อุบลฯเร่งสูบน้ำ ตราดเฝ้าระวัง ‘3อำเภอ’เสี่ยง
ขอนแก่นอ่วม ฝนถล่มหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมกลางเมืองหลายจุด ท่วมถนนหลายสายสูง 20-50 ซ.ม. รถเล็กผ่านไปมาลำบาก ชาวบ้านเดือดร้อนขนของหนีน้ำวุ่น ชาวบ้านและครู นักเรียนนำกระสอบทรายกั้นป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านและโรงเรียนเด็กตาบอด ขณะที่ชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออก ส่วนที่อุบลราชธานีติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำป้องกันไหลท่วมชั้นในเทศบาลเมืองวารินชำราบ ริมแม่น้ำมูน
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จ.ขอนแก่น ทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณถนนบ้านกอก ตั้งแต่บริเวณหน้าเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงบริเวณบ้านกอก ต.บ้านเป็ด อ.เมือง ข.ขอนแก่น ระดับน้ำท่วมผิวการจราจรสูง 20-40 ซ.ม. ทำให้รถเล็กสัญจรผ่านด้วยความลำบาก มีเพียงรถที่ยกสูงที่สามารถสัญจรผ่านไปมาเท่านั้น ขณะที่บ้านเรือนประชาชนต่างนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าบ้านได้รับความเสียหาย ขณะนี้น้ำยังไม่มีทีท่าจะลดระดับลง และยังมีพื้นที่ใกล้เคียงมีน้ำท่วมขังรอการระบายเช่นกัน
ส่วนที่ถนนมะลิวัลย์ บริเวณทางเข้าบ้านคำไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง น้ำท่วมถนนขนาด 6 เลน ระดับน้ำสูง 20-50 ซ.ม. รถทุกชนิดต้องวิ่งช่องขวาสุดทั้งขาเข้าและขาออก ขณะที่น้ำพัดประตูบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย ขณะนี้ระดับน้ำยังทรงตัว เนื่องจากมีน้ำจากพื้นที่ชุมชนทางเข้าค่ายสีหราชเดโชไชยและจากชุมชนท่าอากาศยานขอนแก่นไหลลงมาสมทบ ทำให้น้ำไหลลงสู่บึงหนองโคตรได้ช้า
ส่วนที่หมู่บ้านพิมานเพลส อยู่หน้าโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น น้ำไหลเข้าท่วมสูง 50 ซ.ม. ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ขณะที่โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าไปในพื้นที่ของโรงเรียนที่อยู่ในระดับต่ำ และยังมีนักเรียนอาศัยจำนวนมาก
ด้านนายณัฐพิสิษฐ์ อ่อนสำลี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ทางโครงการเตรียมเครื่องสูบน้ำพร้อมเจ้าหน้าที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยืมไปใช้ในการสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง ซึ่งสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา ขณะนี้ร่องมรสุมจะยังพาดผ่านพื้นที่จ.ขอนแก่น ไปจนถึงประมาณวันที่ 18 ก.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกสะสมปริมาณมาก

ขอนแก่นจม – สภาพถนนหลายสายกลางเมืองขอนแก่นถูกน้ำท่วมหนัก หลังฝนตกสะสมตลอดทั้งคืนต่อเนื่อง 2 วัน บางจุดระดับน้ำสูง รถยนต์ขนาดเล็กวิ่งผ่านไม่ได้ ชาวบ้านนำกระสอบทรายกั้นไม่ให้น้ำทะลักเข้าบ้าน เมื่อวันที่ 16 ก.ย.
เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณซอยกลางเมือง 5 ถ.กลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีน้ำท่วมขังประมาณ 60 ซ.ม. รถเล็กสัญจรผ่านด้วยความลำบาก มีเพียงรถที่ยกสูงที่สามารถสัญจรผ่านไปมาเท่านั้น
ขณะที่บ้านเรือนประชาชนต่างนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าบ้าน ขณะนี้น้ำยังไม่ลด เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง และยังมีพื้นที่ใกล้เคียงมีน้ำท่วมขังรอการระบายเช่นกัน
ส่วนที่ชุมชนมิตรภาพ ติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่น น้ำไหลเข้าท่วมตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมขังกว่า 60 ซ.ม. ชาวบ้านต้องนำรถออกมาจอดไว้บริเวณหน้าปากซอยและขนของขึ้นชั้น 2 ของตัวบ้าน
นางจินตนา สุริโย อายุ 58 ปี ชาวชุมชนมิตรภาพ กล่าวว่า วัดระดับน้ำท่วมที่ขังขณะนี้ประมาณ 80 ซ.ม.โดยมวลน้ำเริ่มไหลเข้าท่วมตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพราะเมื่อวานนี้ฝนเริ่มตกหนักช่วงบ่าย ทำให้มีน้ำสะสมจำนวนมากและตกทั้งคืน และตอนนี้บ้าน 2 ชั้น น้ำเข้าท่วมบริเวณชั้น 1 แล้ว โชคดีที่นำรถออกมาจอดไว้ข้างนอกได้ทันและยังเก็บของขึ้นชั้น 2 ไว้เรียบร้อย ทรัพย์สินจึงไม่ได้รับความเสียหาย มีแต่ประตูบ้านเท่านั้นที่เปียกหากน้ำลดคงจะได้เปลี่ยนประตูใหม่ แต่บางบ้านที่มีชั้นเดียว คนจึงไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ ต้องไปอาศัยบ้านญาติ ปีนี้น้ำมาเร็วและลงเร็ว หากฝนไม่ตกมาอีกวันนี้ ช่วงค่ำน้ำน่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้านนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า เบื้องต้นทางเทศบาลนครขอนแก่นเตรียมกระสอบทรายไว้ 7,000 กระสอบ เพื่อให้ประชาชนที่มีถิ่นอาศัยในเขตเทศบาลนครขอนแก่นที่เดือดร้อนมารับกระสอบทรายได้ที่อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ตลอด 24 ช.ม. โดยจะมีเจ้าหน้าที่อยู่คอยอำนวยความสะดวกตลอด 24 ช.ม.และหากทางชุมชนไหนได้รับความเดือดร้อน ออกจากบ้านไม่ได้ให้แจ้งประธานชุมชน ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครขอนแก่นจะออกไปมอบถุงยังชีพ และจะนำเรือไปไว้ยังจุดที่เข้าออกเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในเบื้องต้น
วันเดียวกัน สำนักงานชลประทานที่ 7 จ.อุบลราชธานี ตั้งเครื่องเร่งสูบน้ำออกจากลำน้ำสาขาของอำเภอวารินชำราบ เพื่อไม่ให้น้ำไหลท่วมพื้นที่ชั้นใน พร้อมหน่วงน้ำสายแม่น้ำชี แล้วปล่อยน้ำสายแม่น้ำมูนที่เขื่อนหัวนาให้ไหลลงมาก่อน เพื่อลดผล กระทบน้ำขึ้นสูง พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำไว้ช่วยเต็มที่
เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 7 จ.อุบลราชธานี นำเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว มีอัตราการสูบ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สูบน้ำออกจากลำน้ำสาขาแม่น้ำมูนในอ.วารินชำราบลงสู่แม่น้ำมูน เพื่อไม่ให้น้ำไหลท่วมพื้นที่ชั้นใน เพราะปัจจุบันระดับน้ำแม่น้ำมูนสูงกว่าลำน้ำสาขา จำเป็นต้องใช้วิธีสูบออกแทนการปล่อยให้ไหลไปตามธรรมชาติ
นายเศรษฐพงศ์ ภิงคารวัฒน์ ผอ.ส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 7 กล่าวว่า ปัจจุบันการระบายน้ำจากลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูนในอ.วารินชำราบ ทำตามธรรมชาติไม่ได้ จึงต้องใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกไปแทน สำหรับการเตรียมการรับมือ มีการจัดจราจรน้ำตั้งแต่แม่น้ำยังที่ไหลมาลงแม่น้ำชี จากเขื่อนวังยางใน จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด หน่วงน้ำเอาไว้ แล้วปล่อยให้น้ำสายแม่น้ำมูนที่มีมากจากเขื่อนหัวนา จ.ศรีสะเกษ ไหลลงมาที่จ.อุบลราชธานี ก่อน แต่ถ้าสถานการณ์รุนแรงขึ้น สำนักงานชลประทานที่ 7 เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด 8-12 นิ้วไว้ 99 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำอีก 100 เครื่อง พร้อมนำมาช่วยเหลือได้ในพื้นที่ทันที
จากกรณีเกิดฝนตกหนักในจ.ตราด ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.คลองใหญ่และอ.เมือง โดยที่ต.แหลมกลัด มีปริมาณฝนตกหนักเกือบ 100 ม.ม. ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลท่วมถนนในต.แหลมกลัด ทำให้รถตู้ของนายกเหล่ากาชาดตราดที่กำลังเดินทางไปอ.คลองใหญ่ประสบเหตุน้ำท่วมรถตู้และเครื่องดับกลางถนนที่มีน้ำท่วม แต่สามารถช่วยเหลือออกมาได้นั้น
นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าฯ ตราด สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่มีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ย. ต่อเนื่องถึงวันที่ 15 ก.ย. และวันนี้ยังมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมพื้นที่จ.ตราด ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบ เฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย ประสานการปฏิบัติทางการสื่อสารตลอดเวลา เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือกู้ชีพกู้ภัยพร้อมปฏิบัติ 24 ชั่วโมง ให้ปภ.จังหวัดตราดสรุปรายงานสถานการณ์ภาพรวมทุกวันเวลา 06.00 น. และเวลา 18.00 น. กรณีมีเหตุการณ์เร่งด่วนสำคัญ หรือไม่สำคัญ แต่ควรรายงานให้ทราบ ขอให้รายงานให้ทางจ.ตราดทราบทันทีทุกช่องการสื่อสาร และขอให้ยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ส่วนที่ตำบลท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด เกิดน้ำท่วมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.ย. โดยที่หมู่ 8 มีน้ำท่วมขังหลายจุด โดยเฉพาะสวนยางพารามีระดับความสูงกว่า 80 ซ.ม. รวมทั้งถนนเข้าหมู่บ้าน ระดับน้ำในคลองหลายสายมีระดับน้ำสูงและมีบ้านเรือนหลายหลังถูกน้ำท่วมนั้น
นายกำเนิด อภิบาลศรี นายกอบต.ท่ากุ่ม เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ ฝนไม่ตกแล้ว สถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวานนี้ลดระดับลงเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบางส่วนในหมู่ 8 ที่มีน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตรกรรมบ้าง อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้ฝนช่วงเช้าจะหยุดตกลงแล้ว แต่ยังไม่น่าไว้วางใจ จึงเตรียมความพร้อมไว้หากมีฝนตกลงมาอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้
ด้านนายจักรพงษ์ วังบอน รักษาการหัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาคลองใหญ่ จ.ตราด รายงานสถานการณ์ภูมิอากาศของจ.ตราดวันนี้ว่า จากการวิเคราะห์ฝนจากภาพถ่ายดาวเทียบ และการคาดหมายฝนจากโปรแกรม Yr เช้านี้จ.ตราดมีฝนตกน้อย ไม่น่ากังวล แต่มีแนวโน้มกลุ่มฝนก่อตัวได้ในช่วงกลางวัน และช่วงดึกๆ ซึ่งอาจจะมีฝนตกหนักได้ ประชาชนจึงควรระมัดระวังในช่วงบ่ายและค่ำวันนี้ด้วย
นายเจริญ รัตนบรรณสกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด เปิดเผยว่า สถานการณ์ของ จ.ตราดวันนี้ ต้องเฝ้าระวัง 3 อำเภอที่อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันคืออ.บ่อไร่ อ.เขาสมิง และอ.เกาะช้าง โดยที่ทั้ง 3 อำเภอยังมีความเสี่ยงเนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนสะสมไว้มาก เพราะมีฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน หากวันนี้มีฝนตกลงมาอีก จะทำให้ระดับน้ำในคลองของอ.บ่อไร่สูง และล้นเข้าท่วมพื้นที่ประชาชนได้ เพราะระดับน้ำวันนี้ยังมีความสูงเกือบถึงจุดเสี่ยง หากเป็นเช่นนั้นอ.เขาสมิงก็จะเสี่ยงด้วย ส่วนในอ.เกาะช้างน่าห่วงตรงที่น้ำป่าอาจจะไหลมาจากภูเขาทั้งในต.เกาะช้างใต้ และต.เกาะช้าง ที่ผ่านมาเคยเกิดน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน และโรงแรมหลายแห่งมาแล้ว จึงต้องเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนอ.คลองใหญ่ไม่น่าห่วงแม้อาจจะมีฝนตกลงมามาก แต่สามารถระบายลงทะเลได้เร็ว จึงแจ้งให้ประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยงระมัดระวังในระยะนี้ด้วย
เมื่อเวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 ก.ย. เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องตลอดคืนในพื้นที่อ.มะขาม และอ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ทำให้เกิดน้ำป่าหลากพื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ลุ่ม ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้ประสานขอเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี พร้อมอุปกรณ์เรือท้องแบน รถยกสูงตลอดจน อุปกรณ์ปฐมพยาบาล สนับสนุนช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของ
นอกจากนี้พบว่าถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว อ.โป่งน้ำร้อน มีน้ำหลากท่วมทางบางส่วน รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ล่าสุดได้รับรายงานว่า ระดับน้ำลดลงจนรถสามารถสัญจรผ่านได้แล้ว
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปยังพื้นที่บ้านทุ่งม่วง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และได้รับผลกระทบจากฝนตกมีระดับน้ำท่วมสูง ทั้งพื้นที่เกษตรกรรม สวนผลไม้ และบ้านเรือนประชาชน บางบ้านเรือนที่มีผู้อาศัยอยู่ออกมาไม่ทัน ยังติดอยู่ในที่บ้าน กำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้วิธีใช้สายเบลต์ผูกต่อตัวฝ่ากระแสน้ำไหลเชี่ยว เข้าไปช่วยนำตัวผู้ประสบภัยออกมา
ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ เบื้องตันยังไม่พบผู้บาดเจ็บ
ทางอุตุนิยมวิทยาจันทบุรีรายงานว่า ขณะนี้กลุ่มฝนเบาบางลงแล้ว คาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลงตามไปด้วย และหากตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงช่วงเย็นของวันนี้ หากไม่มีฝนตกมาเพิ่ม สถานการณ์ก็จะเข้าสู่สภาวะปกติ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนในเขตอ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยเฉพาะที่ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง กระแสน้ำไหลเข้าท่วมพื้นชุมชนและหมู่บ้าน และแหล่งท่องเที่ยวบ้านมุง บริเวณจุดชมค้างคาวออกจากถ้ำ เนื่องจากต้องรับกระแสน้ำจากเทือกเขาสูง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นทางอำเภอเนินมะปรางออกตรวจสอบความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนซึ่งน้ำป่าที่ไหลท่วมบ้านมุงดังกล่าว เป็นกระแสน้ำป่าเกิดขึ้นและท่วมอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่มีฝนตกหนักซ้ำเติมอีก พื้นที่น้ำท่วมตำบลบ้านมุงจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยจะไหลลงสู่พื้นที่ราบต่ำ สู่ต.เนินมะปราง และ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง ต่อไป
นางศิรินุช จันทาพน นายอำเภอเนินมะปราง เปิดเผยว่า ในพื้นที่ อ.เนินมะปรางมีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน จนถึงช่วงเช้ามีปริมาณที่หนักมาก ทำให้ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนนที่ใช้สัญจร และพื้นที่ทางการเกษตร หมู่ 1 หมู่ 8 ต.บ้านมุง และจุดแลนด์มาร์กการท่องเที่ยว น้ำตกขุนห้วยเทิน ต.บ้านมุงทั้งหมด เริ่มจากหมู่ 8 บ้านมุงเป็นจุดแรกไหลลงมาที่หมู่ 3 กับหมู่ 1 บ้านมุงแล้ว และจะต่อไปที่บ้านเขาดิน บ้านเนินมะปราง จากนั้นจะไหลลงไปเรื่อยๆ ระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า ขณะนี้ฝนยังคงมีฝนตกอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่หนักมาก แต่ต้องเฝ้าระวังน้ำจากเทือกเขาที่จะไหลมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ พร้อมสำรวจบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางเกษตรว่า มีจุดใดได้รับความเสียหายอีกหรือไม่ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป