‘เจ้าพระยา’ล้นมูน-ชีทะลักเพิ่มเหนือฝนยังหนัก

เตือนคนกรุงรับน้ำเค็มหนุนเจ้าพระยา ผู้ว่าฯ ชัชชาติสั่งอุดแนวฟันหลอ ริมตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตดุสิตล้นนอก เขื่อนกั้น สั่งเฝ้าระวังน้ำเอ่อช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้ากับเย็น ส่วนน้ำเหนือยังบ่าถึงเมืองกรุงน้อย มั่นใจรับมือได้ แม่มูนทะลักอุบลฯ เพิ่มอีก ชาวบ้านผวาอพยพหนีน้ำดันเจองู-ตะขาบโผล่กลางศูนย์พักพิง ยโสธรระทมหนัก น้ำล้อมทั่ว 9 อำเภอ พื้นที่เกษตรจมกว่าแสนไร่ เร่งระบายน้ำขัง เขื่อนดินเมืองตากรั่วน้ำซึม เร่งอุดหวั่นอ่างเก็บน้ำแตกซ้ำรอยปี 49 ที่น้ำบ่าท่วมข้ามถึงจ.สุโขทัย ดอยอินทนนท์ฝนเทหนัก วัดปริมาณฝนที่กิ่วแม่ปานได้ถึง 185 ม.ม. อุทยานฯ สั่งห้ามเล่นน้ำตก ตราดยังอ่วม น้ำท่วมขยายวง 8 หมู่บ้าน อ.เขาสมิง ระดับน้ำ สูงกว่า 2 เมตร จมหลังคาบ้านมิด ส่วนบ่อไร่ก็ท่วมหนัก เร่งระบายน้ำท่วมขัง

เตือนเจ้าพระยาหนุนสูง

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า สถานการณ์น้ำปัจจุบัน พบน้ำทะเลหนุนกว่าปกติร้อยละ 30 ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นล้นเข้าเขตที่อยู่นอกเขื่อนเล็กน้อย เช่น ที่บริเวณริมน้ำ เขตดุสิต กทม. กำลังเร่งอุดรอยรั่วริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดแนว โดยน้ำทะเลหนุนครั้งนี้มีปริมาณมากกว่าที่มีการพยากรณ์ไว้ค่อนข้างมาก พื้นที่ริมแม่น้ำ ในกรุงเทพฯ ตลอดจนปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ ควรเฝ้าระวัง โดยช่วงที่น้ำขึ้น สูงสุดควรเฝ้าระวังคือ ช่วงเช้าถึงสาย และ ช่วงเย็นเวลา 19.00 น.

นายชัชชาติกล่าวว่า ผู้ที่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาควรเฝ้าระวัง แต่ส่วนใหญ่จะมีเขื่อนกั้น ตลอดแนว ยกเว้นจุดที่มีฟันหลอ ต้องจัดเรียงกระสอบเพิ่มเติม ส่วนจุดที่อยู่นอกเขื่อนเตรียมรับมือสถานการณ์เพราะป้องกันยาก เช่น บางชุมชนในเขตดุสิต แต่จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง อาจเห็นน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นเท่านั้น ส่วนน้ำเหนือปัจจุบันมีปริมาณ 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับวิกฤตอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที

ดอยอินทนนท์ฝนข้ามคืน

ส่วนสถานกราณ์น้ำและฝนในพื้นที่ต่างๆที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีรายงานว่า หลังเกิดฝนตกหนักข้ามคืน พบว่าที่กิ่วแม่ปานมีปริมาณน้ำฝนมากถึง 185 มิลลิเมตร (ม.ม.) ขณะที่ยอดดอยจุดสูงสุดวัดปริมาณฝนได้ 175 ม.ม. ส่วนที่ด่านตรวจขุนวาง วัดได้ 160 ม.ม.

ต่อมาเช้าวันเดียวกัน นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แจ้งว่า ฝนยังไม่หยุดตกบนดอยอินทนนท์ ขอแจ้งให้ประชาชนระมัดระวังและห้ามเข้าใกล้น้ำตก เนื่องจากปริมาณน้ำมีมากและไหลเชี่ยวแรง โดยเฉพาะน้ำตกแม่กลางจะไหลแรงมาก ซึ่งตนได้แจ้งเตือนและประสานไปยังส่วนราชการ อำเภอจอมทองเพื่อประกาศให้ประชาชนรับทราบแล้ว

ด้านสถานการณ์น้ำในจ.เชียงใหม่ ฝนที่ตก ลงมาอย่างหนักทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมง 63-69 ม.ม. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุดในพื้นที่ลุ่มตัวเมืองเชียงใหม่ อาทิ ชุมชนศรีปิงเมือง ชุมชนกาดก้อม ย่านโรงเรียน นาฏศิลป์ ชุมชนนันทาราม ทั้งโดยรอบ กาดประตูก้อม ถนนเส้นวิทยาลัยนาฏศิลป์ ถนนนันทาราม ซอย 5 ก. ปริมาณน้ำท่วมสูง 30-50 ซ.ม. บริเวณดังกล่าว ถือเป็นพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากทุกครั้งในเวลาที่เกิดฝนตกหนัก เป็นน้ำท่วมขังรอการระบาย เนื่องจากน้ำฝนไหลลงท่อระบายน้ำไม่ทัน

เมืองเชียงใหม่ขนของหนีท่วม

ขณะที่ชาวบ้าน หอพัก และร้านค้าในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ ต่างนำกระสอบทรายมาวางกั้นบริเวณหน้าบ้าน หน้าร้านค้า ป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมในบ้าน บางส่วนได้ขนย้ายข้าวของขึ้นไว้ที่สูง และได้ย้ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ออกไปจอดในที่ปลอดภัยตั้งแต่กลางดึกแล้วเพื่อป้องกันความเสียหาย ขณะที่ในช่วงเช้าวันนี้ ระดับน้ำเริ่มทรงตัว และลดระดับลงอย่างช้าๆ แต่ยังมีบางจุดที่รถเล็กยังผ่านไม่ได้

ที่ฝายน้ำล้นแม่หละแก๊ะ หมู่ 12 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นอีกฝายหนึ่งที่กักเก็บน้ำลี้ เพื่อการเกษตรกรรม จากฝนตกหนักกระจายติดต่อกันมาหลายวัน ส่งผลให้แม่น้ำลี้ไหลหลาก มีกิ่งไม้ และสวะต่างๆ ไหลมาตามน้ำมาติดประตูน้ำฝายน้ำล้น และสะพาน โดยเช้าวันเดียวกัน ระดับน้ำเพิ่มระดับขึ้น ประกอบกับมีฝนตกหนักตลอดเวลา น้ำได้ไหลท่วมเอ่อเข้าบ้านเรือน และไหลท่วมสวนลำไยนอกฤดู พืชผักรวมไปถึงทุ่งปลูกหญ้าแพงโกล่า ที่ใช้เลี้ยงสัตว์จมเสียหาย ขณะที่น้ำได้ไหลท่วมสะพานและถนน ทำให้รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้

ส่วนที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ลำน้ำแม่ปะได้เอ่อล้น เข้าท่วมบ้านเรือนตั้งแต่เวลา 01.00 น. ได้รับผลกระทบหลายตำบล ทั้งต.แม่มอก จำนวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านหัวน้ำ, หมู่ 3 บ้านกุ่มเนิ้งใต้, หมู่ 4 บ้านเด่นอุดม โดยที่บ้าน กุ่มเนิ้งมีผู้ติดค้างอยู่บนยอดต้นไม้ 1 คน เจ้าหน้าที่ปภ.สาขาเถิน และป้องกันตำบล แม่มอกได้เข้าช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนต.แม่ปะ จำนวน 4 หมู่บ้าน หมู่ 1, 4 และ 9 และต.เวียงมอก 2 หมู่บ้าน หมู่ 2 บ้านท่าเวียง และหมู่ 12 บ้านเวียงทอง

2 อำเภอลำปางอ่วม

โดยทาง ปภ.สาขาเถินได้ประสาน อ.เถิน อบต.แม่มอก อบต.แม่ปะ ทต.เวียงมอก แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำขนย้ายสิ่งของ ยานพาหนะ สัตว์เลี้ยงไว้ในที่สูง และเตรียมอพยพรวมทั้งให้ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าด้วย

ส่วนที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้น จนเอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และสถานที่ราชการ เบื้องต้นได้รับผลกระทบ พื้นที่ ต.บ้านสมัย บ้านจัวใต้ บ้านจัว และบ้านอุมลอง ส่วน ต.สบปราบ ที่บ้านทุ่ง บ้านแพะ และบ้านวังพร้าว รวมไปถึงถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 สายลำปาง-กรุงเทพฯ เป็นเส้นทางหลักที่ใช้สัญจรผ่านไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้เกิดน้ำท่วมถนนทั้งสองเลน รถเล็กวิ่งผ่านไม่ได้ ส่วนรถยนต์ยังคงผ่านได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

ทางศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง สมาคมกู้ภัยนครลำปาง และสมาคมกู้ภัยในพื้นที่ ได้สนับสนุนเรือท้องแบนเข้ามาช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ติดอยู่ภายในบ้าน และขนของที่จำเป็นออกไปไว้ในที่ปลอดภัย ส่วนความเสียหายของบ้านเรือนอยู่ระหว่างการสำรวจ

‘วังชิ้น’ฝนหนักสุดรอบ 22 ปี

ที่จ.แพร่ สถานีบ้านแพะดอนมูล ต.สรอย อ.วังชิ้น ฝนสะสม 226.5 ม.ม., คลองสรอย วัดแม่ขมวก ต.สรอย หมู่ที่ 1-11 ต.สรอย อ.วังชิ้น ฝนสะสม 124.2 ม.ม., สถานีบ้านผาคอ ต.บ้านปิน อ.ลอง ฝนสะสม 99 ม.ม. ที่บ้านหมู่ 2, 4, 5 และหมู่ 12 มีน้ำท่วมบ้านเรือน 70 หลัง

นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้สั่งการให้ ปภ.จังหวัด โดยน.ส.ธัญจิรา จันต๊ะปะตุ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ต.สรอย ต.ป่าสัก อ.วังชิ้น ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวม 2 อำเภอ 5 ตำบล 31 หมู่บ้าน

นายกฤศ สินทะมณี นายกอบต.ป่าสัก กล่าวว่า น้ำป่าจากห้วยสรอย เริ่มไหลเข้าท่วมหมู่บ้านในพื้นที่ ต.สรอย ต.ป่าสัก และต.แม่พุง อ.วังชิ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยท่วมเมื่อปี 2544 ขณะที่ชาวบ้านกำลังหลับนอนกันอยู่ต้องตกใจตื่นลุกกันขึ้นมากลางดึกขนของหนีน้ำเก็บไว้ที่สูงตั้งแต่เวลา 03.00 น.

ส่วนถนนสาย 1124 วังชิ้น-เถิน ก.ม.ที่ 36 บ้านโป่งตื้ด หมู่ 5 ต.ป่าสัก น้ำเอ่อท่วมบนถนน

เขื่อนตากรั่ว-เร่งอุดกันแตกซ้ำ

ที่จ.ตาก มีมวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ และไหลเข้าสู่แหล่งกักเก็บน้ำ จากสถานการณ์ดังกล่าว นายวีรพันธ์ ดีอ่อน รองผวจ.ตาก พร้อมด้วย นายสมพงษ์ ฟุ้งทวีวงศ์ นายอำเภอเมือง ได้เดินทางไปตรวจสอบ

โดยนายวันชัย เฉยชู กำนันตำบลโป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก รายงานว่า อ่างเก็บน้ำชะลาดระฆัง หมู่ 4 ต.โป่งแดง อ.เมือง ซึ่งเป็นเขื่อนดินมีขนาดความจุน้ำปริมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีรอยรั่วบริเวณคันดินสันอ่างด้านทิศตะวันออกทำให้มีน้ำไหลรั่วออกอีกฝั่งหวั่นจะเกิดการกัดเซาะขยายตัว และทำให้คันดินอ่างเก็บน้ำแตกซ้ำรอย ปี 2549 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4, 5, 6 ต.โป่งแดง อ.เมืองตาก และชาวบ้านในพื้นที่ อ.ลานหอย จ.สุโขทัย ซึ่งอยู่ติดกัน

เบื้องต้น นายวีรพันธ์ รองผวจ.ตาก ได้สั่งการ ให้ชลประทานจังหวัดตากเร่งอุดรอยรั่วของอ่างเก็บน้ำ เพื่อป้องกันการกัดเซาะขยายตัว ซึ่งจะทำให้เกิดภัยพิบัติขึ้นได้ พร้อมกับเร่งพร่องน้ำ ระบายบริเวณน้ำให้ลดลง เนื่องจากยังมีฝนตก และน้ำป่าจากภูเขายังคงไหลลงสู่อ่างอย่างต่อเนื่อง และล้นสปิลเวย์ พร้อมแจ้งให้ประชาชนท้ายน้ำรีบเก็บของขึ้นที่สูงและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม

ลำตะคองทะลักท่วมหมูสี

ส่วนสถานการณ์ที่อุโมงค์ทางลอดผืนป่ามรดกโลก ทับลาน-เขาใหญ่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี หลังมีมวลน้ำป่าสะสมบนอุทยานแห่งชาติ ทับลาน จากฝนตกต่อเนื่อง 2 วัน ไหลหลากเข้าท่วมพื้นผิวการจราจร ถนนสาย 304 เขต อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เชื่อมต่อกับเขต อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จนต้องปิดการจราจรนานครึ่งวัน เมื่อเช้าวันที่ 28 ก.ย. ต่อมาวันเดียวกัน มีบางจุดที่มวลน้ำไหลหลากท่วมถนน และบ้านเรือนที่อยู่ติดริมคลองน้ำ ก่อนที่น้ำได้ทยอย ไหลไปลงลำตะคอง

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า จากพายุดีเปรสชัน ปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่ป่าบนอุทยานฯ เขาใหญ่ ตลอดทั้งคืนถึงตกไม่หนักมาก แต่ก็ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินอิ่มน้ำ และไหลลงสู่คลองสาขาลำตะคอง เช่น คลองบริเวณลานกางเต็นท์ลำตะคอง มีน้ำเอ่อขึ้นเกือบล้นคลอง และน้ำได้ไหลลงสู่น้ำตกผากล้วยไม้ ไหลลงไปยังน้ำตกเหวสุวัต ลงสู่พื้นที่ด้านล่าง บริเวณลำตะคอง ข้างด่านศาลเจ้าพ่อน้ำเอ่อขึ้นสูงไหลลง เขต ต.หมูสี น้ำป่าได้เอ่อเข้าท่วมถนน สะพาน และบ้านเรือนประชาชน ถนนข้างวัดหมูสี สูง 1 เมตร รถทุกชนิดผ่านไม่ได้

ด้านน.ส.สมหมาย หมี่จันทึก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านหมูสี ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้นำชาวบ้าน พร้อมรถแทรกเตอร์ ลุยน้ำ เร่งขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือนประชาชนกว่า 20 หลังคาเรือน บ้านบางหลังที่อยู่ที่ลุ่มริมลำตะคอง น้ำท่วมสูงกว่า 50 ซ.ม. ถึง 1 เมตร

ขณะที่นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง ได้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หมูสี ขนงพระ หนองน้ำแดง และพื้นที่ชุมชนเมืองปากช่อง ที่มีบ้านเรือนอยที่ลุ่มติดลำตะคอง ให้รีบขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงไว้ก่อน เกรงว่าหากมีฝนตกลงมาต่อเนื่องอาจจะทำให้น้ำป่าเพิ่มมากขึ้น เฝ้าระวังน้ำในลำตะคองที่ไหล ผ่าน 10 ชุมชน ถึงปริมาณน้ำฝนบนอุทยานฯ เขาใหญ่ เกรงจะซ้ำรอยน้ำป่าท่วมชุมชนเมืองปากช่องจมบาดาล เมื่อเดือนต.ค.2563

ศูนย์พักพิงอุบลฯผวางู-ตะขาบ

ที่จ.อุบลราชธานี ชาวบ้านที่แม้มีบ้านสองชั้น แต่ถูกแม่น้ำมูนไหลท่วมบ้านสูงกว่า 1.50 เมตร ต้องออกไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ในที่สูงของบ้านทัพไทย ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ทำให้มีชาวบ้านในชุมชนทัพไทย ต้องอพยพหนีน้ำท่วมแล้ว 11 ครอบครัว รวม 31 คน และในจำนวนนี้ มีชาวบ้านบางคน ถูกงู และตะขาบ ซึ่งหนีน้ำท่วมเข้ามากัด ขณะนอนพักผ่อนอยู่ในเต็นท์ที่อาศัยชั่วคราว แพทย์ต้องฉีดยาลดพิษและแก้ปวดให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จ.อุบลฯ ถูกน้ำท่วมแล้ว 9 อำเภอ มี 2 อำเภอคือ อ.เมือง และอ.วารินชำราบ ต้องอพยพ 18 ชุมชน จำนวน 278 ครอบครัว 990 คน ส่วนที่เหลืออีก 7 อำเภอเป็นน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 46,000 ไร่ และปศุสัตว์อีกกว่า 10,000 ตัว

ด้านแม่น้ำมูนยังคงปรับตัวสูงขึ้น ตามปริมาณ น้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ และน้ำเหนือที่ไหลมารวมกันที่เมืองอุบลฯ โดยวันเดียวกัน แม่น้ำมูน ปรับตัวสูงขึ้นอีก 9 ซ.ม. ทำให้มีน้ำสูง 7.64 เมตร มีน้ำล้นตลิ่งแล้ว 64 ซ.ม.

เลยอพยพหนีน้ำล้นฝาย

ที่จ.กาฬสินธุ์ นายสำรวย อินพิทักษ์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ระบุว่า ปัจจุบันยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาในอ่างเก็บน้ำลำปาวอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 20-30 ล้านลบ.ม. ทำให้มีปริมาณน้ำเกินความจุระดับกักเก็บที่ 1,980 ล้านลบ.ม. มาตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. ซึ่งทางโครงการได้ระบายน้ำแบบขั้นบันไดมาเรื่อยๆ และพยายามที่จะหน่วงน้ำไว้ เพื่อลดความเสียหายผลกระทบกับพื้นที่ด้านท้าย โดยเพิ่มการระบายน้ำวันละไม่เกิน 24.19 ล้านลบ.ม. หรือ 280 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงขอประกาศให้ประชาชนด้านท้ายเขื่อน บริเวณสองฝั่งลำน้ำปาว ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขนย้ายสิ่งของที่อยู่บริเวณ ที่ต่ำขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย

ด้านจ.เลย ลำน้ำหมานได้ล้นสปิลเวย์แล้ว และทางชลประทานอ่างน้ำหมานได้ปล่อยน้ำจำนวนมากไหลผ่านแม่น้ำหมานผ่านตัว อำเภอเมือง ผ่านเทศบาลเมืองเลย และไหลลงสู่แม่น้ำเลย

ล่าสุดสถานการณ์น้ำในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเลย แม่น้ำหมานมีระดับน้ำที่สูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ล้นตลิ่ง และส่วนหนึ่งนั้นได้เอ่อไหล ตามท่อระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่ชั้นในเขตเทศบาลเมืองเลย เข้าท่วมแล้ว อย่าง สภ.เมืองเลย กศน. และโรงเรียนอนุบาลเลย มีน้ำท่วมสูง 10-15 ซ.ม. ต้องปิดถนนพิพัฒน์มงคล พร้อมแจ้งตอนประชาชนที่อยู่ใกล้แม่น้ำหมานให้ระมัดระวัง และประชาชนส่วนมากเริ่มขนของและนำอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นสู่ที่สูงแล้ว เนื่องจากแนวโน้มคาดว่าฝนจะตกลงมาทำให้ปริมาณน้ำหมานสูงและเพิ่มอย่างรวดเร็ว อาจท่วมเทศบาลเมืองเลย เหมือนปี 2545 และ 2554 ได้

ระดมป้องท่วมเมืองเลย

ส่วนที่ต.วังสวาบ อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น น้ำจากเทือกเขาน้ำหนาว ได้ไหลเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร ในพื้นที่บ้านโนนเตาเหล็ก, บ้านวังใหม่ ขณะที่ พ.ท.สรเชษฐ ดีเอื้อ ผบ.กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 (ร.8 พัน.2) ค่ายมหาศักดิพลเสพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ได้สั่งการให้ ร.ต.ณัฐพล ประทุมมาจิรนันท์ ผู้ช่วยนายทหาร ฝ่ายกิจการพลเรือน นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังสวาบ ลงพื้นที่อ.ภูผาม่าน ช่วยเหลือชาวบ้านขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เตรียมอพยพชาวบ้านหากเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างฉับพลัน

พ.ท.สรเชษฐเปิดเผยว่า หลังดินอิ่มน้ำและไหลลงสู่คลองสาขาลำน้ำเชิญ ทำให้มีน้ำเอ่อขึ้นล้นคลองไหลเข้าท่วมบ้านเรือนบ้านวังใหม่หมู่ 6 จำนวน 33 ครัวเรือน ท่วมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านวังสวาบ ในส่วนของถนนสายหลักเข้าอ.ภูผาม่าน ช่วงต.โนนคอม ส่วนบ้านเซินเหนือ เซินใต้ ที่อยู่ติดลำคลองเชิญ ระดับน้ำยังปกติน้ำเพิ่มระดับขึ้นอย่างช้า ชาวบ้านเร่งขนของขึ้นที่สูงเตรียมรับมือน้ำหลากถ้าฝนยังไม่หยุดตก เบื้องต้นทาง ค่าย ร.8 พัน.2 อบต.วังสวาบ เข้าให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ทำครัวสนามแจกข้าวกล่อง ช่วยชาวบ้าน ขนย้ายข้าวของ วางกระสอบทรายกันน้ำ เข้าบ้าน และทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด รวมถึงเตรียมกำลังพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนที่ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัย น้ำหลาก-ดินถล่ม กองวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา (กวพ.) กรมทรัพยากรน้ำ (ทน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งข้อมูลการเตือนภัย วันที่ 29 ก.ย. เวลา 01.53 น. เตือนภัยอพยพ (สีแดง) ด้วยปริมาณน้ำฝน บ้านกกทอง หมู่ 4 ต.กกทอง อ.เมือง จ.เลย ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 131.5 ม.ม. ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 2.0 ม.ม. โดยเฉพาะที่บ้านบ้านโป่งเบี้ย ต.น้ำหมาน อ.เมือง มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน เสียหายแล้ว 30 หลังคาเรือน และปริมาณน้ำหมาน ในอ่างเก็บน้ำหมาน สูงเท่ากับ ปี 2545 ที่มี น้ำท่วม สูงกว่า 2-3 เมตร โดยมวลน้ำหมานได้ไหลสมทบกับแม่น้ำเลย ซึ่งอาจทำให้น้ำท่วม เมืองเลยได้

ยโสธรเร่งระบายแสนไร่จม

ด้านจ.ยโสธร นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผวจ.ยโสธร รักษาการผวจ.ยโสธร กล่าวว่า มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 9 อำเภอคือ อ.เลิงนกทา อ.ไทยเจริญ อ.ป่าติ้ว อ.กุดชุม อ.ทรายมูล/ อ.เมือง อ.คำเขื่อนแก้ว อ.มหาชนะชัย และ อ.ค้อวัง รวม 54 ตำบล 339 หมู่บ้าน เกษตรกร 15,149 ครัวเรือน พื้นที่ประสบภัย 140,791 ไร่ พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 129,586 ไร่ โดยมีวงเงิน ให้ความช่วยเหลือ 177,059,151 บาท

นายพงษ์พิศ ไชยศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 เขื่อนยโสธร-พนมไพร ยืนยันว่า เขื่อนยังระบายน้ำได้ดี และฝนที่ตกลงมา ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำชี แต่พื้นที่ท้ายเขื่อนยโสธร-พนมไพร ปริมาณน้ำ ยังคงไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่ ลุ่มต่ำเป็นบริเวณกว้างอยู่ โดยสถานการณ์ น้ำชีที่เขื่อนยโสธร-พนมไพร วันดียวกัน มีปริมาณน้ำหน้าเขื่อน 126.13 เมตร ท้ายเขื่อน 126.13 เมตร เพิ่มสูงขึ้น 5 ซ.ม. โดยทางเขื่อนได้แขวนบานประตูระบายน้ำขึ้นสูงสุดทั้ง 8 บาน ความจุเขื่อนกักเก็บ 23.22 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 119.322 ของความจุ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,033.76 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 89.316 ล้านลบ.ม.ต่อวัน

น้ำล้อม – สถานการณ์น้ำท่วมหมู่บ้านกุดกง- บ้านหนองหอย ต.เขื่องคำ อ.เมือง จ.ยโสธร ท้ายเขื่อนยโสธร-พนมไพร น้ำจากแม่น้ำชีท่วมสุดลูกหูลูกตา หลังเขื่อนต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด เร่งพร่องน้ำที่เกินความจุอ่าง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.

2 อำเภอตราดท่วมขยายวง

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม ที่อ.เขาสมิง และอ.บ่อไร่ จ.ตราด เริ่มดีขึ้นหลังฝนไม่ตกเพิ่ม เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ถนนและพื้นที่การเกษตรเสียหายหนัก ทั้งในต.ช้างทูน และต.บ่อพลอย บางแห่ง โดยนายสุเมธ ตะเพียนทอง รักษาการ นายอำเภอบ่อไร่ ร่วมกับ นายเกษม มั่นคง นายกอบต.ช้างทูน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ลงพื้นที่สำรวจจุดที่มีน้ำป่า ไหลหลาก และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปที่ปลอดภัย ร่วมทั้งขนของขึ้นที่สูง และมอบถุงยังชีพช่วยเหลือ

ขณะที่นายศุภกิจ เขาแก้ว นายกเทศบาลตำบลหนองบอน อ.บ่อไร่ ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนชาวหนองบอนให้เก็บกักน้ำประปาไว้ โดยแจ้งว่า การประปาส่วนภูมิภาค เนื่องด้วยสถานการณ์ฝนตกหนัก เกิดน้ำป่า กัดเซาะถนนพัง อาจส่งผลให้ท่อเมนส่งน้ำไปหนองบอนขาดได้ นอกจากนี้ ผู้ที่เดินทาง มายังต.หนองบอนโดยใช้ถนนสายช้างทูน-หนองบอนให้ระมัดระวัง เนื่องจากสะพานแล ที่เชื่อมไปยัง 2 ตำบล คอสะพานขาด ทำให้ใช้ผิวการจราจรได้เพียงเลนเดียว อาจเกิดอันตรายได้

ส่วนน้ำในคลองสะตอ มีระดับน้ำสูงมากกว่า 10 เมตร เกินระดับปลอดภัยที่ 6 เมตร ไหลท่วม 8 หมู่บ้านจาก 9 หมู่บ้าน เหลือเพียงหมู่ 6 เท่านั้นที่น้ำไม่ท่วม เบื้องต้นมีบ้านประชาชนได้รับผลกระทบอย่างน้อย 500 ครัวเรือน ต้องใช้เรือในการสัญจรเข้า-ออกบ้าน ขนของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รวมทั้งรถจักรยานยนต์มาไว้บนถนน ส่วนหมู่ 9 บ้านรื่นรมย์สามัคคี ต.สะตอ ชาวบ้านเผยว่า น้ำท่วมรอบนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในรอบ 1 เดือน รอบแรกท่วมช่วงต้นเดือนก.ย. ต่อมากลางเดือน และล่าสุด เมื่อคืนวานนี้น้ำมาตอนเวลา 03.00 น.

น้ำสูง 2 เมตรจมบ้านมิด

นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายกอบต.สะตอ อ.เขาสมิง พร้อมเจ้าหน้าที่อบต.สะตอนำถุงยังชีพจำนวนกว่า 500 ถุงลงเรือไปช่วยประชาชนใน 8 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยใช้เรือพายเข้าไปเนื่องจากระดับน้ำสูงสุดถึง 2 เมตร และท่วมบ้านเรือนถึงชั้น 2 ซึ่งสถานการณ์น่าห่วงเนื่องจากมีปริมาณน้ำจากคลองโสนจากอ.บ่อไร่ไหลมา และมีน้ำจากเขื่อนคิรีธาร ในจ.จันทบุรีที่ล้นสปิลเวย์ ลงมาที่คลองสะตะตอนบนและล่าง ถนนทาง เข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วม เช่น ถนนเข้าไปทาง เขาชะอม และถนนเข้าไปบ้านวงษ์พัฒนา บ้านรืนรมย์สามัคคี หรือบ้านตาพลายน้ำท่วมสูง

นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง เปิดเผยว่า พื้นที่ 3 ตำบลมีน้ำท่วมหนักแล้ว คือ ต.สะตอ ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง และเคยเกิดมาครั้งหนึ่งแล้วในช่วงต้นเดือนก.ย. แต่ครั้งนี้หนักกว่าเดิม ส่วนที่ต.เทพนิมิตที่อยู่ติดกัน น้ำท่วมในหลายหมู่บ้าน ถนนหลายสายรถยนต์ สัญจรผ่านไม่ได้ เช่นที่ ถนนซอยบังอร และที่ต.ประณีต ถนนและบ้านเรือนจำนวนมากถูกน้ำท่วม ซี่งปริมาณน้ำจำนวนมากไหลจาก อ.บ่อไร่เข้ามาสมทบกับน้ำฝนที่ตกหนัก เมื่อวานนี้ และน้ำจากจ.จันทบุรีไหลมารวมกันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถึง 3 ตำบลดังกล่าว ขณะที่อีก 3 ตำบล คือ ต.วังตะเคียน ต.ทุ่งนนทรี และต.เขาสมิง เริ่มมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ที่ติดกับ ต.สะตอ และต.เทพนิมิตแล้ว

ตราดระทม – สถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนใน 8 หมู่บ้านจากทั้งหมด 9 หมู่บ้านของ ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด ระดับน้ำสูงเลยชั้นล่าง หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ประชาชนผู้ประสบภัยรอความช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.

ถกรับ‘เอลนีโญ-ลานีญา’

วันเดียวกัน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญ และลานีญา ของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2566 มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองประธานกรรมการ นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย และคณะกรรมการ รวมทั้ง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรค เพื่อไทยเข้าร่วม

นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้ความสำคัญเรื่องนี้สถานการณ์เอลนีโญ และลานีญา อย่างมาก โดยประกาศชัดเจนในวันแถลงนโยบายว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องสภาพอากาศ เพราะอาจส่งผลกระทบไปถึงเรื่องเศรษฐกิจด้วย จึงตั้งคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ภัยแล้งที่เป็นปัญหาใหญ่ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจึงต้องเตรียมการรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น โดยอีก 3 ปีเราอาจจะเผชิญปัญหาดังกล่าว หากไม่เกิดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเกิดก็ได้เตรียมไว้แล้ว ดังนั้นเราจะขับเคลื่อนงานร่วมกันไปข้างหน้า และปรับแนวทางการทำงานให้เข้ากัน

“น้ำคือชีวิต ถ้าเจอภัยแล้ง 3 ปี จะเหนื่อยมาก จึงต้องเข้าใจว่าเป็นภารกิจสำคัญ รัฐบาล จะหลีกเลี่ยงโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณ มาก โดยมุ่งขับเคลื่อนโครงการขนาดเล็ก เพื่อให้กระจายไปทั่วประเทศ และเมื่อเข้าสู่สถานการณ์ปกติ จะกลับมาเดินหน้าโครงการใหญ่ต่อไป เรื่องใดที่ทำได้ นายกฯ ให้ทำทันที แต่ถ้าติดขัดให้รีบแก้ไข โดยในช่วง 100 วันแรก ผมอยากเห็นความคืบหน้าเพื่อประชาชนมีความมั่นใจ” นายภูมิธรรมกล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า เราต้องเตรียมการป้องกันภัยแล้ง โดยให้มีศูนย์สั่งการ หรือบูรณาการ โดยขอเสนอที่ตั้งศูนย์สั่งการที่กระทรวงพาณิชย์ เพราะอาคารสถานที่มีความเหมาะสม ส่วนเรื่องการจัดทำงบประมาณ รัฐบาลเพิ่งเข้ามาใหม่ เมื่อเจอภัยแล้งอาจไม่สอดคล้องกับเรื่องที่จะทำ จึงเสนอให้มุ่งเน้นไปทำโครงการขนาดเล็กเพื่อให้ทั่วถึงทั้งประเทศ เช่น โครงการ ธนาคารน้ำใต้ดิน ฝายแกนซอยซิเมนต์ เพิ่มพื้นที่ เก็บน้ำ และความชุ่มชื้น ให้ปัญหาภัยแล้งเบาบางลง และรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง ได้ถึง 3 ปี ขณะที่ฝ่ายวิศวะควรสรุปรายละเอียด การก่อสร้างฝายให้ชัดเจนว่ามี สัดส่วนเท่าไหร่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่ามีความแข็งแรง และใช้ได้นานกว่าฝายปกติ ดังนั้น การแก้ปัญหาตนมองว่า เราควรเน้นไปทำโครงการขนาดเล็ก เพื่อรักษาความชุ่มชื้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน