‘โผงเผง’ยัน‘บางบาล’พื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา

กรมชลประทานแจ้งเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำเพิ่ม เตือน พื้นที่ท้ายเขื่อนรับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกเกือบเมตร กำชับพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ตั้งแต่คลองโผงเผง อ่างทอง คลองบางบาล เสนา ผักไห่ อยุธยา รับน้ำเพิ่ม นายกฯ เศรษฐา โทร.ด่วนข้ามทวีปจากสหรัฐ สั่งธรรมนัส รมว.เกษตรฯ เร่งช่วยเหลือพื้นที่ท่วม-เร่งระบายน้ำอีสานลงแม่น้ำสาขา ช่วย 18 จังหวัดทั่วประเทศยังจม ก.เกษตรฯ เรียกถกด่วน ชาวแม่สะเรียง-แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน อพยพหนีน้ำป่ากลางดึก ไหลบ่าซัดบ้านเรือน ถนน สะพาน พื้นที่เกษตรเสียหายหนัก ร้อยเอ็ดแจ้งด่วน 8 อำเภอรับน้ำชีเอ่อเพิ่ม เหลือไม่ถึงเมตรเท่าตลิ่ง เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก

‘นิด’โทร.ด่วนสั่ง‘นัส’ช่วยท่วม

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายเศรษฐา นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า เป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะมีทั้งเรื่องน้ำท่วม และภาวะ เอลนีโญ ซึ่งได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตั้งแต่ก่อนเดินทางมาประชุมที่ยูเอ็น โดยกำชับให้ดูแลในเรื่องดังกล่าว

“ผมได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ลงพื้นที่ตลอด ตั้งแต่น้ำท่วมที่จ.บึงกาฬ และสั่งการให้เร่งระบายน้ำออกโดยเร็ว ถ้าเกิดท่วมชั่วคราว ไม่ได้บอกว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าท่วมไม่เกิน 3 วัน ข้าวก็ยังไม่ตาย ดังนั้นต้องเร่งแก้ปัญหาระบายน้ำได้เร็ว พืชผลการเกษตรไม่เสียหาย ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ทั้งนี้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยด้วย” นายเศรษฐากล่าว

ต่อมา เวลา 11.30 น. ที่กรมประมง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า นายเศรษฐา นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้โทรศัพท์ด่วนจากสหรัฐอเมริกา แสดงความเป็นห่วงเรื่องการบริหารจัดการน้ำ หลังกรมชลประทานแจ้งเตือนสถานการณ์การระบายน้ำ และหลายพื้นที่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคอีสานส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง นายกฯ สั่งให้เร่งระบายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงเรียกประชุมด่วน กรมชลประทานทั่วประเทศเมื่อเช้าวันเดียวกัน เพื่อเตรียมมาตรการรับมือปัญหาจากน้ำอย่างทันท่วงที สนองนโยบายรัฐบาล

สำหรับพื้นที่น้ำท่วมต้องเร่งระบายน้ำลงลำน้ำสาขา หรือในส่วนที่สามารถระบายลงทะเลได้ก็ต้องเร่งให้เร็วที่สุด กรณีที่มีน้ำแล้งในบางพื้นที่ จากสถานการณ์เอลนีโญ ได้สั่งให้เร่งใช้โอกาสที่ฝนตกในช่วงนี้เร่งเก็บน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง

ทั้งนี้ นายกฯ กำชับให้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมมาตรการรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนและเกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและให้สามารถเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที

ขณะนี้กำลังจะเกิดขึ้นตามมา ทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง และภัยธรรมชาติอื่นๆ ตั้งแต่การป้องกัน การเผชิญกับสถานการณ์ และการแก้ไขฟื้นฟูตามนโยบายที่ได้มอบไว้ จึงมอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งประชา สัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนและเกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและให้สามารถเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที

จี้เร่งระบายน้ำ 18 จังหวัด

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 18 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุดรธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครพนม จันทบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และอ่างทอง ซึ่งกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานได้ให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังในพื้นที่ เร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่องบริเวณชุมชนหมู่ 1 ตำบลปากแควและสะพานพระร่วง แม่น้ำยมฝั่งซ้ายในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

เตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยาล้นตลิ่ง

ขณะที่ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกประกาศเตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 700-1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 0.60-0.80 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง อ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่น้ำน้อย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน

แม่สะเรียงอพยพหนีน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ โดยที่จ.แม่ฮ่องสอน นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานเหตุอุทกภัยที่บ้านพะมอลอ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้สั่งการให้อาสารักษาดินแดน ร่วมกับทางผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.บ้านกาศ ออกไปช่วยราษฎรในหมู่บ้าน ดังกล่าว ขนของหนีน้ำขึ้นที่สูง หลังปริมาณน้ำในแม่น้ำยวม ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มของหมู่บ้านดังกล่าว

สืบเนื่องจากพื้นที่ตอนบน อ.แม่ลาน้อย มีฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ประมาณน้ำในลำน้ำยวม เพิ่มสูงขึ้นจากน้ำป่าไหลหลากออกจากลำห้วยต่างๆ หากไม่มีปริมาณน้ำฝนหนุน คาดว่าปริมาณน้ำยวมก็จะทรงตัวและลดระดับลง อย่างไรก็ตาม จึงได้แจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เกรงว่าอาจจะยังมีฝนตกหนักบนยอดดอย

นายทนงศักดิ์ นีรากรณ์ ผอ.ส่วนอุทกวิทยาที่ 3 แม่ฮ่องสอนปฏิบัติราชการแทน ผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่ม กองวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา (กวพ.) กรมทรัพยากรน้ำ (ทน.) กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งข้อมูลการเตือนภัย เมื่อเวลา 23.30 น. เตือนภัยเตรียมพร้อม (สีเหลือง) ด้วยระดับน้ำบ้านหนองป่าแขม ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ค่าระดับน้ำ 2.50 เมตร ระดับวิกฤต 4.50 เมตร ปริมาณน้ำที่ลำน้ำแม่ยวม เกิดจากมีฝนตกระดับปานกลาง พื้นที่ ของ อ.แม่ลาน้อย เขต ต.แม่ลาน้อย ต.ท่าผาปุ้ม ต.แม่ลาหลวง เมื่อช่วงเวลา 23.30 น.โดยประมาณ

น้ำป่าซัด – น้ำป่าแม่น้ำยวมไหลบ่าท่วมอ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซัดคอสะพานพังเสียหาย ตลิ่งถูกน้ำกัดเซาะ ถนนเลียบแม่น้ำทรุดตัว บ้านเรือน ร้านค้า ศูนย์เด็กเล็กและผู้สูงอายุบริเวณใกล้เคียงถูกน้ำและดินโคลนท่วม เมื่อวันที่ 21 ก.ย.

บ่าเซาะสะพานแม่ลาน้อย

ด้านอ.แม่ลาน้อย พบว่าน้ำในแม่น้ำยวมได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือน ถนน สะพาน และพื้นที่การเกษตร ทำให้ได้รับความ เสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะคันดินที่กั้นแนวตลิ่งแม่น้ำยวม ใกล้กับสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 108 ได้รับความเสียหายทรุดตัวลงมาทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง โดยทาง อบต.แม่ลาน้อย กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.แม่ฮ่องสอน คันดินที่รถขุด อบจ.ทำป้องกันไว้ชั่วคราวเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา หายไปในพริบตา คราวนี้น้ำพัดบ้านประชาชนเสียหายหลายหลัง ซึ่งทาง อบจ.จะดำเนินการส่งเครื่องจักรกลหนักเข้าไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังน้ำลด

นายอาคม จำลองศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่ลาน้อย เปิดเผยว่าจากเหตุอุทกภัยเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่ ต.แม่ลาน้อย ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จุดที่ 1 สะพานข้ามน้ำแม่ลาน้อย น้ำกัดเซาะคอสะพานทำให้ถนนเชื่อมสะพานเกิดโพรงขนาดใหญ่ ความยาว 5 เมตร ป้ายกาดไตถูกน้ำพัดหายไปทั้งหมดจุดที่ 2 ตลิ่งถูกน้ำกัดเซาะพังทลาย บ้านพักอาศัยประชาชน จำนวน 2 หลัง ร้านค้า จำนวน 2 ร้าน จุดที่ 3 ถนนสายเลียบลำน้ำแม่ลาน้อย เขื่อนป้องกันตลิ่งถูกกัดเซาะ ทำให้ถนนทางเดินทรุด จุดที่ 4 น้ำป่าไหลทะลักเข้าอาคารเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทิดไท้องค์ราชันและศูนย์ส่งเสริมผู้สูงอายุ มีดินโคลนไหลเข้าอาคารทำให้อุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้นักเรียนชำรุดเสียหาย จุดที่ 5 บ้านเรือนที่อยู่อาศัยประชาชนถูกน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลทะลักเข้าบริเวณบ้านเรือนประชาชน ทำให้แปลงผักสวนครัวมีดินโคลน พืชผักได้รับความเสียหาย

เขื่อนแม่งัดน้ำเต็มอ่าง

ส่วนที่จ.เชียงใหม่ นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นระดับน้ำเอ่อขึ้นถึงทางน้ำล้นหรือสปิลเวย์แล้ว จากปริมาณน้ำกักเก็บวันนี้ จำนวน 249 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 94 มีน้ำไหลเข้าเขื่อน 2.6 ล้านลบ.ม. แนวโน้มน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในห้วงระยะเวลา 20 วันของเดือนก.ย. มีปริมาณน้ำไหลเข้ากว่า 50 ล้านลบ.ม. จากจำนวนน้ำไหลเข้าเขื่อนแม่งัดสะสม 127 ล้านลบ.ม. หากเปรียบเทียบในปี 2565 ห้วงเวลาเดียวกัน เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลมีปริมาณน้ำกักเก็บจำนวน 231 ล้านลบ.ม. ย้อนในปี 2564 ปริมาณน้ำกักเก็บมีเพียง 95 ล้านลบ.ม. อย่างไรก็ตามหากปริมาณน้ำฝนเป็นไปตามคาดการณ์ของกรมอุตุฯ ณ วันที่ 1 พ.ย.นี้ คาดว่าจะกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนอยู่ที่ปริมาณ 268,000,000 ลบ.ม. หรือร้อยละ 101

ร้อยเอ็ดแจ้งลำชีเอ่อเพิ่ม

ขณะที่จ.ร้อยเอ็ด นายสนอง ดลประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดแจ้งเตือนสถานการณ์ลำน้ำชีล้นตลิ่งถึงนายอำเภอเสลภูมิ, พนมไพร, ธวัชบุรี, อาจสามารถ, โพธิ์ชัย, จังหาร, เชียงขวัญ และทุ่งเขาหลวง ว่า ระดับน้ำในลำน้ำชี ทั้ง 3 สถานีในพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด มีแนวโน้ม สูงขึ้น ได้แก่ 1.สถานี E.66A บ้านม่วงลาด ต.ม่วงลาด อ.จังหาร ระดับตลิ่งสูง 11.60 เมตร ระดับน้ำสูง 10.07 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.53 เมตร 2.สถานี E 95A บ้านธวัชดินแดง ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี ระดับตลิ่ง 6.60 เมตร ระดับน้ำอยู่ที่ 6.21 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.39 เมตร และ 3.สถานี E.18 บ้านท่าแสบง ต.มะบ้า อ.ทุ่งเขาหลวง ระดับตลิ่งสูง 9.80 เมตร ระดับน้ำสูง 8.29 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.51 เมตร จึงขอให้ประชาชนฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน