แจงบินเหมาลำบิซิเนสคลาสอุ๊งอิ๊งพร้อมนั่งหัวหน้าเพื่อไทยสะพัด‘ชัยธวัช’ซิวหน.ก้าวไกล
‘เศรษฐา’ เตรียมขึ้นเวทียูเอ็น โชว์ถ้อยแถลงบทบาทใหม่ของไทยในโลก รองเลขาฯ นายกฯ แจงคณะ นายกฯเช่าเหมาลำการบินไทยถูกกว่าแอร์บัส ทอ. ยันนั่งชั้นธุรกิจไม่ใช่เฟิร์สต์คลาส ลูกสาว นายกฯ จ่ายค่าบิน-ที่พักเอง ‘อุ๊งอิ๊ง’ พร้อมนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่น้อยใจหากมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า ‘ภูมิธรรม’แย้มต้องการคน รุ่นใหม่ขับเคลื่อนพรรค ยอมรับ ‘แพทองธาร’ มีความสามารถ ยันแก้รัฐธรรมนูญต้องเสร็จใน 4 ปี กกต.ส่ง 1.5 แสนรายชื่อหนุนทำประชามติ ให้สำนักเลขาธิการครม.แล้ว สะพัดแกนนำ ก้าวไกลเคาะ ‘ชัยธวัช’ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ‘ไอติม’ โฆษกพรรค ‘ธรรมนัส’ ไม่แบ่งงานใหม่ ให้รอประเมินผลงาน 3 เดือน 6 เดือน ถ้าทำดี รมช.อาจได้ดูแลงานเพิ่ม
นายกฯเศรษฐาถึงนิวยอร์ก
เวลา 02.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ตามเวลา ท้องถิ่น (สหรัฐช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พร้อมคณะเดินทางถึงสนามบิน จอห์นเอฟเคเนดี้ (นิวยอร์ก) เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA78) ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย.
ภารกิจแรกเริ่มเวลา 11.00 น. เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เข้าหารือเพื่อสรุปงานให้ และคณะ จากนั้นนายกฯ จะเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) และกล่าวถ้อยแถลงลำดับที่ 10 ในช่วง Leader’ Dialogue6 “Mobilizing Finace and investments and the means of implementation for SDGs achievement เป็นเวลา 3 นาที
บินชั้นบิซิเนสไม่ใช่เฟิร์สต์คลาส
ทั้งนี้ นายเศรษฐาพร้อมคณะเดินทางด้วยเที่ยวบินของสายการบินไทย TG 8832 ในเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเติมน้ำมันก่อนไปยังสนามบินจอห์นเอฟเคเนดี้ รวมเวลาเดินทางประมาณ 20 ชั่วโมง
โดยนายกฯ นั่งชั้น Business Class ร่วมกับคณะที่มีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รอง นายกฯ และรมว.ต่างประเทศ พร้อมข้าราชการระดับสูง ไม่ได้นั่งชั้น First Class อย่างที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากเครื่องบินเช่าเหมาลำไม่มีชั้น First Class ซึ่งนายเศรษฐานั่งข้าง พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยา ไม่ได้นั่งเก้าอี้เดี่ยว และต้องเหยียดขาจนสุดเพราะขายาวเนื่องจากสูงถึง 192 ซ.ม. และเก้าอี้ไม่สามารถเอนนอนแบบเตียงนอนได้ รวมถึงไม่มีโต๊ะทำงานแยก
นายกฯ กล่าวว่า “นั่งรวมกับทุกคนในชั้น Business Class ไม่จำเป็นต้องนั่งแยกกัน เอาที่ต้นทุนมีประสิทธิภาพที่สุด อะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยกันครับ สบายๆ ครับ”

ถึงนิวยอร์ก – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางถึงสนามบินเจเอฟเค สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 19 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก
รองเลขานายกแจงเหมาลำบินไทย
ที่สหรัฐอเมริกา น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์การใช้งบเดินทางมาประชุม UNGA78 ว่า ตนในฐานะรับผิดชอบการนำเสนอและจัดหาพาหนะราชการต่างประเทศของนายกฯ การเช่าเหมาลำได้เปรียบเทียบปัจจัยหลายๆอย่าง ทางเลือก 1.ใช้เครื่องของ ทอ. 2.ใช้บริการเช่าเหมาลำ เครื่องทอ.แอร์บัส 350 ข้างในเป็น First Class 6 ที่นั่ง และ Business Class 30 ที่นั่ง ซึ่ง Business Class เก้าอี้ใช้ได้ครึ่งเดียว 15 ที่นั่ง ด้านหลังเป็น Economy Class สภาพภายในก็ตามสภาพ นายกฯ จะนั่ง First Class และคนอื่นๆ 5-6 คน ส่วนวีไอพีที่เหลือนั่ง Business Class และ Economy Class โดยทอ.เสนอราคา 32 ล้านบาท ยังไม่ได้คิดค่าน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่เดิมการบินไทยเสนอ 25 ล้านบาท แต่เพิ่มเป็น 30 ล้านบาทเนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้น หากใช้ของทอ.ราคาอาจถึง 40 ล้านบาทก็ได้
อีกทั้งทอ.ไม่รับประกันกรณีติดภารกิจไม่สามารถให้บริการเราได้ และเฉพาะเจาะจงการบินไทยเพราะเป็นการบินตรงกรุงเทพฯ- นิวยอร์ก บริการที่เกี่ยวข้องราคาก็เป็นไปตามความจริง ค่าอาหารที่มองว่าราคาสูงนั้น อาหารบนเครื่องบินไม่ใช่อาหารทั่วไป 1.5 ล้านบาท เฉลี่ย 50 คน ตกหัวละ 30,000 บาท ขาไป-กลับ ก็ตกหัวละ 3,000 บาท เป็นราคาปกติทั่วไป
ยันลูกสาวนายกฯจ่ายค่าบิน-ที่พัก
ที่เป็นประเด็นกรณีผู้โดยสารร่วมคณะ จะมีคณะทางการ และมีผู้โดยสารที่ติดเครื่องมาเช่น น.ส.ชนัญดา ทวีสิน บุตรสาวของนายกฯ ชำระค่าบริการทุกอย่างเอง ค่าเครื่องบินก็ชำระตามเกณฑ์ ค่าอาหาร ค่าระหว่างที่พักใช้เงินส่วนตัว ไม่ได้ใช้เงินของส่วนราชการแม้แต่บาทเดียว เป็นหลักตามพ.ร.บ.ของทำเนียบใช้กับคนทั่วไป ส่วนภริยานายกฯ เดินทางมาด้วยเพราะสหรัฐเชิญคู่สมรสมาด้วย และมีภารกิจของคู่สมรส เช่น ดูศูนย์บริหาร ผู้สูงวัย เยี่ยมชมชุมชนไทย ซึ่งส่วนนี้บุตรสาวนายกฯ จะไปช่วยศึกษาปัญหาต่างๆ ปัญหาของผู้สูงวัยและช่วยดูแล ไม่ได้มีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับราชการหรือ นายกฯ มาดูแลคุณแม่และช่วยภารกิจของคุณแม่ด้วย ส่วนภาคเอกชนนั้นไม่มีนั่งเครื่องมาด้วย เขาเดินทางมาเอง
เราในฐานะผู้นำที่สหรัฐเชิญมาจะมีระบบการรักษาความปลอดภัยแบบ Secret Service จาก Homeland Security ต้องใช้เวลาพอสมควรอาจเป็นชั่วโมงจนนำนายกฯ ลงมาขึ้นรถ หากนายกฯ มาเครื่องพาณิชย์ผู้โดยสารในเครื่องจะไม่พอใจแน่นอน บางคนอาจมีภารกิจเร่งรีบ เป็นประเด็นหนึ่งที่เราเคยเจอไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงเป็นเหตุผลต้องเหมาลำนำเครื่องมาเอง ขอให้มั่นใจพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างอันใหม่ เราแสดงข้อมูลทุกอย่างบนเว็บไซต์
ลั่นโชว์บทบาทใหม่ของไทย
ระหว่างการเดินทาง นายเศรษฐาโพสต์ระบุ การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 78 #UNGA78 จะเป็นภารกิจต่างประเทศอย่างเป็นทางการแรกของรัฐบาลใหม่ เพื่อแสดงบทบาทใหม่ของไทยที่จะเปลี่ยนไปให้กับเวทีโลกเห็น ผมตั้งใจจะขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ เพื่อบรรลุ #SDGs ความสำคัญในการยึดมั่นระบบพหุภาคี และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายและความต้องการของประชาคมโลกในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระดมทุนเพื่อการพัฒนาและสิ่งแวดล้อมสีเขียว และด้านอื่นๆ อย่างครอบคลุม
เดินหน้าเต็มที่เพื่อประสานความร่วมมือกับทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน และกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำจากนานาประเทศ เพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความมั่งคั่ง รวมทั้งความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคนครับ”
แถลงลดโลกร้อน-รับมือโรคระบาด
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า เมื่อเดินทางถึงนายกฯจะเริ่มภารกิจเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) และจะร่วมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม เพื่อให้การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) การลดโลกร้อนและการเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดครั้งหน้า การเดินทางไปสหรัฐครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่นายกฯจะได้เข้าพบผู้นำประเทศต่างๆ และภาคธุรกิจเอกชนรายใหญ่ของโลก ทำให้ไทยเป็นฐานการลงทุนและผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก
กำหนดการสำคัญ 19 ก.ย. เวลา 16.30 น. นายกฯจะเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำว่าด้วย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG Summit และกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม ช่วงค่ำร่วมงานเลี้ยงรับรอง ที่ นายโจเซฟ อาร์ ไบเดน จูเนียร์ ประธานาธิบดีสหรัฐและภริยา เป็นเจ้าภาพ

ชั้นธุรกิจ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เดินทางด้วยชั้นบิซิเนสคลาสการบินไทย ไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก สหรัฐ โดยถึงสนามบินเจเอฟเค เวลา 02.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น
ถกทวิภาคีผู้นำหลายชาติ
วันที่ 20 ก.ย. นายกฯเข้าร่วมการประชุม High-Level Dialogue on Financing for development, การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Ambition Summit และเป็นประธานกล่าวเปิดในกิจกรรมคู่ขนานระดับสูงของไทยและอาเซียน หัวหน้า “Fostering Partnership for Our Common Future: Enhancing Multi-Stakeholder Parnerships to Accelerate the SDGs in ASEAN ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในฐานะประเทศผู้ประสานงานของอาเซียนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน
นายกฯยังมีกำหนดหารือกับผู้นำหลายชาติ เช่น นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกฯเวียดนาม, ประธานาธบดียุน ซ็อก ยอล แห่งสาธารณรัฐเกาหลี, ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย, นายจิดานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ FIFA และนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาติ UNSG ในวันที่ 21 ก.ย.ด้วย
และกำหนดพบปะหารือผู้บริหารสภาธุรกิจสหรัฐและอาเซียน US-ASEAN Business Council: USABC หอการค้าสหรัฐและภาคเอกชนสหรัฐ รวมถึงผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก NYSE และประชุมมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทยในสหรัฐ รวมถึงพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐในรูปแบบ Hybrid ก่อนกลับถึงไทยเช้า 24 ก.ย.
สลน.ซื้อล้อยางรถกันกระสุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่นายกฯ นายเศรษฐายังคงใช้รถยนต์ ส่วนตัว เลกซัส ป้ายแดง แม้ก่อนหน้านี้ ทางกองยานพาหนะ ทำเนียบรัฐบาล จะนำ เมอร์เซเดส-เบนซ์ S600 Guard Sedan Long สีดำ ทะเบียน 4 กค 29 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถซีดานหุ้มเกราะกันกระสุนมาให้ทดลองนั่งแล้วก็ตาม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ก.ย. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ประกาศวงเงินงบที่ได้รับจัดสรรและรายละเอียดค่าใช้จ่ายการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง โดยมีโครงการการจัดซื้ออย่างชนิดพิเศษ (กันกระสุน) 8 เส้น วงเงิน 3,480,480.00 บาท ราคาเส้นละ 435,060.00 บาท คาดว่าจะนำมาใช้กับรถเบนซ์ประจำตำแหน่งนายกฯ ทั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่จัดซื้อยางกันกระสุน แต่มีมาแล้วในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ก้าวสู่ปีที่ 16 – ‘อุ๊งอิ๊ง’ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ เป็นประธานทำบุญเลี้ยงพระในโอกาสพรรคเพื่อไทยก่อตั้งครบรอบ 15 ปี ก้าวสู่ปีที่ 16 ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 ก.ย.
พท.ทำบุญก้าวสู่ปีที่ 16
เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล 9 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดสุนทรธรรมทาน (วัดแคนางเลิ้ง) พร้อมสักการะพระชัยมงคลและศาลตายาย บริเวณชั้น 7 เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งพรรค พท.ปีที่ 15 ก้าวสู่ปีที่ 16 โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และรักษาการรองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรค นายชัยเกษม นิติสิริ สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงแกนนำคนสำคัญ รัฐมนตรี สส. สมาชิกพรรคและเจ้าหน้าที่พรรค ร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง
อิ๊งตื่นเต้นร่วมกก.ซอฟต์เพาเวอร์
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า วันเกิดพรรคคือช่วงก.ค. แต่ช่วงนั้นค่อนข้างยุ่ง ช่วงนี้สามารถจัดทำบุญได้จึงรวบรวมคนในพรรคให้ได้มากที่สุดเพื่อมาทำบุญร่วมกัน ตลอด 16 ปีที่ก่อตั้งพรรคมา โดนยุบไป 2 รอบ กลับมาได้ ทุกวันนี้เรามีพรรคอยู่ คิดนโยบายทำประโยชน์เพื่อประชาชนได้ถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นหนึ่ง
ส่วนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ตนตื่นเต้นมากที่อยากจะเริ่มทำงาน เมื่อฟอร์มทีมเรียบร้อย เริ่มคิกออฟแมตช์แรกเมื่อไรก็พร้อมทำงานทันที เมื่อถามว่าจะเข้าไปทำงานที่ทำเนียบด้วยหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คงมีโอกาสได้เข้าไปทำงาน อาจต้องมีหลายวงประชุมและทำหลายหน้าที่ ดังนั้นทำงานได้หมดในทุกสถานที่ที่สะดวกกับทีมงาน เพื่อให้ได้มีผลงานออกมาเร็วที่สุด
พร้อมนั่งหัวหน้าพรรค
เมื่อถามถึงกรณีจะเข้าไปดูที่ทางตำแหน่งอื่นด้วยหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวติดตลกว่า สื่อมวลชนชอบมอบตำแหน่งให้ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ ขอขอบคุณ แต่ยังไม่มองถึงตำแหน่งอื่น หากได้มีโอกาสเข้าไปคงตื่นเต้นเพราะเคยเข้าไปตอนเด็ก สมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ
เมื่อถามถึงกรณีมีชื่อติดโผเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ พร้อมหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ถามว่าพร้อมหรือไม่ส่วนตัวทำเพื่อพรรคอย่างทุ่มเทเต็มที่ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทำเพื่อพรรคอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม การจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่เป็นตนเต็มที่กับพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่าผู้ใหญ่ในพรรคต้องการดันคนรุ่นใหม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนพร้อมทำเพื่อพรรคอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเสียงเชียร์สนับสนุนเป็นกำลังใจ แต่ไทม์มิ่งที่ตนเข้ามาหากเกิดผลดีกับพรรคมากที่สุด รวมถึงกับสส.และทุกคน ความหมายคือถ้ามีคนที่ดีกว่าและจะนำพรรคได้ดีกว่าตนก็ยอม แต่ถ้าเป็นตนหากคิดว่าดีที่สุดก็ยอมเช่นกัน ตนมองที่เป้าหมาย เมื่อมีคนพูดว่าตนควรเป็นหัวหน้าพรรคตนเต็มที่แม้ว่ามีหรือไม่มีตำแหน่ง ฉะนั้นจะไม่มีการน้อยใจหากไม่ได้เป็น หรือได้เป็นหัวหน้าพรรค เพราะจุดยืนคือทำเพื่อพรรค
ชมเศรษฐาฟิต-ขยันมาก
น.ส.แพทองธารกล่าวถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลังในการทำงานว่า นายกฯ สู้มาก ตนแซวเหนื่อยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่าไม่เหนื่อย และมีงานเยอะมาก พร้อมบอกให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง ตนยังแซวอีกว่าฝากดูทีมงานด้วยเดี๋ยวสลบกันไปหมดแล้ว ยอมรับว่านายกฯ สู้ และฟิตมาก ขยันมากจริงๆ จึงอยากขอฝากพี่น้องประชาชนให้กำลังใจนายกฯ ด้วย เนื่องจากอยากทำงานให้เต็มที่ เพื่อจะให้ประเทศไทยไปถึงจุดที่ดีขึ้น
ภูมิธรรมยันอิ๊งมีความสามารถ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำบุญพรรควันนี้ถือฤกษ์อะไรหรือไม่ว่า ไม่มีฤกษ์ ตนเพิ่งจัดการงานเสร็จแล้วก็รีบเข้ามา ส่วนการสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่รักษาการเลขาฯ พรรคกำลังดำเนินการ ในที่ประชุม กก.บห.พูดถึงกรอบชัดเจนว่าจะเลือกให้เสร็จภายใน 60 วัน แต่คาดบวกลบ 45 วันนิดหน่อยก็จะจัดการแล้วเสร็จ ส่วนจะเป็นบุคคลอย่างไรจะรวบรวมความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคให้ชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อถามว่ามองว่าต้องเป็นคนรุ่นใหม่ หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่สมาชิก เมื่อถามว่าจะมีชื่อน.ส.แพทองธาร หรือไม่ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า น.ส.แพทองธารเป็นคนรุ่นใหม่ สามารถนำ สิ่งใหม่ๆ เข้ามา และเป็นคนที่มีศักยภาพ มีความสามารถ แต่เป็นเรื่องของที่ประชุมใหญ่แนวโน้มเพื่อไทยเราพยายามให้คนรุ่นใหม่ มีความรู้ ความสามารถเข้ามามากขึ้น ส่วนพวกตนมีประสบการณ์มาพอสมควรแล้วจะค่อยๆ กลับไปเป็นผู้สนับสนุน
แก้รธน.ให้เสร็จใน 4 ปี
นายภูมิธรรมกล่าวถึงการรักษาการนายกฯ ระหว่างนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ไปสหรัฐ นายกฯ ได้ฝากอะไรไว้หรือไม่ว่า นายกฯ ไปแค่ 4-5 วัน ไม่มีอะไรมาก ท่านเร่งเรื่องรัฐธรรมนูญ และให้แต่ละกระทรวงเข้าไปทำงานกันให้เต็มที่ ต้องดูว่าเรื่องไหนเป็นรื่องที่นายกฯ ต้องดำเนินการก็จะช่วยกันทำ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายกฯ มอบหมายให้ตนเป็นประธาน ขณะนี้กำลังดูและติดต่อทาบทามคน พยายามให้มาจากภาคส่วนหรือคนที่มีความรู้ด้านกฎหมายมหาชน ยืนยันรัฐบาลนี้จะผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากให้ผ่านได้โดยเร็ว ต้องเสร็จภายใน 4 ปี จะพยายามทำให้เร็วที่สุด หากมีการทาบทามตัวบุคคลแล้วจะแจ้งให้สื่อทราบอีกครั้ง หลังจากนั้นจะเร่งทำงานทันที ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลอยากให้เกิดขึ้นและอยากให้ประชาชนสบายใจ
ชี้แบ่งงานก.เกษตรฯต้องคุยกัน
เมื่อถามถึงกรณีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่พอใจการแบ่งงานในกระทรวงเกษตรฯ ที่รมช.ได้ดู 4 กรม รัฐมนตรี 11 กรม จึงเรียกร้องให้นายภูมิธรรมเป็นผู้ดูแล ได้พูดคุยกันแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องเมื่อ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นอำนาจของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ท่านต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง และคงจะมีการพูดคุยกันอีก
เมื่อถามว่ามองว่า 4 กรมเหมาะสมหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดว่ามีกรมไหนบ้าง ซึ่งต้องมีการดูรายละเอียดและพูดคุยกันอีกครั้ง
ธรรมนัสลั่นไม่แบ่งงานใหม่
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงเกษตรฯ ถึงการแบ่งงานว่า ส่วนตัวไม่ได้ขัดแย้งกับ 2 รมช.เกษตรฯ ตำแหน่งรมว.ต้องดูแลทุกกรมในสังกัด งานที่จัดสรรให้เป็นเรื่องภายในบ้าน ตนในฐานะหัวหน้าครอบครัวต้องดูแลให้เรียบร้อย
นายกฯ เป็นผู้บังคับบัญชา รัฐมนตรีทุกกระทรวงต้องน้อมรับนโยบายนายกฯ เช่นเดียวกันรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงหากมี นโยบายอะไรไว้ข้าราชการและรมช.ต้องนำไปปฏิบัติ หากทำดีก็อาจมอบหมายงานให้อีก เป้าคือความสุขของเกษตรกร ดังนั้นหากพบปัญหาอุปสรรคเร่งด่วนตนจะไม่รอ จะสั่งการให้เร่งแก้ปัญหาทันที ขออย่านำเสนอข่าวจนทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน
เรื่องนี้เป็นปัญหาภายในที่ต้องมีการอธิบายทำความเข้าใจหลายเรื่อง การมอบหมายงานของกระทรวงเกษตรฯ ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ทุกพรรคแล้ว ไม่ได้ตัดสินใจโดยพลการ ขอให้รมช.ทำงานอย่างดีที่สุดเท่าที่ตนมอบหมาย และจะมีการประเมินผลงานอีกครั้ง “ยืนยันไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งแบ่งงานให้ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่ขอให้ทำงานที่ได้รับมอบหมายไปให้ดี อาจพิจารณาให้งานเพิ่มหรืออีก 6 เดือนหรือไตรมาส”
‘พิชิต’ร่วมถกแก้รธน.
นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงหน้าที่ได้รับมอบหมายจาก นายกฯ ว่า ดูหลายเรื่องตามที่ได้รับมอบหมายทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมายและอื่นๆ เรื่องรัฐธรรมนูญจะมาหารือกันวันนี้ ส่วนตนจะอยู่ในคณะกรรมการชุดของนายภูมิธรรมหรือไม่ กำลังหารือกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญมี คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีประเด็นทั้งการแก้รายมาตราและแก้ทั้งฉบับ จึงต้องพูดคุยกันหลายประเด็น แต่จะทำให้การแก้ไขธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด และจะทำให้สำเร็จในสมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา เราจะทำได้หรือไม่ เพียงใด และจะทำให้ร่างแก้ไขผ่านวาระแรกได้หรือไม่ตอนนี้ยังยืนยันอะไรไม่ได้แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่แตะเรื่อง พระราชอำนาจ ซึ่งการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ส่วนตัวคิดว่าจะต้องทำให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง และรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายให้มากที่สุด โจทย์ของเราคือความสำเร็จ
เมื่อถามถึงคดีถุงขนม 2 ล้านที่ถูกสังคมตั้งคำถามมั่นใจหรือไม่ นายพิชิตกล่าวว่า ทราบว่ากฤษฎีกาไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี ตนไม่ยึดติดตำแหน่งขอทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

กทม.พบมท. – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมกับ รับมอบนโยบาย ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 19 ก.ย.
กกต.ยื่น 1.5 แสนชื่อถึงสลค.แล้ว
ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า วันนี้สำนักงานกกต.ได้ส่งรายชื่อ 159,000 รายชื่อ จาก 210,000 ชื่อที่ภาคีเครือข่ายประชาชนรวบรวมเพื่อเสนอให้จัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ส่วนงบทำประชามติยังไม่ได้คำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายแต่มีของเดิมที่เคยทำ คงเพิ่มแค่เรื่องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ผู้มีสิทธิมากขึ้น ส่วนหน่วยเลือกตั้งหรือการวางบริหารจัดการก็จะคล้ายๆ กับการเลือกตั้งสส. แต่ความซับซ้อนและงบประมาณจะน้อยกว่า เช่น การพิมพ์บัตรก็ง่ายกว่า เพราะมีแค่ช่องเห็นชอบแล้วไม่เห็นชอบแต่ตอนนี้ยังไม่ทราบคำถาม
เมื่อถามว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีผลกระทบต่อกกต.อย่างไร นายแสวงกล่าวว่า ต้องรอดูเพราะไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูว่าสภาจะพิจารณาอย่างไรเพราะขณะนี้ไม่สามารถคาดคะเนได้
ยังไร้ข้อสรุป-ทิศทางแก้รธน.
ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ยังไม่ได้ข้อสรุป แม้รัฐบาลจะตั้งให้นายภูมิธรรม เป็นผู้รับผิดชอบตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ แนวทางของการแก้ไขสภาต้องเป็นเวทีกลางดำเนินการ ซึ่งตนสนับสนุนให้ใช้กลไกของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เหมือนรัฐธรรมนูญ 2540
นายพิเชษฐ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวพรรคก้าวไกลจะขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ออกจากพรรค เพื่อจะได้นั่งรองประธานสภาต่อ ขณะที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่จะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ว่า เป็นความคิดของพรรคก้าวไกล เป็นสิทธิทางการเมือง ส่วนจะสง่างามหรือไม่เป็นประเด็นที่สังคมคิดได้
เล็งจับสลากแบ่งโควตาปธ.กมธ.
นายพิเชษฐ์กล่าวว่า วันที่ 21 ก.ย. เวลา 13.30 น. นัดตัวแทนพรรคการเมืองพิจารณาโควตาประธาน กมธ.สามัญ 34 คณะ รอบที่ 3 หากการนัดประชุมอีกครั้งไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้จะเสนอวิธีจับสลาก เตรียมกล่องไว้ 2 ใบ ใบแรกมีเลข 1-8 ตามจำนวนพรรคที่มีสิทธิได้โควตาประธานกมธ. เพื่อให้จับลำดับการจับสลาก กล่องที่สองมีเลข 1-35 พร้อมชื่อ กมธ. พรรคใดจับลำดับได้ก่อนจะให้จับตามสัดส่วนโควตาประธานกมธ. พรรคไหนได้ 10 คณะ และได้ลำดับแรกให้จับให้ครบ 10 คณะ แต่หากเจรจากันได้วิธีที่เตรียมไว้จะไม่ถูกนำมาใช้
ใครจะยอมหรือไม่ ตนต้องรับผิดชอบและต้องให้เดินหน้าได้ เพราะปัญหาของประชาชนและประเทศรอไม่ได้ เหลือเวลาประชุมสภาสมัยนี้อีก 1 เดือน สส. 500 คนต้องไปทำงานช่วงปิดสมัย สัปดาห์หน้าวันที่ 27 ก.ย. จะบรรจุให้เสนอชื่อ สส. 500 คนทำหน้าที่ในกมธ.คณะต่างๆ และให้กมธ.แต่ละคณะเป็นผู้เลือกประธาน และตำแหน่งอื่นๆ ในกมธ. ในวันที่ 28 ก.ย. ซึ่งเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย
เมื่อถามถึงการจัดสรรโควตาประธานกมธ.เพิ่มให้พรรคก้าวไกล หลังชนะเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ต้องยึดจำนวน สส.ในปัจจุบัน คือ 499 คน เพราะกกต. ยังไม่รับรองผลกการเลือกตั้ง ดังนั้นต้องยึดตัวเลขทางการดังกล่าว
ก้าวไกลชี้สังคมมีคำถามรธน.2 ข้อ
ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการเลขาธิการพรรค กล่าวกรณีนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ ระบุรัฐบาลชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากแล้ว ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความชัดเจน 2 เรื่อง 1.เพื่อไทยในฐานะเป็นแกนนำรัฐบาลชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงและเคยแถลงตอนจัดตั้งรัฐบาลว่าภารกิจของรัฐบาลคือเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พูดถึงว่ามติครม.ครั้งแรกจะมีวาระการลงประชามติ แต่ปรากฏว่าเป็นแค่คำสั่งให้นายภูมิธรรม ไปตั้งคณะกรรมการศึกษา ไม่เหมือนกับที่เคยว่าไว้
2. มีคำถามว่าการตั้งคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติจะเป็นการเตะถ่วง หรือเปิดช่องไม่ให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และไม่ต้องมี ส.ส.ร.หรือไม่ และจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการนี้อีกหรือไม่ เพราะสภาสมัยที่แล้วตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไปแล้ว ตนนั่งอยู่ด้วย มีตัวแทนของทุกพรรค รวมถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาฯ นายกฯ ขณะนั้นเป็นประธานกมธ. ข้อสรุปของกมธ.นอกจากศึกษาในรายละเอียดและเนื้อหาที่ควรจัดทำใหม่แล้ว ยังเสนอว่าควรจัดทำใหม่ทั้งฉบับ โดยมีส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งและให้ทำประชามติ จึงแทบจะไม่มีอะไรให้ศึกษาใหม่แล้ว เพราะมีผลการศึกษาที่ชัดเจนอยู่แล้ว รัฐบาลต้องเข้าใจทำไมสังคมตั้งคำถาม
ให้ฟังหมออ๋องแจงปมดูงาน
เมื่อถามถึงการขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ออกจากพรรค หากหัวหน้าพรรคคนใหม่รับตำแหน่งผู้นำ ฝ่ายค้านว่า เป็นเรื่องของกก.บห.ชุดใหม่ เมื่อมีกก.บห.ชุดใหม่แล้ว จะมีการพูดคุยกับนายปดิพัทธ์อีกครั้ง
ส่วนกรณีการบินไปดูงานที่สิงคโปร์ของนายปดิพัทธ์ ซึ่งกำลังถูกวิจารณ์เพื่อหาเหตุให้ถูกขับออกจากพรรค มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า อันดับแรกถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนเข้ามาช่วยตรวจสอบการทำงาน ของสส. ไม่ว่าจะในบทบาทฐานะใด ต้องขอขอบคุณ และเข้าใจว่า 20 ก.ย.นายปดิพัทธ์น่าจะแถลงชี้แจงอีกครั้ง จะได้ทราบถึงที่มาที่ไป
เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลท้วงติงกรณีจะให้พรรคขับออกเพื่อนั่งรองประธานสภาต่อนั้นไม่สง่างาม เหมือนการเล่นละคร นายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นการเล่นละครอย่างไร ขอให้รอฟังนายปดิพัทธ์ชี้แจง ซึ่งแน่นอนว่า นายปดิพัทธ์จะรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบ
ชัยธวัชปลื้มติดโผหน.พรรค
นายชัยธวัชกล่าวถึงความชัดเจนเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ว่า ต้องรอการประชุมวิสามัญ 23 ก.ย.นี้ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรขณะนี้เริ่มมีโผรายชื่อออกมาแล้ว ซึ่งนายชัยธวัช เป็น 1 ในแคนดิเดตด้วย นายชัยธวัชกล่าวว่า ขอบคุณที่มีผู้เสนอชื่อตน แต่สุดท้ายยังต้องรอการประชุมอย่างเป็นทางการก่อน
เมื่อถามว่าพร้อมหรือไม่หากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องพร้อม และในความเป็นจริงก็มีบุคลากรหลายคนที่พร้อมจะมาเป็นหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว
ส่วนหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องมีจุดเด่นหรือแตกต่างจากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลอย่างไรนั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า ผู้นำแต่ละคนก็มีลักษณะที่แตกต่างกันอยู่แล้ว คงไม่มีใครที่เหมือนใครเป๊ะ และคงต้องดูความสอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ยืนยันว่าสุดท้ายนายพิธา ก็จะได้กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่สส.ได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อถึงตอนนั้นอาจมีการปรับเปลี่ยน กก.บห.ชุดใหม่อีก ยังมั่นใจว่านายพิธาจะกลับมาเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการของพรรคได้อีก อย่างช้าภายในต้นปีหน้า
ลงตัว‘ชัยธวัช’หน.‘อภิชาต’เลขา
ส่วนความเคลื่อนไหวการคัดเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.พรรคก้าวไกลชุดใหม่ยั้น แกนนำพรรคได้พูดคุยกันค่อนข้างจะลงตัวเรื่องตำแหน่งสำคัญต่างๆ ก่อนจะเคาะอย่างเป็นทางการในการประชุม กก.บห.พรรควันที่ 23 ก.ย.นี้ โดยตำแหน่งสำคัญๆ มีนายชัยธวัช ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ นายอภิชาต ศิริสุนทร เป็นเลขาธิการพรรค
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค ก้าวไกล นอกจากนี้ แกนนำพรรคยังจะเสนอชื่อ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ ให้ทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวพรรคก้าวไกลคุยลงตัวหัวพรรคคนใหม่เป็นนายชัยธวัชว่า ยืนยันให้รอวันที่ 23 ก.ย. ซึ่งเป็นการประชุมวิสามัญ ตอนนี้ไม่ว่าจะกระแสข่าวออกมาแบบใด ยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่มติที่เป็นทางการ เมื่อถามว่างงหรือไม่ น.ส.ภคมนกล่าวว่า ใช่ จึงต้องยืนยันว่าอยากให้รอ 23 ก.ย.จะมีการแถลงข่าวเวลา 12.30 น. ส่วนแคนดิเดตคาดน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3 คน ข่าวที่ออกไปมีทั้ง นายชัยธวัช น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รักษาการรองหัวหน้าพรรค และกก.บห.พรรคอีก 1 คน คนจะเป็นหัวหน้าพรรคต้องเป็นสส. เนื่องจากเราต้องการตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน