บิ๊กเด่นสั่งรื้อนครปฐม เพื่อนกำนันโดนหมด อายัดฟอร์จูนเนอร์ขาว รถพาหนีวันฆ่าสารวัตร
ตร.ปิดนครปฐมปูพรมค้น 15 จุดเครือข่ายกำนันนก สนธิกำลังบช.ก. กองปราบฯ บช.ภาค 7 ป.ป.ท. สรรพากร ทั้งแก๊งอิทธิพล ฮั้วประมูล เพื่อนกำนันก็ไม่รอด เจอปืน 15 กระบอก กระสุนอีกอื้อ แค่จ่าอาร์ตบ้านเดียวซุกไว้มากถึง 9 กระบอก เจอแล้วฟอร์จูนเนอร์ -ปิกอัพพาหนะพากำนัน-ไอ้หน่องหนีวันฆ่าสารวัตรแบงก์ ซุกแพลนต์ปูน บิ๊กโจ๊กบินด่วนไปตรวจยึด ดีเอสไอพบ 2 โครงการรัฐส่อฮั้วประมูลเอื้อกำนันฉาว
นายกฯสั่งปราบแก๊งอิทธิพล
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนัดแรก ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง มีคำสั่งการในที่ประชุมครม. เรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ส่วย ปืนเถื่อน ค้าของเถื่อน รวมถึงการซื้อขายตำแหน่ง โดยมอบหมายให้รมว.มหาดไทย ไปตั้งทีมงานกวาดล้างผู้มีอิทธิพล สีดำ สีเทา เพราะที่ผ่านมามีคำสั่งเรื่องการปัญหาอาวุธปืนมาหลายรอบแต่ไม่เคยเวิร์ก ดังนั้นครั้งนี้ต้องเวิร์ก และการแก้ปัญหาเหล่านี้จะถือเป็นดัชนีชี้วัดประเมินการทำงาน หรือ เคพีไอ ของผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับ การตำรวจภูธรจังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
“นายกฯ ระบุว่า 3 บิ๊กในแต่ละจังหวัด ถ้าเอาเรื่องนี้ไม่อยู่ตามนโยบาย ทั้ง 3 คนต้องรับผิดชอบ ถ้าอยากจะรักษาตำแหน่งไว้ ต้องตอบสนองนโยบายนี้ให้ราบคาบ รวดเร็ว รวมถึงเรื่องยาเสพติดด้วย นายกฯเป็นห่วงเรื่อง การใช้เงินนอกงบประมาณของข้าราชการ ระดับสูง ที่มีข่าวว่าพากันไปทัวร์ไปเที่ยว จนเกิดเสียงวิจารณ์จากผู้เสียภาษีว่าเป็นเรื่อง ไม่เหมาะสม หากจะดำเนินการต้องสมเหตุผล อย่าพร่ำเพรื่อเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องต้องไปกำกับดูแล และได้สั่งทีมงานว่า ในการลงพื้นที่นับจากนี้ให้ลดจำนวนของผู้ติดตามเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน” นายชัยกล่าว
บิ๊กเด่นสั่งล้างบางแก๊งกำนัน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตำรวจกองปราบปราม สนธิกำลังตำรวจ บช.ภาค 7 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปูพรมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่เป็นเครือข่ายของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก เจ้าของงานเลี้ยงโต๊ะจีนต้นเหตุทำให้ พ.ต.ต. ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรแบงก์ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ถูกนายธนัญชัย หรือหน่อง หมั่นมาก ลูกน้องคนสนิทของนายประวีณ ยิงเสียชีวิต จำนวน 15 จุด อยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม กว่า 10 จุด โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากคดีนี้เป็นที่จับตามองและสนใจของสังคม
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า การทำคดีจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการขยายผลตรวจค้นเครือข่ายของผู้มีอิทธิพล และอีกส่วนคือคดียิงพ.ต.ต.ศิวกร เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดนายประวีณและ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนให้ได้ รวมถึงความเกี่ยวเนื่องที่มีตำรวจเข้าไปพัวพันกับผู้มีอิทธิพล คาดจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการกู้ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดจากบ้านนายประวีณ พร้อมกันนี้ยังมอบหมายให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบดูแลและติดตามความคืบหน้าในคดีอย่างต่อเนื่อง
ตร.เยียวยาพตต.-ผกก.ทล.
ส่วนเรื่องการเยียวยาพ.ต.ต.ศิวกร เบื้องต้น ทางต้นสังกัด คือกบก.ทล. และเพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแล้ว รวมถึงกรณีของพ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ที่ยิงตัวเอง เสียชีวิตคาบ้านพักในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ผู้บังคับบัญชารวบรวมเงินให้ความช่วยเหลือแล้วเช่นกัน นอกจากนั้นสำนักงานตำรวจ แห่งชาติมีหลักเกณฑ์ในการเยียวยาสำหรับ ผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ แม้กรณีของพ.ต.ต.ศิวกรจะไม่เข้าข่าย แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีสวัสดิการด้านอื่นช่วยเหลือดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่ และยังได้กำชับ ให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวจับตาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อไม่ให้เกิดความเครียด ป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยกรณี พ.ต.อ.วชิรา
“เชื่อว่าตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่นั้นเป็นเพียงส่วนน้อย ส่วนใหญ่ยังเป็นตำรวจที่ดีและไม่อิงกับผู้มีอิทธิพล อยากขอความเป็นธรรมให้กับตำรวจส่วนใหญ่ด้วย แม้แต่ตำรวจที่ไปร่วมงานเลี้ยงก็ใช่ว่าจะมีความผิดทุกคน ขอให้รอผลการสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อน” ผบ.ตร.กล่าว

รังกำนัน – จนท.หลายหน่วยเข้าตรวจค้นบริษัท ป.พัฒนา รุ่งโรจน์ หนึ่งในธุรกิจ ‘กำนันนก’ นายประวีณ จันทร์คล้าย ที่จ.นคร ปฐม พบรถฟอร์จูนเนอร์คันที่ใช้หนีหลังเกิดเหตุยิงสารวัตรทางหลวง จึงยึดมาตรวจสอบ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.
ปูพรมค้น15จุด
วันเดียวกันเวลา เวลา 08.20 น. ตำรวจบช.ก., บช.ภาค 7, บก.ป., บก.ภ.จว.นครปฐม, หน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทรี บช.ภาค 7, สภ.เมืองนครปฐม, เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และ เจ้าหน้าที่สรรพากร รวมกำลังกว่า 100 นาย ตรวจค้นเป้าหมายสำคัญในพื้นที่ จ.นครปฐม ที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัท ป.พัฒารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด ที่นายประวีณ หรือกำนันนก ถือหุ้นอยู่ เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่สงสัยว่าร่วมกันสมทบในการเสนอราคาประมูลโครงการก่อสร้าง ที่เอื้อผลประโยชน์ต่อกัน หรือการฮั้วประมูล โดยมี 15 จุดที่เข้าตรวจค้นในวันนี้ โดยมีจุดสำคัญ 6 เป้าหมาย
เป้าหมายที่ 1 บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม จุดนี้มีลักษณะคล้ายเป็นแพลนต์ปูน ขนาดใหญ่มีรถบรรทุกจำนวนหลายคันจอดอยู่บริเวณลานกว้าง ขณะ เจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นของศาลอาญา พนักงานของบริษัทและรปภ. พยายามขัดขวางเพื่อไม่ให้ เจ้าหน้าที่เข้าไปโดยทันที แต่เจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงให้ฟังว่าพฤติกรรมดังกล่าวถือว่ามี ความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงาน ก่อนที่พนักงานบริษัทดังกล่าวจะยินยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในพื้นที่ของบริษัท โดยจุดนี้หน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทรี บช.ภาค 7 ต้องเข้าไปเคลียร์พื้นที่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบด้านใน
เจอรถพาหนีซุกแพลนต์ปูน
รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างตรวจค้นพบบุคคลคล้ายเครือญาติของนายประวีณ เดินหลบเจ้าหน้าที่ขึ้นรถตู้ขับออกจากพื้นที่ไป นอกจากนั้นยังพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว และรถกระบะสีบรอนซ์เทา ลักษณะตรงกับรถที่นายประวีณ หรือกำนันนก และนายธนัญชัย หรือหน่อง ใช้เป็นพาหนะหลบหนีจอดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ล่าสุดเจ้าหน้าที่พฐ.เข้าตรวจเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานเพิ่มเติม
ด้านนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เดินทางเข้ามาร่วมตรวจค้นภายในบริษัทดังกล่าวด้วย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เบื้องต้นพบพิรุธส่อเข้าข่ายสมคบกันฮั้วประมูลราคาโครงการก่อสร้าง เชื่อว่าผู้กระทำผิดไม่ได้มีแค่คนเดียว การตรวจค้นวันนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อหาจุดเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดคนอื่นๆ ถ้าถึงใครเตรียมรับผิดได้ ส่วนกรณีบุคคลที่นั่งรถตู้หลบเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ไป เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่หากพบว่ากระทำผิดไม่สามารถหนีไปไหนรอด
คุ้ยบริษัทคู่แข่ง
เป้าหมายที่ 2 บริษัทธงชัย เจริญก่อสร้าง 2566 จำกัด บริษัทคู่แข่งที่ร่วมประกวดราคาก่อสร้างถนนกับบริษัทของนายประวีณ หลังมีข้อมูลว่าอาจฮั้วประมูล ทีมงานฝ่ายกฎหมายของบริษัทธงชัยฯ ยืนยันเป็นเพียงบริษัทคู่แข่งเท่านั้น ไม่รู้จักกันส่วนตัว เปิดเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท
เป้าหมายที่ 3 บริษัท สิงห์ชัยเคพีเอส จำกัด อีกคู่แข่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน ตำรวจ บช.ก.แจ้งหมายศาลและนำกำลังเข้าตรวจค้น พูดคุยกับเจ้าของบ้านและหุ้นส่วนบริษัทที่อยู่ภายในบ้าน จากนั้นเข้าตรวจสอบเอกสารต่างๆ ของบริษัท ในห้องทำงานที่เก็บเอกสาร โดยนำเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลางเข้ามาร่วมตรวจสอบเอกสารต่างๆ ด้วย เพื่อหาข้อมูลหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างต่างๆ หรือไม่ โดยใช้เวลาตรวจค้นนานกว่า 2 ชั่วโมง เบื้องต้นตรวจยึดเอกสาร และคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนั้นยังเชิญตัวหุ้นส่วนบริษัทไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ บช.ภาค 7
ค้นบ้านกำนันเต้ง-กำนันโต้ง
เป้าหมายที่ 4 พ.ต.ต.พร้อมคุณ ทองบัว สว.กก.5 บก.ป. นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านนายศักรินทร์ ท้วมสุข ฉายากำนันเต้ง ในพื้นที่ ต.ทัพหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม เปิดเป็นร้านจำหน่ายวัตถุมงคลประเภทไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ เป็นต้น ชื่อร้านกำนันเต้ง ทุ่งรี เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ และไม่พบตัวนายศักรินทร์ มีเพียงป้านาย ศักรินทร์ยืนยันว่าหลานชายไม่ได้เป็นกำนัน เพียงแค่ตั้งชื่อในเฟซบุ๊กเท่านั้น ทำให้ผู้คนพากันเรียกจนติดปาก ปกติมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่ได้ทำงานให้นักการเมืองท้องถิ่นหรือกำนันนก แต่มีฝีมือในการทำอาหาร ปัจจุบันไปเปิดร้านข้าวมันไก่ที่ประเทศกัมพูชา
เป้าหมายที่ 5 บ้านพักนายณัฐพล เอกจีน หรือกำนันโต้ง ในพื้นที่ ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน พบอาวุธปืน มีทะเบียน 2 กระบอก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อายัดไว้ตรวจสอบ พร้อมเก็บหลักฐาน ปลอกกระสุน เกลียวกระสุน รวมถึงตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงในทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะนายประวีณว่ามีความเกี่ยวโยงในด้านใดบ้าง
‘จ่าอาร์ต’ซุกปืนอื้อ
เป้าหมายที่ 6 บ้านพัก จ.ส.ต.พิสิฐ ชิวปรีชา หรือ จ่าอาร์ต ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. หลานนายประวีณที่ถูกเชื่อมโยงว่าอาจเป็นอีกสาเหตุการเสียชีวิตของพ.ต.ต. ศิวกร หรือ สารวัตรแบงก์ ในพื้นที่ต.ตลาดจินดา อ.สามพราน เบื้องต้นไม่พบตัวจ.ส.ต.พิสิฐ แต่ตรวจค้นพบอาวุปืน 9 กระบอก แบ่งเป็นอาวุธปืนยาว 3 กระบอก อาวุธปืนพก 6 กระบอก เจ้าหน้าที่อายัดไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้นผลปฏิบัติการการตรวจค้น 15 จุดเครือข่ายกำนันนก พบอาวุธปืน 15 กระบอก ทั้งปืนสั้นและปืนยาว กระสุนปืน 224 นัด แบ่งเป็นปืนที่มีทะเบียน 14 กระบอก ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก และยังพบสมุดบัญชีธนาคาร 24 เล่ม โพยหวยใต้ดิน 13 รายการ รวมถึงยังยึดคอมพิวเตอร์ 1 ชุด ทั้งหมดจะต้องรอผลการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
‘บิ๊กโจ๊ก’รุดตรวจรถกำนัน
ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. บินด่วนเข้าตรวจสอบบริษัท ป.พัฒนารุ่งเรืองก่อสร้าง จำกัด หลังพบยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว และรถกระบะสีบรอนซ์เทา ของกลางสำคัญที่ปรากฏในภาพวงจรปิด ในขบวนช่วยเหลือนายประวีณ หรือกำนันนก และนายธนัญชัย หรือหน่อง หลบหนีในคืนวันเกิดเหตุ เบื้องต้นอายัดรถทั้ง 2 คันไปเก็บรักษาที่บช.ภาค 7 ให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบลายนิ้วมือและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เผยว่า รถคันดังกล่าว ถูกนำไปล้างทำความสะอาด ดัดแปลงสภาพโดยการถอดไฟท้ายออก เพื่อทำลายหลักฐาน ไม่ให้ถูกจดจำได้ แต่ไม่ส่งผลต่อการเก็บพิสูจน์หลักฐานเนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ และถอดกล้องวงจรปิดในพื้นที่ของบริษัทนำไปตรวจสอบว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องนำรถคันดังกล่าวมาซุกซ่อนเอาไว้ หากพบใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีฐานช่วยเหลือ แนวทางการสืบสวนเบื้องต้นทราบแล้วว่าลูกน้องของกำนันนกเป็นคนขับพา หลบหนี
มท.ล้อมคอกอิทธิพลท้องถิ่น
วันเดียวกัน นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดที่ 0310.2/ว 26209 ลงวันที่ 12 ก.ย.ถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เรื่อง มาตรการควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากประพฤติปฏิบัติตนไม่ถูกต้องเหมาะสม ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย นโยบายของรัฐบาล หรือกระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพลตามที่ปรากฏข่าว ให้นายอำเภอพิจารณาตามมาตรการทางปกครองและวินัย ดังนี้
1.ให้อำเภอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านละเลยการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง นายอำเภอสามารถสั่งลงโทษวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ได้แก่ ภาคทัณฑ์ ตัดค่าตอบแทน และลดอันดับเงินเดือนไม่เกินหนึ่งอันดับ
2.หากกรณีดังกล่าวเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ให้นายอำเภอรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หากผลการสอบสวนมีมูลความผิดจริง สามารถลงโทษ ปลดออก หรือไล่ออกจากตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 62 ทวิ อนึ่ง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้วมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้ว นายอำเภอสามารถใช้ดุลพินิจสั่งพักหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรอผลการสอบสวนทางวินัย
3.หากนายอำเภอพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นการบกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตน ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ให้นายอำเภอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อสอบสวนให้ได้ความว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีพฤติกรรมบกพร่องในหน้าที่หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง แล้วรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมีคำสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านพ้นจากตำแหน่ง ตามพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 14(7)
4.หากพบว่ากรณียังไม่มีมูลให้ดำเนินการทางวินัย ให้นายอำเภอว่ากล่าวตักเตือนให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดผลดีต่อราชการ
5.กรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านผู้ใดประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เอาใจใส่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ให้จังหวัดดำเนินการยกย่องชมเชยให้ปรากฏเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่น แล้วรายงานให้กรมการปกครองทราบ

เคลื่อนศพ – ครอบครัวและเพื่อนตำรวจร่วมกันเคลื่อนย้ายร่างพ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. จากวัดตรีทศเทพฯ กรุงเทพฯ ไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ที่วัดใหญ่ท่าเสา จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.
เคลื่อน‘ผกก.เบิ้ม’กลับบ้านเกิด
วันเดียวกัน ที่ศาลา 5 วัดตรีทศเทพ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ครอบครัวและเพื่อนร่วมรุ่นช่วยกันเคลื่อนศพ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ หรือผู้กำกับเบิ้ม ผกก.2 บก.ทล. ไปตั้งประกอบพิธีทางศาสนาต่อที่วัดใหญ่ท่าเสา ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยนำรูปภาพ พ.ต.อ.วชิรา พร้อมพานหมวกสีขาว และกระบี่ วางไว้หน้าโลงศพ ขณะที่น้องชายของพ.ต.อ. วชิราเข้าไปกอดรูปร่ำไห้ โดยพ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.8 บก.ทล. นำขบวนรถเดินทางออกจากวัดตรีทศเทพ ไปยังวัดใหญ่ท่าเสา
ดีเอสไอคุ้ยฮั้วประมูล
วันเดียวกัน ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกองคดีฮั้วประมูล กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้า การตรวจสอบกรณี นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก ทำธุรกิจในเครือข่ายหลายธุรกิจที่เข้าเสนอและรับงานจากหน่วยงานของรัฐหลายกระทรวงในพื้นที่หลายจังหวัด โดยประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ผลิต และจำหน่ายยางแอสฟัลติกคอนกรีต ก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย มีมูลค่าหลายพันล้านบาท
ร.ต.อ.สุรวุฒิ เผยว่า อธิบดีดีเอสไอมอบหมายให้กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กคร.) ตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลของ กคร. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ผลการตรวจสอบพบนายประวีณมีเครือข่ายธุรกิจที่เข้าไปรับงานจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานภาครัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน รวม 1,544 โครงการ ในวงเงินงบประมาณ 7,579,402,078.72 บาท และวงเงินทำสัญญารวม 6,964,815,249.47 บาท จำนวน 2 บริษัท คือ บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด (เข้ารับงาน 923 โครงการ) และบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด (เข้ารับงาน 621 โครงการ)
จากกรณีดังกล่าวกองคดีความผิดเกี่ยวกับเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนคดีฮั้วประมูลที่มีมูลค่าวงเงินสัญญาตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป ตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ตรวจสอบพบว่า มีโครงการที่ บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด ได้งานจากภาครัฐที่มีมูลค่าโครงการจำนวนเกิน 30 ล้านบาท 18 โครงการ และบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด 2 โครงการ
พบส่อ 2 โครงการ 6.5 ร้อยล.
พบข้อมูลที่มีเหตุอันควรสงสงสัยจะมีการได้เข้าทำสัญญากับภาครัฐโดยไม่โปร่งใส มีลักษณะอันอาจเข้าข่ายตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อมีวัตถุประสงค์เข้าทำสัญญากับรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยกีดกันไม่ให้มีการเสนอราคาอันมิใช่เป็นการประกอบธุรกิจปกติ ประกอบไปด้วย โครงการประกวดราคาจ้างเหมาทำการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อ.ดอนตูม-ต.ลำลูกบัว โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) งบประมาณ 300,000,000 บาท และประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ต.ลำลูกบัว-บรรจบทางหลวงหมายเลข 346 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) งบประมาณ 350,000,000 บาท
ร.ต.อ.สุรวุฒิยังกล่าวว่า วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มีรูปแบบประกวดราคาที่ปลอดภัยที่สุด แต่ยอมรับว่ายังมีช่องว่าง เนื่องจากพบข้อมูลของกลุ่มบริษัทยื่นซองรั่วไหลออกไปสู่บุคคลภายนอก สันนิษฐานอาจจะเป็นบุคคลภายในที่นำข้อมูลออกไปเผยแพร่ให้กับบริษัทรับเหมา นอกจากนี้ตั้งข้อสังเกตถึงการเข้าถึงโครงการรับเหมาก่อสร้างของภาครัฐจำนวนมาก อาจจะมีนักการเมือง ท้องถิ่นหรือผู้มีอิทธิพลอื่นอยู่เบื้องหลังคอยให้การสนับสนุนเสนองานให้โดยเฉพาะเจาะจงเจ้าหน้าที่พยายามสืบสวนขยายผลให้ครอบคลุมไปให้ลึกที่สุด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ขณะที่การสอบสวนพยาน กำหนดเรียกเข้าให้ข้อมูลในสัปดาห์หน้าช่วงวันจันทร์-พุธ โดยเป็นกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เคยยื่นซองแข่งขันประกวดราคา เพื่อรับงานในโครงการของรัฐตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน พบว่า มี 65 บริษัท และยังได้รับเบาะแสจากบางบริษัท แจ้งข้อมูลด้วยว่า เคยถูกข่มขู่เพื่อกีดกันไม่ให้เข้าร่วมยื่นซองประมูลรับงานด้วย หากการสอบสวนพบว่าความจริงก็เป็นการกระทำที่เข้าข่ายมีความผิดด้วย
เปิดข้อมูลบริษัทกำนันนก
รายงานข่าวแจ้งสำหรับข้อมูล บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และ บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารับงานจากภาครัฐตั้งแต่ปี 2554-2566 มีจำนวนทั้งหมด 1,544 โครงการ ปี 2554 จำนวน 29 โครงการ ปี2561 จำนวน 124 โครงการ ปี 2555 จำนวน 66 โครงการ ปี 2562 จำนวน 146 โครงการ ปี 2556 จำนวน 66 โครงการ ปี 2563 จำนวน 194 โครงการ ปี 2557 จำนวน 58 โครงการ ปี 2564 จำนวน 183 โครงการ ปี 2558 จำนวน 203 โครงการ ปี 2565 จำนวน 140 โครงการ ปี 2559 จำนวน 185 โครงการ ปี 2566 จำนวน 11 โครงการ ปี 2560 จำนวน 139 โครงการ รวม 1,544 โครงการ
ทั้งนี้บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด ได้งานมูลค่าโครงการเกิน 30 ล้านบาท 18 โครงการ มีหน่วยงานเจ้าของโครงการ อบจ.นครปฐม 6 โครงการ กรมทางหลวง 6 โครงการ กรมทางหลวงชนบท 3 โครงการ สำนักทางหลวงที่ 33 กรมทางหลวง เพชรบุรี 3 โครงการ รวมมูลค่า 1.16 พันล้านบาท บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ได้งานมูลค่าโครงการเกิน 30 ล้านบาท 2 โครงการ ปี 2564 หน่วยงานเจ้าของโครงการคือ อบจ.นครปฐม ปี 2565 หน่วยงานเจ้าของโครงการคือ กรมทางหลวงชนบท รวมมูลค่า 78 ล้านบาท