มติชน-เดลินิวส์ ผู้คนทุกวงการร่วมตอบคำถามสะท้อนปัญหา

ทุกวงการแห่โหวตโพล ‘มติชน X เดลินิวส์’ นางงาม ‘โบว์-สุภาภรณ์’ มิสไทยแลนด์อินเตอร์ฯ เลือกแก้การเมืองก่อนเศรษฐกิจ ถ้าการเมืองดีทุกอย่างจะดีตาม ขณะที่ ‘ภูมิธรรม’ เชิญชวนโหวต ชี้แก้ปัญหาการเมือง- เศรษฐกิจต้องไปด้วยกัน ด้าน ‘อมรัตน์’ กับสส.ก้าวไกล ระบุการเมืองกับเศรษฐกิจปากท้องเรื่องเดียวกัน แยกไม่ได้ แก้โครงสร้างได้ รัฐสวัสดิการก็จะเกิด ส่วนประธานพี-มูฟ เครือข่ายภาคประชาชน ยันต้องการเมืองก่อน แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. จากกรณีเครือมติชนและเดลินิวส์ สองสำนักสื่อสารมวลชนใหญ่ จัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนร่วมโหวต โพลมติชน X เดลินิวส์ รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร โดยโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อในเครือ มติชนและเดลินิวส์ เปิดโหวตไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค. แบ่งคำถามเป็น 2 หัวข้อใหญ่ 1.เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ประกอบด้วย แก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปกองทัพ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รัฐสวัสดิการ และปัญหาอื่น 2.เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ประกอบด้วย แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท แก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน-หนี้สาธารณะ แก้ปัญหาการเกษตร เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนปริญญาตรี ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และปัญหาอื่น

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมโหวตโพลมติชน X เดลินิวส์ พร้อมกล่าวว่าปัญหาการเมืองกับเศรษฐกิจต้องไปด้วยกัน ส่วนการเมืองเป็นเรื่องหลักที่ต้องดำเนินการ เพราะถ้าแก้การเมืองก็จะทำให้เงื่อนไขทางเศรษฐกิจดี ส่วนเศรษฐกิจเป็นเรื่องด่วนที่ต้องทำ เพราะเป็นเรื่องปากท้อง ถ้าทำให้เศรษฐกิจ แข็งแรงได้ จะนำไปสู่การแก้ปัญหาหลายอย่างในชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิตประชาชน อยากให้ประชาชนมาร่วมกันโหวต เพราะเป็นการสะท้อนเสียงว่าต้องการอะไร รัฐบาลจะได้มีแนวทางทำงานที่สอดคล้อง และตรงกับความต้องการประชาชน

ส่วนนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่าปัญหาการเมืองกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องคือเรื่องเดียวกัน แยกออกจากกันไม่ได้ และไม่สามารถแก้อย่างใดอย่างหนึ่งก่อนหลัง หรือทำตามลำพังได้ ถ้าตราบใดโครงสร้างทางการเมืองยังมีปัญหา ประชาธิปไตยยังไม่ได้ลงหลักปักฐาน ยังไม่ทลาย ทุนผูกขาด ไม่ปฏิรูประบบราชการ ไม่ปฏิรูปกองทัพ และการกระจายโอกาส ต่อให้ทำรายได้ เข้าประเทศได้สูงขึ้น มีจีดีพีสูงขึ้น ก็จะตก อยู่ในมือกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม ไม่ได้กระจายโอกาสและกระจายความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ความเหลื่อมล้ำจะมากขึ้น จะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา

“ประชาธิปไตยที่มั่นคงจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริม สนับสนุนให้การแก้ปัญหาปากท้องมีประสิทธิภาพ อยากเชิญชวนทุกท่านมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ส่งเสียงของพวกเราไปถึงรัฐบาล ว่าเราอยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหาประเทศ ในด้านใดบ้าง โดยการร่วมทำโพลกับมติชนและเดลินิวส์” นางอมรัตน์กล่าว

ขณะที่น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่าเลือกให้รัฐบาลแก้ปัญหาการเมืองก่อน เพราะเป็นเรื่องโครงสร้าง ถ้าเราแก้ปัญหาโครงสร้างได้ รัฐสวัสดิการ ก็จะมีให้กับประชาชน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ ฉะนั้น ก็จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องได้ อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันทำโพลมติชนกับเดลินิวส์ ว่าอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาการเมือง หรือเศรษฐกิจปากท้องก่อน

ส่วนดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่ารัฐบาลควรต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน เพราะถ้าเศรษฐกิจดีก็จะไม่มีปัญหาให้เป็นช่องทางโจมตีกันทางการเมืองจะทำให้คนมีเงินจับจ่ายใช้สอย ไม่มีปัญหาฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ ส่วนปัญหาในพื้นที่นั้น ให้รัฐบาลแก้ปัญหา ยาเสพติด เพราะแพร่ระบาดหนักมาก ใช้เด็กเยาวชนเป็นเครื่องมือทำความผิด จึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดด้วย

ชวนโหวต – ‘โบว์’ สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ มิสไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 เชิญประชาชนชวนร่วมโหวตโพลมติชนxเดลินิวส์ : รัฐบาลควรแก้ปัญหาอะไรระหว่างการเมืองและเศรษฐกิจ โดยระบุมุมมองส่วนตัวเห็นว่ามีความสำคัญทั้ง 2 เรื่อง

ด้าน “โบว์” สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ มิสไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 กล่าวว่าเชิญชวนให้ทุกคนมาโหวตโพลมติชน X เดลินิวส์ ส่วนตัวอยากให้แก้ปัญหาการเมืองก่อน เพราะถ้าการเมืองที่ดีทุกอย่างจะดีตามไปด้วย ไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา หรือในมุมมองมิติอื่นๆ ก็ตาม ดังนั้น การเมืองและการปฏิรูปสังคมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วคุณคิดว่าปัญหาไหนสำคัญที่สุด อย่าลืมมาร่วมโหวตกัน

ส่วน “โรส” รสริน ธนดลพาณิช รองชนะเลิศ อันดับ 1 มิสไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 กล่าวว่าคิดว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนก่อน เพราะสังเกตจากบัตรคนจนที่เพิ่มขึ้น หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น ดังนั้น รัฐบาลควรแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ

“ปรายจันท์” พิชญดา พงษ์ชีพ รองชนะเลิศ อันดับ 2 กล่าวว่าอยากให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะที่บ้านทำธุรกิจรีสอร์ต ได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากช่วงสถานการณ์โควิด อยากให้เศรษฐกิจบ้านเมือง กิจการของที่บ้านตน หรือของคนอื่นเติบโตมากกว่านี้ อยากให้ ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากกว่านี้ เศรษฐกิจ จะได้ดีขึ้น

วันเดียวกัน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พี-มูฟ) และเครือข่าย อาทิ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เครือข่ายสลัม 4 ภาค ชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบรถไฟ ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก โดยขบวนที่ลานคนเมือง กทม. เคลื่อนไปกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเทศไทย ก่อนเคลื่อนหน้าทำเนียบรัฐบาล ด้านประตู 5 ถนนราชดำเนินนอก

พี-มูฟและเครือข่ายร่วมแถลงการณ์ โดยระบุตอนหนึ่งว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเพียง การแก้ปัญหารายได้เพียงชั่วคราว เราคิดว่า ถ้ามีที่อยู่อาศัย มีรัฐสวัสดิการน่าจะทำให้มีชีวิต มั่นคง เราต้องการสิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การเป็นคนที่เท่ากัน ไม่ต้องการคุกที่ขังแต่คนจนเท่านั้น จึงขอคัดค้านเศรษฐกิจทุนนิยม ซึ่งทำให้คนรวยกระจุก คนจนกระจาย คนส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถเงยหน้าอ้าปากได้ ต้องยอมจำนนในโชคชะตา ส่งต่อมรดกความยากจนให้ลูกหลาน ในขณะที่คนรวยส่งต่อความร่ำรวย และความมีอภิสิทธิ์ชนให้ลูกหลาน

แถลงการณ์ระบุว่าเราจึงต้องการให้รัฐบาลปฏิรูประบบภาษีและงบประมาณ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องการรัฐสวัสดิการ การเข้าถึงที่อยู่อาศัย การศึกษา การรักษาพยาบาล ค่าแรงที่เป็นธรรม หลักประกัน รายได้ผู้สูงอายุ บำนาญประชาชน เงินคนพิการ เงินอุดหนุนเด็กในครรภ์ และเด็กแรกเกิดจนเติบโต สวัสดิการถ้วนหน้า ไม่ใช่ระบบสงเคราะห์

นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานพี-มูฟ ร่วมโหวตโพลมติชน X เดลินิวส์ พร้อมกล่าวว่า การโหวตจะทำให้ภาคประชาชนสะท้อนว่า รัฐบาลเศรษฐาจะช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ประชาชน ขอเชิญชวนประชาชนช่วยกันโหวต เราจะได้บอกว่าประเด็นใดที่นายกฯ ควรแก้ก่อน จะได้นำผลโพลเป็นข้อเสนอร่วมกัน เพื่อให้นายกฯ รับไปแก้ปัญหาตามที่ประชาชน ส่วนใหญ่นำเสนอ

“ผมอยากให้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายหาเสียง มาตั้งแต่ต้น โดยแก้ทั้งฉบับและเลือกตั้งสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ร้อยเปอร์เซ็นต์ มาจากสาขาอาชีพทุกอาชีพตามรัฐธรรมนูญปี 2540 เชื่อว่าจะแก้ปัญหาประชาชนทั่วประเทศได้ เพราะถ้าเรายังติดเรื่องรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ 2560 เชื่อว่าปัญหาภาคประชาชนจะต้องตกทอดให้รัฐบาลต่อไปอีกเหมือนเดิม” ประธานพี-มูฟกล่าว

ส่วนนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ผู้ประสานงาน เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือวีแฟร์ หนึ่งในผู้ร่วมโหวต โพลมติชน X เดลินิวส์ พร้อมกล่าวว่าควรแก้ปัญหาการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างสังคม โดยเฉพาะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปกองทัพ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รัฐสวัสดิการ

“ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ระบุเรื่องค่าแรงชัดเจน เบี้ยผู้สูงอายุก็ปรับขึ้นค่อนข้างชัด แต่รัฐบาลเศรษฐาไม่ได้ระบุไว้ คิดว่าการที่จะพัฒนาสังคมยุคหลังโควิด ควรมุ่งเน้นเรื่องสวัสดิการสังคมให้มากกว่านี้ แต่นโยบายรัฐบาลกลับ มุ่งเน้นเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่คิดว่าไม่เพียงพอ ควรแก้เรื่องรัฐสวัสดิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรปรับเพิ่มให้เป็นระบบบำนาญประชาชน ขอใช้โอกาสนี้ฝากภาคประชาสังคมมาร่วมกันโหวตโพลมติชน X เดลินิวส์ เพื่อสะท้อนเสียงไปยังรัฐบาล” นายนิติรัตน์กล่าว

ที่อาคารเกษรทาวเวอร์ กทม. ‘มิ้นต์’ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง นางเอกสาวชื่อดัง กล่าวเชิญชวนโหวตโพลมติชน-เดลินิวส์ว่า ถ้าให้ต้องเลือกก็อยากให้แก้ปัญหาควบคู่ ทางการเมืองพูดคุยแก้ไข ขณะเดียวกันต้องทำให้ปากท้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เชิญชวน ทุกคนมาร่วมแสดงความคิดเห็นว่าอยากให้ประเทศของเราออกมาในรูปแบบไหนมาโหวต กันเยอะๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน