ไม่บันทึกภาพนาทียิงชี้วางแผนก่อนลงมือพ่อแม่เมียโผล่ให้การล็อกสอบรปภ.ลูกน้อง

‘พ่อ-แม่-เมียกำนันนก’ โผล่ให้การคดีสั่งยิงสารวัตร ล็อกตัวสอบเครียดรปภ.ลูกน้อง คนถือปืนเข้าไปในงานโต๊ะจีน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยันกู้วงจรปิด 2 ตัวสุดท้ายได้แล้ว แต่ไม่มีภาพนาที ‘ไอ้หน่อง’ ลั่นไกใส่พ.ต.ต. ชี้วางแผนเตรียมการก่อนยิงเพราะรู้จะเกิดอะไรขึ้น จึงสั่งให้ถอดปลั๊กก่อนลงมือ อีกทั้งก่อนเกิดเหตุลูกน้องกำนันขนปืนเข้ามา แม้กล้องจับภาพไม่ได้แต่ไม่ส่งผลเสียต่อ รูปคดี เพราะมีพยานยืนยันมัดชัดเจน รวมถึงลายนิ้วมือ ปืนก่อเหตุ รถพาหนี

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่สภ.เมืองนครปฐม ตำรวจควบคุมตัวนายประสงค์ ไทรไกรกระ รปภ.บ้านนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก ผู้ต้องหาสั่งยิงฆ่าพ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 บก.ทล. มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มี เหตุอันควร เนื่องจากมีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิดขณะถือปืนเดินเข้าไปในงานเลี้ยง บ้านกำนัน และแสดงท่าทีขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยนายประสงค์ระบุว่ามาทำงานบ้านกำนันได้ไม่ถึงปี ได้เงินเดือนละ 12,000 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายประสงค์ไปฝากขังศาลจังหวัดนครปฐม พร้อมคัดค้านประกันตัว โดยระหว่างนั้นนายประสงค์มีอาการเคร่งเครียด ใบหน้าเศร้า และน้ำตาไหล ไม่พูด หรือตอบคำถามใดๆ

ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พนักงานสอบสวนเชิญนายประโยชน์ จันทร์คล้าย หรือผู้ใหญ่โยชน์ พ่อกำนันนก พร้อมด้วยภรรยานายประโยชน์ ภรรยากำนันนก มาสอบปากคำ โดยมีทนายความมาร่วมด้วย หลังสอบปากคำนาน 30 นาที ทั้งหมดไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ ก่อนรีบเดินทางกลับทันที

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนำตัว นายสอง อายุ 25-30 ปี มีรอยสักเต็มตัว มาสอบปากคำ โดยนายสองเป็นลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่จ.นครปฐม เป็นผู้ต้องสงสัยนำอาวุธปืนไปให้นักการเมืองท้องถิ่นลูกพี่ ในงานเลี้ยงบ้านกำนันนกวันเกิดเหตุ ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนบช.ภาค 7 เชิญพ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผกก.สน.พญาไท หนึ่งในตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยงกำนันนกมาสอบปากคำ โดยพ.ต.อ.กฤษฎาพรมีอาการเคร่งเครียด เมื่อเหลือบมองเห็น กลุ่มสื่อมวลชน จึงหยิบหน้ากากอนามัย มาสวมปิดบังใบหน้าทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาพวงจรปิดพบรถกระบะ 4 ประตู สีดำ ขับออกจากงานเลี้ยงหลังเกิดเหตุยิงพ.ต.ต.ศิวกร นำขบวนรถ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ของกำนันนกหลบหนีไป จากการตรวจสอบพบข้อมูลว่าคนขับรถ รถกระบะสีดำคือรองสารวัตรนายหนึ่งใน จ.นครปฐม ซึ่งชุดคลี่คลายได้นำตัวมาสอบปากคำแล้ว โดยรองสารวัตรให้การอ้างว่า หลังเกิดเหตุขับรถเพื่อจะกลับบ้านที่อยู่ใกล้บ้านกำนันนก จึงใช้เส้นทางเดียวกัน และยอมรับเป็นญาติกำนันนก

รายงานข่าวแจ้งจากชุดคลี่คลายคดีแจ้งว่า รองสารวัตรให้การเป็นประโยชน์ โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุใครทำอะไรบ้าง ส่วนจะมีความผิดฐานร่วมกันพาหลบหนีหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ในเบื้องต้นอาจ เข้าข่ายความผิดอยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ให้การช่วยเหลือ

ขณะที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบ้านกำนันนกว่า ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว 13 ตัว ยังเหลืออีก 2 ตัว กำลังให้ เจ้าหน้าที่โคลนนิ่งไฟล์ภาพ ซึ่งกล้อง 2 ตัวนี้เป็นบริเวณที่ยิงพ.ต.ต.ศิวกร และจุดที่กำนันนกนั่ง กำลังนำไฟล์ภาพจากกล้อง 2 ตัวนี้ ส่งให้พนักงานสอบสวน และในวันที่ 16 ก.ย.นี้ มีความเป็นไปได้ที่จะออกหมายจับเพิ่มเติม

“เซิร์ฟเวอร์วงจรปิดชุดที่ 2 เป็นภาพรอบจุดเกิดเหตุ จะเห็นว่าใครพาตำรวจบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาล และใครพากำนันนกหนี จะช่วยมัดบุคคลในเหตุการณ์เพิ่มขึ้น ที่สำคัญตำรวจในจุดเกิดเหตุมีปืนกันแทบทุกนาย แต่อ้างไม่ได้พกปืน เป็นคำให้การไม่ตรง ตามจริงที่บอกไม่ได้พกปืน ตำรวจลงพื้นที่แบบนั้นต้องพกปืนอยู่แล้ว ส่วนกล้อง 2 ตัวที่กู้ยาก เพราะมีการทำลายกล้อง เขารู้แล้วว่าบนโต๊ะจะเกิดอะไรขึ้น จึงดึงปลั๊กออก ทำให้กล้องเสียหาย กู้ยาก ไม่เหมือน 13 กล้อง” รองผบ.ตร.กล่าว

ข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่าสำหรับกล้อง 2 ตัวนั้น เจ้าหน้าที่กู้คืนไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยวินาทีก่อนเกิดเหตุ กล้องหยุดทำงานจริง ทำให้เชื่อได้ว่าก่อนเกิดเหตุมีคนสั่งการให้ ดึงปลั๊กกล้องออก ก่อนจะเสียบใหม่อีกครั้ง จึงจับภาพได้เพียงแค่เหตุการณ์หลังเกิดเหตุเท่านั้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส ช่อง 3 ว่ากล้อง 2 ตัวกู้แล้ว แต่จุดที่เห็นตอนลั่นไกหายไป เพราะก่อนจะยิงมีคน น่าจะเป็นลูกน้องกำนันไปดึงปลั๊กออก จากที่ดูเหตุการณ์ทั้งหมดมีการเตรียมการ ที่จะยิง นาทีก่อนจะยิง รู้อยู่แล้วว่าจะต้องยิง เลยต้องถอดกล้องวงจรปิดจุดนั้นออก เพื่อ ไม่ให้เห็นภาพนาทีลั่นไก แต่ดูสภาพแวดล้อมนั้น 13 ตัว เห็นได้ว่ามีการเตรียมอาวุธ เตรียมการไว้ก่อนจะยิงอยู่แล้ว พ.ต.ต.ศิวกรเข้ามาที่เกิดเหตุไม่นาน มีการขนปืนเข้ามา ในบ้าน ลูกน้องกำนันขนปืนมาไว้ บ่งชี้ว่าตั้งใจจะยิงอยู่แล้ว เลยดึงปลั๊กออก เพื่อไม่ให้เห็นตอนยิง อุกอาจมาก แย่มาก

รองผบ.ตร.กล่าวว่าที่แย่ไปกว่านั้น หลังเกิดเหตุตำรวจโดยส่วนใหญ่ไม่ให้ความจริง ให้การขัดแย้งข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ไม่ว่าอะไร ทุกคนก็ให้การเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่ใครให้การเท็จต้องดำเนินคดีทั้งหมด ตำรวจอยู่กับคนร้าย ความผิดซึ่งหน้าไม่ต้องออกหมายจับ จับกุมได้เลย เกิดเหตุแล้วทิ้ง ที่เกิดเหตุ ต่างคนต่างออก ไม่รักษาที่เกิดเหตุ ก็เป็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ไม่อยากใช้คำว่าจัดฉาก แต่มีการตระเตรียมไว้ก่อนแล้ว นำอาวุธมา ดึงกล้องออก เป็นความเหิมเกริม หลังเกิดเหตุมีการเตรียมทางออก ลำเลียงคนแก่และผู้ใหญ่ออก พฤติการณ์แบบนี้ตำรวจรู้หมดคืออะไร กล้องที่หายไป 2 ตัว ก็สั่งให้กู้อย่างเต็มที่ แต่ภาพขณะยิงไม่มี แต่ไม่ได้ทำให้คดีเสียไป คดีของกำนันนกและลูกน้องจบแล้ว มีพยานยืนยัน ต้องการภาพให้สำนวนสมบูรณ์แค่นั้นเอง แต่ถึงไม่มีก็มีประจักษ์พยาน ลายพิมพ์นิ้วมือ ฝ่ามือ อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและรถพาหนี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน