‘อีสาน’อ่วมหนัก บ้านจม-ถนนขาด

ฝนเทหนัก อีสานนาล่มแล้วกว่า 2 หมื่นไร่ เมืองยโสธร 3 ตำบล ลุ่มน้ำยังสาขาน้ำชีไหลบ่าจาก อ.เสลภูมิ-โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ท่วมนามิดกว่าเมตร น้ำยังตอนบนไหลทะลัก 12 ตำบล ในพื้นที่เกษตร ท่วมสวน-นา-ไร่ อ.เขาวัง กับกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ น้ำเอ่อตลิ่งสูง 2 เมตร ผลพวงจากฝนถล่มหนักตั้งแต่ต้นก.ย. ชาวบ้านต้องหันใช้เรือสัญจรแทนถนนที่ถูกน้ำตัดขาด หมู่บ้านกลายเป็นเกาะกลางน้ำ ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ดสั่งพร้อมอพยพ 24 ช.ม. ชาวสวนมะลิโคราชโอด ผลผลิตเน่าสวนทางออร์เดอร์เพิ่ม ส่งป้อนตลาดไม่ทัน ราคาก็พุ่งตาม ส่วนที่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เปิดประตูน้ำระบายน้ำบ่าจากคลอง ดงขุย-ชนแดน ลงที่นาหลังฝนทิ้งช่วง

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างๆ ว่า ที่ ต.เดิด ต.ดู่ทุ่ง และ ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่ ยังมีน้ำไหลผ่านและเป็นพื้นที่ที่ต้องรับกับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ไหลมาตามแนวลุ่มน้ำยัง ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำชีต่อไป โดยพบว่าปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว ของเกษตรกรในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบล เมืองยโสธร กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งต้นข้าวส่วนใหญ่เป็นข้าวนาปรังที่ชาวนาพากันทำนาปรังรอบ 2 ที่กำลังออกรวงรอการเก็บเกี่ยวต้องจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 1 เมตร โดยคาดว่ามีพื้นที่ถูกน้ำท่วมไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่

บ่าท่วม – ภาพมุมสูงปริมาณน้ำจำนวนมากจากลำน้ำยัง เอ่อท่วมถนนเชื่อมระหว่างบ้านม่วงอ่อน ต.ดู่ทุ่ง-บ้านแจ้งน้อย ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร เป็นบริเวณกว้าง ทำให้นาข้าวลุ่มน้ำยังเสียหายกว่า 2 หมื่นไร่ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำยังได้ไหลเข้าท่วมถนนที่เชื่อมระหว่างบ้านม่วงอ่อน ต.ดู่ทุ่ง บ้านแจ้งน้อย ต.ค้อเหนือ ไปบ้าน โพธิ์ชัย ต.นางาม อ.เสลภูมิ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 20 ซ.ม. เป็นระยะทางยาวกว่า 1 ก.ม. และปริมาณน้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 2 วันนี้รถทุกชนิด คงไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลดู่ทุ่งได้นำเรือ ท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 1 ลำ ไปประจำ เอาไว้ที่วัดบ้านม่วงอ่อนท่าวารี พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอดเวลา เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นจนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด เกิดน้ำท่วมหมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรทั้งสวน ไร่และนา ใน 2 อำเภอ 12 ตำบล หมู่บ้านถูกตัดขาด ต้องใช้เรือสัญจรแทนจากมวลน้ำไหลเอ่อล้นตลิ่งสูง 2 เมตร ไหลบ่าเข้าท่วม จากสภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.ย. จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้บริเวณต้นลำน้ำยังตอนบน ซึ่งอยู่ในเขต อ.เขาวัง และ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลระบายลงสู่ลำน้ำยังที่ อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และมวลน้ำยังไหลลงสู่ลำน้ำชี ที่บ้านโพธิ์ตาก ต.นางาม อ.เสลภูมิ รวมทั้งที่ ต.โคกกกม่วง อ.โพนทอง หมู่บ้านน้อยหนองบุ่ง หมู่ 10 ถนนเชื่อมหมู่บ้านถูกตัดขาด ต้องใช้เรือสัญจรเช่นกัน ส่วนที่หมู่ 10 ต.ศรีวิลัย อ.เสลภูมิ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้นำอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สรุปพื้นที่น้ำท่วม จาก 2 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 12 ตำบล นาข้าวจมน้ำเสียหายสิ้นเชิง 19,321 ไร่ ดังนี้ อ.โพนทอง ต.โคกกกม่วง 214 ไร่ อ.เสลภูมิ ประกอบด้วย ต.เหล่าน้อย 1,173 ไร่, ต.ภูเงิน 2,450 ไร่, ต.บึงเกลือ 4,359 ไร่ ต.ศรีวิลัย 413 ไร่ ต.กลาง 114 ไร่ ต.นางาม 4,018 ไร่ ต.เมืองไพร 434 ไร่ ต.นาแซง 178 ไร่ ต.วังหลวง 1,719 ไร่ ต.นาเลิง 565 ไร่ และ ต.ขวาว 3,684 ไร่

นายสุพจน์ ไชยคำ นายก ทต.โคกกกม่วง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า น้ำเริ่มท่วม มาตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. จนถึงปัจจุบัน พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย 4-5 พันไร่ เบื้องต้น สั่งการให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และพนักงานเทศบาลมาประสานผู้นำดูแลเรื่องเครื่องจักรกลทางการเกษตรรวมทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์นำขึ้นที่สูงโดยเร็วแล้ว

ด้านนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้นายธรณิศ เทพแพงตา หัวหน้าสำนักงาน ปภ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายสมชัย สุมหิรัญ หัวหน้า ฝ่ายแผนอำนวยการปภ. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำยังเอ่อล้นตลิ่ง ที่บ้านนาวี ต.ศรีวิลัย อ.เสลภูมิ และที่บ้านโนนเชียงหวาง บ้านหนองบุ่ง ต.โคกกกม่วง อ.โพนทอง ซึ่งในเบื้องต้นจะได้นำถุงยังชีพเข้ามอบช่วยเหลือต่อไป และกำชับให้เตรียมความพร้อมในการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ โดยแจ้งเหตุประสบภัยได้ที่โทรศัพท์ 0-4351-2955 สายด่วนนิรภัย 1784 หรือที่ไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ หรือช่องทางของศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทยที่สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวได้ลง พื้นที่สำรวจแปลงปลูกดอกมะลิของเกษตรกรใน ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาเกือบทุกวัน ส่งผลทำให้ดอกมะลิเน่าได้รับความเสียหาย ชาวสวนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่ราคาดอกมะลิในท้องตลาด จากเดิมเคยขายได้ ก.ก.ละ 200 บาท แต่ช่วงนี้มะลิขาดตลาดและมีลูกค้าสั่งเพิ่มขึ้น จึงทำให้ราคาดอกมะลิสูงขึ้นหลายเท่าตัว

ขณะที่สถานการณ์ใน จ.พิจิตร นายไพโรจน์ วงตระหง่าน นายกเทศบาลตำบลวังตะกู พร้อมด้วย นายสำรวย ศรีสังข์ รองนายก ทต.วังตะกรู อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้เร่งระบายน้ำออกไปตามนาข้าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา หลังจากน้ำป่าที่ไหลมาจากตามลำคลองดงขุย-ชนแดน เพิ่มระดับน้ำมาอย่างต่อเนื่องในคลองบุษบง ประกอบกับฝนยังตกต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันน้ำในคลองบุษบงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริม 2 คลอง 3 หมู่บ้าน

นายไพโรจน์กล่าวว่า ได้เปิดประตูระบายน้ำไปช่วยเกษตรกรชาวนาที่กำลังขาดน้ำ หล่อเลี้ยงต้นข้าวเนื่องจากที่ผ่านมาข้าวขาดน้ำเพราะว่าฝนตกทิ้งช่วง

ด้านเกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง หลายจุดเริ่มแห้งแล้วหลังฝนตกหนักทำให้มีน้ำท่วมขังอยู่นานนับสัปดาห์ โดยนายพีรพัฒน์ เงินเจริญ นายอำเภอเมือง จ.สตูล สั่งการให้เร่งระดมเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ชั้นในที่ท่วมขังบ้านเรือนชาวเลออกอย่างเร่งด่วนใน 5 ชุมชน แต่ยังคงมีบางชุมชนอย่างชุมชน กรือโป๊ะของชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็น อีกหนึ่งชุมชนที่เป็นทางผ่านไปมาของ นักท่องเที่ยวอยู่ด้านในกลางเกาะ และเป็นหมู่บ้านชาวเล ก็ยังพบมีน้ำที่ยังท่วมขังรอการช่วยเหลือด้วยเช่นกัน โดยชาวบ้านบอกว่าปัญหาของเกาะหลีเป๊ะเมื่อฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ปริมาณน้ำที่ยังท่วมขังเพราะเกาะไม่มีช่องทางระบายน้ำออก เนื่องจากลำราง ถูกปิดทับก่อสร้าง โดยมีการอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายฝ่าย เร่งดำเนินคดีในชั้นศาลถึงการได้มาและการครอบครองสิทธิ์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากต่อเนื่องยาวนาน จากน้ำฝนเป็นน้ำเน่าในที่สุดหากไม่ช่วยกันสูบน้ำที่อยู่กลางเกาะออก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน