ฝนถล่มเมืองพะเยาข้ามคืน น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนกว่า 200 หลัง ในหลายตำบล ชาวบ้านขนของหนีน้ำกันจ้าละหวั่นกลางดึก ที่ยโสธร น้ำท่วมพื้นที่เกษตร ชาวบ้านต้องนำวัวออกมากินหญ้า-ใบไม้ตามริมถนน น้ำลำเซบายเอ่อล้นถนนที่คำเขื่อนแก้ว ต้องปิดทางสัญจร ส่วนเมืองอุบล ชาวบ้านหนีน้ำมูนทะลักตลิ่งขึ้นมาตั้งเต็นท์พักอาศัยที่ศูนย์อพยพแล้ว 50 ครัวเรือน ขอหน่วยงานราชการ-ท้องถิ่นสำรองเต็นท์ รองรับผู้อพยพเพิ่ม

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักข้ามคืนที่จ.พะเยา ส่งผลกระทบกับพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองพะเยา เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนในพื้นที่ หมู่ 3, 12 และ 15 ในพื้นที่ต.แม่นาเรือ อ.เมือง ขณะที่ชุมชนแม่ต่ำสายใน เขตต.แม่ต๋ำ อ.เมือง เกิดน้ำป่าไหลมาสมทบกับลำน้ำแม่ต๋ำ ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน บ้านป่าลาน-บ้านภูมินทร์ 50 หลังคาเรือน ต่างพากันขนย้ายข้าวของทรัพย์สินขึ้นไว้ที่สูง บางคนก็ขนไม่ทันถูกน้ำท่วมพัดเอาสิ่งของไหลไปตามน้ำ บางหลังถูกน้ำท่วมขังได้ใช้เครื่องสูบน้ำไดโว่ สูบน้ำออกทิ้งทางรั้วบ้าน ส่วนบ้านที่น้ำยังท่วมไม่ถึง ก็ได้นำเอากระสอบทรายมาปิดกั้นตามประตูทางเข้าบ้านและแนวรั้ว เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านส่วนระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆฝนและมีฝนตกกระจายไปทั่วบริเวณโดยมวลน้ำไหลมาจากพื้นที่ต.แม่กาและต.แม่นาเรือ ทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเรือและฝ่ายปกครองก็ได้ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านเรือนในเบื้องต้นแล้ว รวมทั้งเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คาดว่าน้ำจะไหลบ่าจากภูเขาสูงมาและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่รวมทั้งเป็นจุดเสี่ยงการเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก

นางสุมิตรา กัณฑมิตร นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เทศบาล นำกระสอบทราย เข้าช่วยเหลือชาวบ้านเพื่อนำไปปิดกั้นน้ำไม่ให้น้ำไหลเข้าภายในบ้าน และนำรถแบ๊กโฮ เปิดทางน้ำ ที่มีเศษวัชพืชติดค้างอยู่ตามคอใต้สะพานออกทิ้ง เพื่อระบายน้ำแม่ต๋ำให้ไหลลงสู่กว๊านพะเยา และเร่งช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

สำหรับสถานการณ์น้ำป่าไหลเข้าร่วมบ้านเรือนชุมชนแม่ต๋ำ ตั้งแต่เวลา 01.00 น จนถึงสายวันเดียวกัน ยังมี มวลน้ำแม่ต๋ำไหลผ่านตามถนนและเข้าท่วมบ้านประชาชนอย่าง ต่อเนื่อง

ส่วนที่จ.อุบลราชธานี ทหารอากาศจากกองบินที่ 21 อ.เมืองอุบลราชธานี ช่วยขนย้ายข้าวของชาวบ้านในชุมชนวังแดงและชุมชนเบญจะมะ 1 เทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งถูกแม่น้ำมูนล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านพักอาศัย ย้ายเข้าไปอยู่ในศูนย์อพยพชั่วคราวที่สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี นำเต็นท์จำนวน 10 หลัง มาให้พักอาศัยในสวนสาธารณะห้วยม่วง

โดยชาวชุมชนทั้งสองระบุว่า แม่น้ำมูนปรับตัวสูงขึ้นรวดเร็วมากวันละกว่า 20-30 ซ.ม. ทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านชั้นเดียวต้องอพยพหนีน้ำ เพราะไม่แน่ใจน้ำจะสูงขึ้นไปอีกเท่าใด เนื่องจากมีบทเรียนตั้งแต่ปี 2565 ได้รับแจ้งจากหน่วยงานว่า ระดับน้ำท่วมจะไม่สูงมาก แต่ปรากฏหนักกว่าปี 2562 น้ำท่วมจนมิดหลังคาบ้าน ทำให้เก็บทรัพย์สินไม่ทันเสียหายทั้งหมด ตอนนี้ต้องการให้หน่วยงานรีบนำเต็นท์มาตั้งเพิ่มเติมขึ้นอีก เพราะยังไม่เพียงพอแก่ความต้องการของผู้อพยพที่มีมากเกือบ 50 ครอบครัว และไม่แน่ใจกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องการขนย้ายข้าวของไปอยู่ในศูนย์อพยพ เพราะน้ำเริ่มไหลเข้าท่วมบ้านแล้ว

สำหรับแม่น้ำมูนวันเดียวกัน มีระดับน้ำสูง 5.33 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 34 ซ.ม. ห่างจากจุดเตือนภัยเพียง 10 เมตรเศษเท่านั้น

ยโสธรจม – ถนนเส้นทางบ้านม่วงอ่อน ต.ดู่ทุ่ง อ.เมือง จ.ยโสธร เชื่อมต่อบ้านโพธิ์ ต.นางาม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ถูกน้ำท่วมระยะทางยาว 1 ก.ม. รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ ขณะที่พื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 3,000 ไร่ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

ด้านจ.ยโสธร ชาวบ้านม่วงอ่อน หมู่ 8 ต.ดู่ทุ่ง อ.เมือง ได้นำสัตว์เลี้ยง วัว ออกไปกินหญ้าและใบไม้ตามข้างถนน เนื่องจากพื้นที่สาธารณะที่เคยนำสัตว์เลี้ยงออกไปกินหญ้าได้ถูกน้ำท่วมจนไม่มีหญ้าจะมีก็ตามไหลทางเท่านั้นโดยสัตว์เลี้ยงของประชาชนจะหากินหญ้าเดินกินไปตามไหล่ทางของถนนทั้งวันจนถึงเวลาเย็น

ส่วนที่ถนนลาดยางระหว่างบ้านม่วงอ่อน หมู่ 8 ต.ดู่ทุ่ง อ.เมือง จ.ยโสธร ไปบ้านโพธิ์ชัน ต.นางาม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายสรชาย ครองยุทธ นายอำเภอเมือง จ.ยโสธร พร้อมด้วยปลัดอำเภอ นายสรวุฒิ ปาลาวัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย และนายเกียรติศักดิ์ โตพุ่ม นายก อบต.ดู่ทุ่ง พร้อมรองนายก อบต.ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำและถนนที่ถูกน้ำท่วมความยาว 1 ก.ม. ที่รับมวลน้ำไหลมาจาก อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ไหลเชี่ยวหนุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเบื้องต้นมีเพียงพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียเป็นบริเวณกว้าง มากกว่า 3,000 ไร่

นายเกียรติศักดิ์ นายกอบต.ดู่ทุ่ง กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่การเกษตรของประชาชนคาดว่าจะได้รับความเสียหายมากกว่า 3,000 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่การเกษตร บ้านสามเพีย บ้านโนนจำปา บ้านม่วงอ่อนและบ้านผือ แต่ก็ต้องรอดูน้ำที่ท่วมอยู่จะลดลงหรือไม่ หากน้ำยังท่วมอยู่ 7-15 วัน นาข้าวอาจเสียหายแต่ก็ต้องรอดูระดับน้ำก่อนจึงจะสำรวจความเสียหายอีกครั้งหนึ่ง สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านจากหลายหมู่บ้าน ทั้งจากตัวเมืองยโสธร และชาวบ้านผือ บ้านม่วงอ่อน บ้านใหม่ชุมพร ต.เดิด อ.เมือง ได้พากันออกหาปลาตามไหล่ทางที่ถูกน้ำท่วม ได้มากก็นำมาขายให้แม่ค้าในตัวเมือง ที่ออกไปรับซื้อถึงที่ และเพื่อนบ้านก็จะขายให้ในราคาถูก ก.ก.ละแค่ 20 บาท ส่วนมากจะเป็น ปลานางฟ้า ปลาอีตุ ปลาเนื้ออ่อน เป็นต้น ที่เหลือก็จะตั้งวงกินข้าวป่ากันริมถนนแถวพื้นที่น้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานผลกระทบทางด้านลำน้ำเซบาย นายภาณุมาศ แก้วพิลึก นายก อบต.นาคำ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ได้ขึ้นป้ายสั่งปิดถนนสาย บ้านปักแฮด ต.นาคำ ไป อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เนื่องจากเกิดน้ำท่วมถนนสูง 50 ซ.ม. รถเล็กและรถใหญ่สัญจรผ่านไม่ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน