ย่ำยีตั้งแต่ 6 ขวบ ขู่ถ้าไม่ยอมจะฆ่า

พ่อร้องปวีณาช่วยลูกสาวถูกตาเลี้ยงข่มขืนมาราธอนนาน 8 ปี ตั้งแต่ 6 ขวบถึง 14 ปี เผยเลิกกับอดีตภรรยาตั้งแต่ลูก 2 ขวบ มีเพียงรูปดูต่างหน้า ตามหาทางเฟซบุ๊กกระทั่งเจอตัวและพูดคุยกันนาน 1 เดือน จนลูกสาวแน่ใจว่าใช่พ่อแท้ๆ เล่าเรื่องราวขอให้พ่อช่วยพ้นจากขุมนรก หลังตาเลี้ยงก่อเหตุแล้วข่มขู่หากบอกยายจะฆ่าให้ตาย รุดเดินทางไปเจอลูกสาวที่ชุมพรพาเข้าแจ้งความ หลังตาถูกดำเนินคดีแล้วได้รับประกันตัว โทร.มาไกล่เกลี่ยไม่ให้เอาเรื่อง หวั่นไม่ปลอดภัยตัดสินใจขอพึ่งปวีณา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลองเจ็ด ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พ่อเข้าร้อง “ปวีณา” ว่าลูกสาววัย 14 ปี ซึ่งพลัดพรากจากกันตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ถูกตาเลี้ยงข่มขืนมาราธอน 8 ปี ตั้งแต่อายุ 6 ขวบถึง 14 ปี โดยลูกสาวปกปิดมานานตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพราะถูกตาเลี้ยงขู่ว่าถ้าบอกยายจะฆ่าให้ตาย

นายเอ้ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี อาชีพ รปภ. พา ด.ญ.ป๊อป (นามสมมติ) ลูกสาวอายุ 14 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ตนกับอดีตภรรยาเลิกรากันตั้งแต่ลูกสาวอายุ 2 ขวบ โดยอดีตภรรยาอุ้มลูกจากไป ตนไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ที่ไหน มีเพียงรูปถ่ายของลูกสาวตอนอายุ 2 ขวบ คิดถึงลูกมากอยากเจอจึงเอารูปลูกสาวไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก กระทั่งเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา มีเพื่อนลูกสาวทักมาสอบถามและให้เฟซบุ๊กของลูกสาว พ่อลูกจึงติดต่อกันคุยกันในแช็ตประมาณ 1 เดือน จนลูกแน่ใจและไว้ใจพ่อขอให้พ่อช่วย

ร้องปวีณา – พ่อวัย 40 ปี เข้าร้องนางปวีณา หงสกุล ขอให้ช่วยติดตามคดีลูกสาววัย 14 ปี ถูกตาเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองชุมพร ล่าสุดทราบว่าผู้ต้องหาได้ประกันตัวออกมาเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 ก.ย.

นายเอ้กล่าวต่อว่า “ลูกสาวเล่าว่าหนูไปอยู่ชุมพรเพราะแม่ยกหนูให้กับน้องสาวยายซึ่งอยู่กับสามีใหม่วัย 73 ปี พอหนู 6 ขวบ ก็ถูกตาเลี้ยงข่มขืนเรื่อยมาเวลาไม่มีคนอยู่บ้าน ล่าสุดยังถูกกระทำเมื่อวันที่ 21 ก.ค. นี้เอง หนูไม่กล้าบอกใครเพราะตาเลี้ยงเป็นทหารเก่า ข่มขู่ว่าเคยฆ่าคนมาเยอะแล้ว ถ้าเอาเรื่องไปบอกใครจะฆ่าให้ตาย หนูไม่รู้จะไปพึ่งใคร แม่กับยายก็อยู่จ.นครสวรรค์ ถ้าบอกเขาคงช่วยเหลืออะไรไม่ได้ กระทั่งมาเจอพ่อจึงเล่าความจริงทั้งหมดให้พ่อช่วยพ้นจากขุมนรก”

นายเอ้กล่าวอีกว่า หลังทราบเรื่องตนจึงเดินทางไปจ.ชุมพร และวางแผนให้ลูกออกมาหาหลังจากถึงโรงเรียนแล้ว เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดก็รีบพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองชุมพร เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจส่งลูกไปตรวจร่างกายและสอบปากคำเสร็จในวันเดียว จากนั้นตนจึงพาลูกกลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน วานนี้ (9 ก.ย.) ตนรู้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองชุมพร จับกุมตาเลี้ยงมาดำเนินคดีแล้ว แต่เมื่อถูกคุมตัวส่งฝากขังได้รับการประกันตัวออกมา ตอนนี้ตนกับลูกเกรงจะเกิดอันตราย เพราะตาเลี้ยงเป็นทหารเก่าและกว้างขวางในพื้นที่ วันก่อนโทร.มาหาพูดจาขอไกล่เกลี่ยไม่ให้เอาเรื่อง แต่ตนยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จึงตัดสินใจร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ ขอความช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัย

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ประสาน พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองชุมพร แจ้งว่าหากผู้เสียหายถูกข่มขู่ขอให้ช่วยทำเรื่องคัดค้านการประกันตัวตาเลี้ยงที่ก่อเหตุ และประสาน น.ส.จิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (สชง.กคส.) กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยา โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน