ส่งเสียงทั่วปท.‘1-31ตค.’ชี้แนะรัฐบาลแก้ปัญหา

โพล ‘มติชน X เดลินิวส์’ คึกคักตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม นักวิชาการ-เอ็นจีโอ-นักการเมือง ตั้งตารอร่วมส่งเสียง

ชวนประชาชนบอกความต้องการ ‘รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ไขปัญหาอะไร?’ อาจารย์ รัฐศาสตร์มช.ชี้ควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ลดภาระรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาระดับประเทศ ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ จี้แก้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว ขณะที่ สส.โรมชวนร่วมโหวตให้มากที่สุด เพื่อ ความถูกต้องแม่นยำในการบอกความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ‘เอกนัฏ’ ก็อยากฟังความต้องการชาวบ้านนำไปทำงานให้ถูกใจประชาชน

จากกิจกรรมหนังสือพิมพ์มติชนร่วมกับเดลินิวส์ จัดทำโพลผ่านทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์ ทั้งช่องทางเว็บไซต์และสแกนคิวอาร์โค้ด บนหนังสือพิมพ์เพื่อร่วมโหวต การทำโพล “มติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ไขปัญหาอะไร?” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-31 ต.ค.นี้ เพื่อสะท้อนเสียงความต้องการ ของประชาชนว่าต้องการให้แก้ไขปัญหา อะไรก่อน ระหว่าง 1.การเมือง 2.เศรษฐกิจ ปากท้อง ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก้าวไกล (ก.ก.) แสดงความเห็นว่า ทั้งปัญหาการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ต้องไปพร้อมๆ กัน การเมืองอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเศรษฐกิจที่แข็งแรง เศรษฐกิจอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพื้นฐานการเมืองที่ดี เราไม่ควรมาเลือกว่าทั้งสองปัญหาอะไรสำคัญกว่าอะไร หรืออะไรควรจะเริ่มต้นก่อน ทั้งสองเรื่องควรไปด้วยกัน การเข้าใจปัญหาการเมืองจะทำให้เราเข้าใจว่าปัญหาเศรษฐกิจมีอะไรบ้าง การเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจจะทำให้เรามีแรงขับเคลื่อน ในการที่จะผลักดันสิ่งใหม่ๆ ความก้าวหน้าใหม่ๆ ของปัญหาการเมืองได้ ดังนั้นทั้งสองเรื่องนี้ควรไปพร้อมๆ กัน

“ฝากพี่น้องประชาชนมาช่วยกันทำโพลให้กับทางมติชนกับเดลินิวส์เยอะๆ ยิ่งเยอะยิ่งดี เพราะถ้าน้อยไปโพลจะไม่แม่น ดังนั้นมาทำโพลให้เยอะๆ เราจะได้เข้าใจว่าพี่น้องประชาชนต้องการอะไร” นายรังสิมันต์กล่าว

ขณะที่ ผศ.ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แสดงความเห็นในเรื่องเดียวกันว่า สิ่งที่อยากแก้ในเรื่องการเมือง คือประเด็นที่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ควรเร่งแก้ปัญหาคือการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น แนวทางมีหลายระดับ ตั้งแต่การแก้รัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายและกฎระเบียบ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ท้องถิ่นในปัจจุบัน ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ทุกอย่างถูกรวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง ทางออกจึงต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เช่น อบต.เทศบาล

เพื่อลดภาระให้รัฐบาลได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาระดับประเทศที่สำคัญ เช่น เศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ การ กระจาย อำนาจให้ท้องถิ่น นอกจากต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญคือการแก้ไข พ.ร.บ.การกระจาย อำนาจ ที่มีความพยายามขับเคลื่อนมา โดยตลอด แต่พอเกิดรัฐประหารก็ถูกติดเบรก อีกแนวทางที่ง่ายกว่าคือการแก้ไขกฎระเบียบที่ไปล็อกทำให้ท้องถิ่นไม่มีอิสระในการ ใช้จ่ายงบประมาณ ไม่สามารถดำเนินการพัฒนา หรือมีแนวคิดใหม่ๆ ได้ นอกเหนือ จากแผนงานที่ส่วนกลางกำหนด การแก้ไข กฎระเบียบทำได้ทันทีและง่ายกว่าการแก้ไข รธน.

ด้านนางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ระบุว่า จากการทำโพลถามความคิดเห็นประชาชน อยากให้รัฐบาลเร่งแก้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว เพราะกฎกติกาฉบับนี้บิดเบี้ยว โดยเฉพาะ การเลือกตั้งที่ผ่านมา ไปเอื้อประโยชน์ให้ คนบางกลุ่มที่ไม่ได้มาจากเสียงข้างมากของประชาชน เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540 เอื้อประโยชน์ให้บ้านเมืองขับเคลื่อนไปข้างหน้ามากกว่า

“อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหากลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศ เช่น เชียงใหม่มี กลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนกันมาก รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับนักลงทุนไทยที่ถูกเก็บภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้การลงทุนของต่างชาติจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ชุมชนกลับไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ อีกปัญหาที่รัฐบาลมองข้าม คือการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเชียงใหม่ที่มีศักยภาพ ก่อนอนุญาตให้สนามบินเชียงใหม่เปิดบริการได้ 24 ชั่วโมง หรือการสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 เพราะระบบโครงสร้างพื้นฐานยังไม่มีความพร้อมรองรับได้ ทุกวันนี้คนเชียงใหม่จึงใช้รถส่วนตัวกันมากจนเกิดปัญหาการจราจรติดขัดเหมือนกรุงเทพฯ” นางเสาวคนธ์กล่าว

สำหรับกิจกรรมการทำ “โพลมติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?” ครั้งนี้ เป็นการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือเดลินิวส์ และมติชน โดยจะเริ่มเปิดโหวตตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.นี้

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชี รายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึง การโหวตโพล มติชน x เดลินิวส์ ร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นประชาชนว่า รัฐบาลชุดนี้เริ่มต้นด้วยความปรองดอง เป็นสัญญาณที่ดีทางการเมือง สามารถยุติความขัดแย้งไปได้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ดีและดูมีเสถียรภาพ สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขไม่ใช่การแก้ไขปัญหา แต่เป็นการวางรากฐานความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในอนาคต มีเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในส่วนที่จะต้องเร่งทำแบบเร่งด่วน และแก้ปัญหา ในระดับโครงสร้างสำหรับอนาคต

“การทำโพลเป็นสิ่งที่ดี เพราะสำหรับนักการเมือง งานสำคัญคือการรับฟังเสียงของประชาชน ไม่ใช่แค่งานพูดอย่างเดียว แต่การรับฟังนี่เป็นเรื่องสำคัญปัจจุบันเทคโนโลยีก็ทำให้เราสามารถฟังแบบมีประสิทธิภาพ มากขึ้น แต่เมื่อมีโอกาส มีช่องทาง ที่จะรับฟังแล้ว ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะใช้สิทธิในการออกเสียงหรือไม่ ก็เชิญชวนทุกคนมาออกเสียง นักการเมืองอย่างพวกเราก็จะได้รับฟังเสียงครบถ้วน และเต็มรูปแบบอย่าง ถูกต้อง จะได้ไปทำงานให้ถูกใจประชาชน” นายเอกนัฏกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน