เน้นคุ้มค่า-เลิกละลายน้ำ วิปรัฐบาลเล็งยื่นตีความสกัด‘หมออ๋อง’รองปธ. กก.โชว์ฝ่ายค้านเชิงรุก

‘เศรษฐา’ มอบนโยบายจัดทำงบประมาณปี 2567 เข้ม 5 ข้อ ต้องคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ สั่งเลิกแผนงานที่ไม่จำเป็น ทุ่มงบ 5.6 แสนล้านอัดฉีดดิจิทัลวอลเล็ต ก.พ.ปีหน้าได้ใช้แน่ วิปรัฐบาลสกัด ‘ปดิพัทธ์’ นั่งรองประธานสภาต่อ มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ‘อดิศร’ ปัดเพื่อไทยหวังฮุบเก้าอี้แทน ก้าวไกลส่อชวดตำแหน่งประธานกมธ.อีก 1 ที่นั่ง หลังขับ ‘หมออ๋อง’ พ้นพรรค ‘ไอติม’ กางแผน “ฝ่ายค้านเชิงรุก” จับตารัฐบาล 15 ประเด็น ลั่นไม่ใช่ครม.เงา แต่เป็นแสงนำทางให้รัฐบาล ‘พรทิพย์’ ยันไม่ฟ้องคนไล่ ยกคำพระพัสดุ ส่งแล้วไม่มีคนรับ ก็ส่งกลับคนให้ เตือนสว. ระวังเหมือนตนเอง

เศรษฐายันแจก 1 หมื่นกุมภาฯ 67
เวลา 09.30 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน พิธีเปิดโครงการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมี ครม. ผู้นำเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า ระยะสั้นรัฐบาลให้ความสำคัญ 3 ประการเร่งด่วน คือการฟื้นฟูรายได้ ดูแลค่าใช้จ่ายประชาชน และเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ การฟื้นฟูรายได้ จะเริ่มต้นด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจต้นปี 2567 จะมีเงินอัดฉีดเข้าไปในเศรษฐกิจด้วยกรอบประมาณ 560,000 ล้านบาท นโยบายนี้จะแตกต่างจากการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยเกิดขึ้นและเข้าไม่ถึงทุกพื้นที่ ทุกชุมชน ครั้งนี้เงิน 560,000 ล้านที่เข้าไปกระตุ้นอุปสงค์จะขับเคลื่อน ฝั่งอุปทานให้โตขึ้น เศรษฐกิจหมุนเวียน การจำกัดการใช้จ่ายให้อยู่ในชุมชนจะทำให้เงินหมุนเข้าระดับรากหญ้าก่อนเสมอ

“ไม่ต้องห่วงครับได้ใช้แน่นอนในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้น” นายเศรษฐากล่าว

สัมมนางบ67 – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธานประชุมสัมมนาพร้อมมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2567 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 2 ต.ค.

เร่งขยับค่าจ้าง400บ.แตะ600 ปี 67
จากนั้น นายกฯกล่าวถึงกรอบนโยบายต่างๆ ตามที่แถลงต่อสภา รวมถึงมาตราการที่เริ่มดำเนินการแล้วทั้งเรื่องวีซ่าฟรี ระยะยาวต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหรือจัดโรดโชว์ ที่จะดึงดูนักท่องเที่ยว การลดราคาดีเซล ค่าไฟ อนาคตจะลดราคาก๊าซหุงต้ม เบนซิน พักหนี้เกษตรกร และเรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่ตั้งคณะกรรมการแล้ว และด้วยทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มั่นใจจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำไปอยู่ที่ 400 บาท ต่อวันได้โดยเร็วที่สุดเป็นสเต็ปแรก ระยะยาวรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ การสร้างรายได้ การขยายโอกาส และการดูแลคุณภาพชีวิตและความมั่นคง การสร้างรายได้ เป้าหมายคือทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายสุทธิเพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี

การดำเนินงานหลากหลายนโยบายจะทำให้ เศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้รัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ำตามเศรษฐกิจได้เป็น 600 บาทต่อวัน ปริญญาตรี 25,000 ภายในปี 70 ด้านเศรษฐกิจ คือการทำให้จีดีพีโตเฉลี่ย 5% ตลอด 4 ปีนี้ ทำให้รายได้ขั้นต่ำถึง 600 บาทในปี 2570

วางกรอบ 5 ข้อทำงบ 67
ในปีงบประมาณ 2567 การใช้จ่ายภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐให้เกิดผลอย่างเป็น รูปธรรม และแผนต่างๆ ให้บรรลุตามเป้าหมาย ที่กำหนด รัฐบาลจะมีเงินจากงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ตนตั้งใจบริหารจัดการการคลังด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรักษาวินัยและเสถียรภาพทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด

แผนใช้จ่ายงบปี 67 วางกรอบความสำคัญ 5 ข้อ 1.ให้จัดทำงบและเบิกจ่ายงบตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อสภา 2.ทำอย่าง บูรณาการ หลายโครงการในอดีตที่เคย ทับซ้อนกันอย่าให้เกิดภาพแบบนั้นในรัฐบาลนี้ 3.วางแผนและจัดทำงบอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาวินัยการเงินการคลัง ทำงบแบบฐานศูนย์หรือ Zero-based รายจ่ายลงทุนต้องมี รายละเอียดให้ชัดเจน ทำให้ประชาชนเห็นว่าเงินภาษีถูกใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์

อย่านำงบไปละลายแม่น้ำ
4.โครงการ แผนงานต่างๆ ต้องมีตัวชี้วัด หรือมีเป้าหมายที่ก่อให้เกิดผลดีกับประชาชน หรือผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจ ตนไม่สนับสนุนการทำงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลให้ประเทศ ประชาชน เพราะจะเป็นการนำภาษีประชาชนไปละลายแม่น้ำเปล่าๆ และให้พิจารณา ลดแผนงานหรือโครงการที่ไม่จำเป็น หรือไม่มี ความชัดเจน

5.จัดทำแผนการใช้จ่ายโดยพิจารณาให้ครบ ทุกแหล่งเงินทุน ทั้งเงินนอกงบประมาณและเงินงบประมาณ มีเงินนอกงบประมาณเช่น รายได้ เงินสะสม ขอให้นำมาใช้ดำเนินภารกิจก่อน และลดภาระงบประเทศโดยใช้เงินแหล่งอื่นๆ เช่น ร่วมมือกับภาคเอกชน หรือเครื่องมือ ทางการเงินอื่นๆ และขอให้จัดส่งให้สำนักงบภายใน 6 ต.ค.นี้

แลกเปลี่ยน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เปิดห้องทำงานทำเนียบรัฐบาลพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ หารือแลกเปลี่ยน ด้านเศรษฐกิจและการเงิน เมื่อ 2 ต.ค.

ปิดห้องหารือผู้ว่าฯแบงก์ชาติ
จากนั้นเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รับฟังการนำเสนอ Thailand Soft Power Halal & Future Food จากนายบุญเลิศ อ่องไพบูลย์ รองประธานคณะกรรมการธุรกิจอาหารแปรรูป และอาหารแห่งอนาคต (PFC) สภาหอการค้าไทย เพื่อสนับสนุนอาหารฮาลาล

เวลา 12.30 น. นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าพบ นายเศรษฐา หารือส่วนตัวนาน 45 นาที ก่อนกลับ

ก่อนที่นายเศรษฐาจะโพสต์ x หลังเชิญนายเศรษฐพุฒิ มาหารือว่า วันนี้เชิญ นายเศรษฐพุฒิ เพื่อหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจและการเงิน เป็นการ ประชุมที่มีประโยชน์มาก หลังจากนี้จะมีการนัด พบปะหารือในลักษณะนี้เป็นประจำทุกเดือน

วิปรัฐจ่อชงสภา-สกัดปดิพัทธ์
เวลา 13.15 น. ที่รัฐสภา นายอดิศร เพียงเกษ สส.พรรคเพื่อไทย ประธานวิป รัฐบาล ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมวิปรัฐบาลว่า วาระวิปรัฐบาลที่จะเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้คือ 1.ญัตติด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์ น้ำท่วม และ 2.ญัตติรองประธานสภาคนที่ 1 ซึ่งควรนำเรื่องนี้มาพิจารณาเป็นญัตติด่วน ที่จะพูดถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง ต่อไป เนื่องจากข้อบังคับข้อที่ 64 (5) ของพรรค ก้าวไกลในการขับสมาชิกพรรค ต้องกระทำผิด วินัยหรือผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายอย่างอื่น การขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา ออกจากพรรคก้าวไกล จึงไม่เป็นไปตามข้อบังคับ ควรต้องนำเรื่องนี้เข้ามาหารือในสภา

เมื่อถามว่าคาดหวังให้โหวตใหม่ใช่หรือไม่ นายอดิศรกล่าวว่า ต้องดูการอภิปรายในสภาเพราะลักษณะเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้น อย่าไปอ้างรัฐธรรมนูญมีความผิดนายปดิพัทธ์จึงต้องทำเช่นนี้ ถือเป็นวาทกรรมที่ไม่ถูกต้อง เมื่อกระดุม เม็ดแรกไม่ถูกต้องเม็ดที่ 2 และ 3 จะผิดตามมา

โต้หวังฮุบรองปธ.สภา
เมื่อถามว่าใช้เวทีสภาแทรกแซงกิจการ ของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายอดิศรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องภายในของพรรคก้าวไกล เพราะข้อบังคับพรรคเผยแพร่โดยทั่วไป และไม่ใช่เพื่อไทยต้องการรองประธานสภา คนที่ 1 แต่เป็นประเด็นของความสง่างาม ในการปฏิบัติหน้าที่ ที่อ้างว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้อง เพราะการขับสมาชิกพรรคไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่ระบุไว้ใน 3 ข้อ ที่อ้างว่านายปดิพัทธ์ขัดมติพรรคเพราะต้องการนั่งรองประธานสภา คนที่ 1 คนแยกแยะได้ว่าคือการละคร คือ หมอลำ ไม่ใช่เรื่องจริงเหมือนตอนขับ สส.งูเห่า นายปดิพัทธ์ต้องชี้แจง และในการอภิปรายญัตติด่วน ที่เตรียมเสนอนั้น พรรคก้าวไกลอย่าชี้แจง ช่วยเหลือนายปดิพัทธ์เพราะถือว่าไม่ใช่คนของพรรคก้าวไกลแล้ว

ลดโควตา – นายอดิศร เพียงเกษ ปธ.วิปรัฐบาล นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ และนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ วิปรัฐบาล แถลงสรุปพรรคก้าวไกลได้ประธานกมธ.ลดลง 1 คณะเหลือ 10 คณะ รวมไทยสร้างชาติได้เพิ่มจาก 2 เป็น 3 คณะ ที่รัฐสภา เมื่อ 2 ต.ค.

วิปรัฐหวั่นครหา-โยนศาลรธน.ฟัน
เวลา 15.20 น. นายอดิศรแถลงหลัง การประชุมวิปรัฐบาล ว่า จากเดิมมติพรรค เพื่อไทยที่จะเสนอญัตติด่วนให้สภาพิจารณาถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรองประธานสภาของนายปดิพัทธ์ การหารือในที่ ประชุมวิปรัฐบาลเห็นว่าไม่ควรนำเรื่องนี้ มาพูดคุยในที่ประชุมสภา เพราะอาจโดนครหา เรื่องเสียงข้างมากลากไปได้ วิปรัฐบาลจึงมีมติว่าฝ่ายรัฐบาลจะใช้ช่องทางยื่นไปยังองค์กรอิสระแทน เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ โดยเบื้องต้น ให้พิจารณาว่าการขับนายปดิพัทธ์ ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของพรรคก้าวไกล ส่วนจะยื่น ป.ป.ช.เรื่องจริยธรรมหรือไม่นั้นขอศึกษาข้อกฎหมายก่อน แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นประเด็นนี้ โดยจะให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.เพื่อไทย เป็นผู้ศึกษา รวมถึงเรื่องนิติกรรมอำพราง ต้องไปศึกษาข้อกฎหมายเพราะทำจากเรื่องที่ไม่ผิดให้เป็นเรื่องผิด ส่วนการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ต้องดูข้อกฎหมายก่อน โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

ก้าวไกลชวดปธ.กมธ.1ที่นั่ง
นายอัครเดช วงพิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่าที่ประชุมวิปรัฐบาลพิจารณาจำนวนประธาน กมธ.ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล มีสส.ลดลง 1 คน ที่ปะชุมวิปรัฐบาลจึงเห็นว่า การคำนวณตามสัดส่วนคณิตศาสตร์ พรรคก้าวไกลมีสส.ลดลง ทำให้กมธ.จาก 11 คณะ เหลือ 10 คณะ โดยพรรครวมไทยสร้างชาติจะได้เพิ่มจาก 2 คณะ เป็น 3 คณะ รวมถึงสัดส่วนของ กมธ.ธรรมดา พรรคก้าวไกล จาก 159 คน เหลือ 158 คน เนื่องจากพรรคก้าวไกลขับนายปดิพัทธ์ ออกจากพรรค และไปเพิ่มให้กับพรรคประชาชาติ จาก 9 เป็น 10 คน

เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกับพรรคก้าวไกลบ้างหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันเพราะพูดคุยกันไปแล้ว และก้าวไกลไม่ยอมก็จะไปโหวตจำนวนกมธ.กันในที่ประชุมสภา ไม่อยากให้ถึงขั้นโหวตอยากให้ตกลงกันได้ด้วยดี ส่วนประธาน กมธ.ก็จะไปโหวตในที่ประชุม กมธ.ของแต่ละคณะ ซึ่งจะมีขึ้น 5 ต.ค.นี้

สำหรับวาระการประชุมสภา 4 ต.ค.นี้ นอกจากจะมีการตั้ง กมธ.สามัญทั้ง 35 คณะแล้ว สส.รัฐบาล จะยื่นญัตติด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา น้ำท่วม ได้ประสานกับฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว

ก้าวไกลแจงเหตุแยกกันเดิน
ที่พรรคก้าวไกล น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีการยื่นป.ป.ชให้สอบพรรคก้าวไกลและนายปดิพัทธ์ ใช้กลฉ้อฉล แยกกันเดินเพื่อกอดทั้ง 2 เก้าอี้ รองประธานสภาและผู้นำฝ่ายค้าน ผิดจริยธรรม อย่างร้ายแรงหรือไม่ว่า เรื่องนี้ชัดเจนที่สุดตั้งแต่แถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลว่าจุดประสงค์ ให้นายปดิพัทธ์ พ้นสมาชิกภาพของพรรคเพราะอะไร เราพูดชัดเจน นายปดิพัทธ์พูดชัดเจน เรื่องนี้ไม่มีการละคร ไม่มีการตระบัดสัตย์ ไม่มีการทรยศประชาชนใดๆ ทั้งสิ้น นี่คือการกระทำที่โปร่งใสตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว

ในเมื่อนายปดิพัทธ์ต้องการจะเป็นรองประธานสภา และทำงานตามแผนงานที่ได้วางไว้ พรรคก้าวไกลเองก็ต้องการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ฉะนั้น การแยกกันเดินเพื่อเป้าหมายเดียวกัน น่าจะเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่สุด ที่พรรคก้าวไกลได้ทำและชี้แจงกับพี่น้องประชาชน

ซัดพท.อยากได้เก้าอี้
เมื่อกรณีนายอดิศร นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม วิปรัฐบาลเพื่อเสนอญัตติด่วนหารือในสภา น.ส.ภคมนกล่าวว่า คงทายไม่ยากว่ามีวัตถุประสงค์ ทางการเมือง ที่อ้างว่าประชาชนเสียประโยชน์ ไม่ซื่อสัตย์กับประชาชน คนที่เสียประโยชน์อาจเป็นท่านหรือเปล่า “ที่นายอดิศรพยายามแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้บ่อยๆ หรือต้องการรองประธานสภาอีกตำแหน่งหรือไม่ ประธานสภา ก็จะเอา รองประธานสภาก็จะเอา อยากให้ทำงานกันอย่างตรงไปตรงมา พรรคก้าวไกลตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว”

ส่วนที่พรรครวมไทยสร้างชาติทวงโควตาประธานกมธ. ที่ต้องปรับใหม่หลังนายปดิพัทธ์ ถูกขับออกจากพรรคก้าวไกล น.ส.ภคมนกล่าวว่า ประธานวิปสส.พรรคก้าวไกล ได้ชี้แจง แล้ว ซึ่งจะมีรายละเอียดชัดเจนในวันที่ 3 ต.ค. เราเสียเวลากับการจัดสรรกมธ.มากพอแล้ว

ก้าวไกลเปิดแผนฝ่ายค้านเชิงรุก
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค เผยว่า พรรคก้าวไกลตั้งใจเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ด้วยแนวทาง Policy watch จับตานโยบาย และการทำงานของรัฐบาลและนำมาวิเคราะห์ แบ่งการขับเคลื่อน 15 ประเด็น ครอบคลุมปัญหาของประชาชน 1) พัฒนาเศรษฐกิจ 2) เกษตร-ประมง 3) ที่ดิน 4) แรงงาน-สวัสดิการ 5) ท่องเที่ยว 6) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 7) พัฒนา การเมือง 8) ความหลากหลาย 9) ทหาร-ตำรวจ 10) กระจายอำนาจ-ราชการ 11) สาธารณสุข 12) การศึกษา 13) คมนาคม 14) สาธารณูปโภค 15) สิ่งแวดล้อม และปฏิเสธ ใช้คำว่าเป็น ครม.เงา เพราะฝ่ายค้านไม่ได้เป็นแค่เงาไล่บี้ติดตามรัฐบาล แต่เป็นเสมือนแสงเพื่อนำทางและชี้ให้เห็นประเด็นที่รัฐบาลอาจยังไม่ได้ขยับ (อ่านรายละเอียด น.7)

ฝ่ายค้านยังทำงานควบคู่ไปกับกลไกสภา โดยพรรคก้าวไกลยื่น 27 ร่างกฎหมายเปลี่ยนประเทศเข้าสู่สภาแล้ว บางส่วนยังอยู่ระหว่างช่วงรับฟังความเห็น และหลายร่างไม่ใช่กฎหมาย การเงินพิจารณาวาระ 1 ได้ทันที เช่น สุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียม ขณะที่บางกฎหมายซึ่งถูกตีความว่าเป็นกฎหมายการเงิน ต้องรอนายกฯ เซ็นอนุมัติ เช่น พ.ร.บ.ราชการทหาร ที่มีเนื้อหายกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร และกฎหมายกระจายอำนาจ

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงกลไกของกมธ.วิสามัญ ว่า ในกมธ.ที่พรรคได้เป็นหรือไม่ได้เป็นประธานก็ตาม จะพยายามทำงานเชิงรุกมากขึ้น เช่น กมธ.พิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ จะไม่ใช่แค่ตรวจสอบปลายเหตุว่างบมีความผิดปกติหรือทุจริตหรือไม่ แต่มุ่งจะสร้างความโปร่งใสตั้งแต่ต้นน้ำ คือที่มาของงบประมาณ

ขณะนี้ตำแหน่งประธาน กมธ.ต่างๆ ยังอยู่ระหว่างการคัดเลือก คาดได้ข้อสรุปในการประชุม สส.พรรค 3 ต.ค.

‘นฤมล’ทิ้งพปชร.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ และสมาชิกพรรค ถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีผลตั้งแต่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยแจ้งเหตุผลลาออกว่า เนื่องจากได้รับผิดชอบหน้าที่ ตามกฎหมายในตำแหน่งเหรัญญิกพรรค ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า เหตุผลการลาออกของนางนฤมล อาจเตรียมความพร้อมจะไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย

พรทิพย์ไม่ฟ้องคนไล่
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สว. ให้สัมภาษณ์กรณีถูกเจ้าของร้านอาหารที่ ไอซ์แลนด์ ไล่ออกจากร้าน ว่า ส่วนตัว เจอแบบนี้มาเยอะมาก ความเกลียดโดยที่เราไม่รู้จักกันจึงรู้สึกเห็นใจเขา เรื่องผ่านไประยะหนึ่งแล้วและไกลตัว ตนจึงไม่พูดอะไรและ ไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่รุ่งขึ้นกลายเป็นประเด็นใหญ่เพราะชายดังกล่าวเอาคลิปไปลง ทำให้ตนลำบากเพราะสังคมไทยจะสู้กัน “ตัวหมอยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ใดๆ ในชีวิตทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเราเคยทำ ฉะนั้นจึงไม่ตอบโต้ และเราจะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่เราจะทำ ความดีเท่านั้นเอง” พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าว

เมื่อถามว่าวันที่เกิดเหตุได้ทำความเข้าใจกับ บุคคลดังกล่าวหรือไม่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าวว่า ในชีวิตตนไม่เคยทำให้คนเกลียด พูดแล้วเปลี่ยนใจได้ แต่สิ่งที่เราเรียนรู้คือไม่รับมันเข้ามาให้เราทุกข์ แล้วเดินจากไปเฉยๆ ไม่ได้ชี้แจงอะไร “ตอนเกิดเหตุหมอไม่ได้ตกใจอะไรเพราะอายุ 69 ปีแล้ว ผ่านอะไรแบบนี้มาเยอะ เราไม่เปิดประตูรับมัน มันก็ไม่เข้ามาทำร้ายเรา คำสอนของพระที่เราจำเอาไว้เสมอคือพัสดุถ้าส่งแล้วไม่มีคนรับก็จะกลับไปสู่คนส่ง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสำหรับหมอก็ถือว่าจบ เพราะไม่คิดฟ้องและไม่ทำอะไร ส่วนที่สว.อาจต้องระมัดระวังคือเขาไม่แยกเรื่องพวกนี้แล้ว เขาคิดว่าจะเป็นตัวอย่างดังนั้นต้องระวัง”

อสส.ตั้งเเล้ว‘ประยุทธ’นั่งโฆษก
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการรักษาการในตำแหน่งอัยการสูงสุด ออกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 2183/2566 เรื่อง แต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ความว่า เนื่องจากคณะโฆษกตามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 1761/2565 เรื่อง แต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ลงวันที่ 4 ต.ค.65 และคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1986/2566 เรื่อง แต่งตั้งโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 7 ก.ย.66 ได้สับเปลี่ยนโยกย้ายหลายตำแหน่ง

ดังนั้น เพื่อให้งานด้านการสื่อสารองค์กร การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การสร้างความรับรู้และความเข้าใจในบทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุดตลอดจนการให้ข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดในการปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และถูกตรวจสอบได้ จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1761/2565 เรื่อง แต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ลงวันที่ 4 ต.ค.65 และคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1986/2566 เรื่อง แต่งตั้งโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 7 ก.ย.66 และแต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดขึ้นใหม่ โดยมีองค์ประกอบคณะโฆษก ดังนี้ ตั้ง

นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็น โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายณรงค์ ศรีระสันต์ อัยการพิเศษฝ่ายแผนและช่วยเหลือทางกฎหมาย เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด น.ส.นาถสินี ยุติธรรมดำรง รองเลขานุการอัยการสูงสุดเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานคดีพิเศษ เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายจิตภัทร พุ่มหิรัญ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานคดีแพ่งกรุงเทพใต้ เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับทีมโฆษกอัยการชุดนี้มีความโดดเด่น เนื่องจากมาจากผู้มีความรู้ ความสามารถสังกัดสำนักงานคดีสำคัญเเละเคยมีประสบการณ์ในการเป็นทีมโฆษกมาก่อน

จับ‘อดีตสส.กุศล’คาสำนักธรรม
จากกรณี นายกุศลศรีอริยะ ศรีอารวงศา หรือนายกุศล หมีเทศ อดีตสส.จ.สุโขทัย ที่เคยประกาศตัวเป็นพระศรีอริยเมตไตรยลงมาช่วยโลกที่สำนักปฏิบัติธรรมชาวศรีวิไล จนเป็นข่าวฮือฮาเมื่อปี 2564 โดยมีลูกศิษย์จากจังหวัดต่างๆ เดินทางมาร่วมพิธีเปิดสำนักอย่างล้นหลาม ต่อมามีข่าวลูกศิษย์บางคนออกมาแฉว่าถูกหลอกให้ทำบุญ สูญเงินหลักแสน แต่ข่าวเงียบหายไปนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ต.ค. พ.ต.ท.วิวิธชัย ไชยแพทย์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองบัวลำภู ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำหมายจับเข้าควบคุมตัวนายกุศลศรีอริยะ ศรีอารวงศา หรือ นายกุศล หมีเทศ ได้ที่สำนักปฏิบัติธรรมชาวศรีวิไล ต.หนองภัยศูนย์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู นำตัวมาสวบสวน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายกุศลศรีอริยะส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีบรรดาลูกศิษย์ตามไปเพื่อขอยื่นประกันตัวในชั้นศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมายจับกุมตัวนายกุศลศรีอริยะ เป็นข้อหาเกี่ยวกับการหลอกลวงฉ้อโกงทรัพย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน