่ายๆ ข้างถนนก็กินได้ ไม่ต้องพาคนมารับไปกินอาหารดีๆ ข้าวชาม น้ำชาม ขนมถ้วยหนึ่งจบ เวลานายกฯ ลงพื้นที่ ไม่ว่าตนจะร่วมไปด้วยหรือไม่ ขอให้ผู้ว่าฯ อยู่กับนายกฯ เพื่อชี้แจงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับจังหวัดของผู้ว่าฯ เนื่องจากนายกฯ เป็นผู้บัญชาการของตนโดยตรง ไม่ต้องมากังวลว่าตนจะคิดมากกับเรื่องเหล่านี้ ขอให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความสบายใจ ไม่มีสายโน้นสายนี้ เรื่องตำแหน่งแห่งหน เรื่อง ผลประโยชน์พวกเราไม่มี อย่าไปเชื่อใคร ถ้ามีใครไปแอบอ้างเกี่ยวกับการโยกย้ายให้ถ่ายคลิปส่งตนได้เลย
“ขอให้ทุกท่านสบายใจได้ ถ้าไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดี หรือผิดทำนองคลองธรรม จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกท่าน ขอให้คำยืนยัน สมัยคุณพ่อผมเป็นรมว.มหาดไทย ผมเจ็บปวด ถูกกล่าวหาเรื่องโรงเรียนนายอำเภอ สตางค์เก๊นึงยังไม่ได้เห็นเลย แต่กลับกลายเป็นตราบาป ไม่ต้องกลัวว่าผมจะมารับน้องคืนในเรื่องเหล่านี้” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีมอบนโยบายไม่มีเรื่องเส้นสายว่า เป็นสไตล์การทำงานของพวกตนอยู่แล้ว ถ้ามีผลงาน รักประชาชน ได้รับความชื่นชอบจากประชาชนอย่างไรก็เข้าตาผู้บริหารและเข้าตารัฐมนตรี จากนี้ต่อไปจะไม่มีคำว่าสิงห์เหลือง สิงห์แดง หรือสิงห์อะไรทั้งสิ้น พิสูจน์ได้ตั้งแต่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พ่อตน ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ จะไม่นำมาเป็นนโยบายสำคัญแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้เป็นนโยบายในส่วนของตนที่ให้สัญญาหาเสียงไว้กับประชาชน
ต่อข้อถามกรณีพรรคเพื่อไทยนำนโยบายกัญชาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจบรรจุในนโยบายรัฐบาลว่า ต้องขอบพระคุณหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ช่วงที่เราหารือกันพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทำความเข้าใจและอธิบายว่ากัญชาไม่ได้นำมาเป็นสันทนาการ ไม่ได้นำมามอมเมา แต่เน้นประโยชน์ด้านการแพทย์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพของประชาชน นายกฯ และพรรคเพื่อไทยก็เข้าใจ เร็วๆ นี้พรรคภูมิใจไทยจะเสนอร่างพ.ร.บ.การควบคุมการใช้กัญชาเข้าสภาอีกครั้ง เพราะกฎหมายเก่าตกไปแล้ว หวังว่าจะได้รับการพิจารณารวดเร็วขึ้น เพราะมีพื้นฐานอยู่แล้วและร่างนโยบายรัฐบาลก็เห็นเนื้อความใน ด้านนี้ปรากฏอยู่
คลังเล็งกู้แจกเงินดิจิทัล
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ได้หารือร่วมกันในระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการ ที่คาดการณ์ว่าอยู่ที่ราว 5.6 แสนล้านบาท จะมาจากหลายส่วน เช่น การกู้เงิน แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการออก พ.ร.ก.กู้เงินมาใช้ในโครงการเหมือนช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา รวมทั้งยังมีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่คาดว่าจะสนอร่างกฎหมายเข้าที่ประชุมครม.ภายในครั้งที่ 1 หรือ 2 เพื่อดูว่าจำเป็นต้องมีการเกลี่ยงบใหม่หรือไม่ จะมีงบใดมาใช้ได้หรือไม่
นอกจากการกู้เงินแล้ว ยังมีแหล่งรายได้ เช่น การจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการใช้วงเงินนอกงบประมาณ ภายใต้มาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ โดยในปี 2567 คงเหลืออยู่ราว 1 หมื่นล้านบาท ที่อาจนำไปใช้ได้ และคาดว่าจะมีวงเงินทยอยชำระคืนจากส่วนนี้ ในปีงบประมาณ 2567 อีกราว 1 แสนล้านบาท ที่ยังนำมาใช้ได้เช่นกัน เนื่องจากคาดว่า แนวโน้มราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัว ดีขึ้น ทำให้ไม่มีการใช้วงเงินมาก และบางโครงการที่อาจจะไม่ทำแล้ว ก็เฉลี่ยมาใช้ได้
วิธีการจ่ายเงินดิจิทัลยังไม่ได้ข้อสรุป หากต่างคนต่างพูดไปแล้วอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ที่ผ่านมามีการหารือกันในระดับหนึ่งแล้ว มีการคุยกันหลากหลายแนวทาง เช่น กรณีที่จะใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ มีการพูดกันเป็นออปชั่นหนึ่ง เป็น ช่องทางที่ดี แต่ยังไม่ได้มีข้อสรุป ซึ่งเรื่องนี้ ไม่ล่าช้า คาดว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในเร็วๆ นี้
“งบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ยืนยันว่าไม่มีปัญหา คิดว่าไปได้แน่นอน ส่วนผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ขึ้นอยู่กับว่าการใช้จ่ายเงินจะหมุนไปได้กี่รอบ ส่วนปี 2566 เริ่มเห็นสัญญาณการบริโภคภาครัฐ และการลงทุนของเอกชนและรัฐ หลังมีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ไว้ที่ 2.6% ขณะเดียวกันยืนยันว่า การจ่ายเงินดิจิทัล สามารถทำได้ ไม่ขัดพ.ร.บ.เงินตราของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” นายกฤษฎากล่าว
‘เสี่ยอ้วน’ปัด‘อิ๊ง’นั่งหน.พท.
ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึง การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 11-12 ก.ย.ว่า พรรควางกรอบหลักไว้และได้รับการยอมรับจากพรรคร่วมรัฐบาล หากนโยบายของพรรคร่วมไม่ขัดกับกรอบหลักก็สามารถนำมาปรับเพิ่มเติมได้ หากนายกฯ อ่านแถลงเสร็จสิ้นถือว่าการแถลงนโยบายจบ ย้ำว่ายินดีรับฟังความเห็นจากฝ่ายค้านที่จะอภิปราย
“กรอบนี้เป็นกรอบใหญ่ที่ครอบคลุมทุกประเด็นที่เราหาเสียงไว้ และพรรคร่วมต่างๆ ได้หารือร่วมกัน ไม่ขัดต่อกรอบที่ได้พูดคุยกันไว้ ส่วนรายละเอียดอาจใช้เวลาของสภามากเกินไป จึงคิดว่ากำหนดไว้ในการอภิปราย 2 วันน่าจะเหมาะสม รายละเอียดอันไหนขาดความชัดเจนไปสอบถามจากรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงได้ ทุกคนสามารถชี้แจงได้ ไม่มีอะไรน่ากังวล” นายภูมิธรรมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย อาจดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้เห็นกระแสข่าวดังกล่าว พรรคมีบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหลายคน ต้องรับฟังความเห็นจากคนในพรรค เชื่อว่าจะมีผู้ถูกเสนอชื่อมากกว่านี้ และยินดีรับฟังความเห็น
เคาะประชุมใหญ่ 16 ต.ค.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกก.บห.พรรคว่า วาระสำคัญเป็นการกำหนดการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคคือวันที่ 16 ต.ค. เวลา 13.00 น. มีการเลือกตั้งกก.บห.ใหม่ทั้งชุด แต่จะมีจำนวนเท่าไหร่ ต้องขึ้นอยู่กับการเสนอในที่ประชุม เริ่มตั้งแต่หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการในส่วนอื่นๆ อีกเรื่องหนึ่งที่หารือวันนี้คือ การให้ความเห็นชอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งประธานกมธ. แต่ละคณะ และกรรมการแต่ละคณะในสภา ซึ่งมีการกำหนดไว้แล้ว และจะนำเรียนไปยังสส.ให้ทราบว่าใครจะได้อยู่ในตำแหน่งใด และมีคุณสมบัติอย่างไร
ต่อข้อถามถึงรายชื่อคนที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการทาบทาม หรือนำเสนอท่านใดเป็นหัวหน้าพรรค คงต้องรอใกล้วันที่ประชุม และจะมีการพูดคุยในระดับรักษาการกก.บห.อีกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีโอกาสเสนอชื่อนายเศรษฐาหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ที่ประชุม พรรคมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ พร้อม ที่จะเป็นหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และ ตำแหน่งอื่นๆ ในพรรค เมื่อถามว่าจำเป็น ต้องเป็นสส.หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่ถ้าเป็นสส.ก็จะเป็นปัจจัยบวก ต่อข้อถามว่าหากเสนอให้ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคตามเดิมพร้อมหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ที่ประชุมว่าอย่างไร ก็เป็นไป ตามมติ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเจรจาอย่างไรบ้างในปัญหาตำแหน่งประธานกมธ.ที่ซ้ำกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายประเสริฐกล่าวว่า ยังหารือเรื่องนี้กันอยู่ ซึ่งมีปัญหาในส่วนของกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เนื่องจากพรรคก้าวไกลยังอยากได้ แต่หากมีการพูดคุยกัน คงลงเอยกันด้วยดี ส่วนจะหารือกันอย่างไรเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงาน (วิป)
‘พิเชษฐ์’ขู่จับสลากปธ.กมธ.
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เปิดเผยถึงปัญหาการจัดสรรโควตากมธ.สามัญทั้ง 35 คณะ ที่ยังไม่ลงตัว ว่าหากบรรดาพรรคการเมืองต่างๆไม่สามารถตกลงเรื่องตำแหน่งประธานกมธ. กันได้จะไม่มีการจับสลากแล้ว เพราะพรรคก้าวไกลก็ไม่ได้อยากจับสลาก ดังนั้นหากได้นัดประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เป็นรอบที่ 3 แล้วยังไม่สามารถตกลงกันได้ จะเปิดให้สมาชิกแจ้งไปยังวิปว่าต้องการสังกัด กมธ. ชุดใด แล้วบรรจุคนเข้ากมธ.ทั้ง 35 คณะ ตามสัดส่วน ส่วนตำแหน่งประธานกมธ.เอาไว้ว่ากันทีหลัง ซึ่งจะเสนอในห้องประชุมใหญ่ของที่ประชุมสภา จากนั้นให้ กมธ.แต่ละชุดไปประชุมเพื่อเลือกตำแหน่งประธานและรองประธานกมธ.กันเอง เมื่อถึงตอนนั้นอยู่ที่แต่ละกมธ.ว่าจะเลือกใครเป็นประธาน หรือพรรคการเมืองต่างๆ จะไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเอง
“สัปดาห์หน้าจะมีการตักเตือนเรื่องดังกล่าวให้พรรคการเมืองต่างๆ เร่งไปดำเนินการ หากยังคุยไม่รู้เรื่อง จะนัดประชุมครั้งที่ 3 เพื่อพูดคุยกับตัวแทนพรรคการเมืองอีกครั้งว่าจะ เอาอย่างไรจะต้องจับสลากหรือไม่ และถ้า ครั้งที่ 3 ยังสรุปไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่สภาต้องจัดการ เชื่อว่าหลังแถลงนโยบายรัฐบาล เรื่อง กมธ.ต้องจบ เพราะยืดเยื้อไปก็ไม่มีประโยชน์” นายพิเชษฐ์กล่าว
‘สุทิน’พร้อมปรึกษา‘2 ป.’
ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงการพูดคุยกับนายสุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการรัฐศาสตร์อาวุโสว่า ได้ฟังข้อแนะนำเสนอแนะอย่างที่นายสุรชาติเคยเขียนหนังสือเป็นบทความ และเคยเสนอแนะผ่านสื่อมวลชน ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ทาบทามมาเป็นที่ปรึกษาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า นายสุรชาติขอพักผ่อนมากกว่า ซึ่งยินดีให้คำแนะนำตลอด แต่ขอไม่รับตำแหน่ง ต่อข้อถามถึงการปฏิรูปกองทัพที่นายสุรชาติเคยให้ความเห็นจะถูกนำมาเป็นแนวทางในการทำงานหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ก็นำมา มีหลายอย่างที่เป็นประโยชน์มาก ประกอบกับความเห็นของฝ่ายทหารที่ตนไปเดินสายพูดคุยนำมาประกอบกันจะเป็นแนวทางที่ดี
ต่อข้อถามถึงกรณีมีประชาชนจากภาคใต้มาเข้าพบ รวมถึงพล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สว.ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารร่วมรุ่นกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ และรมว.กลาโหมมาหารืออะไรเป็นพิเศษ หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ยังไม่ทราบ ท่านคงมาในฐานะที่เคยเป็นทหารเก่า คงอยากมาแนะนำให้ข้อคิด ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสจะไปหารือกับพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า คงทำงานไปสักระยะหนึ่ง แล้วจะหาเวลา ตนไปพบคนจำนวนมาก ตอนนี้ต้องเป็นเวลาของการไปทำงานแล้ว หากทำงานไป สักระยะหนึ่งแล้วมีปัญหาอาจจะขอคำปรึกษาหลายๆ ฝ่ายที่เคยมีประสบการณ์ในกองทัพรวมถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และอดีตรมว.กลาโหมทุกคน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมครม.วันที่ 13 ก.ย.จะเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมืองหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า มีหลายคนเสนอ ดูสัปดาห์หน้าหากลงตัวจะเสนอเข้าที่ประชุมครม. แต่หากยังไม่ลงตัวอาจไม่เกินสัปดาห์หนึ่ง เพราะจะรีบทำงาน ซึ่งพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมได้เข้ามาช่วยทำงานแล้วและยังมีอีกหลายท่าน เมื่อถามถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลในส่วนของกระทรวงกลาโหมมีความพร้อมแค่ไหน นายสุทินกล่าวว่า วันที่ 9 ก.ย.ตนจะไปเข้าคลาสนั่งฟังนิสิตปริญญาเอกที่ศึกษาเรื่องความมั่นคง น่าจะได้ประโยชน์อีกมุมหนึ่ง

แก้ท่วม – ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง และอ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัย ตามคำสั่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยสั่งกรมชลประทานระดมเครื่องมือช่วยชาวบ้าน เมื่อวันที่ 8 ก.ย.
15 ปชป.รอขยี้นโยบาย-ไม่ตรงปก
เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า ฝ่ายค้านได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 14 ชั่วโมง โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้เวลาอภิปราย 2 ชั่วโมง 15 นาที ทั้งที่เราอยากได้เวลา 3 ชั่วโมง แต่เมื่อได้เวลามาเท่านี้ก็ไม่เป็นไร จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียม สส.ผู้อภิปรายไว้ 15 คน ตนจะขึ้นอภิปรายคนแรกต่อจากผู้อภิปรายคนแรกของพรรคก้าวไกล หลังจากการอภิปรายของตนแล้ว จะเป็นนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
แนวทางการอภิปรายของเราจะเป็นการอภิปรายแบบสร้างสรรค์ และตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารประเทศและประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง โดยจะให้คำเสนอแนะและความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงจะตั้งคำถามในกรณีที่บางนโยบายยังขาดความชัดเจน เพราะถือเป็นการตั้งคำถามแทนประชาชน เพื่อให้ได้ทราบว่าคืออะไรกันแน่ ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า นโยบายบางเรื่องยังคลุมเครืออยู่มาก และ เมื่อดูนโยบายรวมทั้งหมดแล้ว เห็นว่าไม่ตรงปกจริงๆ อย่างที่มีการวิจารณ์กันอยู่ในเวลานี้ ทั้งเรื่องนโยบายที่เคยสัญญาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ได้มีแค่ 1 หรือ 2 นโยบายแต่มีหลายเรื่อง ดังนั้นขอให้รอดูวันอภิปรายจริง
ผู้สื่อข่าวถามถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับพรรคก้าวไกล นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มีปัญหา อะไรที่ต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงจุดยืนในเรื่องความแตกต่างนั้น เช่น ไม่แตะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่อะไรเป็นเรื่องที่ต้องทำหน้าที่ร่วมกัน อาทิ การตรวจสอบรัฐบาล เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะถือเป็นหน้าที่ของคนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ต้องตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน เชื่อว่าพรรคก้าวไกลคงตระหนักและเข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะมีการแบ่งปันข้อมูลการอภิปรายกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น และการอภิปรายนโยบายรัฐบาลไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการการเมืองไทย แต่เป็นเรื่องที่ทุกพรรคน่าจะรู้หน้าที่ดีอยู่แล้ว
‘วันนอร์’แนะรบ.เร่งชงพรบ.งบ
ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รวมถึงการใช้งบประมาณในระหว่างที่รัฐบาลยังไม่เสนอร่างกฎหมายงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาว่า ในกรณีเข้าสู่เดือนต.ค. ซึ่งเป็นปีงบประมาณใหม่แล้ว แต่ยังไม่มีการบังคับใช้พ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2567 ตามกฎหมายกำหนดให้ใช้งบประมาณปี 2566 ไปพลางก่อนทั้งในส่วนงบประจำหรืองบอื่นๆ ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องเร่งเสนอร่างกฎหมายงบประมาณเข้าสภา และกำหนด วันพิจารณางบประมาณเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 105 วัน นับแต่เสนอร่างกฎหมายให้สภาตามรัฐธรรมนูญ
การเสนอกฎหมายงบประมาณเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว และคิดว่ารัฐบาลมีความเร่งรีบพอสมควร เพราะต้องการใช้งบประมาณไปสร้างผลงาน แต่ตอนนี้ยัง ไม่มีการประสานงานมายังทางสภา คาดว่าในวันที่มีการแถลงนโนบายของครม. คงได้พบกับนายกฯ และเลขาธิการครม. เพื่อหารือถึงเรื่องนี้ ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้น่าจะทำได้เร็ว เพราะรัฐบาลต้องการนำงบประมาณไปใช้