เหนือ-อีสานฝนยังหนัก แม่ฮ่องสอนสั่งเร่งฟื้นฟู
ชาวหลีเป๊ะ สตูล ร้อง ‘นายกฯเศรษฐา’ เร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก หลังฝนถล่มท่วมบนเกาะ ชาวบ้าน 300 หลังเดือดร้อนหนัก จนท.ระดมสูบน้ำออกสู่ทะเล ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนสั่งทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเหยื่อน้ำท่วมพื้นที่อ.ปาย และอ.เมืองเกือบ 3 พันครอบครัว รวมถึงฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทั้งถ้ำปลา สะพานซูตองเป้ ให้ทันบริการนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น หลายจว.เหนือ-อีสานฝนตกหนัก เชียงใหม่ฝนเทตลอดคืน น้ำทะลักท่วมเขตเทศบาลเมืองเชียงใหม่ บุรีรัมย์ฝนถล่มนานนับชั่วโมง น้ำท่วมถนนหลายสาย ปลัดสธ.เผย 10 จว. ได้รับผลกระทบน้ำท่วม รพ.สต.แม่ฮ่องสอนเสียหาย 1 แห่ง
ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนเร่งช่วยเหยื่อท่วม
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในอ.ปาย และอ.เมือง ส่งผลกระทบต่อราษฎรและสถานที่ราชการอย่างหนัก ทาง จ.แม่ฮ่องสอนประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ตลอดจนฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว นอกจาก บ้านเรือนเรือกสวนไร่นาของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยแล้ว ที่สำคัญแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทั้งสองแห่ง ได้แก่ ถ้ำปลา และสะพานซูตองเป้ที่จะต้องรีบฟื้นฟูเพื่อให้ทันต่อการให้บริการนักท่องเที่ยวในห้วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้
สืบเนื่องจากตั้งแต่เวลา 22.00 น. วันที่ 8 ก.ย.เกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีบ้านเรือนราษฎร และมีสถานที่ราชการในพื้นที่อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และอ.ปาย ได้รับผลกระทบมากถึง 2,934 ครัวเรือน
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.แม่ฮ่องสอน สรุปความเสียหาย ดังนี้ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน บ้านห้วยผา หมู่ที่ 1 ได้รับผลกระทบ 373 ครัวเรือน 925 คน มีผู้สูญหาย นางหมวย ไม่มีชื่อสกุล อายุ 39 ปี ถูกกระแสน้ำพัดขณะเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนไหลเข้าบ้าน 6 หลัง สถานที่ราชการเสียหาย 2 แห่ง ที่โรงเรียนบ้านห้วยผา และอุทยานถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ รวมทั้งทรัพย์สินของราษฎรได้รับความเสียหาย ต.หมอกจำแป่ บ้านหมอกจำแป่ หมู่ที่ 1 จำนวน 38 ครัวเรือน 152 คน ลำน้ำแม่สะงา และลำน้ำแม่สะงี ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าล้ม, บ้านแม่สะงา หมู่ที่ 2 น้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร 3 ครัวเรือน 12 คน, บ้านยอด หมู่ที่ 9 น้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร 3 ครัวเรือน 14 คน
ต.ปางหมู บ้านกุงไม้สัก หมู่ 2 ได้รับ ผลกระทบ 489 ครัวเรือน 1,200 คน น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ถนนในหมู่บ้าน และสะพานซูตองเป้ วัดภูสมะณาราม ได้รับความเสียหาย
ต.ผาบ่อง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม เข้าบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในครัวเรือน ได้รับความเสียหาย ถนนในหมู่บ้านมีต้นไม้และหินร่วงลงมาปิดทับเส้นทาง และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย มีราษฎรได้รับผลกระทบ ดังนี้ บ้านผาบ่อง หมู่ 1 ได้รับ ผลกระทบ 25 ครัวเรือน 96 คน บ้านป่าลาน หมู่ 2 ได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน 32 คน บ้านห้วยเดื่อ หมู่ 3 ได้รับผลกระทบ 1 ครัวเรือน 4 คน บ้านผาบ่องเหนือ หมู่ 12 ได้รับผลกระทบ 21 ครัวเรือน 84 คน
อ.ปาย ตำบลเวียงใต้ เขตเทศบาลตำบล ปาย บ้านห้วยปู หมู่ที่ 5 ได้รับผลกระทบ 3 ครัวเรือน 13 คน เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 3 หลัง, ต.ทุ่งยาว บ้านกุงแกง หมู่ที่ 11 ได้รับผลกระทบ 1,970 ครัวเรือน 4,144 คน น้ำป่าไหลหลากกัดเซาะถนนในหมู่บ้าน และพื้นที่การเกษตรเสียหาย
ฝนถล่มท่วมเทศบาลเชียงใหม่
สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 10 ก.ย. เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในตัวเมืองเชียงใหม่ และบนดอยสุเทพ ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน และยังมีน้ำป่าจากบนดอยสุเทพไหลหลากมาตามลำห้วยลงท่อระบายน้ำ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ จนทำให้มีน้ำท่วมขังถนนหลายสาย และชุมชนหลายแห่ง ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยเฉพาะย่านชุมชนกาดก้อม ถนนสุริยวงษ์ และถนนนันทารามซอย 5 ก. ระดับน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 ซ.ม. รถเล็กสัญจรลำบาก และมีรถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์ดับหลายคัน ร้านค้าร้านอาหารจมอยู่ใต้น้ำ และส่วนใหญ่ปิดร้านค้าเกือบหมด และยังมีขยะไหลมากับกระแสน้ำลอยมาอุดตันตามท่อระบายน้ำ ทำให้การระบายน้ำยิ่งช้า นอกจากนั้นยังท่วมเส้นทางไปสนามบินเชียงใหม่ สี่แยกบัวระวงศ์ ถนนศิริธร สี่แยกข่วงสิงห์ขาออก
นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรี นครเชียงใหม่ กล่าวว่า มีฝนตกหนักใน ตัวเมืองเชียงใหม่ วัดปริมาณได้กว่า 50 ม.ม. น้ำระบายไม่ทัน จึงนำเจ้าหน้าที่เทศบาลเข้าเปิดฝาท่อระบายน้ำในย่านถนนสุริยวงษ์ ซึ่งเป็นแอ่งก้นกระทะ และรื้อเศษขยะที่ลอยมาอุดตัน เร่งระบายน้ำลงในคลองแม่ข่า ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ขณะนี้ของบประมาณจากกรมโยธาธิการ 250 ล้านบาท วางท่อระบายน้ำใหม่อย่างเป็นระบบ
พิจิตรเตือน 4 อำเภอรับมือน้ำป่า
นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯ พิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้จ.พิจิตรเกิดฝนตกลงมาต่อเนื่องทุกวัน ตนมีหนังสือด่วนแจ้งไปถึงนายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชนรับมือสถานการณ์อุทกภัย จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สิ่งที่เป็นห่วงคือ 4 อำเภอที่อยู่ใกล้เทือกเขาเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ทับคล้อ และอ.ดงเจริญ ซึ่งอยู่ใกล้เขาเพชรบูรณ์ เกรงว่าจะถูกน้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พืชผลทางการเกษตร ขอให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่เสี่ยงเตรียม พร้อมรับมือ
นายพยนต์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ อ.บางมูลนาก สั่งให้เทศบาลบางมูลนากประกาศเตือน 2 ฝั่งแม่น้ำน่าน เนื่องจากเกิดฝนตกลงมา อาจทำให้ดินอุ้มน้ำและบ้านเรือนที่อยู่สองฝั่งอาจเกิดดินสไลด์ลงแม่น้ำน่านได้
พิมายน้ำท่วมนาปรัง-เร่งสูบออก
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาใน ต.ดงใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลายรายเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังนาข้าวออก หลังจากในพื้นที่มีฝนตกติดต่อกันนานหลายวัน ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมขังนาข้าวซึ่งเป็นข้าวนาปรังที่กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิต
นางระเวง อาจจิตร ชาวนาบ้านศาลา หมู่ที่ 3 ต.ดงใหญ่ กล่าวว่า ตนปลูกข้าวนาปรัง 10 ไร่ สลับกับการปลูกข้าวนาปี ช่วงนี้ใกล้จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว แต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นที่เกือบทุกวัน ปริมาณน้ำฝนไหลเข้าท่วมขังนาข้าว บางจุดน้ำท่วมรวงข้าวแล้ว จึงต้องนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเพื่อเร่งสูบน้ำที่ท่วมนาข้าวออก หากปล่อยทิ้งไว้กลัวว่าจะมีฝนตกลงมาอีก อาจทำให้น้ำท่วมรวงข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย

จมบุรีรัมย์ – สภาพน้ำท่วมถนนในเมืองบุรีรัมย์ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักนานนับชั่วโมง บางสายระดับน้ำสูงกว่า 30 ซ.ม. ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าถนนคนเดินเซราะกราวไม่กล้านำสินค้ามาวางขาย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 ก.ย.
บุรีรัมย์อ่วมฝนถล่มจมตัวเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นถึงค่ำวันที่ 10 ก.ย.เกิดพายุฝนตกหนักในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง น้ำท่วมขังถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ระดับสูง 30-50 ซ.ม. เช่น ถนนจิระ ถนนสุนทรเทพ ถนนหลักเมือง ถนนอนุวรรตน์ ถนนนคร อินจันทร์ณรงค์ และถนนธานี โดยเฉพาะถนนสุนทรเทพ บริเวณสี่แยกตลาดสด มีน้ำท่วมสูง 30 ซ.ม. ระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและน้ำเอ่อล้นท่อระบายน้ำ รวมทั้งประชาชนขับรถสัญจรผ่านไปมาด้วยความลำบาก
บริเวณถนนอิสาณ ตรงวงเวียนรัฐธรรมนูญ น้ำท่วมสูงกว่า 20 ซ.ม. รถสามารถสัญจรไปมาได้ สาเหตุที่น้ำเอ่อท่วมเนื่องจากท่อระบายน้ำระบายไม่ทัน ส่วนถนนบางสายที่มีพื้นที่ ต่ำยังคงมีน้ำท่วมขัง ขณะนี้ฝนยังตกต่อเนื่อง ขณะที่บริเวณถนนคนเดินเซราะกราว วอล์กกิ้งสตรีต บริเวณถนนอนุวรรตน์ ริมคลองละลมโบราณ ลูกที่ 4 จากสี่แยกศูนย์แพทย์ 1 ไปจนถึงสามแยก ศาลเจ้าแม่บัวลอย เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่ทางจังหวัดเปิดให้พ่อค้าแม่ค้ากว่า 400 รายนำสิ่งของมาวาง ขายทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. แต่หลังจากฝนตกหนักพ่อค้าแม่ค้าไม่มั่นใจกับสภาพอากาศเกรงจะมีฝนตกลงมาซ้ำอีก ไม่กล้านำสินค้ามาวางขาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือว่าเป็นน้ำท่วมขังรอการระบายที่หนักสุดในรอบปี
ร้อยเอ็ดอ่วมฝนถล่มจม 2 อำเภอ
จากสถานการณ์ลำน้ำยังล้นตลิ่งเนื่องจากฝนตกในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ และจ.ร้อยเอ็ด ติดต่อกันหลายวัน ทำให้มวลน้ำมหึมาจาก อ.สมเด็จ และกุฉินารายณ์ เทือกเขาภูพาน จ.กาฬสินธุ์ ไหลบ่าลงสู่ลำน้ำยังสู่จ.ร้อยเอ็ด รวมทั้งฝนตกหนักในพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด ระดับน้ำล้นตลิ่ง สูงเกือบ 2 เมตรนั้น
วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. ที่บ้านหนองบุ่ง หมู่ที่ 10 บ้านโนนเชียงหวาง ม.11 ต.โคกกกม่วง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด น้ำท่วมหนักที่สุด โดยน้ำล้อมกลายเป็นพื้นที่ติดเกาะ สัญจรได้แต่ทางเรือเท่านั้น และยังมีหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ทางอำเภอเปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ที่ว่าการอำเภอโพนทอง
นอกจากนี้ น้ำยังล้นตลิ่งไหลบ่าเข้าท่วมอ.เสลภูมิ หนักสุดที่บ้านนาวี หมู่ 3 ต.เหล่าน้อย บ้านเรือนจมน้ำทั้งหมด 93 หลัง ประชากร 341 คนเดือดร้อนหนัก มีผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ 10 ครัวเรือน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาวีนำเรือเข้าช่วยเหลือและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพราะน้ำมาเร็วมาก ส่วนนาข้าวที่กำลังเติบโตจมน้ำแล้วกว่า 3 พันไร่ สิ่งที่ต้องการยามนี้คือน้ำดื่มและเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมาก
นายธรณิศ เทพแพงตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะในลุ่มน้ำยังที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยระดับน้ำในลำน้ำยัง ระดับน้ำสถานี E.70 บ้านกุดกว้าง ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง ระดับตลิ่งสูง 9.00 เมตร ระดับน้ำสูง 9.53 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 0.53 เมตร มีแนวโน้มทรงตัว สถานี E.92 บ้านท่างาม ต.วังหลวง อ.เสลภูมิ ระดับตลิ่งสูง 8.80 เมตร ระดับน้ำสูง 10.93 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 2.13 เมตร
7 อำเภอกาฬสินธุ์เริ่มคลี่คลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาวะฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่อ.กุฉินารายณ์ อ.เขาวง อ.นาคู และอ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ติดกับ เทือกเขาภูพาน ทำให้มีน้ำป่าไหลเอ่อท่วมหลายพื้นที่เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเริ่มคลี่คลายแล้ว โดยที่บ้านคำโพนทอง ต.สามขา อ.กุฉินารายณ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 31 ตำบล 241 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 45 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 16,000 ไร่ ขณะนี้น้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์หารือร่วมกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารอปท.ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อตรวจสอบความเสียหาย
ขณะที่นายสำรวย อินพิทักษ์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว กล่าวว่า จากฝนตกในหลายพื้นที่เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเติมเข้าเขื่อนลำปาวช่วง 4-5 วันมากกว่า 300 ล้านลบ.ม. เฉลี่ยวันละ 30-50 ล้านลบ.ม. ทำให้เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,631.56 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 82.40 ของความจุ
ล่าสุดวันนี้น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 38.90 ล้านลบ.ม. ยืนยันว่าแม้น้ำจะไหลเติมเขื่อนอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อน
‘หลีเป๊ะ’ร้อง‘เศรษฐา’แก้ท่วมซ้ำซาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนยังคงตกหนักในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 8 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล โดยเฉพาะหมู่บ้านชาวเลอุรักลาโว้ย เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ขณะนี้ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังไหลลงทะเลไม่ทัน น้ำท่วม 2 หมู่บ้าน เดือดร้อน 300 ครัวเรือน ทุกจุดเส้นทางเข้าออกน้ำท่วมรายล้อมอย่างลำบาก ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ด้านนายเมล็ด บางจาก ชาวเลอุรักลาโว้ย กล่าวว่า ชาวบ้านลำบากในการเดินทาง และน้ำท่วมรอบนี้ไหลมาเร็ว เป็นน้ำฝนที่ตกลงมาสะสม 3 วันนี้แล้ว ฝากถึงยังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และเจ้าหน้าที่ระดับที่สูงช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วย เพราะทาง จ.สตูลหาแนวทางไม่ได้ อาจจะติดขัดหลายด้าน
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขังบนเกาะหลีเป๊ะ หมู่ที่ 7 และ 8 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ขณะนี้ไม่มีฝนตกแล้ว แต่น้ำก็ยังคงท่วม ปริมาณน้ำท่วมสะสม 3 วันที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านและชาวเลอูรักราโว้ยบนเกาะหลีเป๊ะต้องเดือดร้อนหนัก การสัญจรไปมาไม่สะดวก และเกรงว่าจะเกิดน้ำเน่าเสีย ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่เร่งระดมสูบน้ำออก นายพีรพัฒน์ เงินเจริญ นายอำเภอเมืองสตูล ขอความร่วมมือเอกชนติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มจากเดิมมี 3 เครื่องเป็น 5 เครื่อง กลางเกาะ 5 จุดในชุมชนชาวเลลงสู่ทะเลโดยด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
10 จว.อ่วมน้ำท่วม
นพ.โอกาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ได้รับรายงานว่าช่วงวันที่ 9-11 ก.ย.2566 มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน พิษณุโลก เชียงราย เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ น่าน อุดรธานี ร้อยเอ็ด ปราจีนบุรี และสตูล ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,501 ครัวเรือน โดยสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 1 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.บ้านห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน น้ำท่วมระบบประปาและรั้วกั้นพังเสียหาย แต่ยังคงเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติ
“ได้กำชับให้สถานบริการในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และผลกระทบด้านโรคและภัยสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงเตรียมพร้อมอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ในจุดที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบ โดยเน้นการป้องกันอาคารสถานที่ ยกสูง/เคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ต่างๆ และเตรียมการจัดบริการทางการแพทย์ ทั้งการจัดหาสถานที่สำรองหรือจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเมื่อจำเป็น สำรองยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอต่อการให้บริการ” นพ.โอภาสกล่าว