พักหนี้ทั้งต้น-ดอก3ปี ให้เกษตรกรและSME วีซ่าฟรีจีน-คาซัคสถาน คิวต่อไป-แก้ ‘เบนซิน’ เศรษฐาตั้ง‘อิ๊ง’รองปธ.เร่งดันซอฟต์เพาเวอร์

ครม.นัดแรกกดปุ่มทันที มาตรการช่วยประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าไฟ 35 สตางค์-ลดดีเซลต่ำกว่า 30 บาท-ตรึงแก๊สหุงต้มถึงสิ้นปี ไฟเขียววีซ่าฟรีจีน-คาซัคสถานยาวถึงสิ้นก.พ.67 พักหนี้เกษตรกรและธุรกิจรายเล็ก ทั้งต้นทั้งดอก 3 ปี-ปรับระบบจ่ายเงินเดือนขรก. 2 รอบต่อเดือน เริ่มม.ค.ปีหน้า ตั้งกก.ยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ ‘เศรษฐา’ นั่งประธาน ‘อุ๊งอิ๊ง’ รองประธาน ‘ภูมิธรรม’ เป็นประธานศึกษาทำประชามติแก้รธน. ‘พีระพันธุ์’ เตรียมกดราคาเบนซินลง 2 บาท/ลิตร ‘จุลพันธ์’ เร่งทำแผนแจกเงินดิจิทัล ‘สุริยะ’ ยันลดตั๋วรถไฟฟ้าเหลือ 20 บาทใน 3 เดือนนี้ ‘สุทิน’ คุยเลิกเกณฑ์ทหารเร็ว-แรงแบบเน็ต 5 จี

ครม.นัดแรก – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงผลการประชุม ครม.นัดแรก โดยมีมติช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจหลายมาตรการ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

‘เศรษฐา’ถกครม.-วีซ่าฟรี 2ปท.
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. เวลา 09.09 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานการประชุมครม.อย่างเป็นทางการนัดแรก และกล่าวก่อนประชุมว่า ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเป็นกำลังใจให้ และช่วยตอบคำถามฝ่ายค้านในช่วงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตลอด 2 วันที่ผ่านมา เมื่อคืนดึกไปหน่อยแต่ขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนกัน และหลังแถลงนโยบายเสร็จสิ้น ทุกคนต้องเริ่มทำงานเต็มรูปแบบทันที

เวลา 11.55 น. นายเศรษฐาแถลงว่า ตนจะแถลงโดยสังเขป โฆษกรัฐบาลจะแถลงรายละเอียดอีกครั้ง มีการสรุปวาระ ครม.หลายเรื่อง เรื่องแรกคือการจัดตั้งคณะกรรมการ จัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีหน้าเพื่อให้สมพระเกียรติ และขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม

เรื่องที่ทุกคนอยากให้มี อยากให้เกิดขึ้น จึงมีการสั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นต่างในรัฐธรรมนูญปี 2560 เห็นชอบให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะรองนายกฯ คนที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ยึดแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ โดยใช้เวทีรัฐสภาในการหารือรูปแบบแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตยร่วมกัน

เรื่องวีซ่าฟรีชั่วคราว เพื่อไม่ให้มีการสับสนวีซ่าฟรีหมายความว่ายกเลิกการขอเดินทางเข้ามาประเทศไทยของประเทศจีนและประเทศ คาซัคสถาน ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วเพียงแต่วันนี้ทำอย่างเป็นทางการโดยแฝงคาซัคสถานมาด้วย เพราะเป็นชาติยุโรปซึ่งมีภาวะฤดูหนาวที่รุนแรงและจากสถิติเป็นประเทศ ที่อยากเดินทางเข้าไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 2 ประเทศนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.นี้ เป็นต้นไป ถึงวันที่ 29 ก.พ.2567 เป็นการยกเว้นชั่วคราวเพื่อดูผลกระทบทั้งหลาย โดยวันที่ 12 ก.ย.ได้คุยกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายความมั่นคง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทท่าอากาศยานไทย เพื่อให้แน่ใจ ทุกภาคส่วนพร้อมรองรับ

ประชุมครม. – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก หลังผ่านขั้นตอนแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ลดค่าไฟ-ดีเซล-เงินขรก.จ่าย2รอบ
นอกจากนี้ มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่เราหาเสียง เป็นการดึงศักยภาพของประชาชนชาวไทยทุกคนออกมาเพื่อ เสริมสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้ชาวไทย ทุกคน ส่วนเรื่องการพักหนี้เกษตรกรได้มีการตกลงกัน ซึ่งจะมีการพักหนี้เกษตรกรและธุรกิจขนาดเล็กเป็นเวลา 3 ปี

ส่วนเรื่องที่ไม่เคยพูดคุยและไม่มีการแย้มถึงเลย แต่ตระหนักดีว่ากระแสเงินสดของ ทุกคนในกระเป๋าเป็นเรื่องสำคัญ จึงดำริให้เปลี่ยนการจ่ายเงินข้าราชการจากเดือนละ 1 รอบเป็นเดือนละ 2 รอบ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกทีหนึ่ง คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป ซึ่งต้องมีการแก้ไขระบบอะไรหลายๆ อย่างจึงทำเลยไม่ได้ เชื่อว่าเรื่องนี้จะบรรเทาทุกข์ให้ข้าราชการ ชั้นผู้น้อยได้เยอะพอสมควร ถ้ามีการจ่ายเงิน 2 รอบจะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ไม่ต้องคอยให้ถึงสิ้นเดือน

เรื่องค่าไฟเป็นอีกเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกัน ลดค่าไฟฟ้าเป็น 4.10 บาท ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จาก 4.45 บาท เชื่อว่าเยอะกว่าที่ประชาชนคาดไว้ จะเริ่มรอบบิลเดือนก.ย.นี้เป็นต้นไป ส่วนการลดราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสูงสำหรับค่าขนส่งให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร เข้าใจว่าจะเริ่มต้นได้วันที่ 20 ก.ย. ทั้งหมดนี้เป็นไฮไลต์สำหรับการประชุมครม.นัดนี้ ส่วนเรื่องเบนซินมีการพูดคุยกันแต่ต้องดูให้ดีถึงกลุ่มผู้เดือดร้อนจริงๆ คงจะมีมาตรการค่อยๆ ทยอยออกมา

นายเศรษฐากล่าวถึง กรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลประเด็นผู้มีอิทธิพลที่มีคลิปเสียง สว.ทรงเอ นายเศรษฐากล่าวว่า ใครมีเรื่องนี้ต้องยื่นไปที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายตำรวจเลย จะไปข้ามขั้นตอนไม่ได้ ถ้าคลิปเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์จริงๆ สามารถยื่นได้เลย ยืนยันว่าเรื่องผู้มีอิทธิพล มาเฟียและเส้นสายตนไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว พูดไปหลายหนแล้ว

นายกฯปธ.ซอฟต์เพาเวอร์-‘อิ๊ง’รอง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการ ประชุมครม.ว่า ครม.รับทราบตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ มีนายเศรษฐา เป็นประธาน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธาน นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นที่ปรึกษา นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ เป็นเลขานุการ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี เป็นกรรมการ โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะกำหนดแนวทาง รูปแบบ กติกา วิธีการ ที่จะคัดเลือก ผู้มีศักยภาพในแต่ละด้านจากแต่ละครอบครัว เพื่อพิจารณาว่าจะส่งเสริมศักยภาพดังกล่าวอย่างไร

นายเศรษฐายังมีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมอบหมายให้ปลัดสำนัก นายกฯ เป็นผู้ดำเนินการ

รัฐบาลมีเจตนารมณ์จะฟื้นฟูการประมงของไทย ให้กลับมายืนเป็นแนวหน้าของโลกอีกครั้ง จากเดิมที่ธุรกิจประมงของไทยเคยเป็นเบอร์ 1 ของโลก แต่ปัจจุบันไม่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก และเจอมาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ นายกฯ จึงให้ตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูทะเลไทย โดยมอบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน คณะกรรมการ นายปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ มาดำเนินการบริหารทรัพยากร ธรรมชาติ ให้เกิดความยั่งยืน

มอบ‘ชลน่าน’ยกระดับบัตรทอง
ส่วนภารกิจด้านสาธารณสุข นายกฯ มอบหมายให้นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ไปแต่งตั้งคณะทำงานยกระดับมาตรฐานการบริการโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) เช่น ในการไปรับบริการที่ร.พ. จากเดิมที่ต้องรอคอยนานเป็นวันเพื่อพบแพทย์เพียง 2 นาที จากนี้ จะเป็นระบบการนัดหมายเข้ารับบริการ เพื่อจะได้ไม่ต้องรอคอยที่ร.พ.ทั้งวัน หรือในบางกรณีที่เป็นเพียงการนัดหมายเพื่อติดตามอาการ หรือรับยาเท่านั้น อาจไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แต่สามารถให้ญาติ ประสานผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อขอรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านได้

นอกจากนี้เรื่องการส่งต่อผู้ป่วยไปยังร.พ.ที่มีศักยภาพสูงกว่า จากเดิมต้องมีการขอใบส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นทาง ที่มีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน ต่อจากนี้ไม่ต้องไปขอใบส่งตัวแล้ว เพราะข้อมูลผู้ป่วยมีอยู่ในฐานระบบที่เชื่อมโยงกันอยู่ ที่สำคัญจากนี้ไม่ต้อง มีร.พ.ประจำแล้ว หากผู้ป่วยอยู่ใกล้โรงพยาบาลไหน หรือชอบใจ มั่นใจโรงพยาบาลไหน สามารถไปได้เลย เหมือนประกันเอกชนคอยดูแล นี่คือเวอร์ชั่นใหม่ เป็นเวอร์ชั่นที่เอา ผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง ให้ประชาชนมีความสะดวก ไม่ใช่ให้ผู้ให้บริการมีความสะดวก นี่เป็นเรื่องใหม่มากๆ เป็นการยกระดับอย่างเห็นได้ชัด

สั่งสาง178กก.-รื้อคำสั่งคสช.
นายชัยกล่าวว่า ที่ประชุมครม.มีการหารือเรื่องการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐ จากการเป็นผู้ดูแล กำกับดูแล เป็นคุณพ่อรู้ดี แล้วออกกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งทำให้การดำเนินชีวิต การทำมาหากินของผู้คน การดำเนินธุรกิจต่างๆ เจออุปสรรคซ้ำซ้อน ดังนั้นนายเศรษฐา จึง ได้สั่งการและแจ้งในที่ประชุมดังนี้ 1.ให้ทุกกระทรวงกลับไปดูว่าที่ผ่านมามีมติครม. ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใดบ้าง ซึ่งสำนักงานเลขาธิการครม.รายงานว่ามีการประกาศตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ล่าสุดพบว่ามีมากถึง 178 ชุด นายกฯ จึงสั่งการให้ไปพิจารณาว่ามีคณะกรรมการชุดใดบ้างที่ยังมีความคุ้มค่า และควรจะมีต่อไป ขอให้เสนอกลับมาไม่เกินวันที่ 25 ก.ย.นี้ พร้อมเหตุผลว่าทำไมยังจำเป็นต้องมีกรรมการชุดดังกล่าว หากไม่มีเหตุผลที่ดี ขอให้ยกเลิกกรรมการชุดนั้น

2.ให้กระทรวง ทบวง กรม ที่เคยได้รับ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือใช้อำนาจ คสช. และยังต้องปฏิบัติตามนั้นอยู่ ไปทบทวนว่าคำสั่งเหล่านั้นยังมีอะไรที่จำเป็นต้องคงเอาไว้หรือไม่ และให้เสนอกลับมาภายในวันที่ 9 ต.ค. หากไม่เสนอเข้ามาให้ถือเป็นอันยกเลิกทั้งหมด

แต่งตั้งขรก.การเมือง-ปลัดคลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ทั้งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง, การต่างประเทศ คมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พาณิชย์ มหาดไทย สาธารณสุข อาทิ นายชัย วัชรงค์ เป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนรองเลขาธิการนายกฯ ประกอบด้วย นายสมคิด เชื้อคง, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม, นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ และยังแต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็น ที่ปรึกษารมว.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นเลขานุการรมว.กลาโหม

รวมถึงแต่งตั้งนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน
(อ่านรายละเอียด น.7)

พน.จ่อกดเบนซิน-ตรึงแก๊สหุงต้ม
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค.2566 ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน เบื้องต้นกระทรวงพลังงาน (พน.) จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบควบคุมค่าการตลาดไม่ให้เกิน 2 บาทต่อลิตร ตาม มติคณะกรรมการบริหารพลังงาน (กบง.) อย่างจริงจัง จะทำให้ราคาเบนซินลดลงได้ในระดับหนึ่ง และจะร่วมกับกระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดราคาเบนซินให้กลุ่มที่จำเป็นต้องใช้เบนซิน เพื่อการประกอบอาชีพที่ เรียกว่ากลุ่มเปราะบาง เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และแท็กซี่ เร่งด่วนต่อไป

ส่วนราคาก๊าซหุงต้ม ตรึงราคาขายปลีกอยู่ที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.2566 ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งจะมีมาตรการช่วยเหลือ ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มให้กับผู้มีรายได้น้อย หรือกลุ่มเป้าหมายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟฟ้ารอบเดือน ก.ย.-ธ.ค.2566 ให้ลดลง 35 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย จากอัตรา 4.45 บาท ต่อหน่วย โดยจะดำเนินการเพิ่มเติมในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไปอีก เพื่อหาทางปรับลดราคา ค่าไฟฟ้าให้เหลือไม่เกินหน่วยละ 4 บาท นอกจากนี้จะดำเนินมาตรการช่วยเหลือส่วน ลดค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมให้แก่กลุ่มเปราะบาง อาทิ การให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย ต่อเดือน โดยกระทรวงพลังงานจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเสนอต่อครม.ต่อไป

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการลดค่าไฟให้ตรงตามเจตนารมณ์ในมติครม. คาดว่าจะดำเนินการ นำเสนอ กกพ.ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับ ใช้ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากนี้

‘จุลพันธ์’เร่งแผนแจกเงินดิจิทัล
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า สำหรับนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท นายกฯ สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อเร่งดำเนินการแล้ว โดยมอบหมายให้ตนไปดำเนินการ เร็วๆ นี้จะหารือกับ ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อหาคำตอบ ก่อนวางไทม์ไลน์ต่างๆ ออกมาอีกครั้ง ตนได้ชี้แจงนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ในช่วงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่าจะไม่ให้เป็นภาระต่อหนี้สาธารณะของประเทศ และกรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพราะมีช่องทางให้เลือกหลายช่องทาง เบื้องต้นจะใช้กลไกงบประมาณประจำปีเป็นหลัก ส่วนระยะเวลายังขอดูอีกครั้ง

ครม.ยังมีมติให้ขยายระยะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% จากที่ต้องเก็บ 10% ต่อไปอีก 1 ปี จากเดือนก.ย.2566 ถึง ก.ย.2567 ส่วนมาตรการพักหนี้ และมาตรการเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เปิดเผยว่า การยกเว้นการยื่นวีซ่านักท่องเที่ยวจีนจะทำ ให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 30% จากจำนวน นักท่องเที่ยวปัจจุบันที่มีอยู่ 2,284,281 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-10 ก.ย.2566) เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนถึงเป้าหมายที่ 5 ล้านคน ส่วนการยกเว้นการยื่นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวคาซัคสถานด้วยนั้น เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น เมื่อถามว่าจะทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณไปเท่าใด น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า ไม่อยากให้ไปโฟกัสการจัดเก็บรายได้ที่สูญเสียไป แต่อยากให้โฟกัสรายได้ที่จะได้เข้าประเทศมากกว่า

ลุยเพิ่มสนามบินภูเก็ต-เชียงใหม่
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับนโยบายวีซ่าฟรีนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน เบื้องต้นกระทรวงได้ประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. เพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวก และลดความแออัด แก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกสนามบินอีกด้วย ยืนยันว่าสนามบินมีความพร้อมที่จะรองรับผู้โดยสารเดินทางเข้าออกทุกสนามบิน ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินภูเก็ต

ในส่วนของการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 ก.ย. จะเปิดให้บริการแบบ Soft Opening อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ซึ่งตนจะลงพื้นที่เพื่อดูความพร้อมอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย. จากนั้นจะร่วมกับครม.ลงพื้นที่ที่จ.ภูเก็ต เพื่อดูความพร้อมของการสร้างสนามบินภูเก็ต แห่งที่ 2 และถนนที่อยู่ในความดูและรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะหารือร่วมกับทล. และกทพ. ในวันดังกล่าว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่ต่อไป

นอกจากนี้ ในวันที่ 15-16 ก.ย. ตนและครม. จะลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เพื่อดูความพร้อมการสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ที่กำลังจะก่อสร้าง รวมทั้งจะลงพื้นที่เพื่อดูความพร้อมถนนที่อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมด้วย

คอนเฟิร์มตั๋วรถไฟฟ้า 20 บ.
นายสุริยะกล่าวกรณีมีกระแสข่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดอดีตผู้ว่าฯ กทม.และผู้บริหารบีทีเอส จ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวถึงปี 2585 มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท เลี่ยงพ.ร.บ.ร่วมทุน ระหว่างรัฐและเอกชน จะกระทบกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายหรือไม่ว่า ทราบเรื่องดังกล่าวจากข่าวหนังสือพิมพ์ ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หาก ผู้บริหารบีทีเอสถูกชี้มูลความผิด จะมีผู้บริหารคนอื่นมารักษาการ และเราสามารถส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมไปพูดคุยกับผู้บริหารที่เข้ามารักษาการได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากอนาคตศาลตัดสินว่าผิด จะกระทบต่อสัญญาจ้างงานบีทีเอสเดินรถหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่กระทรวงไปศึกษาในแง่กฎหมายก่อน แต่จากการได้รับรายงานเบื้องต้นไม่น่ามีปัญหา ต่อข้อถามว่ายังยืนยันว่าอีก 2 ปี รถไฟฟ้าจะ 20 บาทตลอดสายใช่หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า “แน่นอนเลยครับ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสาย ที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะลด 20 บาทในสามเดือน”

บัญชีกลางรับลูกแบ่งจ่ายเงินเดือน
ขณะที่ น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมพร้อมรับนโยบายจากนายเศรษฐา ที่มีแนวคิดจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 รอบต่อเดือน โดยจะมีผลต้นปี 2567 ที่ผ่านมาการจ่ายเงินเดือน ข้าราชการ 2 ครั้ง ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในระบบราชการ ดังนั้น ต้องขอเวลาไปดูระบบดำเนินการภายในของกรม คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา สามารถทำได้ทันตามกรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้

การจ่ายเงินเดือน 2 ครั้ง จะส่งผลต่อข้าราชการในระบบ ลูกจ้าง ทหาร ตำรวจ ครู รวมกว่า 2 ล้านราย ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสด (Cash Flow) ได้ โดยกรมอาจเสนอให้รัฐบาลเปิดช่องให้ข้าราชการเลือกได้ว่า จะรับเงินเดือนเพียงครั้งเดียว หรือ 2 ครั้งก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ขณะเดียวกันยังมีประเด็นเกี่ยวกับการหักเงินเดือนชำระหนี้ เช่น หนี้บ้าน สหกรณ์ต่างๆ ที่ต้องหารือให้ชัดเจนว่า ในส่วนของลูกหนี้จะเลือกหักชำระหนี้อย่างไร ให้หักเดือนละ 1 รอบเหมือนเดิม หรือ แบ่งเป็น 2 งวด และเจ้าหนี้มีแนวทางปฏิบัติในการหักชำระหนี้อย่างไร

“กรมพร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 ครั้งต่อเดือน จะมีส่วนที่ทำได้ทันที คือ ข้าราชการที่ไม่มีหนี้สิน ขณะที่กลุ่มที่มีหนี้สินที่หักเงินเดือนชำระ จะล่าช้ากว่า เพราะต้องไปเจรจากับ เจ้าหนี้ เช่น สถาบันการเงิน สหกรณ์ ว่า ระบบมีความพร้อมรองรับหักชำระหนี้ 2 ครั้งต่อเดือนด้วยหรือไม่” น.ส.กุลยากล่าว

องค์กรครู-ตร.ชั้นผู้น้อยค้าน
นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า นโยบายแบ่งจ่ายเงินเดือน 2 รอบต่อเดือน ตนไม่เห็นด้วย มองว่าข้าราชการทุกคน ควรมีสิทธิ เสรีภาพที่จะได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน ไม่ใช่เป็นการแบ่งจ่าย 2 รอบ เป็นการเอาปัญหาของข้าราชการบางคน มา กระทบกับข้าราชการทุกคน ซึ่งจะส่งผล กระทบภาพรวมทั้งระบบ หากจ่ายเงินเดือน 2 รอบจริง มองว่าเป็นการสร้างภาระ สร้างความปั่นป่วนให้ข้าราชการอย่างมาก เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เกาไม่ถูกที่คัน เกาจนเป็นแผล

สิ่งที่รัฐบาลสามารถช่วยเหลือข้าราชการทั้งระบบคือ เข้าไปคุยกับเจ้าหนี้ สถาบันการเงินต่างๆ ให้ลดดอกเบี้ย หรืออาจพักชำระหนี้ โดยไม่คิดดอกเบี้ย เพราะที่ผ่านมา แม้จะบอกว่าช่วยเหลือโดยการพักชำระหนี้ แต่สถาบันการเงินยังเก็บดอกเบี้ยอยู่ ทำให้เงินต้นก็ไม่ลด แถมดอกเบี้ยยังพุ่งทะยานอีก

ที่ผ่านมาครูเป็นหนี้จำนวนมาก รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือ โดยออกกฎหมายบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เก็บดอกเบี้ยไม่เกิน 3-3.5% เป็นต้น หรือ รัฐบาลอาจหาแหล่งเงินกู้ ให้ครูสามารถกู้ยืม เพื่อรวมหนี้สินไว้ที่เดียวกันทั้งหมด โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3% ต่อปี สามารถกำหนดได้เลยว่าจะต้องหักจากเงินเดือนครู เชื่อว่ารัฐบาลจะหาแหล่งให้ครูกู้เงินเพื่อเคลียร์หนี้สินของครูได้แน่นอน หากรัฐบาลเป็นผู้รับรองกับสถาบันการเงินนั้นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับชั้นประทวนรายหนึ่ง เปิดเผยว่า สำหรับตนไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับนโยบายแบ่งจ่ายเงินเดือน 2 รอบต่อเดือน เพราะตามปกติทุกๆ เดือน ตำรวจชั้นผู้น้อยนั้นมีหนี้สินที่ต้องถูกหักจากเงินกู้ของสหกรณ์ เงินเดือนที่ออกมาจะได้รับไม่เต็มจำนวนอยู่แล้ว เมื่อออก เดือนละ 2 ครั้งจะทำให้จัดการค่าใช้จ่ายต่อเดือนยากยิ่งขึ้น ส่วนตัวเห็นว่าแบบเดิมสะดวกดีอยู่แล้ว และหากเป็นไปได้อยากให้ปรับขึ้นเงินเดือนเพื่อให้เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ ดีกว่า เพราะตอนนี้ข้าวของสินค้าแพงมาก

‘ไหม’แนะตัดหน้าซองหนี้
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เข้าใจว่าอาจเป็นความหวังดี ที่อยากสร้างสภาพคล่องให้กับข้าราชการได้มีเงินเดือนออก 2 ครั้ง ต่อเดือน เหมือนในรูปแบบที่ตามโรงงาน มักทำกัน คือออกเป็นรายสัปดาห์ แต่ความเป็นจริงแล้วการที่รีบออก และไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ทำให้ข้าราชการส่วนใหญ่ที่ไม่มีเวลาเตรียมการอาจจะประสบปัญหาได้ เพราะต้องแลกระหว่างได้เงินก้อนกับสภาพคล่อง หลายคนอาจมีหนี้สินที่ต้องจ่ายเงินเป็นก้อนใหญ่ในช่วงต้นเดือนอยู่แล้ว ต้องไปปรับตัว ซึ่งก่อให้เกิดความยุ่งยากค่อนข้างมาก

ถ้าอยากจะช่วยข้าราชการจริงๆ สิ่งที่สามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ข้าราชการได้เลยคือ ตัดหน้าซองหนี้จะดีกว่า ข้าราชการ ทุกคนรู้ดีว่ามีปัญหาการตัดหนี้ที่ทำให้หน้าซองเงินเดือน เหลือไม่ถึง 10% ของเงินเดือนที่ได้รับ บางคนเงินเดือน 6-7 หมื่นบาท โดนตัดหน้าซองเหลือไม่ถึง 1,000 บาทก็มี เรื่องนี้มีการรณรงค์พูดกันมาหลายปีแล้วว่าอยากให้ตัดหน้าซองให้เหลือไม่ต่ำกว่า 30% น่าจะ ช่วยสภาพคล่องข้าราชการมากกว่า

เมื่อถามว่าเสียงสะท้อนข้าราชการก็หมุนไม่ทัน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แต่ละคนมี หนี้สินไม่เหมือนกัน บางคนมีหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ยังให้ตัดทีละครึ่งได้ แต่หากเป็นหนี้สถาบันการเงิน เช่น การเช่าซื้อรถยนต์ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ดังนั้น หลายคนมีปัญหาแน่นอนว่าจะชอร์ตเงินกะทันหัน ถ้าเงินออกทีละครึ่งเดือน น่าจะทำให้เหลือเงินไม่พอใช้มากกว่าที่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ลองคิดทบทวน ซาวเสียงดูว่าข้าราชการตัวจริงคิดเห็นอย่างไร

จ่ายอุดหนุนเด็กแรกเกิด18ก.ย.
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ว่า ครม.เห็นชอบตามที่พม.เสนองบประมาณสำหรับอุดหนุนเด็กแรกเกิด 0-6 ปี เดือนละ 600 บาท สำหรับเดือน ก.ย.2566 ประมาณ 990 ล้านบาท คาดจะกระจายสู่บัญชีของประชาชนแต่ละครอบครัว 2,254,000 กว่าราย ในวันที่ 18 ก.ย. ต้องขอโทษผู้มีสิทธิ์ อีกครั้งที่เรื่อง ดังกล่าวล่าช้าไปเกือบ 10 วัน เนื่องจากเป็น รอยต่อของ ครม.ชุดเก่ากับครม.ชุดใหม่

ส่วนกรณีที่สส.พรรคก้าวไกลตั้งข้อสังเกตว่าจะสามารถเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุถึง 3,000 บาทได้หรือไม่ ต้องขอชี้แจงว่าหากขึ้นตามสเต็ป ต้องดูให้มีสัดส่วนเป็นไปได้กับรายได้ของประเทศ เพราะหากขึ้นถึง 3,000 บาทต่อราย ภายในปี 2570 ต้องใช้เงินกว่า 200,000 ล้านบาท จากวันนี้ที่ใช้อยู่ประมาณแสนกว่าล้านบาท จึงไม่ใช่ว่าขึ้นจาก 1,000 บาทเป็น 3,000 บาทได้เลย ต้องดูสัดส่วนงบประมาณว่าพอถึงปี 2570 จะมีรายได้จัดเก็บเท่าไร

ตนเข้าใจคนไทยอยากได้สวัสดิการถ้วนหน้า แต่ไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นเหมือนบางเมืองในยุโรปที่เพิ่งประกาศเป็นรัฐล้มละลายไป เพราะมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ไม่มีงบประมาณการพัฒนาเมืองได้ ในขณะที่ประเทศไทยมีความละเอียดอ่อนด้านงบประมาณ วันนี้ยังมีผู้เสียภาษีไม่ถึง 50% จึงต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดที่จะใช้จ่าย แน่นอนว่าความเท่าเทียมกันนั้นเป็นสิ่งที่จะต้องดู

‘อ้วน’เดินหน้าประชามติแก้รธน.
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญและจะเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุด การดำเนินการแก้ไขนั้นเพราะแต่ละฝ่ายมีความเห็นแตกต่างกันและ มีความขัดแย้ง เราไม่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเรื่องติดขัด

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าจะให้ทำประชามติก่อนดำเนินการใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า จะนำเรื่องไปหารือกันแล้วทำเป็นกระบวนการต่างๆ ให้เร็วที่สุด ส่วนการทำประชามติจะเกิดขึ้นตามกระบวนการโดยต้องขจัดความขัดแย้ง และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เร็วที่สุด การแก้ไขครั้งนี้ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมาย และไม่ใช้งบประมาณมากจนเกินไป ต่อข้อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร) เพื่อจัดทำ นายภูมิธรรมกล่าวว่า คงต้องหารือกัน จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ และให้มีรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น รวมถึงการหลีกเลี่ยงการเกิดความ ขัดแย้งต่างๆ ในอนาคต

เมื่อถามว่าคาดว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไรในการทำประชามติ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องไปพูดคุยกันว่าต้องดำเนินการอย่างไร การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เห็นได้จากการแก้ไขครั้งที่ผ่านมา ที่มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายฉบับ แต่ผ่านเพียงฉบับเดียวและมีความขัดแย้งเกิดขึ้น จนถึงขั้นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าอำนาจหน้าที่อยู่ตรงไหนและอะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ แม้แต่เรื่องกระบวนการเข้าสู่การทำประชามติ ซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ดังนั้นการแก้ไขครั้งนี้ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมาย และไม่ใช้งบประมาณมากจนเกินไป

‘เสรี’แนะอย่าดึงคนเห็นต่างร่วม
ส่วน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลตั้งนายภูมิธรรม เป็นผู้รับผิดชอบตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติว่า เรื่องดังกล่าวคงไม่ใช่การยื้อเวลา หลังจากที่รัฐบาลระบุว่าในการประชุมครม.นัดแรก จะมีแนวทางการออกเสียงประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ ถือเป็นหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการเริ่มดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าคณะทำงานศึกษาแนวทางทำประชามติควรประกอบด้วยฝ่ายใดบ้าง นายเสรีกล่าวว่า ไม่ควรมีกลุ่มที่เห็นต่างๆ เพราะอาจทำให้การดำเนินงานเดินหน้าไม่ได้ ดังนั้นการศึกษาเรื่องดังกล่าวควรหาทางให้เดินหน้าได้ ต้องยอมรับว่าประเด็นที่เกิดขึ้นอาจสร้างความพอใจหรือไม่พอใจ และแต่ละพรรคกการเมืองอาจจะคิดเห็นไม่เหมือนกัน ในการทำงานต้องคิดเพื่อให้ทำอย่างไรให้เดินหน้าให้ได้

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้กลุ่มประชาชน 2.5 แสนคนเสนอคำถามประชามติให้รัฐบาลพิจารณา ถือเป็นพันธะกับรัฐบาลหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องรับไปพิจารณาด้วย เพราะเป็นประเด็นที่ภาคประชาชนดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ ไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ภายหลัง ส่วนประเด็นที่ไอลอว์ร่วมสนับสนุนคำถามประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับผ่านกลไกของส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนตัวตนไม่เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าว

ตรวจแถว – นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมพลเรือนคนแรกที่ไม่ได้ควบตำแหน่งนายกฯ ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ในวันแรกของการ เข้าปฏิบัติหน้าที่ ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

‘สุทิน’ถือฤกษ์มงคลเข้ากลาโหม
ที่ศาลหลักเมือง นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม สักการะศาลหลักเมือง เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่รมว.กลาโหม พร้อมนายรัฐ คลังแสง บุตรชาย สส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ถวายพวงมาลัยบูชา พระพุทธรัตนศรีนครบพิตร ที่อาคารหอพระพุทธรูป ผูกผ้าสามสีศาล หลักเมืองจำลอง บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีผบ.เหล่าทัพ ร่วมด้วย

จากนั้นถือฤกษ์ วันที่ 13 เวลา 13.13 น. เข้ากระทรวงกลาโหม สักการะเจ้าพ่อ หอกลอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และเข้าพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ ที่ลานอเนกประสงค์ ภายในศาลาว่าการกระทรวง ก่อนประชุมมอบนโยบายการทำงานให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ

เวลา 13.23 น. ระหว่างที่นายสุทินขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง มีการนิมนต์พระวชิรญาณวิศิษฏ์ หรือพระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น พระอาจารย์ชื่อดังจ.มหาสารคาม เข้าไปทำพิธี ที่ห้องทำงานรมว.กลาโหม พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

มีรายงานว่า นายสุทินใช้ฤกษ์เลข 13 ถือเป็นเลขมงคลชีวิตของนายสุทิน ซึ่งรับราชการครูวันแรกในวันที่ 13 เป็น สส.สมัยแรก ในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ในวันที่ 13 และหลายเหตุการณ์ในชีวิตที่ตรงกับเลข 13 จึงถือฤกษ์วันที่ 13 ก.ย. เวลา 13.13 น. เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รมว.กลาโหม วันแรก

คุยเลิกเกณฑ์ทหารไวแบบ5จี
นายสุทินให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางยกเลิกเกณฑ์ทหารว่า ต้องทำควบคู่กันไป การบังคับเกณฑ์ทหารยังคงต้องมีอยู่ แต่ควรไปกระตุ้นให้คนสมัครเยอะขึ้น หากครบตามที่กองทัพต้องการ ก็ไม่ต้องเกณฑ์ กองทัพได้ให้ความร่วมมืออยู่แล้ว และทำมาหลายปี แต่จะเพิ่มความเร็ว ความแรง เหมือนอินเตอร์เน็ต 5 จี โดยการสร้างแรงจูงใจพิเศษขึ้นมา ตนสั่งให้กองทัพกลับไปลดตัวเลขทหารเกณฑ์ จากเดิมประมาณ 9 หมื่น-1 แสนคน ลงอีกและรณรงค์ให้คนสมัครใจ ด้วยการเพิ่มสวัสดิการ เพิ่มเงินเดือน โดยไม่ต้องรบกวนงบประมาณของประเทศ เช่น หากสามารถลดได้ 1 หมื่นคน จะนำงบของจำนวนที่ลดลงไปเติมเป็นค่าประกอบเลี้ยง ซึ่งปกติจะหักจากเงินเดือนที่ทหารเกณฑ์ 3,000 บาท จากที่ได้รับ 1 หมื่นบาท หากเติมเต็มตรงนี้ จะส่งผลให้ทหารเกณฑ์ได้เงินเดือนจริง 1 หมื่นบาทต่อเดือน

ส่วนความชัดเจนเรื่องการซื้อเรือดำน้ำ ล่าสุด กองทัพเรือสรุปว่า จะเดินหน้าการจัดซื้อจัดจ้างต่อ ซึ่งการดำเนินการขั้นตอนต่อไปจะมาที่กระทรวงกลาโหม และเสนอเข้าสู่การประชุมครม.ต่อไป ซึ่งยังคงมีการสำรวจข้อมูล หารือกันอยู่หลายฝ่าย ซึ่งนายกฯให้ความสนใจเรื่องนี้ และกำลังหาทางออกที่ดีที่สุด ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวที่เยอรมันยกเลิกผลิตเครื่องยนต์เรือดำน้ำรุ่นที่กองทัพเรือต้องการ จะมีปัญหาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ทราบข่าวเรื่องนี้ แต่ข้อเท็จจริงจะต้องติดตามหลังจากนายกฯไปร่วมประชุมสหประชาชาติ

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีนายเศรษฐาให้ประสานงานขอเข้าพบประธานา ธิบดีเยอรมันหรือผู้เกี่ยวข้องในช่วงการประชุมสหประชาชาติ ที่สหรัฐฯ วันที่ 18-24 ก.ย. เพื่อหารือพูดคุยถึงการขอให้อนุมัติ ขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำให้จีนเพื่อนำมาติดตั้งในเรือดำน้ำที่ไทยสั่งซื้อ ว่าขณะนี้รอการยืนยันอยู่ ซึ่งได้ติดต่อไปแล้ว

ตั้งผบ.ตร.ใหม่ 27 ก.ย.นี้
วันที่ 13 ก.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ในวันที่ 27 ก.ย. เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนที่ 14 แทน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยนายกฯ จะพิจารณาและเสนอรายชื่อผู้ที่เหมาะสมต่อที่ประชุม ก.ตร.จากรายชื่อ รอง ผบ.ตร. 4 นาย ซึ่งหากเรียงลำดับอาวุโส ประกอบด้วย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.

ทร.แจงจ้างกู้เรือหลวงโปร่งใส
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล(ก.ก.) ได้อภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาล ช่วงหนึ่งว่ากองทัพเรือได้เปิดประมูลกู้เรือหลวงสุโขทัย ภายหลังได้รับจัดสรรงบประมาณ 200 ล้านบาท ที่เกิดข้อสงสัยเป็นการดำเนินการที่ไม่โปร่งใสว่า กองทัพเรือได้อนุมัติหลักการและงบประมาณในการจ้างกู้และลำเลียงเรือหลวงสุโขทัย โดยให้กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยถืองบประมาณ ในการนี้กองเรือยุทธการได้แต่งตั้งคณะกรรมการทีโออาร์ และใช้วิธี คัดเลือก โดยมีหนังสือเชิญชวนเสนอราคาถึงผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด 14 ราย กำหนดยื่นข้อเสนอวันที่ 25 ส.ค. แต่ปรากฏว่ามีผู้ยื่นข้อเสนอ 6 ราย

จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการยื่นข้อเสนอของทั้ง 6 ราย พบว่าไม่มีรายใดยื่นเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงไม่มีการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและ ข้อเสนอด้านราคา คณะกรรมการจึงยกเลิกการจ้างและลำเลียงเรือหลวงสุโขทัยในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และจะมี การประกาศเพื่อคัดเลือกใหม่ในโอกาสต่อไป ยืนยันกองทัพเรือมีนโยบายในการจัดหาด้วยความโปร่งใส มีเอกสารหลักฐานการดำเนินงานอย่างชัดเจน มีขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนที่สส.ฝ่ายค้าน อภิปรายถึงนามสกุลของผู้ประมูล ที่ระบุว่าเป็นนามสกุลเดียวกับว่าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) นั้น ยืนยันไม่ทราบข้อมูลและชื่อของผู้ประมูล เพราะ ยังไม่ได้เปิดซองประมูลด้วยซ้ำ จึงไม่ทราบว่าสส.เอาข้อมูลมาจากไหน

ที่ศาลหลักเมือง พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ว่าที่ผบ.ทสส. กล่าวถึงกรณีนี้ “ตอนนี้ ยังไม่ทราบจริงๆ ขอไปดูข้อมูลก่อน เดี๋ยวมาคุยกัน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน