เตรียมรับมือ-เจ้าพระยาล้นตลิ่ง หลังมวลน้ำเหนือเริ่มไหลมา
เตือน 7 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำเพิ่มสูงพรวด 1.00-1.50 เมตร หลังน้ำเหนือไหลเข้าเหนือเขื่อนเพิ่มมากขึ้น เชียงใหม่เตือนชาวบ้าน 2 ฝั่งลำน้ำแม่วาง-แม่แจ่มรับมือน้ำเอ่อท่วม อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ก็สั่งห้ามลงเล่นน้ำตกเด็ดขาดหวั่นเกิดอันตราย กำแพงเพชรเกิดฝนตกหนักมา 2 คืน จนระดับน้ำในคลองธรรมชาติสูงขึ้น บางช่วงน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมขังบ้านเรือนแล้ว อุบลฯ รีบขึ้นธงเหลืองน้ำมูนจ่อวิกฤต
วันที่ 17 ก.ย. ว่าที่ร.ท.สายรุ้ง กลุ่นเขียว ผู้อำนวยการส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ รายงานสถานการณ์ระดับน้ำหลังรับรายงานจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้า ที่บ้านใหม่ปางเติม ต.บ้านกาด อ.แม่วาง ว่า ระดับน้ำสูงถึง 2.95 เมตร (ระดับวิกฤต 3.50 เมตร) มีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งหมู่บ้านท้ายน้ำ ลำน้ำแม่วาง ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชนต่อไป
ขณะเดียวกัน สถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านแม่มิงค์ ต.ช่างเอิ่ง อ.แม่แจ่ม ปริมาณน้ำฝนระยะ 12 ชั่วโมง เท่ากับ 83.5 มิลลิเมตร อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำหมู่บ้านท้ายลำน้ำแม่แจ่ม ส่วนที่บ้านกองกาน ต.ช่างเอิ่ง อ.แม่แจ่ม มีระดับน้ำ 3.80 เมตร (ระดับวิกฤต 4.50 เมตร) อาจเกิดน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำหมู่บ้านท้ายน้ำ ลำน้ำแม่แจ่ม จากการตรวจสอบเรดาร์ตรวจอากาศจากกรมอุตุนิยม วิทยา พบว่ายังมีเมฆฝนปกคลุมและฝนตกอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ส่วนนายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและช่วยเหลือชาวบ้านกรณีดินสไลด์กีดขวางทาง และถนนทรุดตัวบนถนนทางหลวงชนบท ชม.4063 ระหว่างบ้านปางจำปี ม.7 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน ติดต่อกับต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด ต้องนำรถไถและรถตัดแต่งกิ่งไม้มาปรับสภาพให้รถสามารถสัญจรได้เป็นปกติแล้ว ส่วนถนนในหมู่บ้าน ม.3 ต.ออนเหนือ อ.แม่ออน ที่เกิดการทรุดตัวเป็นบริเวณกว้างรถยนต์สัญจรลำบาก ทางอบต.ออนเหนือเข้ามาปรับสภาพถนนเบี่ยงเส้นทางด้านข้างให้มีทางเดินรถกว้างขึ้น พร้อมประสาน กฟภ.มาเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้า รวมถึงจัดทำป้ายสัญญาณเตือนสำหรับผู้ใช้ถนนด้วย
ด้านนายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ก็ออกประกาศแจ้งเตือนและเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก จนมีน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อุทยานฯ โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกลำธารและลำห้วยหลัก หรือลำห้วยสาขาต่างๆ นั้นห้ามลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะกระแสน้ำแรงขุ่นแดงเป็นน้ำป่า พร้อมขอให้ผู้อาศัยริมลำห้วยที่ไหลจากพื้นที่อุทยานฯ เฝ้าระวังการเกิดภัยพิบัติอีกด้วย ส่วนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำห้วยควรเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ สำหรับอุณหภูมิในอุทยานฯ วันนี้ ยอดดอยต่ำสุดอยู่ที่ 13 องศา กิ่วแม่ปาน 16 องศา และที่ทำการอุทยานฯ 18 องศา
ที่จ.กำแพงเพชร หลังมีฝนตกหนักติดต่อกันถึงสองวัน ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองธรรมชาติ หมู่ที่ 5 ต.หัวถนน อ.คลองขลุง มีระดับน้ำสูงขึ้น บางช่วงก็เริ่มเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมถนนเป็นระยะๆ ชาวบ้านต้องมาขนกระสอบทรายใช้ปิดกั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน นายจิ๊ด โพธิ์ศรี อบต.หัวถนน เปิดเผยว่า พื้นที่หมู่ที่ 5 มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลาสองวันแล้ว จนระดับน้ำในคลองธรรมชาติสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำมีท่วมขังบ้านเรือนแล้วบางส่วน ทาง อบต.ได้สนับสนุนทรายและกระสอบทราย เพื่อให้ชาวบ้านนำไปเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมเข้าไปในบ้านเรือนป้องกันสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินแล้ว
ที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 7 ต้องนำธงเหลืองมาติดตั้งเตือนภัย เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมูนมีระดับน้ำสูงเกิน 6 เมตร อยู่ในระดับเตือนภัยน้ำล้นตลิ่งที่มีความสูง 7 เมตร ขณะที่ เจ้าหน้าที่ปภ.อุบลราชธานี ต้องนำเครื่องสูบน้ำระยะไกลจำนวน 3 หัวสูบ มีอัตราการสูบชั่วโมงละ 3,000 ลูกบาศก์เมตร มาติดตั้งเพิ่มเติมที่ประตูน้ำวัดเสนาวงศ์ ชุมชนท่าบ้งมั้ง เทศบาลเมืองวารินชำราบ เพื่อระบายน้ำออกจากลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูนที่เริ่มจะไหลท่วมชุมชนชั้นใน นอกจากนี้ยังเตรียมเครื่องสูบน้ำอีก 99 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำอีก 100 เครื่อง ไปติดตั้งที่แก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูนลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น เพื่อหวังจะลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอวารินชำราบด้วย สำหรับแม่น้ำมูนวันนี้ มีน้ำสูงขึ้นจาก เมื่อวานอีก 22 เซนติเมตร ทำให้มีน้ำสูง 6.38 เมตร และมีน้ำต่ำกว่าตลิ่งอำเภอวารินชำราบแค่ 62 เซนติเมตร
ส่วนที่ถนนมะลิวัลย์บริเวณหน้าหมู่บ้านคำไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมาเกิดมีน้ำท่วมขังผิวการจราจรทั้ง 6 ช่องทางได้ลดระดับลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปภ.เขต 6 ขอนแก่น นำเครื่องสูบน้ำระยะไกลมาสูบน้ำจากท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลลงเข้าสู่บึงหนองโคตรที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตรได้เร็วขึ้น ทำให้น้ำที่ท่วมขังได้ลดระดับลง คาดว่าภายในวันนี้น้ำที่ท่วมขังก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ถูกน้ำเซาะ – ถนนสายน้ำพอง-กระนวน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ถูกน้ำที่เอ่อล้นลำห้วยเสียวเซาะ ท่อระบายน้ำใต้ดินทำให้ถนนยุบกว้างกว่า 15 เมตร ลึกร่วม 10 เมตร จนท.เร่งตรวจสอบความเสียหายเพื่อซ่อมแซม เมื่อ 17 ก.ย.
วันเดียวกัน ร.ต.อ.อภิเดช จังพล รองสว.(สอบสวน) สภ.น้ำพอง รับแจ้งอุบัติเหตุต้นจามจุรีริมถนนเลียบคลองชลประทานโค่นทับรถเทรลเลอร์ได้รับความเสียหาย สายไฟฟ้า ชอร์ต พบรถเทรลเลอร์ทะเบียนหน้า 71-2670 สมุทรปราการ บรรทุกสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ถูกต้นจามจุรีโค่นพาดอยู่ระหว่างหัวรถกับตัวเทรลเลอร์ กิ่งของต้นไม้เกี่ยวเอาสายไฟฟ้าแรงสูงตกลงมาบนถนน จึงรีบประสาน กฟภ.น้ำพองมาช่วยตัดสัญญาณไฟฟ้า และประสานเทศบาลตำบลน้ำพองและมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพองนำเครื่องมือมาตัดกิ่งไม้ออกจากตัวรถแล้ว
ที่จ.ชัยภูมิ นายนพวงค์ พฤษชาติ หัวหน้าเขตอุทยานแห่งน้ำตกตาดโตน รายงานว่า บริเวณเทือกเขาภูแลน ด้านบนของอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน ต.นาฝาย อ.เมือง เกิดฝนตกหนักติดต่อกันมาถึง 3 วัน ถือว่าหนักสุดในรอบปี เกิดน้ำป่าไหลแรงผ่านน้ำตกตาดโตนจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็วแบบนี้ เพื่อความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้เป็นต้นไป จึงห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำบริเวณน้ำตกตาดโตนเด็ดขาด เพราะจะเกิดอันตรายได้ แต่นักท่องเที่ยวยังสามารถมานั่งรับประทานอาหาร นั่งชมวิวชมความสวยงาม และถ่ายรูปได้ตามปกติ
วันเดียวกัน นายวัชระ ไกรสัย ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 ออกหนังสือถึงผวจ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เรื่องสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1/2566 ระบุว่า น้ำหลากจากหลายพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราที่เพิ่มขึ้น จากการตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่าน สถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ วัดได้ 665 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวสูงขึ้น อยู่ระดับ +16.50 ม.รทก. คาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 300-500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ถึงบริเวณต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 1.00-1.50 เมตร ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าวยังคงอยู่ในตลิ่งลำน้ำ ทั้งนี้จะมีการควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรด้วย
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวนาบ้านปากกุดหวาย ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ลงแขกเกี่ยวข้าวในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งพื้นที่นาตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำมูน เพราะระดับน้ำมูนเริ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่นาที่ปลูกข้าว จึงต้องเร่งเก็บเกี่ยวก่อนน้ำไหลท่วม
นางสาวประทิน จันอาจ อายุ 47 ปี เจ้าของที่นาเล่าว่า ต้องจ้างเพื่อนบ้านวันละ 300 บาทมาช่วยกันลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวเหนียวและข้าวเจ้าอายุ 4 เดือน ซึ่งเป็นข้าวยังไม่แก่ได้ที่ แต่จำเป็นต้องเก็บเกี่ยวก่อน เนื่องจากช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาระดับแม่น้ำมูนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มจะล้นตลิ่งภายใน 1-2 วันข้างหน้า ถ้าไม่เก็บเกี่ยวข้าวทั้งกว่า 10 ไร่ก็จะได้รับความเสียหายเหมือนกับปี 2565 ซึ่งนาข้าว 10 ไร่ ได้ข้าวเปลือกเพียง 5 กระสอบเท่านั้น
สำหรับตำบลหนองกินเพลเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และเชื่อว่าปีนี้น้ำคงจะไหลท่วมที่นาอีกแน่นอนจึงต้องเก็บเกี่ยวข้าวไว้ก่อนแม้จะได้ผลผลิตไม่เต็มที่ก็ดีกว่าไม่ได้เลยเพราะมีหนี้สินต้องคืนให้กับธ.ก.ส.ด้วย
ที่จ.เชียงราย หลังจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของจังหวัด โดยที่หมู่บ้านห้วยน้ำมาพบว่าน้ำฝนได้กัดกร่อนเนินดินติดถนนทางเข้าหมู่บ้านห้วยน้ำมา ต.เวียงสรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ทำให้ดินเกิดการไถลลงทับถนนทางเข้าหมู่บ้านทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ หลังเกิดเหตุเทศบาล ต.เวียงสรวย และชาวบ้านได้ระดมกำลังกันนำเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้าไปเปิดเส้นทางอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ที่หมู่ 4 หมู่ 5 และหมู่ 6 ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พบว่านอกจากดินจะไถลเข้าทับถนนทางเข้าออกหมู่บ้านยังทำให้ต้นไม้หักโค่นทับสายไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งซ่อมแซมระบบกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ใช้การได้
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจตราและเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากรวมทั้งอาจเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เนื่องจากอาจมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมอีกได้ ขณะที่ระดับน้ำตามลำน้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำกก แม่น้ำลาว ที่ไหลผ่านหลายพื้นที่อำเภอเริ่มใกล้ถึงริมตลิ่งแล้ว โดยทำให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

น้ำพาไป – รถไถการเกษตรขับลุยสายฝนที่ตกกระหน่ำ แต่สู้แรงกระแสน้ำที่ไหลบ่าข้ามทางไม่ไหวถูกพัดตกถนน โชคดีข้างทางเป็นทุ่งนาน้ำไม่ลึกทำให้คนขับไม่ได้รับอันตราย เหตุเกิดบนถนนระหว่างบ้านน้ำเกลี้ยง-บ้านอัคคะคำ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 17 ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านอัคคะคำ อำเภอโพธิ์ชัย ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน นายไพฑูรย์ ทรารส บ้านเลขที่ 56 หมู่ 8 บ้านอัคคะคำ ตำบลอัคคะคำ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด นำขับรถไถกลับบ้าน ถนนบ้านน้ำเกลี้ยงไปบ้านอัคคะคำ แต่ระหว่างนั้นฝนตกหนัก ทำให้ถนนมีน้ำไหลพาดผ่านล้นถนนและมีกำลังแรง จึงตัดสินใจขับรถฝ่ากระแสน้ำ แต่เครื่องยนต์ดับกะทันหัน กระแสน้ำจึงพัดรถไถตกถนนลงไป จมน้ำทั้งคัน จากนั้นตนเองจึงได้พยายามออกจากรถมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ผ่านไปมา จึงได้รับความช่วยเหลือ
จากนั้นจึงไปขอความช่วยเหลือจากนายสุนทร ธรรมสาระโป นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลอัคคะคำจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลอัคคะคำนำรถไปช่วย 2 คัน คันที่ 1 เป็นรถยก คันที่ 2 เป็นรถคันลากจูง พร้อมกับมีชาวบ้านมาช่วยกันเป็นจำนวนมาก และสามารถลากจูงรถไถที่จมน้ำขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และนายกฯ เทศมนตรีตำบลอัคคะคำยังกล่าวอีกว่า ฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนชาวตำบลอัคคะคำ หากมีความเดือดร้อนเรื่องอะไรให้ติดต่อไปที่เทศบาลตำบลอัคคะคำทันที จะมีเจ้าหน้าที่เข้าเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง
จากกรณีได้เกิดสภาวะฝนตกหนักตั้งแต่ วันที่ 14 ก.ย.เป็นต้นมาถึงปัจจุบันซึ่งยังตกอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำลำน้ำยัง จังหวัดกาฬสินธุ์ อ.เขาวง และ อ.กุฉินารายณ์ ไหลบ่าลงสู่จังหวัดร้อยเอ็ดที่อำเภอเสลภูมิ ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สูงกว่าตลิ่ง 1.47 เมตร แนวโน้ม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องชั่วโมงละ 40 ซ.ม. ทำให้น้ำล้นตลิ่งไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และถนนถูกน้ำท่วมสูงและถูกตัดขาด ยวดยานพาหนะทุกชนิดผ่านไม่ได้เพราะน้ำไหลเชี่ยว ต้องสัญจรทางเรือ ส่วนนาข้าวจมน้ำ 11 ตำบล เสียหายสิ้นเชิง 19,107 ไร่
นายนรากร นาเมืองรักษ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 4 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะได้เดินทางไปสำรวจความเสียหายพบว่าเกิดน้ำท่วมถนนถูกตัดขาด ไร่นาจมน้ำ จุดแรกพบถนนระหว่างหมู่บ้านวังเขไปบ้านหนองจอกถูกน้ำพัดขาด 2 ช่วง ช่วงละ 40 เมตร จุดที่ 2 ถนนและคอสะพานขาด น้ำไหลเชี่ยว เส้นทางบ้านนาทม ตำบล ภูเงิน ไปบ้านโนนสวรรค์ ระยะทางกว่า 40 เมตร จุดที่ 3 ได้เดินทางไปตรวจสภาพน้ำท่วมถนนระหว่างหมู่บ้าน บ้านโนนสว่าง ต.บึงเกลือ ไปบ้านหวาย ต.ภูเงิน น้ำท่วมสูง 50-60 ซ.ม. ระยะทาง 3 ก.ม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ต้องนั่งเรือสัญจรไปมาเข้า-ออกหมู่บ้าน นาข้าว 11 ตำบลถูกน้ำท่วมสูง 2-4 เมตร เสียหายสิ้นเชิง 19,107 ไร่ มีสภาพคลื่นและลมแรง
ทั้งนี้ ส.ส.นรากรและนายเศกสิทธิ์รับปากชาวบ้านจะได้นำปัญหาอุปสรรค และขอความช่วยเหลือเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยเหลือเยียวยาโดยด่วนต่อไป