ย้ำนโยบายเร่งทำทันที กก.เย้ยแค่คำอธิษฐาน ตัดเกรดให้เท่ายุคบิ๊กตู่ สว.บี้ที่มางบ-แจก1หมื่น

‘เศรษฐา’แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ร่ายยาว 50 นาที ย้ำเรื่องด่วนเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต พักหนี้เกษตรกร-ลดราคาพลังงาน-แก้รัฐธรรมนูญ 60 ฝ่ายค้าน-สว.จี้ถามหางบดิจิทัล 1 หมื่น มาจากไหน รมช.คลังยัน ไม่แตะกองทุนชาติ ยึดวินัยการเงินการคลัง ก้าวไกลฉะนโยบายขาดเป้าหมายที่ชัดเจน เย้ยเหมือนคำอธิษฐาน ให้เกรดเดียวกับรัฐบาล ‘ประยุทธ์’ ชี้มาตรฐานเพื่อไทยตก ยุค ‘ยิ่งลักษณ์’ คำแถลงดีกว่า ปชป.ชี้‘ค่าแรง-รถไฟฟ้า 20 บาท- เลือกตั้งผวจ.’ นโยบายล่องหน เตือนแจก 1 หมื่น อย่าให้เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย ‘ภูมิธรรม’ สั่งพาณิชย์เร่งเครื่อง 100 วันแรกอะไรทำได้ทำก่อน ‘ไชยา’ เล็งดึงงบกลางพักหนี้เกษตรกร ‘อนุทิน’ ลั่นต่อยอดนโยบายกัญชา รับภท. เตรียมยื่นร่างกฎหมายเข้าสภา

ภูมิธรรมแจงนโยบายไม่ลงละเอียด
เวลา 08.48 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เรื่องนโยบายเป็นกรอบใหญ่ๆ ส่วนรายละเอียดคงต้องดูในกระทรวงต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง เพราะเวลาแถลงต้องกระชับ และครอบคลุมทุกประเด็น เรามุ่งมั่นการเข้ามา ในครั้งนี้จะแก้ทุกปัญหา

เมื่อถามว่ามีนโยบายไหนที่เป็นกังวลหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่เป็นกังวล เรายินดี รับฟังฝ่ายค้าน ต้องเข้าใจว่าขณะนี้ยังไม่ได้ทำงาน แถลงนโยบายเสร็จจึงจะมีอำนาจทำงาน แต่เรา แสดงให้เห็นแล้วที่นายกฯเดินสายไปรับฟังปัญหา

พาณิชย์เร่งเครื่อง 100 วันแรก
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ในฐานะรมว.พาณิชย์ เนื่องจากเป็นกระทรวงที่ประชาชนตั้งความหวังไว้มาก นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องยอมรับว่ายากลำบาก แต่ก็ไม่ได้หนักใจอะไร อย่างแรกเรามากับทีมงานที่พร้อมในการทำงาน อย่างที่สองตนคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงทุกคนแล้ว เชื่อในความเป็นมืออาชีพ ของข้าราชการ จะมุ่งที่เป้าหมายเป็นสำคัญโดยเฉพาะช่วง 100 วันแรก ให้ยึดมั่นตามนโยบายที่นายกฯให้ไว้คือเร่งทำสิ่งต่างๆ ที่ทำได้โดยเร็วที่สุด สิ่งไหนที่ยากลำบาก ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ มีแต่สิ่งที่ต้องคิดและหาทางออก ให้ได้ ไม่ให้กฎระเบียบต่างๆ เป็นข้อจำกัด

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลไม่ตรงปก และนโยบายที่เขียนก็ไม่สอดคล้องกับนโยบาย ที่หาเสียง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ให้ฝ่ายค้านถามได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมองไม่ตรงกันอยู่เสมอ รัฐบาลมีหน้าที่ตอบ

สุริยะมั่นใจแจงได้-รถไฟฟ้า 20 บ.
นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายกฯยังไม่ได้ มอบหมายให้รองนายกฯทั้ง 6 คน ให้รับผิดชอบ ดูแลด้านใดอย่างชัดเจน ทั้ง 6 รองนายกฯ ก็จะแบ่งกันช่วยดูแลแต่ละส่วน ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคง ตอนนี้ที่รู้ว่าตัวเองรับผิดชอบด้านใดก็รู้มาจากสื่อมวลชนทั้งนั้น เมื่อถามกรณีเอกสารปลอมคำสั่งแต่งตั้งประธานที่ปรึกษารมว.กลาโหม ปรากฏชื่อนายพายัพ ชินวัตร นายภูมิธรรมปฏิเสธว่า ไม่ทราบในเรื่องนี้ ต้องดูในรายละเอียด

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายที่จะมี ส.ส.สอบถามว่า ตนตอบได้ไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไร เพราะต้องใช้งบจำนวนมาก นายสุริยะกล่าวว่า เรามีข้อมูลทั้งหมดที่จะชี้แจงครบทุกประเด็นไม่น่าเป็นห่วง ตนเชื่อมั่นว่านโยบายของรัฐบาล เป็นนโยบายที่ตอบสนองต่อประชาชน เราอธิบายนโยบายได้ทุกมิติ ยืนยันว่าเราทำได้

จ่อดึงงบกลาง-พักหนี้เกษตรกร
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นโยบายที่นายกฯแถลงเป็นเพียงกรอบกว้างๆ ในรายละเอียดแต่ละกระทรวงนั้นมีอยู่แล้วว่า ในระยะ 4 ปี รัฐบาลจะทำอะไรให้พี่น้องประชาชนบ้าง ในส่วนกระทรวงเกษตรฯ หลังแถลงนโยบายจะรีบมอบนโยบายให้แก่ทุกหน่วยงานที่อยู่ในสังกัด จะมีสาระรายละเอียดและเนื้อแท้ของงาน มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่างบแก้ปัญหามาจากไหน

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินการนโยบายพักหนี้เกษตรกรซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วน จะมีกระทรวง การคลังเป็นหน่วยงานหลัก และ ธ.ก.ส.เป็นผู้วางแผนเตรียมการ กระทรวงเกษตรฯ จะเตรียมแผนรองรับช่วงการพักหนี้เกษตรกร และระยะ 3 ปี จะมีมาตรการเข้ามาสนับสนุนเพื่อให้เกษตรกรยืนด้วยขาตัวเองได้

เมื่อถามว่างบคงเหลือมีจำกัดและปี งบประมาณใหม่ล่าช้าจะกระทบหรือไม่ นายไชยากล่าวว่า ตอนนี้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายฯ 2567 ยังไม่เข้าสภา แต่กระทรวงเกษตรฯปรับเปลี่ยนเนื้องานบางส่วนได้ ขณะเดียวกันจะขอนำงบกลางมาใช้สนับสนุนให้เกษตรกรมีอาชีพเสริม

อนุทินลั่นต่อยอดกัญชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวกรณีฝ่ายค้านจะอภิปรายถึงนโยบายกัญชาเพื่อเศรษฐกิจว่า มั่นใจว่าชี้แจงได้ นโยบายเขียนชัดเจนเป็นการพืชกัญชง กัญชา เพื่อคุณประโยชน์ทางการแพทย์ สุขภาพ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ชัดเจนแล้วไม่ใช่คำว่ากัญชาเสรี เป็นเพียงวาทกรรมทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ควรเลิกพูดเรื่องดังกล่าวได้แล้ว เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าจะแตกต่างจากนโยบายรัฐบาลก่อน นายอนุทินกล่าวว่า ไม่แตกต่างแต่จะต่อยอดคราวที่แล้ว โดน วาทกรรมว่าเป็นกัญชาเสรี มอมเมาเยาวชน สูบ เสพ สันทนาการได้ ซึ่งความเป็นจริงไม่เคยมี และร่างกฎหมายไม่เคยมี แต่พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอร่างกฎหมายที่ควบคุมกัญชง กัญชา ที่ตกไปในสภาสมัยที่แล้ว จะเสนอใหม่

ผู้ว่าฯซีอีโอต้องทำงานไวขึ้น
เมื่อถามว่ากรณีผู้ว่าฯซีอีโออาจซักถามกันมาก นายอนุทินกล่าวว่า โดยนัยยะผู้ว่าฯเป็นซีอีโออยู่แล้ว การบริหารราชการแผ่นดินแต่ละ จังหวัดผู้ว่าฯต้องให้ความเห็นชอบ กำกับการดูแล หน่วยราชการทุกหน่วย ดังนั้นนัยยะคล้ายกัน จึงต้องทำงานให้แคล่วคล่องว่องไวมากขึ้น เน้นให้บริการประชาชนให้มากที่สุดและเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลวิจารณ์ว่าเป็นการรวบอำนาจมากกว่ากระจายอำนาจ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องความเข้าใจของพรรคก้าวไกล หากมีข้อสงสัยเราชี้แจงให้ประชาชนทราบ

เมื่อถามถึงการปราบปรามคอร์รัปชั่นและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เตรียมชี้แจงอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เราเตรียมข้อมูลในกระทรวง มหาดไทย โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตพกปืนจะเข้มข้นให้มากขึ้น

กัณวีร์เล็งชำแหละ 4 ประเด็นหลัก
นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวว่า พรรคได้คิวอภิปราย 12 ก.ย. ประเด็นสำคัญที่จะอภิปรายมี 4 เรื่องคือ 1.การกระจายอำนาจ ต้องอภิปรายหลายประเด็น อาทิ ผู้ว่าฯ ซีอีโอ 2.การสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลให้ความสำคัญค่อนข้าง น้อย 3.เรื่องความมั่นคง การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ความมั่นคงจะเป็นอย่างไร 4.การต่างประเทศ ไทยจะมีจุดยืนในการทูตอย่างไรให้สง่าผ่าเผย

เมื่อถามว่า สส.หลายคนวิจารณ์นโยบายรัฐบาลไม่ตรงปกเหมือนช่วงหาเสียง นายกัณวีร์กล่าวว่า ตั้งแต่แรกที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ไม่ตรงปกอยู่แล้ว และเมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วนโยบายต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป

สว.ติดใจแจกเงินดิจิทัลผ่านแอพฯ
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. กล่าวว่า ตนศึกษานโยบายรัฐบาล ติดใจประเด็นเรื่องเงินดิจิทัล จึงอยากฝากรัฐบาลชี้แจงให้ชัดเจน และอยากทราบเหตุใดไม่แจกเป็นเงินสด แต่ไปเข้าระบบแอพพลิเคชั่น มีเบื้องหน้า เบื้องหลังหรือไม่ ตนสนับสนุนเรื่องที่จะทำให้ประชาชนอิ่มท้อง และประโยชน์ตกกับประชาชน จริงๆ แต่หากมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เชื่อว่าไม่นาน จะว้าวุ่นแน่

เศรษฐาถือฤกษ์เข้าสภา
เวลา 07.59 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางถึงอาคารรัฐสภา ถ.สามเสน เขตดุสิต เพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ได้สักการะศาลพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล และศาลตายายประจำรัฐสภา ก่อนสักการะพระบรมรูปพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว บนพระที่นั่งพุดตาน ณ พิพิธภัณฑ์รัฐสภา

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึก การเข้ารัฐสภาครั้งแรกว่า มีหลายความรู้สึก ทั้งเป็นเกียรติและตื่นเต้น เพราะไม่เคยมาเลย ส่วนสภาอลังการดี การแถลงนโยบายก็พร้อม ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะเตรียมตัวมาดี และทีมงานมีการพูดคุยกันแล้ว เมื่อถามว่า ได้แบ่งหน้าที่ให้รัฐมนตรีและสส.ช่วยอภิปราย หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า แบ่งกันเรียบร้อยแล้ว พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก อันทรงเกียรติ และพร้อมแถลง

เมื่อถามว่ามีการเรียกร้องให้นายกฯ ให้ความ สำคัญกับสภา เข้าฟังและตอบกระทู้ นายเศรษฐา กล่าวว่า จะพยายามเข้าให้เยอะที่สุดเท่าที่ จะทำได้ ถ้าไม่ติดภารกิจอะไร เมื่อถามว่าต้องทำงานวันเสาร์และอาทิตย์อยู่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ถ้าเหนื่อยก็พัก

เมื่อถามว่ามีการระบุนโยบายรัฐบาล ไม่ตรงปกกับที่หาเสียงนายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้ฟังคำชี้แจงก่อน ส่วนนโยบายเรื่องกัญชาทางการแพทย์ที่ห่วงว่าจะกลายนโยบายกัญชาเพื่อเศรษฐกิจนั้น ยืนยันว่าเป็นกัญชาทางการแพทย์

แถลงนโยบาย – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยยืนยันเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต, พักหนี้เกษตรกร, ลดราคาพลังงาน, แก้รธน.ปี 2560 และเปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารใช้ความสมัครใจ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่รัฐสภา

แถลงนโยบาย 50 นาที
เวลา 09.30 น. มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อให้ครม. แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีครม. สส. และสว. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นนายเศรษฐาแถลงนโยบายโดยใช้เวลา 50 นาที มีเนื้อหาไม่ต่างจากที่เผยแพร่ก่อนหน้าสรุปว่า รัฐบาลมีกรอบนโยบายบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบระยะสั้น กระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจกลับมาเติบโต, กรอบระยะกลางและระยะยาว จะสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ย้ำนโยบาย 5 เรื่องด่วน
ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เหมือนคนป่วยที่ได้รับ ผลกระทบมากกว่าเพื่อนบ้านช่วงโควิด-19 นโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต จะเป็นตัวจุดชนวนกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นอีกครั้ง และมีนโยบายเร่งด่วนอีก 4 ข้อเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ 1.แก้หนี้สินภาคเกษตร ภาคธุรกิจและภาคประชาชน ด้วยการพักหนี้เกษตรกร มีมาตรการประคองภาระหนี้สินภาคประชาชน-เอสเอ็มอี 2.สนับสนุน การบริหารจัดการราคาไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม น้ำมัน เชื้อเพลิงให้เหมาะสมทันที

3.ผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ปรับปรุงขั้นตอนขอวีซ่า ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าในประเทศเป้าหมาย 4.แก้ความเห็น แตกต่างเรื่องรัฐธรรมนูญ 60 ให้มีรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หารือแนวทาง ทำประชามติโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมออกแบบกฎ กติกา

เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี
ส่วนนโยบายระยะกลางและระยะยาว อาทิ ใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเปิดประตูสินค้าและการบริการสู่ตลาดใหม่ๆ, ลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานด้านการขนส่งทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางราง ทางอากาศ, สร้างและขยายโอกาสให้ประชาชนโดยใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ ปลดล็อกแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับของรัฐ ที่เป็นข้อจำกัดของประชาชนเพื่อสร้างโอกาสการสร้างรายได้ เช่น ปลดล็อกกฎระเบียบสุราพื้นบ้าน, การบริหารรูปแบบการกระจายอำนาจ ส่งเสริม 1 ครอบครัว 1 ทักษะ ซอฟต์เพาเวอร์

ร่วมพัฒนากองทัพ ปรับโครงสร้างหน่วยงาน ความมั่นคงให้ทันสมัย เปลี่ยนรูปแบบเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ ปรับปรุงการฝึกนักศึกษาวิชาทหารให้เป็นแบบสร้างสรรค์ ลดกำลังพลนายทหารชั้นสัญญาบัตรระดับสูง กำหนดอัตรากำลังกอ.รมน.ให้สอดคล้องบทบาทภารกิจ, ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดจากสังคมไทย, ใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ, ยกระดับ นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรคให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น

4 ปีข้างหน้าจะเป็น 4 ปีที่รัฐบาลวางรากฐาน และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้ประเทศ โดยยึดหลักนิติธรรมที่น่าเชื่อถือ บริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บภาษีควบคู่เร่งส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประชาชน

ก้าวไกลให้เกรดต่ำกว่ายุค‘ตู่-ปู’
เวลา 10.40 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คำแถลงนโยบายที่ดีต้องเหมือนจีพีเอสบอกว่าเป้าหมาย 4 ปี คืออะไร จะไปถึงเป้าหมายเมื่อไร หากเปรียบเทียบกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำหนด เป้าหมายไว้ชัดเจนมากกว่า ทั้งเป้าหมาย วิธีการ และกรอบเวลา สิ่งสำคัญที่สุดคือบรรจุนโยบาย ที่หาเสียงไว้เพราะเป็นสัญญาที่เอาไว้แลก กับคะแนนเสียง หากพรรคไหนกลับคำ ตระบัดสัตย์ ไม่บรรจุนโยบายที่หาเสียงไว้ ถือว่าทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน

หากตัดเกรดคำแถลงนโยบายของ นายเศรษฐา อยู่เกรดเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ แถลงได้ดีกว่าด้วยซ้ำเพราะยาวกว่า และยังถือว่าพรรคเพื่อไทยมาตรฐานตก ไม่สามารถรักษามาตรฐานได้จาก สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่แถลงได้ชัดเจน มีนโยบายที่หาเสียงทั้งหมดและกำหนดกรอบเวลา แต่การแถลงนโยบายของรัฐบาลนี้ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่เป็นรูปธรรม เขียนแบบพูดอีกก็ถูกอีก เหมือนพูดว่าน้ำเป็นของเหลว การเขียนนโยบายไม่ใช่เขียนเหมือนเป็นแค่คำอธิษฐาน นโยบายที่หาเสียงไว้ก็หาแทบไม่เจอ แม้จะมีนโยบายของพรรคเพื่อไทยอยู่บ้าง แต่ของพรรคร่วมแทบไม่เห็น

เย้ยรัฐบาลไม่กล้าแตะเรื่องยาก
คำแถลงขาดความทะเยอทะยานที่จะทำให้สังคมก้าวหน้า สร้างความเปลี่ยนแปลง ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้ง 3 จังหวัดภาคใต้ การลดความเหลื่อมล้ำไม่มีการพูดถึง เหมือนไม่กล้าแตะเรื่องยากๆ ซึ่งตอนหาเสียงท่านกล้าหาญกว่านี้มาก ตนคิดว่าน่าจะมาจากการที่รัฐบาลกลัวการผูกมัดกลัวทำไม่ได้แบบที่สัญญา เลยไม่กล้าผูกมัดอะไรกับประชาชน แต่ก็ไม่ควรหลอกประชาชนด้วยการหาเสียงแต่แรก และการเป็นรัฐบาลผสมข้ามขั้ว เป็นรัฐบาลคนละขั้วหาข้อตกลงกันไม่ได้ จึงต้องเขียนให้ลอยและกว้างเอาไว้ มีความเกรงใจกลุ่มอำนาจเก่า จึงไม่กล้าทำเรื่องยากๆ ที่ต้องปะทะกับใครเลย

กรอบระยะสั้นหลายเรื่องที่ควรเป็นนโยบาย เร่งด่วนกลับไม่มี ส่วนกรอบระยะกลาง ระยะยาว หากพิจารณาดูจะพบว่าหายไปหลายเรื่อง เช่น ลดรายจ่าย และลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่ถูกลดทอนเหลือแค่เหลื่อมล้ำด้านการศึกษา สมัยยังไม่เข้าวงการการเมืองเต็มตัว นายเศรษฐาเห็นว่าความเหลื่อมล้ำเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ยังคิดแบบเดิมหรือไม่ และไม่ใช่ แค่นายเศรษฐาที่เปลี่ยนไป แต่พรรคเพื่อไทยก็เปลี่ยนด้วย เพราะคำแถลงของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ความสำคัญเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้อย่างมาก วันนี้อุดมการณ์จุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังคงเดิมหรือเปลี่ยนไปแล้ว

ถามหางบฯดิจิทัล 1 หมื่น
ดิจิตอลวอลเล็ตที่จะใช้งบ 5.6 แสนล้านบาท ถ้าใช้งบประมาณแผ่นดินต้องพิจารณาว่างบพอหรือไม่ หรือมีเงินสดพอหรือไม่ หากใช้เงินนอกงบประมาณจะมี 3 วิธีคือ กู้ยืมเงินจากธนาคารรัฐ กู้ยืมเงินกองทุนหมุนเวียน และขายกองทุนวายุภักษ์ หากเลือกใช้งบ 67 ไม่พอแน่นอน เพราะงบเหลือ 4 แสนล้านบาท แต่หากเลือกใช้เงินนอกงบก็ไม่สามารถทำได้หากไม่แก้กรอบวินัยการเงินการคลัง ดิจิตอลวอลเล็ตกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอนแต่จัดลำดับความสำคัญให้ดี การบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การพนัน จะเทหมดหน้าตักแล้วไปหวังน้ำบ่อหน้าไม่ได้

สว.หวั่น 1 หมื่นซ้ำรอยจำนำข้าว
นายคำนูณ สิทธิสมาน สว. กล่าวอภิปรายว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตชาญฉลาดและกล้าหาญ แต่ก็แฝงความสุ่มเสี่ยงไว้มาก ที่นายกฯ บอกเทหมดหน้าตัก ไม่ใช่หน้าตักของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ของพรรคร่วมชุดนี้เท่านั้น แต่เป็นหน้าตักของประเทศไทยใช่หรือไม่ งบสูง เท่างบลงทุน 1 ปีเทไปโครมเดียว เอาเงิน มาจากไหน เพื่อไทยแถลงไว้ชัดเจน เอกสารที่ชี้แจงต่อ กกต.ว่าเงินทั้งหมดมาจากการบริหารระบบงบปกติและการบริหารระบบภาษี ตนมองว่าจะเป็นโครงการที่อยู่ในงบ 2567 แต่มีรัฐมนตรีท่านหนึ่งให้ข่าวว่าที่มาของเงินจะใช้ระบบหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจปฏิบัตินโยบายของรัฐตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง 2561 มาตรา 28 คือให้รัฐวิสาหกิจทำไปก่อนแล้วมาตั้งงบจ่ายคืนทีหลัง เป็นเสมือน โครงการจำนำข้าวเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และงบ 2567 จะใช้ได้จริงมี.ค. หรือเม.ย. โครงการนี้ท่านก็บอกว่าจะเป็นช่วงมี.ค.67

เมื่อรวมกับโครงการเร่งด่วนเรื่องการแก้ปัญหา หนี้สินต้องใช้เงินอีกเท่าไร เมื่อแหล่งที่มาของเงินยังมีปัญหา เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะไปแตะเงินส่วนอื่นของประเทศที่ถูกมองว่าประเทศเรามีอยู่มาก เช่น ทุนสำรองระหว่างประเทศ

จุรินทร์แจง 2 จุดยืนเป็นฝ่ายค้าน
เวลา 11.25 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคว่า 1.ไม่ค้านทุกเรื่อง แต่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเข้มแข็ง ตรวจสอบรัฐบาล เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน 2.การทำงานร่วมกับพรรคร่วม ฝ่ายค้านอื่น ถือหลักแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง อะไรที่เป็นจุดยืนสำคัญของพรรคอย่างไม่แตะ ม.112 แม้วันหนึ่งอาจมีพรรคร่วมฝ่ายค้านใดเสนอเรื่องนี้เข้าสภา พรรคประชาธิปัตย์จะไม่สนับสนุน ขณะเดียวกัน พร้อมทำหน้าที่ ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินร่วมกับฝ่ายค้านทุกพรรคเต็มกำลัง ที่หยิบยกเรื่องนี้ มาพูดเพื่อป้องกันความไม่เข้าใจจนนำไปสู่ข้อครหาว่าฝ่ายค้านแตกกัน จนทำให้การตรวจสอบ รัฐบาลขาดน้ำหนักโดยไม่จำเป็น

ฉะ 5 นโยบายล่องหน
นโยบายที่นายกฯ แถลงสวนทางความสูงของนายกฯ จริงๆ การตั้งโจทย์ประเทศคลุมเครือ เลื่อนลอยขาดความชัดเจน ฟุ่มเฟือยด้วย วาทกรรมวกไปวนมา กลายเป็นนโยบาย น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง นโยบายที่แถลงและนโยบายหาเสียงเป็นหนังคนละม้วน ไม่ตรงปก นโยบายเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ตอนหาเสียงอึกทึกครึกโครม หายไปไหน กลายเป็นนโยบายนินจาเพราะหายไปอย่างไร้ร่องรอย, ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ต่อวัน ตอนหาเสียงหลายฝ่ายท้วงขึ้นทันที 600 บาทต่อวันน่าห่วงเอกชนและเอสเอ็มอี สุดท้าย ก็ต้องเปลี่ยนค่าแรง 600 บาทในปี 2570 แต่ระบุไว้แค่บรรทัดเดียวว่าค่าแรงขั้นต่ำ ที่เป็นธรรม

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ขีดเส้นใต้ว่าทำทันทีล่องหนไปอีกนโยบาย เอาเงินที่ไหนมาทำ ต้องเอาเงินประเทศไปชดเชยให้เอกชนหรือไม่ อย่างไร, นโยบายลดความเหลื่อมล้ำ จะเติมเงินให้ทุกครอบครัวที่รายได้ต่ำกว่า 20,000 บาททุกเดือน หากจะทำต้องเติมเงินหลักแสนล้านจะนำเงินมาจากไหน, การกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่น ตอนหาเสียงบอกว่าจะเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ ในจังหวัดที่มีความพร้อม วันนี้นายกฯ แถลงไม่มีสักคำ และยังถูกแปลงโฉมเป็น ผู้ว่าฯ ซีอีโอ เปลี่ยนจากกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นรวบอำนาจมาสู่การปกครองส่วนภูมิภาค

ดิจิทัล 1 หมื่น-ทุจริตเชิงนโยบาย
หาเสียงได้แต่ต้องมีความรับผิดชอบ “อย่าให้ เหมือนตอนไล่หนูตีงูเห่า สุดท้ายทั้งหนูทั้งงูเห่า อยู่ด้วยกัน แล้วก็กลายเป็นแค่เทคนิคการ หาเสียงหรือแค่นโยบายการละคร สิ่งนี้ประชาชน ไม่ต้องการเห็น นโยบายการเกษตร นายเศรษฐา กล่าวที่จ.ขอนแก่นชัดเจน รัฐบาลนี้จะไม่มีจำนำข้าวและประกันรายได้เกษตรกร ไม่มีนโยบายจำนำข้าวดีแล้วเพราะเป็นต้นเหตุ การทุจริตสร้างภาระหนี้ 884,000 ล้านบาท

ทำให้น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย และ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกประท้วง

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ที่บอกไม่ทำจำนำข้าว และไม่ทำประกันรายได้เกษตรกรแปลว่า ต่อไปนี้ข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด ไม่มีเงินส่วนต่างแล้วใช่หรือไม่ และถ้าวันหนึ่งราคาพืชผลราคาตก อะไรจะเป็นตัวช่วยให้เกษตรกร บอกจะพักหนี้เกษตรกรแทน พักหนี้แค่หยุดต้นกับหยุดดอก หมดเวลาเมื่อไรก็มารวมกันกลายเป็นหนี้เดินต่อ แค่ต่อลมหลายใจชั่วคราว ส่วนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลต้องทำเพราะเป็นสัญญาที่หาเสียงไว้ แต่เอาเงินมาจากไหน อย่าให้นโยบายนี้กลายเป็นการทุจริต เชิงนโยบายเด็ดขาด

เหน็บอย่าให้คุกขังแค่คนจน
นโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเขียนไว้ในนโยบายเร่งด่วน ทำไมไม่กล้าระบุให้ชัด เกรงใจใครหรือไม่ ส่วนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น เอาจริงแค่ไหนเพราะทั้งเล่มมี 2 บรรทัด ต้องตระหนักว่าไม่ทำเหมือนอดีตเพราะรัฐบาล ท่านถูกยึดอำนาจ 2 ครั้ง เพราะเหตุแห่งการทุจริต ทำให้นายครูมานิตย์ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ที่ระบุพรรครัฐบาลในอดีตโดนปฏิวัติด้วยการทุจริต ใส่ร้ายเกินเหตุความเป็นจริง สังคมรู้บางพรรคอาศัยบุญบารมีของคณะปฏิวัติ วันนี้เริ่มสูญเสียอำนาจ

จากนั้น นายจุรินทร์อภิปรายต่อว่า นโยบาย ฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง หลักนิติธรรมคือทุกคนเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายเดียวกัน จะศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นจริงได้อยู่ที่นายกฯ และรัฐบาล การพระราชทานอภัยลดโทษที่ประกาศ 1 ก.ย. นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษต้องสำนึก และรัฐบาลก็ต้องสำนึกว่าเขายังเป็นผู้มีความผิด หากมีคำพิพากษาเกิดขึ้นอีกต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยหลักนิติธรรมเท่าเทียม เป็นโอกาสสำคัญของรัฐบาลที่จะทำให้วลีที่เราพูดกันว่า คุกมีไว้ แค่ขังคนจนกับคนไม่มีอำนาจให้หายไปได้

พปชร.ทวงบัตรคนจน
นายวันชัย สอนศิริ สว. อภิปรายว่า ที่แถลง รัฐบาลจะมุ่งสร้างสามัคคีความปรองดอง ให้จงได้ วันนี้เกิดรัฐบาลสลายขั้วมาเป็นรัฐบาลที่เป็นรูปธรรมแห่งความปรองดองในรอบ 20 ปี เมื่อรัฐบาลปรองดองกันแล้วขอให้ช่วยลบ ล้าง สลายความขัดแย้งที่ร้าวลึกไปที่คู่ขัดแย้งทุกฝ่าย คดีความใดๆ ที่มีต่อกัน ทั้งแพ่งและอาญาที่เกิดจากการเมืองไม่ว่าจะระดับใด เลิกได้ควรเลิก จบได้ควรจบ รัฐบาลควรดำเนินการโดยเร็ว รวมทั้งการเยียวยาดำเนินการไปควบคู่

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในนโยบายรัฐบาลไม่มีการพูดถึงเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท และบัตรประชารัฐ 700 บาท ชาวบ้านจำนวนมากสอบถามสส.พลังประชารัฐ ว่า 2 โครงการนี้ยังมีอยู่หรือไม่ อยากได้ความชัดเจน จึงอยากให้นายกฯ พิจารณาทบทวนให้ 2 โครงการนี้ยังอยู่ ส่วนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ขอให้พิจารณาปรับเกณฑ์ และเงื่อนไขการใช้ เนื่องจากจ.เพชรบูรณ์ หากกำหนดให้ใช้ในระยะ 4 ก.ม. ไม่มีร้านค้าที่ใช้ได้

วุฒิโวยนายกฯ-ครม.ไม่อยู่ฟัง
นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สว. อภิปรายประเด็นหลักนิติธรรม ระบุถึงคดียิงตำรวจ ที่นครปฐมว่า กรณีที่นายอนุทินมอบหมาย รมช.มหาดไทย จากพรรคเดียวกันเร่งดำเนินการ กับผู้มีอิทธิพลนั้นจะทำอย่างไร ขึ้นบัญชีอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร “กังวลต่อความปลอดภัย ในชีวิตของกำนันนกจะอยู่จนถึงวันขึ้นศาลหรือไม่ ในกระบวนการยุติธรรมต้องยึดหลักนิติรัฐ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ การปราบปราม บ่อน ซ่อง ผู้มีอิทธิพลต่างๆ รัฐบาลจะทำให้ได้ ในช่วงเวลาใดที่เหมาะสม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายช่วงบ่ายราบเรียบ เงียบเหงา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ไม่มากนัก โดยเฉพาะนายกฯ และครม. หลายคน ไม่อยู่ ทำให้นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สว.ลุกขึ้นตำหนิว่า จะให้สมาชิกพูดให้ใครฟัง นายกฯ และรัฐมนตรีหายไปไหนหมด

สำหรับการอภิปรายของสว.ส่วนใหญ่ เป็นการพูดเพียงกรอบกว้างๆ ไม่ลงลึกรายละเอียด เพราะมีเวลาอภิปรายเพียงคนละ 5 นาที ส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตและซักถามเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่าง มีขอบเขตการแก้ไขแค่ไหน ตลอดจนเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท จะนำงบมาจากไหน ทำไมต้องแจกคนอายุ 16 ปีขึ้นไป

ปชป.แนะ 6 ข้อแก้ค่าไฟแพง
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การบริหารจัดการพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมทันที จะลดค่าน้ำมันวิธีการไหน ใช้งบอย่างไร ไม่ได้บอก มีข้อเสนอบันได 6 ขั้นที่รัฐบาลต้องนำไปใช้ 1.ตรึงค่าเอฟทีกับผู้ใช้ไฟฟ้า ทุกภาคส่วน 2.หยุดการอนุมัติโรงไฟฟ้าเอกชนใหม่ทั้งในประเทศและการนำเข้าจาก สปป.ลาว ขณะนี้ไฟฟ้าล้นระบบทำให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐน้อยกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ค่าไฟแพง 3.จัดการต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ 4.ทบทวนการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เอื้อเอกชน 5.เร่งสนับสนุนการใช้พลังงานด้วยระบบโซลาร์ รูฟท็อป และรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน และ 6.หยุดผูกขาดสัมปทานรัฐกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. อภิปราย ท้วงติงงบที่จะนำมาใช้จัดทำดิจิทัลวอลเล็ต ท่านตอบแบบกำปั้นทุบดินว่านำมาจากภาษีอากร เชื่อว่าใครๆก็อยากได้ แต่ได้มาแล้ว เมื่อใช้หมดก็เกิดความทุกข์เหมือนเดิม รัฐบาลใช้เงินจำนวน 5ึ6 แสนล้านบาท มาสร้างอาชีพให้ประชาชนจะเกิดความยั่งยืนมากกว่า

นายกแจงทุกข้อ-คง 4 กม.เป๋าดิจิทัล
เวลา 17.30 น. นายเศรษฐา ชี้แจงว่า นโยบายแก้รัฐธรรมนูญจะไม่แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ว่าด้วยเรื่องสถาบัน ส่วนเรื่องพักหนี้กษตรกร 9 ปีพักไปแล้ว 13 หน ถูกต้องที่บอกพักหนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงมีมาตรการหลายอย่างเพื่อเพิ่มรายได้ควบคู่ เช่น ทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 3 เท่า ใน 4 ปี โดยใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เรื่องรัศมี 4 กม. ของการใช้ดิจิทัลวอลเล็ต ในชนบทอาจมีร้านค้า ไม่เพียงพอไปดูรายละเอียดและทำให้เหมาะสม อีกครั้ง ระยะการใช้ 6 เดือนต้องการให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นครั้งใหญ่ บางคน อยากให้ยกเลิกรัศมี 4 กม.นั้นยังเชื่อว่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค คนที่มีถิ่นฐานจังหวัดใดควรกลับไปใช้ที่นั่น ดังนั้นเรื่อง 4 กม. ขอคงไว้ ยกเว้นบางพื้นที่

ส่วนการผลักดันการท่องเที่ยวจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ตั้งเป้าสร้างรายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาทต่อปี เรื่องค่าแรง ขั้นต่ำจะทำให้เศรษฐกิจโตเฉลี่ยปีละ 5% ตลอด 4 ปี ส่วนค่าพลังงานมั่นใจว่าสามารถทำให้ต่ำลงอย่างมีนัยยะ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนยังคงมีอยู่ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ที่ดินต่างๆ ที่ต้องจัดสรรให้ประชาชนต้องดูทั้งที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินของหน่วยงานราชการอื่นๆ ตามรูปแบบที่เหมาะสม การแก้ไขฝุ่นพีเอ็ม 2.5 แน่นอนอีก 5 เดือนจะเข้าสู่ช่วงวิกฤตในภาคเหนือ เราจะเร่งทำโดยเร็วเพื่อให้เกิดผลในช่วงต้นปีหน้า และมีคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องทุจริต รัฐบาลให้ความสำคัญความโปร่งใส จะเอาระบบดิจิทัลมาใช้มากขึ้นเพื่อลดการทุจริต ประพฤติมิชอบ

จุลพันธ์ยันไม่แตะสมบัติชาติ
เวลา 17.40 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ยืนยันจะไม่แตะต้องทรัพย์สมบัติของชาติ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนวายุภักดิ์ กองทุนบำเหน็จบำนาญ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศหรือกองทุนประกันตน ขอเวลาตรวจรายละเอียด สุดท้ายจะชัดเจนทั้งกรอบการใช้เงิน ระยะเวลาดำเนินการ รวมถึงกระบวนการเอา งบประมาณมาใช้คืนให้หมดตามระยะเวลา ที่กำหนด ไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะ ไม่กู้เพิ่มอย่างแน่นอน และยึดหลักกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ส่วนที่ระบุเอื้อทุนใหญ่หรือทำให้เกิดราคาที่ไม่เป็นธรรมนั้น ยืนยันไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ได้เลือกทุนใหญ่หรือ ร้านสะดวกซื้อจะไม่สามารถเข้าโครงการได้ เพราะเป็นสิทธิของประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน