บทบาทแก้สิ่งแวดล้อม 3สื่อยักษ์-จ่อไมค์รอ นายกฯลั่นไม่ขายฝันสนามบินเชียงใหม่ 2 นลินีโต้ติดแบล็กลิสต์

‘เศรษฐา’ นำคณะข้ามฟ้าบินไปสหรัฐวันนี้ ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย. จ่อโชว์บทบาทไทยร่วมแก้ปัญหาท้าทายโลกด้านสิ่งแวดล้อม เผย 3 สื่อยักษ์ใหญ่ ทั้ง ‘ซีเอ็นเอ็น-บลูมเบิร์ก’ รอสัมภาษณ์ นายกฯ จบภารกิจลงพื้นที่เชียงใหม่ รุดสักการะครูบาศรีวิชัย มวลชนแห่รับเนืองแน่น ก่อนหารือ ผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ ย้ำไม่ได้ขายฝัน สร้างสนามบินแห่งที่ 2 ตั้งเป้า 7 ปีได้ใช้ ยัน 4 ปี เร่งบริหารค่าแรงขั้นต่ำ-เงินเดือนปริญญาตรี ‘จาตุรนต์’ ย้ำถ้าไม่แก้รธน. เพื่อไทยหมดหน้าตักแน่ ‘จุรินทร์’ เหน็บรัฐบาลตั้งกก.ศึกษาฯ หวังยื้อเวลา ‘พิชิต’ ยื่นฟ้องหมิ่น ‘สมชัย’ เรียก 50 ล้าน เจ้าตัวโต้ ฟ้องมาฟ้องกลับ ไล่ไปอ่านรธน. ‘นลินี’ แจงไม่ได้ ติดบัญชีดำสหรัฐ อีกทั้งไม่ได้เป็นญาติกับนายกฯ โดยตรง เพียงแต่นามสกุลเหมือนกัน

ไหว้ครูบา – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง สักการะอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย บริเวณถนนทางขึ้นดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ส่งท้าย เสร็จสิ้นลงพื้นที่เยือนเชียงราย-เชียงใหม่ ท่ามกลางมวลชนรอรับแน่น ก่อนบินกลับกรุงเทพฯ ในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 17 ก.ย.

‘เศรษฐา’ลุยต่อภารกิจเชียงใหม่
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 17 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นภารกิจแรกในการมา จ.เชียงใหม่ และตรวจราชการวันสุดท้าย โดยมีประชาชนและคนเสื้อแดงในพื้นที่มารอต้อนรับนำดอกกุหลาบ พวงมาลัย มาต้อนรับพร้อมป้ายข้อความ “ยินดีต้อนรับนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จากพี่น้องหางดง-สันป่าตอง จ.เชียงใหม่” ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบล สุเทพได้มอบรูปหล่อจำลองครูบาศรีวิชัย ให้นายกฯ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย โดยระบุว่ามีมูลค่าไม่ถึง 3,000 บาท

นอกจากนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา นำคณะครูมารอต้อนรับและแสดงความยินดีกับนายกฯ ขณะที่คณะครูยังนำป้ายข้อความ “ขอท่านนายกฯ ได้เมตตาพิจารณาอนุมัติงบกลางเยียวยาค่าตอบแทน จศป. ตามที่กระทรวงการคลังเห็นชอบ 15 เดือน ให้กับครูโรงเรียนพระปริยัติฯ (จศป. เชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน)”

ตร.อารักขาเข้ม-รับหนังสือครู
โดยผอ.ร.ร.ได้มอบวัตถุมงคลเป็นพระเจ้าเก้าตื้อจำลอง ขนาดหน้าตัก 3 นิ้ว พระประธานในพระอุโบสถวัดสวนดอก หรือวัดบุบผาราม เป็นของที่ระลึกให้นายกฯ รวมทั้งอวยพรและให้กำลังใจกับนายกฯให้บริหารบ้านเมืองประสบความสำเร็จ จากนั้นได้ยื่นหนังสือให้นายกฯ เพื่อขอให้ได้อนุมัติเงินเยียวยาเร่งด่วน ให้กับ จศป.ตามที่กระทรวงการคลังเห็นชอบ ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค 0408.3/8872 ลงวันที่ 30 มิ.ย.2565 ภายใต้พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม ให้แก่ผู้ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา พระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กว่า 3,900 รูป/คน

นายกฯ ได้สอบถามถึงข้อเรียกร้องดังกล่าว ขณะที่ตัวแทนโรงเรียน ระบุว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติไว้แล้ว ในวงเงินงบประมาณ 500 ล้านบาท แต่ติดอุปสรรค ทั้งนี้ นายกฯ ได้รับหนังสือพร้อมเรียก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลังมาสอบถามรายละเอียด พร้อมระบุว่า จะพิจารณาและดูให้ ถ้ามีการอนุมัติหลักการไปแล้ว คิดว่าคงไม่ยาก แต่เนื่องจากใกล้สิ้นปีงบประมาณคงต้องดูรายละเอียด และหากถูกกฎหมาย จะรีบดำเนินการให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบรรยากาศการรักษาความปลอดภัย มีการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเต็มพื้นที่ และก่อนที่นายกฯ จะเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคลียร์พื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงนำรถยกของกลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ มายกรถที่จอดบริเวณอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นำไปไว้สถานีตำรวจใกล้เคียง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ขบวนรถของคณะนายกฯ

จับเข่าคุยผลกระทบเพิ่มเที่ยวบิน
ต่อมาเวลา 09.30 น. นายกฯและคณะเดินทางมารับฟังความเห็นจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มเที่ยวบิน ที่เทศบาลเมืองแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่

โดยนายกฯ กล่าวว่า เรื่องการขยายเวลาการบิน ซึ่งอาจจะรบกวนความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลนี้ตระหนักดีถึงการที่ประชาชนมีส่วนร่วมออกนโยบายที่จำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เราคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้อง ไม่ใช่แค่มิติเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เป็นมิติทางสังคมสภาพแวดล้อม เราเห็นเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้ยกขบวนใหญ่กันมา ทั้งรัฐมนตรี การท่าอากาศยาน และอีกหลายๆ คน ทั้งนี้ ตนอยากจะขอว่าเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตามถ้ามีผลกระทบอะไรขอให้พูดคุยกัน ซึ่งรัฐบาลจะน้อมรับไปปฏิบัติและช่วยเหลือเยียวยาเท่าที่สามารถจัดทำได้

จากนั้นได้เปิดให้ตัวแทนชุมชนนิมมานนรดีที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มเที่ยวบิน กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับ ว่าอยากให้นายกฯ พัฒนาเศรษฐกิจประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการที่ที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน เพราะบางครั้งเครื่องบินบินต่ำ เกรงว่าจะเกิดอันตราย อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น มีเครื่องบินบินผ่านส่งเสียงดังสนั่น จนประชาชนที่กำลังร้องเรียน ต้องหยุดรอให้เครื่องบินผ่านไปก่อน

ลั่น4ปีเร่งขึ้นค่าแรง-เงินปริญญาตรี
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลร้องเรียนเรื่องโรงพยาบาลขาดแคนบุคลากร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ลาออก เพราะเงินเดือนน้อย รวมถึงร้องเรียนปัญหาที่ดินทำกิน ในอดีตนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยมีนโยบายแปลงทรัพย์สินเป็นทุน แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลนโยบายดังกล่าวก็ถูกฟีดไว้

นายเศรษฐากล่าวว่า ในเรื่องเงินเดือน พนักงานสาธารณสุขที่น้อยและลาออกไปนั้น เป็นปัญหา ไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่ที่เดียว รัฐบาลเพิ่งได้เข้ามา ก็ได้รับร้องเรียนเรื่องเหล่านี้เยอะ ตนลงพื้นที่ไปพูดคุยกับประชาชนหลายคน จริงๆ ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ จากที่ได้พูดคุยถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทางรัฐบาลต้องรับไปพิจารณา ส่วนเรื่องค่าแรง เป็นนโยบายของเราชัดเจนภายใน 4 ปีที่เราต้องบริหารจัดการค่าแรง ขั้นต่ำกับเงินเดือนปริญญาตรี จะต้องเป็น 25,000 บาท หวังว่าเงินจำนวนนี้จะทำให้ดึงดูดและเชิญบัณฑิตที่จบใหม่มาทำงานในภาคนี้ได้

ยันไม่ขายฝัน-สร้างสนามบินเพิ่ม
นายเศรษฐากล่าวถึงปัญหาท่าอากาศยาน เชียงใหม่ที่มีการขยายเวลาการบินว่า ตรงนี้จะมีการชดเชย โดยผู้อำนวยการการท่าอากาศยานฯ น่าจะให้รายละเอียดได้ ที่ตนมาคือกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องการท่องเที่ยวไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่น หากติดตามนโยบายของรัฐบาล เรามีหลากหลายนโยบาย ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างเดียว แต่มีเรื่องรายได้ของเกษตรกรที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ โดยที่ใช้การตลาดนำนวัตกรรมเสริมรายได้ และเรื่องระยะกลางระยะยาว อย่างที่บอกการสร้างสนามบินใหม่ ข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำที่นั่งอยู่ตรงนี้ เรามีความตั้งใจจริงที่จะสร้าง ไม่ใช่มาพูดเฉยๆ เข้าใจว่าอาจจะพูดกันหลายรัฐบาลแล้ว แต่ตนตอบแทนไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่เกิดขึ้น แต่รัฐบาลชุดนี้มีความพยายามสูงสุดที่จะแก้ปัญหาระยะยาวที่จะเปิดสนามบินแห่งที่ 2

นายเศรษฐากล่าวถึงฝุ่น PM 2.5 ว่า ทุกเวทีที่ไปพูด และอีก 2-3 เดือนก็จะมีปัญหานี้ แต่ปัญหานี้ซับซ้อนมาก แต่จะหาทางแก้ไขเพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเราไม่สามารถสั่งการข้ามชายแดนได้ ขอความเห็นใจเราพยายามทำอยู่ ไม่ได้มาแค่เยี่ยมเยียนขายฝันระยะสั้น แต่มีความตั้งใจจริงใจมาพูดคุยจริงๆ และ 12 เดือนต้องมีเทศกาลระดับโลก ทุกเดือนจะเป็น ไฮซีซั่นหมด รวมถึงการขนส่งการสร้างถนน ทำให้ชีวิตพี่น้องทุกคนดีขึ้นยืนยันไม่ได้มาขายฝัน ไม่ได้มาแค่รับฟังเฉยๆ มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ และอะไรที่ทำให้ได้ก่อนก็จะพยายามทำอย่างเต็มที่

ดีใจได้ลงพื้นที่-หวังชีวิตปชช.ดีขึ้น
ก่อนเดินทางกลับ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ ได้มอบพระผงหลวงพ่อทันใจวัดพระธาตุดอยคำ รุ่น 8 รุ่น 9 ให้กับนายกฯ ก่อนลงนามในสมุดเยี่ยม โดยเขียนข้อความว่า ยินดีที่ได้มาเยี่ยมเยียนจะกลับมาอีกครั้ง และหวังว่าชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้น

นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนขึ้นรถว่า รู้สึกดีที่ได้ลงพื้นที่มาครั้งนี้

จากนั้นเวลา 10.00 น. ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายกฯ และคณะ พบปะผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เพื่อร่วมพูดคุยประเด็นการเพิ่มเที่ยวบินหลังเที่ยงคืนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาปรับปรุงท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวมถึงการก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2

ถกการท่าฯสร้างสนามบินแห่งที่ 2
นายกฯ กล่าวว่า AOT นอกจากดูแลเรื่อง EIA และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ แล้วให้ดูแลเยียวยาประชาชน ลดผลกระทบด้านเสียงให้เป็นไปอย่างเหมาะสม รวมถึงเยียวยาจิตใจด้วย พร้อมสอบถามถึงการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ที่ใช้เงินลงทุน 7 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี จะเกิดความ คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับสนามบินปัจจุบันที่ผลกำไรอยู่ที่ 2 พันล้านบาทต่อปี ซึ่ง AOT รายงานว่า เมื่อก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่แล้วเสร็จจะมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านบาทต่อปี และรองรับผู้โดยสารได้ถึง 20 ล้านคนต่อปี ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า ระยะเวลา 7 ปีถือว่าเหมาะสม และขอเร่งดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อรองรับผู้โดยสารได้ตามเป้าหมายและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล

นายกฯ กล่าวถึงนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้น หากมีประเด็นการนำเสนอในทิศทางอ่อนไหวและไม่ถูกต้อง ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ ในรูปแบบที่น่าสนใจและเข้าใจง่าย ซึ่งจะสร้างความเข้าใจได้มากขึ้น

เผาทำลาย – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานเผาทำลายยาเสพติดกว่า 25 ตัน ของกลางของป.ป.ส.ตรวจยึดได้ ที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 17 ก.ย.

ไปปากน้ำต่อ-ถกแก้ยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเดินทางกลับจากการไปปฏิบัติภารกิจ ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 13.30 น. นายกฯ เดินทางต่อไปยังสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปู และบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เพื่อเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ร่วมประชุมด้วย

จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด นายเศรษฐาเป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลาง จำนวน 100 คดี เป็นยาบ้า 12,522 ก.ก. ไอซ์ 11,656 ก.ก. เฮโรอีน 418 ก.ก. ฝิ่น 179 ก.ก. เคตามีน 704 ก.ก. และสารเสพติดอื่นๆ น้ำหนักรวม 25,517 ก.ก.

ปัดตอบยุบสภาหลังแก้รธน.
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานพิธีทำลายยาเสพติดของกลางกว่า 25 ตัน โดยผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นทางการเมือง นายเศรษฐาตอบกลับทันทีว่า วันนี้มาพูดถึงเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ามีข้อกังวลจากหลายฝ่ายว่ามีการตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องการทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการยุบสภา นายเศรษฐากล่าวย้ำคำเดิมว่า วันนี้เป็นเรื่องของยาเสพติด

เมื่อถามว่าครม.จะมีมติขยายเวลาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนเพิ่มเติมหรือประกาศยกเลิก เนื่องจากวันที่ 19 ก.ย.นี้จะหมดระยะเวลาประกาศใช้ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องกลับไปดู และหารือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย

แจงดราม่าไม่ได้ดุตำรวจ
เมื่อถามว่าขณะนี้นายกฯ ทำงานต่อเนื่อง ในการลงพื้นที่ ทุกวันถือเป็นยุทธศาสตร์ในการทำงานหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็ต้องพยายาม รัฐบาลเราต้องทำงาน ทั้งนี้ ตนไม่ได้มีวิธีการเฉพาะสำหรับการผ่อนคลายตัวเอง ก็ทำงานไปเหนื่อยก็พัก ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนก็ทำงานหนักเช่นกัน

นายเศรษฐายังชี้แจงกรณีดราม่าที่ถูกเผยแพร่ทางโซเชี่ยลมีเดีย เป็นภาพระหว่างที่ นายกฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แล้วเห็นรถตำรวจสตาร์ตรถติดเครื่องยนต์อยู่ จึงรีบเดินไปบอกให้ดับเครื่องแล้วลงจากรถ ว่า ยืนยันว่าไม่ได้ดุนายตำรวจคนดังกล่าว แต่เป็นเรื่องปัญหามลพิษ หากทีมงานยังไม่ได้เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ ก็ควรดับเครื่องและลงจากรถ ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ แค่เป็นห่วงเรื่องมลพิษเฉยๆ

นายกฯพร้อมร่วมประชุมUNGA78
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ มีกำหนดเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA78) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 18-24 ก.ย. โดยเป็นการปฏิบัติภารกิจนอกประเทศครั้งแรกของนายกฯ นอกจากได้พบหารือกับผู้นำต่างประเทศ ผู้นำองค์การระหว่างประเทศ บุคคลสำคัญ เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งผ่านกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ยังมีกำหนดการที่เกี่ยวข้องกับองค์การสหประชาชาติ อาทิ การกล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไป การกล่าว Welcoming Remarks ในกิจกรรมคู่ขนานระดับสูงของไทยและอาเซียน ในหัวข้อ “Fostering Partnership for Our Common Future: Enhancing Multi-Stakeholder Partnerships to Accelerate the SDGs in ASEAN” ซึ่งไทยและคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UNESCAP) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

โชว์บทบาทไทยแก้ปัญหาสวล.
การกล่าวในกิจกรรมระดับผู้นำ Climate Ambition Summit และการเข้าร่วมการประชุม High-level Meeting on Global Development Initiative (GDI) Cooperation Outcome ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำจะนำเสนอบทบาทของไทยด้านความร่วมมือ เพื่อต่อสู้กับความท้าทายระหว่างประเทศในเรื่องสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยนายกฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพบหารือกับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ของต่างประเทศ และมีกำหนดพบหารือกับผู้บริหารสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกาและอาเซียน (USABC) หอการค้าสหรัฐอเมริกา (USCC) และภาคเอกชนสหรัฐ ซึ่งมีบริษัทเอกชนมาร่วมจำนวนมาก เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ยืนยันแนวทางด้านนโยบายของไทยที่สนับสนุน การค้าการลงทุนกับต่างประเทศ นายกฯ เชื่อมั่นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ จนส่งผลให้ภาพรวมของวิถีชีวิตประชาชนดีขึ้น

ทั้งนี้นายกและภรรยาจะออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสหรัฐฯ ในเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ก.ย.

โดยมีรายงานว่า ในการเข้าร่วมการประชุม UNGA ครั้งนี้ นายกฯ มีคิวให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศยักษ์ใหญ่ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง อาทิ CNN, Bloomberg เป็นต้น

‘นลินี’แจงไม่ได้ติดบัญชีดำสหรัฐ
นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย กล่าวกรณีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวติดบัญชีดำของสหรัฐ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และแนะให้ถอนตัวจากตำแหน่งเพราะไม่สง่างามว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเก่าที่เกิดความเข้าใจผิดตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว และตนเคยชี้แจงแล้วว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สิน ต่อมาทางสำนักงานการควบคุมทรัพย์สินฯ สหรัฐ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการว่าได้ถอนชื่อตนออกแล้ว ดังนั้น หากไม่ถูกต้องจริง ทางการสหรัฐคงไม่ออกเอกสารรับรองให้ ขณะเดียวกันทุกคนยังสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ทางการของสหรัฐอีกด้วย

นางนลินีกล่าวอีกว่า ตนมีวีซ่าเข้าสหรัฐ และยังได้รับเชิญให้ไปร่วมงานวันชาติสหรัฐ ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดขึ้นเป็นประจำ รวมทั้งในปีนี้ด้วย จึงอยากวิงวอนสื่อและสังคมให้เข้าใจความจริง เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบข้อมูลจนเชื่อมั่นแล้ว จึงได้แต่งตั้งตน ขอย้ำว่าแม้ตนจะมีนามสกุลพ้องกับนายกฯ แต่ไม่ได้เป็นญาติกันและไม่เคยรู้จักกันส่วนตัวมาก่อน ที่ผ่านมาได้พบกับนายกฯ ครั้งแรกในช่วงหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่สนามกีฬาเมืองทองธานี

‘อ๋อย’ย้ำพท.ต้องผลักดันแก้รธน.
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถเสนอได้ทั้งโดยครม. สส. และประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปอย่างไรนั้น ขณะนี้ต้องดูความชัดเจนจากคณะกรรมการที่รัฐบาลจะจัดตั้งขึ้นว่า จะมีผลการศึกษาและพิจารณาดำเนินการอย่างไร นอกจากนี้ต้องดูด้วยว่าพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนดำเนินการอย่างไร

ในส่วนของสส.พรรคเพื่อไทยนั้น คิดว่าต้องคำนึงถึงนโยบายของพรรคว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลักดันให้เกิดการแก้ไขตามนโยบายของพรรคให้มากที่สุด การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ถือเป็นนโยบายหลักมาตลอด เราคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดยคณะรัฐประหารในการลงประชามติทั้ง 2 ครั้ง และเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ไม่ว่าขณะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เราจึงต้องรักษาจุดยืนนี้ไว้

ชี้ถ้าไม่ทำ-จะหมดหน้าตักจริงๆ
นายจาตุรนต์ระบุว่า ที่มีการใช้คำพูดว่าพรรคเพื่อไทย ยอมเทหมดหน้าตักในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ความจริงก็ยังไม่หมดหน้าตักเสียทีเดียว คือพรรคยังมีนโยบายแก้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ ที่จะทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย และกลับคืนสู่การยึดหลักนิติธรรม ถ้าเราไม่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง นั่นแหละจะหมดหน้าตักจริงๆ จึงจำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ตามที่ประกาศไว้กับประชาชน

“ผมจึงคิดว่าสส.ของพรรค นอกจากสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลกำลังจะทำแล้ว ยังผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของสส. คู่ขนานกันไปกับการทำงานของรัฐบาลได้ด้วย” นายจาตุรนต์ระบุ

ปชป.จี้รัฐบาลเร่งทำประชามติแก้รธน.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น โดยมีข้อแม้ว่า ต้องไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และเมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วน ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องเร่งทำ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายประเด็นจำเป็นจะต้องทำประชามติก่อน ฉะนั้นก่อนการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็มีหน้าที่เร่งเดินหน้าทำประชามติโดยเร็ว

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นหลักของการที่จะถามในการทำประชามตินั้น รัฐบาลควรมีแนวทางตั้งแต่ตอนหาเสียงหรือควรมีแนวทางที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนการแถลงนโยบายแล้ว จะไปโยนให้เป็นเรื่องสภาไม่ได้ ส่วนที่ ครม.มีมติตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาแนวทางจัดทำประชามติก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ใครก็มองออกว่ายื้อเวลาหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลอาจกลัวว่าถ้าเสร็จเร็ว อาจถูกทวงถามเรื่องยุบสภาก็ได้

พิชิตยื่นฟ้อง‘สมชัย’50ล้าน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะได้รับมอบอำนาจจากนายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.ย. เวลา 10.00 น. ตนพร้อมทนายจะไปยื่นฟ้องนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และนักวิชาการมหาวิทยาลัยชื่อดัง ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328

นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ภายหลังนายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะที่ปรึกษานายกฯ 9 คน ซึ่งมีชื่อนายพิชิต รวมอยู่ด้วย นายสมชัยได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะใส่ความนายพิชิต ในเรื่องเดิมที่นายสมชัย เคยโพสต์มาแล้วเกี่ยวกับกรณีนายพิชิต เคยต้องคำพิพากษาในคดีละเมิดอำนาจศาล ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการให้สินบนใดๆ และไม่ใช่คดีอาญา แต่การให้สัมภาษณ์ของนายสมชัย เพื่อให้สังคมเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการให้สินบนศาล ซึ่งเป็นความเท็จ โดยการฟ้องคดีนี้นายพิชิต จะเรียกค่าเสียหายจากนายสมชัย 50 ล้านบาทด้วย

ชี้ใส่ความ-ทำลายชื่อเสียง
นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า การที่นายพิชิตยื่นฟ้องนายสมชัยครั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของตนเอง และเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของคนในสังคม เพราะเรื่องที่นายพิชิตต้องคำพิพากษานั้น ไม่ใช่เรื่องการให้สินบนเจ้าหน้าที่ศาล และไม่ใช่คดีอาญาด้วย เรื่องนี้นายสมชัยทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างดีว่าความผิดฐานให้สินบนกับความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นกฎหมายคนละฉบับ และองค์ประกอบความผิดต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้นายพิชิตเคยสมัคร สส.และได้รับเลือกเป็น สส.มาแล้วเมื่อปี 2554 นายสมชัยเป็น กกต.ในขณะนั้น ก็ทราบมติของ กกต.ที่วินิจฉัยว่านายพิชิตไม่ขาดคุณสมบัติในการสมัคร เพราะไม่เคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญามาก่อน

“การที่นายกฯ ได้แต่งตั้งให้นายพิชิต เป็นที่ปรึกษานายกฯ ก็ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องคดีของนายพิชิตเลย แต่นายสมชัยกลับมาพูดใส่ความและดูแคลนนายพิชิต ต้องการทำลายชื่อเสียงของนายพิชิต ดังนั้น การยื่นฟ้องคดีนี้ จึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงของนายพิชิตเท่านั้น ไม่ได้มีความแค้นใดเป็นการส่วนตัวต่อกันแต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดของประเด็นที่จะฟ้อง จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในวันที่ยื่นฟ้อง” นายพร้อมพงศ์กล่าว

สมชัยลั่นฟ้องมาก็ฟ้องกลับ
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้นายพิชิต โดยระบุว่า “ฟ้องมาก็ฟ้องกลับ ไม่ว่าอะไร เคยสมัครสส. นั่นคุณสมบัติหนึ่ง คุณสมบัติรัฐมนตรีก็อีกคุณสมบัติหนึ่ง ไม่เหมือนกัน คนละมาตรา จะมาอ้างว่าเคยสมัคร สส. แล้วไม่มีปัญหาไม่ได้ อ่านรัฐธรรมนูญให้ครบก่อนมาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้วย”

วราวุธเซ็นตั้ง7เซียนนั่งกุนซือพม.
รายงานข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงนามในคำสั่ง พม.ที่ 1364/2566 แต่งตั้ง คณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบาย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็น ที่ปรึกษาคณะที่ปรึกษา นายนิกร จำนง เป็น ประธานคณะที่ปรึกษา นายกนก วงษ์ตระหง่าน เป็นรองประธาน นายสุทธิกร กิ่งแก้ว เป็นคณะที่ปรึกษา นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน เป็น คณะที่ปรึกษา นายสันติ กีระนันทน์ เป็น เลขานุการคณะที่ปรึกษา นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ เป็น ผู้ช่วยเลขานุการคณะที่ปรึกษา

ก้าวไกลรอเคาะทางออก‘หมออ๋อง’
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือข้อสรุปเพื่อหาทางออกเรื่องรองประธานสภาว่า วันที่ 23 ก.ย. จะมีการประชุมพรรคร่วมกันของ สส. คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในวันนั้น ส่วนแนวโน้มที่จะขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา คนที่ 1 ออกจากพรรคเพื่อสังกัดพรรคอื่น เพื่อให้พรรคคงไว้ซึ่งตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ขณะที่นายปดิพัทธ์ ยังเป็นรองประธานสภานั้น นายณัฐชากล่าวว่า เป็นไปได้ทุกรูปแบบทั้งการขับออกหรือให้ลาออก ต้องรอมติของที่ประชุม และมติของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายปดิพัทธ์จะถูกขับออกแล้วไปสังกัดพรรคเป็นธรรม นายณัฐชากล่าวว่า ยังไม่ทราบความชัดเจน และไม่ทราบว่านายปดิพัทธ์จะเลือกในทิศทางใด ต้องฟังความเห็นทั้ง 2 ส่วนคือ กก.บห.ว่ามีมติอย่างไรและส่งให้นายปดิพัทธ์ พิจารณาต่อไป หากเหตุผลสอดคล้องกันอาจไปในทางเดียว แต่ถ้าเห็นแย้งกันอาจจะไปอีกทิศทางหนึ่ง แต่ต้องรอดูท่าทีของ กก.บห.ชุดใหม่ก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน