ไม่เกินเดือนสรุปเป๋าดิจิทัล‘เพิ่มพูน’ชูเรียนดีมีความสุขปลดหนี้ครู-แจกแท็บเล็ต

‘เศรษฐา’ ลั่นไม่ท้อถูกวิจารณ์ แบ่งจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 งวดต่อเดือน ระบุเป็นออปชั่นให้เลือกได้ ส่วนแจกเงินดิจิทัล ไม่เกิน 1 เดือน ได้ข้อสรุป ชี้แบ่งงานรองนายกฯ ถูกฝาถูกตัว ให้ ‘ภูมิธรรม’ คุมเกษตร อย่ามองแบ่งซีก รมว.ศธ. ‘เพิ่มพูน’ โชว์มอตโต เรียนดีมีความสุข แก้หนี้ครู แจกแท็บเล็ตครู-นักเรียน สั่งห้ามซื้อขายตำแหน่ง ถ้าเจอกัดไม่ปล่อย ‘บิ๊กป๊อด’ จี้ทส.รับมือ พีเอ็ม 2.5 ‘ศิริกัญญา’ โวยรัฐบาลมือเติบ ครม.นัดแรกอนุมัติกู้เพิ่มแสนล้านโปะแจกเงินดิจิทัล ทำหนี้สาธารณะพุ่ง นายกฯ เซ็นตั้งวิปรัฐบาล ‘อดิศร’ นั่งประธาน

‘นิด’เข้าเฝ้าสังฆราช-ไปวัดไตรมิตรฯ

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. เวลา 09.00 น. นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว. การคลัง ถือฤกษ์วันพระแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ปีเถาะ เดินทางมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระอริย วงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมีนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมงานด้วย และมีชายชาวบางพลัด กทม. วัย 68 ปี มอบเหรียญหลวงพ่อทันใจให้นายกฯ พร้อมระบุขอให้ได้ทำงานสำเร็จทันใจ จากนั้น นายเศรษฐาเดินทางไปวัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี และสนทนาธรรม

จากนั้น นายเศรษฐาไปวัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระมหา รัชมงคลมุนีและสนทนาธรรม หลังจากนั้นสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี นำนายกฯ ไปกราบนมัสการและขอพรหลวงพ่อทองคำ “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” ประดิษฐานอยู่ที่พระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ทั้งองค์ ใหญ่ที่สุดในโลก ตามความเชื่อหากใครได้ไหว้ บูชา หลวงพ่อทองคำแล้ว จะทำให้มีความร่ำรวย มีโชค มีลาภ มีเงินใช้ตลอดปี และนายกฯ ยังได้ทักทายนักเรียนโรงเรียนมหาวีรานุวัตร ที่มาทัศนศึกษา รวมถึงทักทายนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกอย่างเป็นกันเอง

หลังนายเศรษฐากราบลาสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567

แจงออปชั่นจ่ายเงินขรก.

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.ย. มีมติให้ปรับจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็น 2 รอบต่อเดือนเริ่มม.ค.2567 นายเศรษฐากล่าวว่า ปัจจุบันมีการจ่ายเงินเดือนเดือนละหน แต่การแบ่งจ่าย 2 หนจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระสำหรับคนที่มีหนี้สิน สามารถจ่ายหนี้สินคืนได้เร็วขึ้น คนที่เป็นหนี้สามารถหักจ่ายเป็น 2 งวดได้ และสามารถจัดสรรได้ บางคนบอกว่าเป็นเรื่องของกระแสเงินสดที่รัฐบาลมีปัญหา แต่ความจริงไม่ใช่เลย หากแบ่งจ่าย 2 รอบ ทีละครึ่งเดือนทุกวันที่ 15 และสิ้นเดือน ถ้าใครไม่มีหนี้ สามารถนำเงินไปลงทุนทำประโยชน์อื่นหรือฝากธนาคารได้

“ขอให้เป็นทางเลือกจะมีแต่เสมอตัวกับ ดีขึ้น การที่เราเสนอทางเลือกใหม่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่รัฐบาลบริหารโดยมีขีดงบประมาณจำกัด ต้องคำนึงถึงทุกๆ มิติ ของการออกแต่ละนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เป็นแค่โปรแกรมใหม่ที่จะจ่ายเงินอย่างไร เมื่อไร มีหลายคนโดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เพิ่งเข้ามาทำงาน อาจมีปัญหาภาระทางการเงินและต้องแบ่งจ่ายชักหน้าไม่ถึงหลังก็เท่านั้น ซึ่งกรมบัญชีกลางจะทำเป็นออปชั่นให้เลือกว่าจะเอาแบบไหน ตรงนี้ใจเย็นนิดหนึ่ง” นายเศรษฐากล่าว

ลั่นไม่ท้อโดนด่า-มีแผนขึ้นงด.

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้รัฐบาลได้ศึกษามาก่อนหน้าโดยละเอียดแล้วหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ใช่ มีการเรียนถามไปแล้วกับข้าราชการทุกระดับ คุยหมดและถามหมด ตนหวังว่าบริษัทแต่ละบริษัทน่าจะลองเอาไปเป็นทางเลือก ขอใช้คำว่าทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่ดี ต่อข้อถามว่าเหมือนนายกฯ หวังดีแต่กระแสกลับตรงกันข้ามจะทำอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า “สู้ต่อครับ ไม่มีอะไร เพราะทราบอยู่แล้วว่าการออกนโยบายอะไรต้องมีทั้งกระแสลบและกระแสบวก” ผู้สื่อข่าวถามว่ายังไม่ท้อใจใช่หรือไม่ที่โดนด่า เรื่องนี้ นายเศรษฐากล่าวว่า “คนชมก็มีเยอะ แต่อย่างว่าผมต้องฟังทุกเสียงทั้งติทั้งชม เพราะเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว เสียงบางเสียงก็มีประโยชน์ ติก็ขอให้ติอย่างสร้างสรรค์”

ต่อข้อถามว่าหลังมีกระแสวิจารณ์มาก นายกฯ และรัฐบาลพร้อมปรับแนวทางเลือกหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “เป็นทางเลือก ไม่ปรับครับ” เป็นทางเลือกคือแบ่งจ่าย 2 หน หรือจ่ายทีเดียวก็ได้ เพราะทางเลือกเป็นทางเลือกที่ดี หากใครไม่ชอบก็ใช้อย่างเดียวได้ หรือใครอยากจ่าย 2 หนก็ได้ มีแต่ดีขึ้นกับเสมอตัว ถ้าใครไม่ชอบก็เอาแบบเก่า ถ้าใครจะจ่าย 2 หนก็ทำได้ อย่างเช่นหนี้ครู แบ่งจ่ายสองหนได้ สามารถพูดคุยได้กับสถาบันทางการเงินเพราะเขาต้องการเพียงแค่หนี้คืน ทุกคนทราบดีว่า พี่น้องประชาชนประสบปัญหาเรื่องกระแสเงินสด เราก็คิดให้และทำมาให้ ส่วนเรื่องผลตอบแทนที่สูงขึ้นนั้นเป็นแผนระยะยาวของเราหากมีความพร้อมจะแถลงอีกครั้ง

เล็งตั้งเพิ่มกก.ซอฟต์เพาเวอร์

นายเศรษฐากล่าวกรณีครม. แต่งตั้งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์ เพาเวอร์เป็นการดึงคนทุกภาคส่วนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่จำเป็นต้องแค่น.ส.แพทองธาร จะมีอีกหลายคนหลายภาคส่วน และมีอีกหลายคนที่รัฐบาลจะเชิญเข้ามาเพื่อให้ครบทุกมิติ ในการผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ทำความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น

นายเศรษฐากล่าวถึงกรณีมีคำสั่งให้ ทุกหน่วยงานไปทบทวนคณะกรรมการที่แต่งตั้งในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า ต้องปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาว่ากฎหมายบางข้อที่ไม่ได้ใช้และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและการปฏิบัติหน้าที่ของราชการ ก็ยกเลิกไป ถ้ายกเลิกไม่ได้ก็นำกลับเข้าสู่ที่ประชุมครม.ใหม่ เป็นการพูดคร่าวๆ เราพยายามทำให้เป็นรัฐสนับสนุน กฎหมายอะไรที่บอกทำไม่ได้ก็อยากให้รีบทำ แต่ต้องไม่ขัดหลักนิติธรรมการบริหารจัดการประเทศและการดำเนินธุรกิจ

เฝ้าสังฆราช – สมเด็จพระสังฆราชประทานพระวโรกาสให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะ ทรงให้คำแนะนำและประทานพรแก่นายกฯ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

อีก 1 เดือนสรุปดิจิทัลวอลเล็ต

เวลา 13.00 น. นายเศรษฐา พร้อมด้วยนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้ฤกษ์ เข้าทำงานที่กระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการวันแรก และประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง พร้อมด้วย ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลังทุกแห่ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีและแถลงว่า การกู้เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งการกู้เศรษฐกิจ เป็นการเพิ่มการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ จีดีพีจะเพิ่มขึ้น แต่หนี้ก็จะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนจีดีพีที่เพิ่มสูงกว่า จะส่งผลต่อหนี้สาธารณะ ไม่ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจ อยากให้เป็นแบบนั้น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว บางนโยบาย เช่น พักหนี้เกษตรกร ที่มีการดำเนินการมาแล้ว 13 ครั้ง ในรอบ 9 ปี ยังจำเป็นต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งจะมีการคุยกันต่อ เราทำอะไรได้ เราจะทำก่อน ไม่อยากคอยให้ครบหมดทุกภาคส่วนแล้วค่อยประกาศ

ส่วนความคืบหน้ามาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท คลังยืนยันว่าแหล่งเงินมีแน่นอน โครงการนี้เกิดขึ้นแน่นอน แต่ขอเวลาพิจารณา คาดว่าไม่เกิน 1 เดือนจะได้ข้อสรุป และชี้แจงให้รับทราบว่า แหล่งเงินที่นำมาใช้ในโครงการจะมาจากไหน ซึ่งมีหลายทางเลือก ต้องไปพิจารณาว่าทางไหนเหมาะสมที่สุด และมีผลกระทบในวงกว้างน้อยที่สุด เราจะใช้ข้อมูลดาต้าเบสจากแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เพราะผ่านการยืนยันตัวตนด้วยระบบ KYC เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะมีการเขียน บล็อกเชนมากำกับผู้สื่อข่าวถามว่า หากให้คะแนนความสำเร็จโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เต็ม 10 จะให้กี่คะแนน นายเศรษฐากล่าวว่า 11

กราบสมเด็จ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เข้ากราบสักการะสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ที่พระมหามณฑปเฉลิม พระเกียรติฯ วัดไตรมิตรฯ กรุงเทพฯ โดยมีบรรดานักท่องเที่ยวเข้ามาขอร่วมถ่ายรูปกับนายกฯ เป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

คลังปัดรัฐถังแตก

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า การจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 รอบต่อเดือน ทางกรมบัญชีกลางกำลังนำไปศึกษาและดูความพร้อมทั้งหมด ยืนยันว่าพร้อมที่จะทำตามนโยบายรัฐบาล และไม่ล้มอย่างแน่นอนส่วนเสียงสะท้อนจากข้าราชการส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยนั้น พร้อมที่จะรับฟังและนำไปพิจารณาร่วมด้วย รายละเอียดทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งอาจมีทางเลือกให้ อยากให้รอดูก่อน เช่น อาจเสนอให้รัฐบาลเปิดช่องให้ข้าราชการเลือกได้ว่า จะรับเงินเดือนเพียงครั้งเดียว หรือ 2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ส่วนกรณีที่เลือกรับเงินเดือน 2 ครั้งต่อเดือนนั้น ต้องมากำหนดต่อว่าจะจ่ายวันที่เท่าไหร่

ด้านน.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า วันที่ 15 ก.ย. กรมเรียกประชุมผู้บริหารเป็นการภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบในการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 รอบต่อเดือน ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันจะมีการโอนเงินเดือนให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน เดือนละ 5 หมื่นล้านบาท ยืนยันว่าการแบ่งจ่ายเงินเดือน 2 รอบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระแสเงินสดของรัฐบาลไม่เพียงพอ ไม่ได้เป็นการเอางบประมาณมาหมุนก่อน เพราะการจ่ายเงินเดือน เป็นการจ่ายก่อนล่วงหน้า และเป็น รายจ่ายที่กำหนดไว้ประจำอยู่แล้ว

ประชุมครู – พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ประชุมครูทั่วประเทศผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ชูนโยบายเรียนดี มีความสุข ปรับวิทยฐานะ-แก้หนี้สิน-แจกแท็บเล็ต พร้อมกำชับห้ามซื้อขายตำแหน่ง ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

‘บิ๊กอุ้ม’ชูเรียนดีมีสุข-แก้หนี้

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ประชุมมอบนโยบายการศึกษา และแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” โดยมีผู้บริหารกระทรวง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมรับมอบนโยบายผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า การดำเนินการของตนจะอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีความตั้งใจอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะดำเนินการอย่างเป็นกัลยาณมิตร ภายใต้การทำงาน แบบตนคือ “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” ตนอยากหาคำที่จะเป็นมอตโตง่ายๆ ที่จะใช้ในการทำงานร่วมกันคือ “เรียนดี มีความสุข” ทั้งผู้เรียนและผู้ปกครอง เพราะถ้ามีความสุขแล้ว จะทำให้การเรียนดีขึ้น โดยมีแนวทางการจัดการศึกษา 2 รูปแบบ คือ การเรียนสู่ความเป็นเลิศ และการเรียนเพื่อความมั่นคงในชีวิตซึ่งจะกลายเป็นมายแม็พ ง่ายๆ ดังนี้

ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขึ้นตอนมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน

2.ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น โยกย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้าเตือนแล้วไม่ฟัง ตนกัดไม่ปล่อย อย่าคิดเอาใครมาเคลียร์กับตน ขอร้องว่า อย่าไปรีดเลือดครูด้วยกัน อีกเรื่องคือ สถาบันผลิตครู และหน่วยใช้ครู ร่วมกันสำรวจความต้องการครูแต่ละสาขาวิชาที่ขาดแคลนในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาให้ ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครู หรือครูผู้ช่วยในภูมิลำเนาของตนเอง

3.แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สร้างความเข้าใจในการวางแผนการใช้เงิน หน่วยงานต้นสังกัด ประสานการจัดการให้ได้รีไฟแนนซ์ หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียว โดยลดดอกเบี้ยให้ถูกลง ระยะเวลาผ่อนส่งยาวขึ้น พักชำระดอกเบี้ยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถาบันการเงินโดยรัฐบาลจ่ายดอกเบี้ย ให้แก่ผู้มีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี โดยชำระเพียงเงินต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ครูทั่วประเทศ

4.จัดหาอุปกรณ์การสอนสวัสดิการต่างๆ ให้กับครู เช่น โครงการ 1 ครู 1 แท็บเล็ต บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน ผู้เป็นเจ้าของสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และสนับสนุนงบประมาณเพื่อ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์

ลดภาระนักเรียน-ผู้ปกครอง

ส่วนแนวทางลดภาระนักเรียนและ ผู้ปกครอง 1.เรียนทุกที่ทุกเวลา เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จัดหา 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดการศึกษาด้วย

ส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีอย่างจริงจัง สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน จัดหาแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงระบบออนไลน์รองรับการใช้งานให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีที่ 1-3 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการพัฒนาของโลกในยุคดิจิทัล โดยต้องดูงบประมาณว่าจะเป็นระบบเช่า หรือซื้อ

2.จัดทำ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ และงบประมาณในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม จัดสรรครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์พิเศษ หรือมีงบประมาณจัดจ้างครูอัตราจ้างเพิ่มเติมในวิชาที่ขาดแคลน

3.ระบบแนะแนวการเรียน หรือโค้ชชิ่ง และเป้าหมายชีวิตพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีทักษะที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต

4.การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบวิชาชีพ 5.จัดระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่มีความเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย 6.มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ คงจะต้องมีการทำข้อตกลง หรือเอ็มโอยู ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และสถานประกอบการต่างๆ ในการจัดการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ

ห้ามมีป้ายต้อนรับ-ของฝาก

สำหรับข้อสั่งการและแนวปฏิบัติ 1.ให้นำนโยบายครม. และรมว.ศึกษาธิการ ไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมโดยจัดทำแผนปฏิบัติการหรือแอ๊กชั่นแพลนที่เป็นรูปธรรม 2.ดำเนินการป้องกันปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุแต่งตั้งโยกย้าย ห้ามซื้อขายตำแหน่ง ถ้าได้ยิน ตนเอาจริง การจัดซื้อจัดจ้างให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส 3.อยากให้ผู้บริหาร และครูน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้และปลูกฝังให้นักเรียน 4.รวมกันใช้พลังงานสะอาด เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

5.ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาลและนายกฯ ได้เน้นย้ำให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยผลักดัน สร้างนิสัยรักการอ่าน โดยอยากให้ผู้บริหารและครูเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน และ 6.การลงพื้นที่ตรวจราชการ ขอความร่วมมือ ให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องมาเข้ารับการตรวจเยี่ยม ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ต้องเดินทางมา เพื่อไม่ให้การทำงานเกิดความบกพร่อง และหากตนไปตรวจเยี่ยมอยากให้เป็นไปด้วยความเรียบง่าย และประหยัด ขอเน้นผู้บริหารทุกระดับ เวลามาประชุม อยากให้ผ่านระบบออนไลน์ เพราะหากมาเองอาจต้องเสียค่าเดินทาง ไม่มีครูสอนนักเรียน

“ป้ายต้อนรับ สมัยผมเป็นตำรวจไม่อยากให้มี แต่ก็มีดื้อ ทำให้ผมต้องไปจ่ายค่าป้าย รวมถึงของฝากของที่ระลึก ไม่ต้องมี สิ่งที่จะให้ผมคือการทำงาน เรื่องทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิตราชการ อยากขอร้อง เพราะผมไม่อยากเสียมาตรฐานของตัวเอง สุดท้ายขอความร่วมมือ ตอบแบบสอบถาม ซึ่งจะมีคิวอาร์โค้ด เพื่อดูว่าอะไรเป็นสิ่งที่เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้ทำ การทำงานผมจะยึด หลักการนโยบายและแผนการทำงานเป็นหลัก แต่ต้องสามารถปรับได้ ผมพร้อมรับฟัง ผมไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น ผมอยากให้ทุกคนเป็นกระจกเงาสะท้อน เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

เข้ากระทรวง – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เข้าทำงานวันแรกที่กระทรวงยุติธรรม โดยมีผู้บริหารส่วนราชการต่างๆ ในสังกัดให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

‘บิ๊กป๊อด’สั่งทส.รับมือพีเอ็ม 2.5

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายการทำงานให้แก่ ผู้บริหารระดับสูง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรมในสังกัด ผู้บริหารระดับสูง ต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำ โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวหลังมอบนโยบายการทำงานว่า หลักในการทำงานที่ตนยึดถือมาตลอดในการรับราชการ และคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี คือ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มีวินัย อยากให้ทุกคนนำไปยึดเป็นหลักปฏิบัติ ส่วนเรื่องเนื้องานผู้บริหารทุกคนน่าจะทราบกันอยู่แล้ว รับราชการกันมานาน เนื้องานทำตามลำดับ และอยากให้ช่วยกันเร่งรัดดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใกล้จะฤดูหนาว ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือเรื่อง ไฟป่า PM 2.5 ขอให้ทุกท่านเตรียมรับมือให้พร้อม จะทำกันอย่างไร ให้ทุกคนช่วยกันคิด แนะนำ แสดงความคิดเห็นในส่วนที่จะทำให้กระทรวงของเราพัฒนาดียิ่งขึ้น การทำงานบูรณาการร่วมกันทั้งภายในและภายนอกหน่วยอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาชื่อเสียงหน่วยงาน อย่าให้ใครมาตำหนิการทำงานของกระทรวงเราได้ มีปัญหาให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งโยกย้าย ผู้บริหารระดับสูงจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากมีตำแหน่งว่างหลายตำแหน่ง พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า มีวาระการแต่งตั้งอยู่แล้ว ปลัดกระทรวงจะเป็นคนดูแลเรื่องนี้ โดยพิจารณาจากเส้นทางการทำงาน หรือ career path ส่วนตนจะพิจารณาอีกครั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ ขณะที่การแต่งตั้งคณะทำงานทางการเมือง อยู่ระหว่างการพิจารณา

ไม่ทิ้งพี่ป้อม-บ้านป่ารอยต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีการแบ่งงานของรองนายกฯ โดยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ในกำกับดูแลของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เหตุใด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากรมว.เกษตรฯคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า อย่าไปโฟกัสว่า ใครอยู่พรรคไหนอย่างไร ซึ่งตนพูดตั้งแต่วันแรกว่ารัฐบาลชุดนี้แม้จะมีพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 11 พรรค แต่เป็นรัฐบาลของประชาชน ขออย่าดูว่า เป็นรัฐบาลซีกไหน กลุ่มไหน คิดว่าเป็นการดูแลที่ถูกฝาถูกคน เพราะนายภูมิธรรมดูแลเรื่องการเกษตรและพาณิชย์ควบคู่กันไป เราเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีความขัดแย้งกัน

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐเปิดเผยว่า จากการมอบหมายงานรองนายกฯ ดังกล่าว ทำให้มีการปล่อยข่าวทำนองว่า พล.ต.อ.พัชรวาทและร.อ.ธรรมนัส เตรียมทิ้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ ซึ่งเป็นกระแสข่าวที่ไม่เป็นความจริง โดยกรณีร.อ.ธรรมนัสมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเคยสังกัดพรรค เพื่อไทยมาก่อน ส่วนพล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะน้องชายของพล.อ.ประวิตร เข้ามาทำงานในรัฐบาลโดยเป็นตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งพล.อ.ประวิตร เป็นผู้มอบหมายให้เข้ามาร่วมเป็นครม. ยืนยันได้ว่าพล.ต.อ.พัชรวาททำงานขึ้นตรงกับพล.อ.ประวิตร ข่าวที่ว่าจะทิ้งบ้านป่ารอยต่อฯ ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน

‘สุริยะ’เร่งจัดของขวัญปีใหม่

ที่กระทรวงคมนาคม (คค.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมว่า ถึงการผลักดันนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า หลังจากการมอบนโยบาย ตนจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พิจารณาแนวทางปฏิบัติในการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วง ตลอดจนประเมินผลกระทบต่อหนี้สาธารณะ คาดว่าจะได้ข้อสรุปพร้อมเสนอเข้าที่ประชุมครม. ภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือภายในเดือนต.ค.นี้ และดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน

ขณะที่การผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ ในโครงการรถไฟฟ้าสายอื่น กระทรวงมี เป้าหมายจะต้องผลักดันให้เกิดภายใน 2 ปี ครอบคลุมทุกเส้นทางรถไฟฟ้าทุกสายจะต้องมีอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องเรียกเอกชนคู่สัญญาสัมปทานมาเจรจาโดยเร็วที่สุด และต้องหารือด้วยว่าเมื่อการปรับลดค่าโดยสาร จะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดรายได้ของเอกชนจะเพิ่มขึ้น จะแบ่งปันผลประโยชน์แก่รัฐอย่างไร

ก.ก.ซัดครม.อนุมัติกู้เพิ่มแสนล.

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีมติครม.อนุมัติกู้เงินเพิ่มในปีงบประมาณ 2567 เพื่อชดเชยขาดดุลเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท ทำให้ประมาณการหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 64% ของจีดีพีว่า นายเศรษฐาเพิ่งให้สัญญาผ่านการกล่าวปิดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารงบประมาณสำหรับทุกนโยบายอย่างมีความระมัดระวัง ไม่ให้กระทบสัดส่วนหนี้สาธารณะที่ 63% สูงขึ้นไปอีกโดยไม่มีเหตุอันควร แต่มติครม.นัดแรก มีการเห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2567-2570) เพื่อนำไปประกอบการจัดทำกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 โดยในการปรับปรุงแผนการคลังใหม่นี้ พบว่ากรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จากเดิมเมื่อ ต้นปีอยู่ที่ 3.35 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่ม 1.3 แสนล้านบาท

ประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิปี งบประมาณ 2567 ไว้ที่ 2.787 ล้านล้านบาท มากกว่าที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งประเมินไว้ที่ 2.757 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 3 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่าต้องกู้เพื่อชดเชยขาดดุลไป 6.93 แสนล้านบาท มากกว่าที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ที่ 5.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท ทำให้หนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านล้านบาท คิดเป็น 64% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ 63% ของจีดีพี

มือเติบ-ทำหนี้สาธารณะพุ่ง

การประมาณการครั้งนี้ แม้หนี้สาธารณะจะไม่ถึงกรอบที่ตั้งไว้ที่ 70% แต่มีข้อสังเกตน่าสนใจหลายประการ 1.งบประมาณเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.3 แสนล้านบาท คาดว่าน่าจะขยายขึ้นมาเพื่อรองรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่ยังไม่น่าพอสำหรับวงเงิน 560,000 ล้านบาท 2.ประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นเพียง 3 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลเคยบอกว่าดิจิทัลวอลเล็ตจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้จัดเก็บภาษีเพิ่มได้ 1 แสนล้านบาท

3.ขยายการกู้ชดเชยขาดดุลไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ในขณะที่ปีที่แล้วยังเจอกับผลกระทบโควิด จากที่จะกู้เพิ่ม 3% ของ จีดีพี ก็เพิ่มเป็น 3.63% และจากที่จะทยอยลดลงจนเหลือ 2.79% ในปี 2570 กลับคงไว้ในระดับสูงที่ 3.36% 4.ประมาณการว่า จีดีพีจะโตระหว่าง 3.2-3.3% ระหว่าง ปี 2567-2571 เฉลี่ยไม่มีทางถึง 5% ตามที่ได้เคยหาเสียง

“เห็นได้ว่ารัฐบาลค่อนข้างมือเติบและตั้งงบเพิ่มขึ้นมาก โดยวิธีการกู้มาโปะเพิ่มถึงแสนล้านบาท เพื่อมาใช้จ่ายในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 64% ในปีหน้า นายกฯ อาจจะต้องลดการพูดถึงวินัยการคลังไปสักพักก่อน เพราะอาจทำไม่ได้อย่างที่พูด และถ้าเป็นแบบนี้เป้าหมายที่พรรคเพื่อไทยเคยตั้งว่าจะทำงบประมาณสมดุลใน 7 ปีข้างหน้า ก็ไม่น่าจะเป็นจริง” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

‘อู๊ดด้า’เย้ยบทเรียนตัดสินใจไว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า มติครม.เรื่องลดค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมันดีเซล เป็นเรื่องดี และต้องทำ ไม่ทำไม่ได้เพราะทุกพรรคหาเสียงไว้ และเป็นเรื่องที่เคยทำมาแล้วหลายรัฐบาล สิ่งที่ประชาชนอยากรู้คือ มติครม.ดังกล่าว เป็นเรื่องชั่วคราว ไม่กี่เดือน หลังจากหมดเงื่อนเวลาแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าและโครงสร้างราคาน้ำมันยังไม่มีปรากฏ

ส่วนเรื่องจ่ายเงินเดือน 2 รอบนั้น เข้าใจ ว่ารัฐบาลคงต้องการแสดงว่าเป็นรัฐบาลที่ได้โชว์แนวคิดอะไรใหม่ๆ และตัดสินใจได้รวดเร็ว ที่สำคัญคงหวังให้ข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำเงินเดือนออกมาใช้เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจจากการบริโภคให้รัฐบาล แต่อาจยังมองแค่บางมุม เช่น เรื่องหนี้สินที่อ้างว่าเพื่อให้ข้าราชการได้ใช้หนี้เร็วขึ้นเป็นเดือนละ 2 รอบ แต่ลืมมองอีกด้านว่าอาจจะโดนทวงหนี้เดือนละ 2 รอบตามมาได้เช่นกัน ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ และมติดังกล่าวไม่ใช่การขึ้นเงินเดือน แค่จ่ายเงินเดือนเท่าเดิม จนมีเสียงต่อต้านออกมามาก จึงคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับรัฐบาลให้รอบคอบมากขึ้นในอนาคต

สำหรับเรื่องวีซ่าฟรีให้จีนและคาซัคสถาน ตนเคยดูแลการท่องเที่ยวและกีฬามาก่อนในรัฐบาลชวน 2 รู้ดีว่าเป็นเรื่องควรทำในสถานการณ์นี้เพื่อเร่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ตนเคยทำทั้งวีซ่าฟรีและฟรีวีซ่า คือไม่ต้องมีวีซ่าสำหรับบางประเทศ หรือมีวีซ่าแต่ไม่ต้องจ่ายค่าวีซ่า รวมทั้งการเปิดโอกาสให้หลายประเทศทำ visa on arrival ได้ คือมาทำที่สนามบินไทยตอนมาถึงได้เลย ไม่ต้องทำมาล่วงหน้า ซึ่งมีผลในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้มากในขณะนั้น

‘เสี่ยอ้วน’จ่อระดมไอเดียแก้รธน.

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายเศรษฐา มอบหมายให้ดูแลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญทางปฏิบัติต้องถามประชาชนก่อนว่าจะแก้หรือไม่แก้ ถ้าแก้จะแก้ด้วยกระบวนการแบบไหน อย่างไร ดังนั้นถ้าไม่เคลียร์ให้จบก่อนแต่ละกระบวนการจะค้างไม่คืบหน้า สิ่งที่ต้องทำคือให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อให้มีความคิดเห็นที่หลากหลายในการช่วยกันคิด หาจุดที่พอดีให้ เดินหน้า หากเราพูดคุยส่วนต่างๆ ได้จะค่อยๆ แกะไปทีละเปลาะแล้วนำไปสู่การแก้ไขที่ ทุกฝ่ายยอมรับได้ จะเป็นการเปิดประตู บานแรกจนได้รัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นออกมา หลังจากนี้ตนจะเร่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากทุกฝ่ายตามที่นายกฯ สั่งการให้ดึงการมีส่วนร่วมของทุกคนเข้ามาและให้รายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการได้มาซึ่งคำถามทำประชามติจะใช้เวทีรัฐสภาหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เวทีรัฐสภาจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะคุย ถ้าเห็นพ้องกันทุกฝ่ายก็เป็นจุดเริ่มต้นว่าคนที่เป็นตัวแทนคนในสังคมพอใจกับ สิ่งนี้ แล้วนำไปสู่การตัดสินของประชาชน เมื่อถามว่ามีกรอบหรือไม่ว่าต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะทำประชามติ นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายกฯ กำชับอยากให้ตนที่คลุกคลีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไปดึงความคิดเห็นเข้ามา ซึ่งอาจเริ่มต้นจากการนำทีมที่ปรึกษาของแต่ละพรรคมาพูดคุยกัน แล้วขยายตัวไปสู่กลุ่มวิชาชีพ ถ้าเห็นพ้องกันทั้งกลุ่มธุรกิจ ประชาชน ข้าราชการ จะทำให้การขยับไปสู่การลงประชามติไม่ยากลำบาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน