สั่งอพยพหนีน้ำท่วม อุบลฯ แม่มูนทะลักตลิ่งไหลบ่าท่วมบ้านริมฝั่ง ผู้ว่าฯ สั่งบ้านเรือนใกล้เคียงพร้อมอพยพขึ้นที่สูง ขณะที่เสลภูมิ ร้อยเอ็ด ยังท่วมหนัก ลุ่มน้ำยัง สาขาแม่น้ำชี ไหลบ่าแรงน้ำท่วมสูงครึ่งเมตรมิดถนนยาว 3 ก.ม. เอ่อจมนาข้าว 16 หมู่บ้านอีกกว่า 2 พันไร่ ด้านชลประทานห้วยหลวง โพนพิสัย หนองคาย เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขง หวั่นล้นเขื่อนท่วมพื้นที่เกษตรติดลำห้วย

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. จากสถานการณ์ลุ่มน้ำยังตอนบน ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำชี ได้บ่าล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายและหมู่บ้านในหลายพื้นที่ของ อ.เสลภูมิ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ถูกน้ำท่วม ถนนขาด ต้องหันไปใช้เรือสัญจรกัน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านโพธิ์ตาก บ้าน กุดเรือ บ้านโพธิ์ชัน บ้านพันขาง ต.นางาม อ.เสลภูมิ พบถนนทางเข้าหมู่บ้าน มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักสุดอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านโพธิ์ตาก ถูก น้ำท่วมยาว 3 ก.ม. น้ำไหลบ่าข้ามถนนอย่างแรง ระดับน้ำสูงกว่า 40 ซ.ม. และเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนนาข้าวในพื้นที่ ต.นางาม 16 หมู่บ้าน มีทั้งสิ้น 4,018 ไร่ คาดว่าจมน้ำเสียหายไปกว่า 2,000 ไร่

นายวีระพงษ์ โคตรพงษ์ นายอำเภอเสลภูมิ ในฐานะผอ.ภัยพิบัติระดับอำเภอ ได้นำเจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่เพื่อช่วยเหลือโดยด่วนแล้ว

น้ำล้อม – ภาพมุมสูงสภาพบ้านโพธิ์ตาก ต.นางาม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ถูกมวลน้ำจากจ.กาฬสินธุ์ไหลเอ่อท่วม ล้อมรอบกลายเป็นเกาะกลางน้ำ บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรจมน้ำรวมกว่า 2 พันไร่ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ส่วนที่โครงการห้วยหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เปิดประตูน้ำเร่งระบายน้ำจากลำห้วยหลวงลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งปริมาณน้ำในลำห้วยหลวง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง มีปริมาณมาก รองรับน้ำในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี ก่อนไหลมายังพื้นที่ อ.โพนพิสัย และไหลลงสู่แม่น้ำโขง โดยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.หนองคาย และจ.อุดรธานี ทำให้ปริมาณน้ำในลำห้วยหลวงเพิ่มสูง ดังนั้น ต้องเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขงเป็นการด่วน หากไม่เร่งระบายน้ำออกไปอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ติดลำห้วยหลวง ซึ่งอยู่ระหว่างการปักดำนาข้าวจนได้รับความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้ตรวจสอบระดับน้ำอย่างใกล้ชิดและประเมินสถานการณ์น้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงสถานการณ์แม่น้ำมูนว่า ระดับแม่น้ำมูนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากเกิดฝนตกหนักบนด้านเหนือของจังหวัด ทำให้ลำน้ำสาขาไหลมารวมกันที่แม่น้ำมูน จ.อุบลราชธานี จึงได้ออกประกาศเตือนให้ชาวชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำมูนอพยพหนีน้ำขึ้นที่สูง เบื้องต้นมี 1 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว คือ ชุมชนวังแดง จำนวน 44 ครอบครัว ต้องอพยพแล้วเกือบ 10 ครอบครัว พร้อมกำชับให้ชุมชนใกล้เคียงเฝ้าติดตามสถานการณ์แม่น้ำมูนที่สูงขึ้น ส่วนจะมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักหรือไม่ ต้องดูว่ามีร่องมรสุมหรือพายุเข้ามาเพิ่มเติมในช่วงนี้อีกหรือไม่ ส่วนแม่น้ำมูนที่สถานีวัดน้ำ M วันเดียวกัน มีระดับน้ำสูง 5.10 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1 เมตรเศษ

ซ่อมสะพาน – พระปลัดจิตตพัฒน์ อัคคปัญโญ เจ้าอาวาสวัดภูสมณาราม นำพระสงฆ์ สามเณร เร่งซ่อมแซมสะพานซูตองเป้ ที่บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หลังระดับน้ำหลากท่วมลดระดับลง เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ที่สะพานซูตองเป้ บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว วันเดียวกัน พระปลัดจิตตพัฒน์ อัคคปัญโญ เจ้าอาวาสวัดภูสมณาราม (ซูตองเป้) พร้อมพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้าน ได้สำรวจเตรียมซ่อมแซมสะพานซูตองเป้ ที่โยกและพังหลังจากถูกน้ำป่าซัดขาด

โดยพระปลัดจิตตพัฒน์ เจ้าอาวาสวัด ภูสมณาราม กล่าวว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนัก ช่วงคืนวันที่ 8 ก.ย. ทำให้น้ำป่าจากลำน้ำห้วยผา หลากซัดสะพานไม้ไผ่ซูตองเป้ ทำให้เสาสะพานโยกไป 100 กว่าเมตร ส่วนช่วงที่สะพานขาด มีความยาว 10-12 เมตร โดย ว่าที่ ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน และนางศิริอร รังสิริตานนท์ ตัวแทนจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าหารือเพื่อเตรียมการประชุมหาข้อสรุป พร้อมระดมข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในการซ่อมแซมสะพานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน