แฉประวัติเมีย4ลูก10 คุมสอบภรรยาคนที่2 รับเป็นคนเอาร่างไปทิ้ง เจอชิ้นส่วนกระดูกเด็กเร่งตรวจ‘ดีเอ็นเอ’มัด
ช็อกอีก 4 ศพ ตร.ขยายผลคดีพ่อทมิฬ ฆ่าลูก 2 ขวบโบกปูน สอบเค้นทั้งคืนยังอ้างป่วยทางจิต แฉมีเมีย 4 ลูก 10 เจอตายแล้วอีก 4 ศพ เร่งหาหลักฐานมัด เอาผิดเมียคนที่ 2 รู้เห็นเอาศพไปทิ้ง ผบช.น.ประชุมเร่งรัดคดี พิสูจน์จุดพบศพเด็ก 4 ศพ พื้นที่ สน.บางซื่อและสายไหม คาดเด็กไม่ได้ตายด้วยตัวเอง ล่าสุดเจอชิ้นส่วนกระดูกเด็ก 2 ขวบถูกฝังริมถนนพหลโยธิน ใกล้ปากซอยพหลโยธิน 56
ต้องสงสัยฆ่าลูกมาแล้ว 4 ศพ
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ พ่อกับแม่แท้ๆ ฆ่าลูกวัย 2 ขวบฝังดินโบกปูนทับ
ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่ สน.บางเขน ตำรวจคุมตัวนายส่องศักดิ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งหลังถูกสอบเค้นเครียดตลอดทั้งคืน โดยนายส่องศักดิ์สะอื้นไห้ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าลูกจริง และอ้างว่าสาเหตุที่ทำลงไปเป็นเพราะมีอาการป่วยและต้องทานยาจิตเวชมาหลายปี ส่วนตัวรู้สึกสำนึกผิด ต้องการขอโทษสังคมกับสิ่งที่ทำลงไป
ขณะที่พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทราบข้อมูลการก่อเหตุของ 2 ผู้ต้องหา เนื่องจาก ฝ่ายสืบสวนมีข้อมูลพื้นฐานและพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไว้อยู่แล้วก่อนหน้านี้ หลังจาก กัน จอมพลัง เคยเข้าช่วยเหลือบรรดาลูกของผู้ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจมีข้อมูลจากพยานแวดล้อมที่ให้การเป็นประโยชน์ว่า ครอบครัวนี้มีความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมีข้อมูลจากชุดสืบสวนว่าสองสามีภรรยาได้ก่อเหตุจริง จึงเข้าสอบปากคำจนทั้ง 2 รับสารภาพ
ด้านพ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยว่า จากนี้จะสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองรายอย่างละเอียด ถึงมูลเหตุ และแรงจูงใจก่อเหตุ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ผู้บังคับบัญชาระดับกองบัญชาการตำรวจ นครบาล จะประชุมกับชุดพนักงานสอบสวน ก่อนจะชี้แจงกับสื่อมวลชนต่อไป
ทั้งนี้แนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีภรรยา 4 คน ภรรยา คนที่ 1 มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 20 ปี ภรรยา คนที่ 2 มีลูกด้วยกัน 5 คน แต่หายไป 4 คน เหลือเพียง 1 คน ภรรยา คนที่ 3 (นางสุนัน ชาวกำแพงเพชร) มีลูกด้วยกัน 3 คน ซึ่ง 1 ใน 3 คือเด็ก 2 ขวบที่ถูกก่อเหตุฆ่าโบกปูน ภรรยา คนที่ 4 มีลูกด้วยกัน 1 คน มีลูกรวมทั้งหมด 10 คน อายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 20 ปี ซึ่งตำรวจกำลังสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพื่อหาความเชื่อมโยงกรณีที่ลูก 4 คนหายตัวไปที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนพบว่า นายส่องศักดิ์อาจมีส่วนพัวพันกับการที่ลูกทั้ง 4 หายตัวไปโดยเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว และถูกนำศพไปทิ้งในพื้นที่เขตบางซื่อ 2 ศพ และอีก 2 ศพในเขตสายไหม

พ่อแม่ทมิฬ – ตำรวจนำตัวนายส่องศักดิ์ ส่งแสง อายุ 46 ปี และนางสุนัน นาหัวนิล อายุ 40 ปี ถ่ายรูปทำประวัติอาชญากร คดีร่วมกันฆ่าลูกตัวเองฝังดินโบกปูน ที่สน.บางเขน เมื่อวันที่ 20 ก.ย.
เรียกสอบเมียทั้งสี่
ทั้งนี้สำหรับภรรยาทั้ง 4 ของนายส่องศักดิ์ 1.นางศิรินันท์ (สงวนนามสกุล) ชาว จ.ตรัง ภรรยาคนที่ 1 มีลูกด้วยกัน 1 คน อยู่ระหว่างนำตัวมาจาก จ.ตรัง เพื่อมาสอบปากคำ 2.น.ส.เจษฎา (สงวนนามสกุล) ชาว จ.ชุมพร ภรรยาคนที่ 2 ที่มีลูกด้วยกัน 5 คน เสียชีวิต 4 คน (เป็นผู้ชายทั้งหมด) ระหว่างปี 2556, 2557, 2559 และ 2561 ทิ้งศพย่านสายไหม 2 คน ย่านบางซื่อ 2 คน เหลือ 1 คน คือ ด.ญ. อายุ 12 ปี ตอนนี้อยู่ที่สถานสงเคราะห์ โดย ด.ญ.วัย 12 ปี ที่เป็นคนเปิดเผยว่า พ่อแม่ร่วมกันทำร้ายน้องคนเล็กจนเสียชีวิต 3.น.ส.ศรินญา (สงวนนามสกุล) ชาว จ.ตรัง ภรรยาคนที่ 3 มีลูกด้วยกัน 1 อยู่ระหว่างนำตัวมาจาก จ.ตรัง เพื่อมาสอบปากคำ และ 4.น.ส.สุนัน (สงวนนามสกุล) ชาว จ.กำแพงเพชร ภรรยาคนที่ 4 เบื้องต้นถูกแจ้ง 3 ข้อหา โดยมีลูกด้วยกัน 3 คน เสียชีวิต 1 คน คือ ด.ญ.วัย 2 ขวบ เหลือ 2 คน คือ ด.ช.อายุ 7 เดือน อยู่กับยายที่ จ.กำแพงเพชร และ ด.ญ.อายุ 4 ขวบ ตอนนี้ได้รับความช่วยเหลืออยู่ที่สถานสงเคราะห์
แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเปิดเผยว่า น.ส.เจษฎา ภรรยาที่มีลูกด้วยกันทั้งหมด 5 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กทารก 4 คน เสียชีวิตทั้งหมด ตำรวจพบศพแล้ว 2 รายอยู่ในเขตบางซื่อ ส่วนอีก 2 ราย เชื่อว่าถูกฝังอยู่ภายในพื้นที่เขตบางเขน
ด้านคดีความ เบื้องต้นกำลังรอหลักฐานทางแพทย์นำมาประกอบการแจ้งข้อหา ซึ่งน่าจะเข้าข่ายซ่อนเร้นอำพรางศพ ขณะเดียวกันตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) กำลังรอเข้าตรวจสอบบ้านหลังที่เกิดเหตุในซอยพหลโยธิน 48 แยก 11
แฉบังคับเมีย-ลูกเอาศพไปทิ้ง
ทั้งนี้มีรายงานว่าเด็กที่เสียชีวิตประกอบด้วย 1. ด.ช.ศักดิ์ดา ส่งแสง อายุประมาณ 6-7 เดือน เสียชีวิตที่ตึกที่พักอยู่ ระหว่างซอยพหลโยธิน 50 และพหลโยธิน 52 เขตสน.บางเขน เดินทางโดยรถตู้นำศพไปทิ้งที่บริเวณหลังสวนจตุจักร เขต สน.บางซื่อ ปีที่เสียชีวิต ปี 2555 2.ด.ช.ธีรภาพ ส่งแสง อายุประมาณ 1-2 เดือน เสียชีวิตที่อพาร์ตเมนต์ไม่ทราบชื่อหลังตลาดสี่มุมเมือง (ที่พัก) เขต สภ.คูคต เดินทางนำศพไปทิ้งโดยรถจักรยานยนต์ ทิ้งที่บริเวณที่รกร้างถนนพหลโยธินขาเข้า ใกล้ปั๊มเอสโซ่ เขต สน.สายไหม ปีที่เสียชีวิต ปี 2557
3.ด.ช.ธนาทรัพย์ ส่งแสง อายุประมาณ 2 เดือน เสียชีวิตที่ตึกที่พัก ระหว่างซอยพหลโยธิน 50 และพหลโยธิน 52 เขตสน.บางเขน เดินทางโดยรถตู้นำศพไปทิ้งที่บริเวณหลังสวนจตุจักร เขต สน.บางซื่อ ปีที่เสียชีวิต ปี 2559 4. ด.ช.นัฐพงศ์ ส่งแสง อายุไม่ถึง 1 เดือน เสียชีวิตที่ตึกที่พัก ระหว่างซอยพหลโยธิน 50 และพหลโยธิน 52 เขตสน.บางเขน เดินทางนำศพไปทิ้งโดย รถจักรยานยนต์ ทิ้งที่บริเวณที่รกร้างถนน พหลโยธินขาเข้า ใกล้ปั๊มเอสโซ่ เขต สน.สายไหม ปีที่เสียชีวิต ปี 2560 โดยทุกครั้งที่เด็กเสียชีวิต น.ส.เจษฎา ผู้เป็นแม่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ตนจะถูกนายส่องศักดิ์บังคับให้น.ส.เจษฎากับลูกสาวเดินทางนำศพไปทิ้งด้วย
ผบช.น.แถลงผลสอบ
ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผบช.น. ดูแลงานกฎหมายและคดี พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร โฆษก สพฐ.ตร. รองผบก.น.2 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเขน สน.บางซื่อ สน.สายไหมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมติดตามความคืบหน้าคดีใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง
พล.ต.ท.ธิติ เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่สอบพบใช้คำว่าสันนิษฐานว่า อาจมีเด็กเสียชีวิตมากกว่า 1 ราย เกิดเหตุหลายท้องที่สน.บางเขน สน.บางซื่อ สน.สายไหม จากการตรวจสอบมีเบาะแสไปสู่ศพนิรนามตั้งแต่ปี 57, 59 โดยมีการเก็บพยานหลักฐานไว้ ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สพฐ.ตร.) จัดเก็บดีเอ็นเอในศพนิรนามที่ นิติเวช รพ.ตร. ทางพนักงานสอบสวน ทีมสืบสวนศพเด็กที่พบมีการเชื่อมโยงพื้นที่สน.บางเขน สันนิษฐานว่า อาจมีเด็กเสียชีวิตอีก 4 รายนำศพไปอำพราง ซ่อนเร้น ทางฝ่ายสืบสวนได้รับทราบข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบว่า เป็นบุตรเกี่ยวโยงเป็นพ่อแม่หรือไม่ ทางฝ่ายสอบสวนอยู่ระหว่างเชื่อมโยงส่วนที่เกี่ยวข้องจากพยานหลักฐาน เนื่องจากพฤติกรรมมีความซับซ้อน มีการลงมือลักษณะข่มขืนใจบางส่วน ต้องหาเหตุจูงใจ และทุกคดีมีส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกัน จำเป็นต้องใช้เวลา บช.น. ตั้งคณะทำงานฝ่ายสืบสวน ฝ่ายสอบสวน รายงานไปยังสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เบื้องต้นพิจารณาภาพรวมที่ต้อง ยกระดับคณะทำงานเป็นพิเศษ
ฆ่าฝังลูกชายปีเว้นปี
เมื่อถามว่า 4 ศพแรกผู้ต้องหาให้การว่าอย่างไรนั้น พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า ทั้งหมดเป็นข้อสันนิษฐานต้องพิสูจน์ทราบว่าอีก 4 คนอยู่ที่ไหน ทำไมบางคนต้องไปอยู่กับญาติ พล.ต.ต.นพศิลป์ได้สั่งการฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบ ทางสพฐ.ตร. นิติเวช รพ.ตร. เก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่าเป็นเด็กที่หายไปหรือไม่ ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อมูลไว้ว่า เด็กอยู่บริเวณใด ซึ่งต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นศพเด็กที่หายไปหรือไม่ มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถพิสูจน์ทราบได้ 2 ราย เป็นเพศชายในพื้นที่ ริมถนนสวนรถไฟใต้พุ่มไม้เขตบางซื่อ ลักษณะเป็นการห่อศพไปทิ้งไว้ ศพแรก 10 เดือน อีกศพ 2 เดือน ทิ้งห่างกัน 1 ปี มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย อยู่ระหว่างเรียกสอบพยานในพื้นที่ มีแม่เป็นคนเดียวกัน ส่วนศพที่พบจ.กำแพงเพชร เป็นเพศหญิงแม่อีกคน แต่อีก 2 รายมีเบาะแสว่าพื้นที่เก็บศพอยู่
“ทั้งนี้ เด็ก 4 คน มีรายชื่อในทะเบียนประวัติ มีการแจ้งเกิดถูกต้อง ซึ่งพ่อมีภรรยาหลายคน ภรรยาคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีบุตร 5 คน และมีภรรยาที่เกี่ยวเนื่องอีก ศพเด็กที่กำแพงเพชรคือภรรยาที่เกี่ยวเนื่อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวมาอยู่ในพื้นที่บางเขนได้อย่างไร ถามว่าภรรยารู้เห็นการตายกี่คนนั้น เอากรณีที่มีพยานหลักฐานภรรยาน่าจะรับรู้รับทราบ ส่วนภรรยาทั้ง 4 คนมีส่วนร่วมทั้งหมดหรือไม่ ต้องตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร พยายามเอาทุกคนมาสอบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงภรรยา 2 คน อาจจะมีภรรยาคนอื่นนอกจากนี้ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพิ่มเติม ส่วนที่ถามว่าแรงจูงใจนั้น การพิสูจน์ทราบยังไปไม่ถึงตรงนั้น วางสอบสวนวางประเด็น กับหลักฐานที่เรามีว่าตรงกันหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร” ผบช.น.กล่าว
มีประวัติรักษาอาการทางจิต
ส่วนอาการทางจิตรักษาปี 59 นั้น มีประวัติการรักษา แต่เป็นเรื่องกรณีทางจิตเวชหรือยาเสพติด ต้องทำการตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการตรวจสอบ พล.ต.ท. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบช.สพฐ. พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ แพทย์ใหญ่ ร.พ.ตำรวจ ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่
จากการสอบสวนว่าเอาไปฝังปูนเมื่อไหร่นั้น ฝ่ายแม่เป็นผู้พูดอย่างเดียว พ่อไม่ให้การแต่อย่างใด ยังไม่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ทางคดี รอผลการตรวจสอบพยานหลักฐาน ไม่มีพยานแวดล้อม จึงต้องรอผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่มีพยานหลักฐานว่าศพไม่ได้ตายเอง ส่วนกรณีที่กัน จอมพลังช่วยอพาร์ตเมนต์นั้น ต้องขอบคุณภาคประชาชนที่ทำให้ได้มีการแก้ไขเกิดขึ้น ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่แล้วเป็นคนละส่วนกัน ส่วนเป็นฆาตกรต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่อยากรีบสรุป แต่พยายามคลี่คลายคดีให้อยู่ในพื้นฐานพยานหลักฐานมากที่สุดต้องใช้พยาน หลักฐานเชื่อมโยงคำพูด
ด้านพล.ต.ต.สมควรกล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ร่วมกันปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ, ร่วมกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อม ในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น”

จุดทิ้งศพ – พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. นำชุดสืบสวนและพฐ.ตรวจจุดที่ 1 ที่เมียของนายส่องศักดิ์ ส่งแสง (ภาพเล็ก) ให้การว่านำศพลูกมาทิ้ง ที่บริเวณศาลพระภูมิ ริมถนนพหลโยธิน ใกล้ซอยพหลโยธิน 56 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.
พฐ.เก็บหลักฐานมัดพ่อทมิฬ
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน ร่วมกับตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ชุดสืบสวนตำรวจนครบาล ตำรวจ สน.บางเขน และ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ไปตรวจสอบอาคารที่พักสูง 4 ชั้น ที่ห้องพักเลขที่ 205 ในซอยพหลโยธิน 48 แยก 11 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน ที่นายส่องศักดิ์ผู้ต้องหาพักอาศัย ก่อนลงพื้นที่ กองขยะพหลโยธิน 50 แยก 11 ย่านสายไหม ค้นหาศพเด็กทารกอีก 2 ราย
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า ได้ประสานตำรวจ พฐ.เข้าเก็บพยานหลักฐานในห้องพักของน.ส.เจษฎา ภรรยาผู้ต้องหาในจุดแรก เนื่องจากเป็นสถานที่ใช้ทำร้ายร่างกาย จึงต้องค้นหาว่ามีอุปกรณ์และหลักฐานใดอยู่หรือไม่ เมื่อช่วงเช้าได้เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐานอย่างรอบคอบรัดกุมในทุกมิติ ก่อนเตรียมดำเนินคดี เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวพันกับการเสียชีวิตปริศนาของเด็กทารก 4 คน ที่เป็นลูกน.ส.เจษฎา โดย นายส่องศักดิ์ และนางสุนัน และพี่น้องที่ จ.กำแพงเพชร ถูกดำเนินคดี
โดยน.ส.เจษฎาให้การรับสารภาพว่าเด็ก 4 คนเสียชีวิตแล้ว ทางตำรวจจึงต้องหาที่มาว่าเป็นอย่างไร โดยจะสอบย้อนหลังถึงปี 2559 ซึ่งพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.สั่งการให้ขยายผลว่านอกจากสามีภรรยาคู่นี้ ยังมีใครช่วยอำพรางศพหรือไม่ โดยนางสุนันให้การเป็นประโยชน์ต่อคดี แต่นายส่องศักดิ์ยังให้การภาคเสธ ยอมรับบางเรื่องเท่านั้นโดยไม่พูดถึงสาเหตุการฆ่าลูก พบประวัติการรับยาจากแพทย์จริงเมื่อปี 2559 สำหรับนายส่องศักดิ์เองยังไม่พบประวัติถูกดำเนินคดีใด โดยจะเช็กย้อนหลัง 15 ปี และสืบหาข้อมูลที่พักอาศัยว่าเคยพักอยู่ที่ใดบ้าง นอกจากนี้ ตำรวจยังต้องสอบปากคำแพทย์ว่าร่องรอยบาดแผลบนศพของเด็กที่เสียชีวิตเกิดจากอะไร แต่จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหาสอดคล้องกับภาพและข่าวในโลกออนไลน์ โดย พฐ.ได้เก็บดีเอ็นเอผู้ต้องหาไปตรวจสอบและเทียบกับฐานข้อมูล คาดว่าจะรู้ผลภายใน 2 วัน ซึ่งนับแต่เกิดเรื่องน.ส.เจษฎาไม่เคยแจ้งความ เพียงแต่รับสารภาพว่ามีเด็กเสียชีวิตจริงและชี้จุดที่นำศพใส่ถุงดำไปทิ้งแถวศาลพระภูมิ ซอยพหลโยธิน 50 แยก 11
พบจม.ถูกบังคับทำร้ายลูก
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลักฐานเป็นไฟแช็ก มีด 3 เล่ม โดยมีดหนึ่งในนั้นมีร่องรอยการลนไฟ และยังพบจดหมายเนื้อหาการเขียนระบายความในใจระบุว่าถูกบังคับให้ทำร้ายลูก สอดคล้องกับคำให้การของน.ส.เจษฎาที่ระบุว่าสามีบังคับให้ทำร้ายลูก จากนี้จะสอบปากคำแพทย์ถึงบาดแผลที่พบในตัวของเด็กว่ามีลักษณะสอดคล้องกันหรือไม่
สำหรับนางสุนัน ผู้ต้องหาอีกราย พักอาศัยที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพหลโยธินซอย 65 ไม่เกี่ยวข้องกันกับสถานที่ตรวจค้นแห่งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เช่าอื่นเข้ามาอาศัยแทนแล้ว นอกจากนี้ ยังมีภรรยาของนายส่องศักดิ์อีก 2 คนที่อยู่ต่างจังหวัด ตำรวจจะต้องสอบปากคำเพื่อยืนยันว่าเด็กที่เหลือยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำน.ส.เจษฎา ถึงสาเหตุที่นำศพลูกไปทิ้งไว้ที่ศาลพระภูมิ เจ้าตัวบอกเพียงว่าลูกตายแล้วเลยฝากศาลพระภูมิดูแล ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ว่าเบื้องต้นขณะนี้ยังไม่พบศพทารก 2 รายในพื้นที่สายไหม เพราะต้องสืบค้นย้อนหลังไปถึงปี 2559-2561 ที่เด็กหายตัวไป หากมีใครพบหลักฐานหรือเคยมีพนักงานเก็บขยะพบให้ประสานตำรวจเพื่อให้ข้อมูล
เพื่อนบ้านเผยเด็กเคยวิ่งมาให้ช่วย
นายเอ (นามสมมติ) ผู้พักอาศัยในหอพักชั้นเดียวกับนายส่องศักดิ์ผู้ต้องหาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมาช่วงบ่ายโมงลูกสาวคนโตวัย 12 ขวบของผู้ต้องหาวิ่งมาเคาะประตูห้องตนเพื่อขอความช่วยเหลือ บอกว่าถูกพ่อทำร้าย โดยน้องมีสภาพหวาดกลัว พูดจาติดขัดและวกวน มีเหงื่อแตกพล่าน ตอนแรกก็จะไม่เชื่อ เพราะทราบว่าน้องมีความผิดปกติทางสมอง และเคยคุยกับนายส่องศักดิ์เห็นว่ามีบุคลิกและอัธยาศัยดีก็เลยพาน้องลงไปหาฝ่ายนิติบุคคลเพื่อเรียกพ่อมาพูดคุยกัน
นายเอเผยอีกว่า ต่อมาน้องเปิดแผลเป็นรอยไหม้ให้ดู โดยบอกถูกพ่อเอาไฟแช็กมาลนตามนิ้วมือและแขน ตนก็ตกใจเพราะไม่เคยได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวายเลยทั้งที่อยู่อาศัยมานาน และหน้าต่างห้องก็เป็นแบบบานเกล็ด แต่เนื่องจากตนทำงานกลางคืนและนอนพักตอนเช้าจึงอาจทำให้ไม่ทราบ อีกทั้งฝ่ายนิติฯ ยังไม่เคยรับเรื่องร้องเรียนเรื่องทำร้ายร่างกายด้วย
อย่างไรก็ตาม น้องบอกว่าหากตัวเอง ยิ่งร้องก็จะยิ่งโดนทำร้าย และแม่ก็ถูกพ่อบังคับให้ทำร้ายตน ไม่งั้นจะโดนทำร้ายเองด้วย ทั้งนี้ ตนยังคิดว่าทั้งคู่มีลูกเพียงคนเดียว กระทั่งกัน จอมพลัง เข้ามาช่วยเหลือเรื่องน้องๆ ถึงได้ทราบว่ามีลูกคนเล็กวัย 4 ขวบด้วย
เร่งหาอีก 2 ศพพื้นที่สายไหม
ต่อมาเวลา 16.45 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.สพฐ. และพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น. 2 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้มาตรวจสอบบริเวณจุดที่น.ส.เจษฎาอ้างว่า นำศพลูกมาทิ้งไว้ที่บริเวณศาลพระภูมิริมถนนพหลโยธิน บริเวณซอยพหลโยธิน 56 ห่างปากซอยพหลโยธิน 56 ราว 200 เมตร ข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. พบว่าศาลพระภูมิได้มีการย้ายตำแหน่งออกจากจุดเดิมไปประมาณ 50 เมตร โดยพื้นที่มีการนำเศษปูนเศษหินมาวางกระจายอยู่เต็มพื้นที่เป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกกั้น โปลิศ ไลน์ กั้นบริเวณดังกล่าวไว้ เพื่อรอการตรวจสอบ
สำหรับจุดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจาก น.ส.เจษฎาว่าได้นำศพลูกชายที่เสียชีวิตมาทิ้งในปี 2559 จำนวน 1 คน และปี 2561 นำศพลูกชาย่มาทิ้งอีก 1 คน ต่อมาเมื่อปี 2563 จึงมีก่อสร้างปั๊มน้ำมัน ปตท. ขึ้นด้านข้างและมีการปรับพื้นที่จากป่าหญ้าให้เตียนโล่ง และมีการขยับศาลพระภูมิออกไปจากจุดเดิมและด้วยเวลาที่ผ่านมานานทำให้สภาพจุดที่ทิ้งศพเด็กทั้งสองคนนั้นเปลี่ยนไปมากเจ้าหน้าที่จึงวางแผนการเพื่อหาทางเก็บหลักฐานตรงจุด ดังกล่าว ก่อนเข้าตรวจสอบสภาพจุดที่ทิ้งเพื่อหาหลักฐานทางคดี
ภายหลังการตรวจจุดทิ้งศพนาน 50 นาที พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า จากข้อมูลว่ามีการทิ้งศพเด็กตั้งแต่ปี 2559 และ 2561 นำศพเด็กมาทิ้งไว้ จุดสังเกต คือ ศาลพระภูมิ โดยสภาพเมื่อก่อนเป็นป่ากก มีน้ำขัง เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อเจ้าของที่ดิน ทราบว่า หลังปั๊มน้ำมัน ปตท. มาก่อสร้างได้มีการถมดิน จึงให้ พฐ. ตรวจสอบก่อน ว่า มีเศษชิ้นส่วนของเด็กหรือไม่ โดยแผนต่อไปต้องใช้รถแบ๊กโฮ ขนาดเล็ก เข้ามาขุดเพื่อเปิดหน้าดิน ค้นหาต่อไป เจ้าหน้าที่ต้องทำถึงที่สุด เพื่อหาหลักฐานทางคดีให้พบ พร้อมกันนี้ยังมีการประสานไปยัง ร.พ.ภูมิพล และ นิติเวช ร.พ.ตำรวจ และร.พ.ทุกแห่ง ว่ามีศพเด็กจากรถขยะมาทิ้งหรือไม่ และขอประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนหากประชาชนที่พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับเด็กที่เสียชีวิตในช่วงปี 2559 และ 2561 ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบได้ทันที
เจอชิ้นส่วนกระดูกเด็ก 2 ขวบ
ต่อมาเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพบถุงพลาสติกเปื้อนดิน ภายในถุงมีกระดูกยาว 13 ซ.ม. 1 ชิ้น และขนาดประมาณ 6 ซ.ม. 1 ชิ้น จึงบันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นกระดูกสัตว์หรือกระดูกคน หากเป็นกระดูกคนจะนำไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบกับตัว ผู้ต้องหาต่อไป
ต่อมา เมื่อเวลา 19.25 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน นำตัว น.ส.สุนัน ออกจากห้องคุมขังเพื่อมาสอบปากคำ หลังจากที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้พบกระดูกชิ้นที่มีความยาว 13 เซนติเมตร ลักษณะคลายกระดูกคน ส่วนท่อนแขนด้านบน ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ห่างปากซอยพหลโยธิน 56 ราว 200 เมตร ข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาให้การว่านำศพเด็กมาทิ้งตั้งแต่ปี 2559 และ 2561 โดย น.ส.สุนัน มีสีหน้าเคร่งเครียดและไม่ยอมตอบคำถามสื่อมวลชนแต่อย่างใด แค่สายหน้าว่าไม่ได้ทำร้ายลูกเมื่อสื่อมวลชนถาม
ขณะเจ้าหน้าที่ประสานแพทย์โรงพยาบาลภูมิพลมาตรวจสอบ เบื้องต้นระบุว่า กระดูกชิ้นที่มีความยาว 13 ซ.ม. เป็นกระดูกส่วนท่อนแขนด้านบนของเด็กอายุประมาณ 2 ขวบ โดยเจ้าหน้าที่จะนำชิ้นส่วนกระดูกดังกล่าวไปตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง