ถกนัดแรก-ชูเป้าจ้างงาน20ล.คน ครม.ตั้งกก.ดิจิทัล 35กก.ประชามติก้าวไกลไม่เข้าร่วม
‘เศรษฐา’สวมสูทผ้าไทย ควง‘อุ๊งอิ๊ง’ ถกคณะกรรมการซอฟต์เพาเวอร์นัดแรก ตั้งเป้ายกระดับแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน นำรายได้เข้าประเทศปีละ 4 ล้านล้านบาท เพิ่มการจ้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง ครม.ไฟเขียว ตั้งคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต 4 ชุด นายกฯ นั่งประธานกรรมการนโยบาย ‘เศรษฐา’ เซ็นอนุมัติ 35 กรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ ประเดิมถก 10 ต.ค.นี้ ก้าวไกลเมินร่วม เหตุไม่ชัดเจนต้องแก้ทั้งฉบับ-ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด นายกฯ แจงชะลอซื้อยุทโธปกรณ์ไม่ใช่แค่กองทัพ สั่งทุกหน่วยงานเซฟงบฯ หั่นเรื่องไม่จำเป็น ‘บิ๊กสุทิน’ ยันต้องซื้อเฮลิคอปเตอร์ อาวุธ ‘ป้อม’ แจงหายหน้าไปดูเอเชียนเกมส์-ขาเจ็บ ยันอยู่พปชร.ตลอดไป ธรรมนัสก็ยันไม่ทิ้งหัวหน้าพรรค
เศรษฐาโชว์ทำงานมิติใหม่
เวลา 11.55 น. วันที่ 3 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการเชิญ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มาหารือภายหลังการประชุมครม. ว่าเรื่องการพบปะกับข้าราชการระดับสูง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินการคลัง ฝ่ายความมั่นคง จากนี้จะเป็นการทำงานลักษณะแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการประชุมที่มีองคาพยพขนาดใหญ่หลายสิบคน การมาประชุมวันนี้ 3-4 คน หรือ 6 คนเต็มที่ จะเป็นการสั่งการและรับฟังความคิดเห็นจากเหตุการณ์ปัจจุบัน อย่างเรื่องวีซ่าฟรีชาวจีนการดำเนินการมีปัญหาอะไร บริหารจัดการอย่างไรและมีข้อเรียกร้องอย่างไร เพราะบางข้อก็เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องการใช้ภาษีต่างๆ ซึ่งเรารับฟังและจะหารือในกลุ่มอื่นต่อไป วันนี้ถือเป็นการพบปะกันธรรมดา
ถือเป็นมิติใหม่ในการทำงาน ไม่มีอะไรผิดปกติ เรื่องแบบนี้เราทำกันมาอยู่แล้วและภาคส่วนอื่นก็ทำเช่นนี้ เพราะถ้าไม่มีการพูดคุย คิดว่าน่าเป็นห่วงมากกว่า การประชุมต่อไปนี้ไม่ต้องเป็นทางการมาก ไม่ต้องมีการเตรียมงาน แต่จะเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนและตนเองว่าข้อมูลต้องพร้อม ต้องเตรียมตัวให้ดีตลอดเวลา ไม่ต้องไปเตรียมตัว 2-3 วัน บอกเช้ามาบ่ายก็ได้ จึงอยากให้ผู้ร่วมงานทุกคน และหน่วยงานมีความกระตือรือร้น แต่ไม่ต้องซีเรียสมากที่จะมาพูดคุยกัน หากไม่รู้ก็ไม่เป็นไรก็กลับไปหาข้อมูลกันมาได้
การเงินการคลังยังแข็งแกร่ง
นายเศรษฐากล่าวกรณีประกาศเดินหน้านโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ก.พ.2567 ว่า ได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกไว้แล้ว เมื่อ 2 ต.ค. ได้หารือกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงการประเมินเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาวว่าหากนโยบายออกไปจะเป็นอย่างไร ภาพที่เครดิตเรตติ้งเอเจนซี่ ประชาชน และ นักลงทุนต่างประเทศอยากเห็นเป็นอย่างไร ซึ่งผู้ว่าฯ ธปท.ให้คำแนะนำและแนวทางมาว่ารัฐบาลควรทำอย่างไรเราก็น้อมรับ และยังได้พูดคุยกับรมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง จะน้อมรับคำแนะนำไปพิจารณาและคงจะมีการพูดคุยกันต่อ
นายกฯ ยังให้ความมั่นใจว่าหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ สถานภาพการเงินการคลังของประเทศยังแข็งแกร่งแน่นอน ส่วนรายละเอียดเรื่องแหล่งเงินขอ ให้รอฝ่ายที่ดูแลชี้แจง
ปัดตอบตั้งอุ๊งอิ๊ง-ครม.เงา
เมื่อถามถึงการแต่งตั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร่วมในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ แห่งชาติ จนเกิดกระแสวิจารณ์เหมือนครม.เงา คอยกำกับการทำงานของ ครม.นั้น นาย เศรษฐากล่าวว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมชูนิ้วโป้ง 2 นิ้วให้สื่อมวลชน เมื่อถามว่าไม่ได้เป็น ครม.เงาใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “เดี๋ยวคอยฟังการแถลงข่าวดีกว่า ผมรับรองได้ว่าเก่งและดีมาก” ก่อนยกนิ้วโป้ง 2 นิ้วอีกครั้ง พร้อมระบุไม่ได้โกรธแต่แปลว่าเก่งและดีมาก
แจงชะลอซื้อยุทโธปกรณ์
ส่วนข่าวนายกฯ สั่งกองทัพชะลอการ จัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่ในปีงบประมาณ 67 ไว้ก่อน นายเศรษฐากล่าวว่า จากที่ตนเปิดประชุมสัมมนาของสำนักงบประมาณได้พูดว่าต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด อะไรไม่มีความจำเป็นก็ไม่ควรใช้ ไม่ใช่แค่กองทัพอย่างเดียว สถาบัน กรมไหน กระทรวงไหน ไม่ได้เจาะจง แต่เป็นนโยบายหลัก ทุกๆ กระทรวงต้องให้ความสำคัญตรงนี้
เมื่อถามว่าเบื้องต้นมองหรือไม่โครงการไหนที่ควรยกเลิก นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ตนต้องให้เกียรติเจ้ากระทรวงทุกกระทรวงไป พูดคุย การจัดซื้ออะไรต้องมาผ่านที่ ครม.อยู่ดี จึงสั่งการไปแล้วให้ดูให้ดี คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน เมื่อถามว่ามี นโยบายแบบนี้กองทัพคงไม่เสนอมา นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะเป็นเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรือกระสุนอะไร เพียงแต่ เชื่อว่าทุกคนเป็นผู้ใหญ่พอและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นหลักอยู่แล้ว ให้โอกาสท่านนิดนึง

มาเยี่ยม – พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.กลาโหม เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ที่ห้องทำงานภายในกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
สุทินไฟเขียวเหล่าทัพซื้ออาวุธ
ที่กระทรวงกลาโหม นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวกรณีรัฐบาลมีนโยบายให้เหล่าทัพชะลอการจัดซื้ออาวุธโครงการขนาดใหญ่ในช่วง 1-2 ปี ว่า คุยกันว่าจะจัดซื้อเท่าที่จำเป็น เน้นไปที่เทคโนโลยีมากกว่า สิ่งใดที่เป็นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม อย่างที่บอกต้องเป็นกองทัพไซเบอร์จะเน้นหนักด้านนี้ แต่สิ่งไหนจำเป็นจะซื้อจากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศซึ่งมาจากภายในประเทศ หากจำเป็นต้องซื้อต่างประเทศอาจขอซื้อชิ้นส่วน
เมื่อถามว่ามีการคุยว่าจะซื้อเฮลิคอปเตอร์หรือรถถังเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า จะมีซื้อเฮลิคอปเตอร์บ้าง เหล่าทัพอธิบายว่ามีความจำเป็นต้องทดแทนของเก่า เท่าที่ตนดู เช่น กองทัพเรือและกองทัพอากาศมีอาวุธที่เข้าคิวปลดประจำการเยอะมาก เช่น เครื่องบิน รถถังและเฮลิคอปเตอร์ ตนก็หนักใจเพราะฟังแล้วเป็นเหตุผลที่เราต้องยอมรับ ในการประชุมสภากลาโหม 3 ต.ค. จะได้คุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพเรื่องนี้ด้วย แต่ที่ผ่านมาก็คุยกันมาตลอด
เมื่อถามถึงการทำงานครบ 1 เดือน นาย สุทินกล่าวว่า เริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อยๆ อาจไม่เร็วมากเหมือนกระทรวงอื่น เพราะยังเรียนรู้ทั้งคนทั้งวัฒนธรรมองค์กร แต่มีบรรยากาศที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขขึ้นเรื่อยๆ

ซอฟต์เพาเวอร์ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ สวมสูทตัดจากผ้าไทย และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร กรรมการซอฟต์เพาเวอร์ ถ่ายภาพร่วมกันก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการซอฟต์เพาเวอร์ แห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ต.ค.
เศรษฐาควงอิ๊งใส่ผ้าไทยโชว์
เวลา 14.30 น. นายเศรษฐา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 หลังกลับ จากเป็นประธานงาน Bangkok Post Forum 2023 โอกาสครบรอบ 77 ปี ที่โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการเดินทางมาถึงทำเนียบและขึ้นไปรอบนตึกไทยคู่ฟ้า
ก่อนที่นายเศรษฐา และน.ส.แพทองธาร จะลงจากตึกไทยคู่ฟ้า นายเศรษฐาสวมเสื้อลายผ้าขาวม้าโทนสีช็อกกิ้งพิงก์สดใส น.ส. แพทองธาร เคียนผ้าขาวม้าที่เอวทับชุดสูท ทั้งคู่หยุดยืนให้ถ่ายภาพ โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า “เป็นการประเดิมซอฟต์เพาเวอร์ ซึ่งคุณอุ๊งอิ๊งสวมผ้าไทย ผ้าขาวม้าผูกเอว”
เมื่อถามว่าผ้าที่นำมาตัดเสื้อได้มาจากไหน นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นผ้าขาวม้าออกแบบโดยดีไซเนอร์ไทย เมื่อถามว่าได้ตอนหาเสียงหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ใช่ผืนใหญ่ไม่พอ วันนี้มีทีมงานเดินตามมาด้วย” เมื่อถามว่านายกฯ ต้องการดีไซน์สีสดใสแบบนี้และออกแบบเองใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนชอบสีสดใสอยู่แล้วและคนตัดก็ตัดได้ดี ตัดได้สวย ดีไซเนอร์เก่ง
ถกซอฟต์เพาเวอร์นัดแรก
นายเศรษฐากล่าวในที่ประชุมว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์ เพาเวอร์ฯ มีเป้าหมายขับเคลื่อนการทำงานและแผนงานผ่านคอนเทนต์ 11 อุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์เป้าหมายในประเทศไทย รัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยงานให้เดินหน้าอย่างมุ่งมั่นเต็มที่ ตนดีใจเรื่องการท่องเที่ยว ทั้งการเข้าเมืองและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ถือเป็นที่ดึงดูดการท่องเที่ยว คิดว่าจะทำให้การท่องเที่ยวมีความยั่งยืนมากขึ้น เพราะคนไทยและประเทศไทยมีของดีอยู่มาก ส่วนเรื่องการอ่านถือเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้และได้พูดคุยกับสื่อมวลชนรายใหญ่หลายแห่งว่าเรื่องการอ่านเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างแท้จริง รวมทั้งเห็นด้วยกับการให้หนังสือเป็นของขวัญในเทศกาลสำคัญต่างๆ
รายได้ปีละ4ล้านล.-จ้างงาน20ล.คน
ด้านน.ส.แพทองธารกล่าวว่า ไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยแรงงานทักษะสูงและการสร้างสรรค์อุตสาหกรรมซอฟต์ เพาเวอร์ในสาขาต่างๆ โดยมุ่งยกระดับคุณภาพและทักษะของคนไทย 20 ล้านคน ให้เป็นแรงงานที่มีทักษะสูงและเป็นแรงงานสร้าง สรรค์ คาดถ้าสามารถทำนโยบายดีได้สำเร็จ จะมีรายได้เข้าประเทศ 4 ล้านล้านบาทต่อปี การจ้างงานเพิ่มขึ้น 20 ล้านตำแหน่ง เศรษฐกิจจะเติบโต ถือเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกในเรื่องซอฟต์เพาเวอร์
จะทำให้ซอฟต์เพาเวอร์ไทยเป็นระดับสากลโดยความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ จะทำให้เทศกาลของคนไทยมีโอกาสในต่างประเทศ เมื่อเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ 3 ต.ค. ตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลาง โดยระยะ 100 วันแรก ภายในวันที่ 11 ม.ค.2567 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจะพร้อมให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนในด้านต่างๆ และจะปรับปรุงศูนย์ บ่มเพราะสร้างสรรค์ให้กับสถาบันต่างๆ เปลี่ยน แปลงข้อกฎหมายต่างๆ ที่อยู่ในระดับกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินนโยบาย การจัดเทศกาลฤดูหนาวในกรุงเทพฯ อย่างยิ่งใหญ่ภายในระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดในวันที่ 3 เม.ย.2567 การจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศ ให้เป็นเทศกาลระดับโลกภายในระยะเวลา 1 ปี วันที่ 3 ต.ค.2567
จะเสนอพ.ร.บ. THACCA ผ่านสภาผู้แทนราษฎร มั่นใจว่าอุตสาหกรรมของเราจะเข้มแข็งขึ้นในอนาคตอันใกล้และเป็นที่รู้จัก ประเทศ ไทยต้องมีชื่อเสียงกว้างไกลระดับโลก ความสำเร็จนี้จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศ 20 ล้านครอบครัว ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง
นายกฯเซ็นตั้ง35กก.ศึกษาประชามติ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ แถลงที่ทำเนียบว่า วันนี้ นายกฯ ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 256/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จำนวน 35 คน มีตนเป็นประธาน นัดประชุมคณะกรรมการนัดแรก 10 ต.ค. และคาดว่าจะเริ่มทำประชามติได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2567
คณะกรรมการจะมีเวทีไปรับฟังความเห็นใน 3 ประเด็นคำถาม คือ 1.กระบวนการแก้ไขและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรทำแบบใด เช่น ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หรือไม่ 2.หากมีกระบวนการจัดทำประชามติ เพื่อจัดทำธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องทำประชามติกี่ครั้งเพื่อลดงบประมาณในการดำเนินการ ยกตัวอย่าง ถ้าดูเร็วๆ อาจทำ 4-5 ครั้ง แต่หากปรับให้เหลือทำ 2 ครั้ง จะใช้งบ 5,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ 3.คำถามในการทำประชามติครั้งแรก ควรเป็นอย่างไร จะให้ครอบคลุมแค่ไหน (อ่านรายละเอียดหน้า 7)
สว.หนุน-ดูชื่อแล้วทำงานได้
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวว่า ดูจากรายชื่อภาพรวมของคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ ที่มีทั้งฝ่ายการเมือง นักกฎหมาย นักวิชาการ เยาวชน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และมีความหลากหลาย เชื่อว่าทำงานได้ไม่มีปัญหา แต่ที่ผ่านมามีผลการศึกษาของกรรมการ คณะทำงานในสภาหลายชุด ควรนำมาพิจารณาประกอบกันด้วย
กก.ไม่ร่วมกรรมการ‘ประชามติ’
ที่พรรคก้าวไกล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงมติที่ประชุมสส.พรรค ยังไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ ว่า 1.พรรคมีจุดยืนชัดเจนมาตลอด สนับสนุนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด โดยไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ 2.พรรคเสนอว่ากระบวนการดังกล่าวควรเริ่มต้นจากการจัดประชามติ เพื่อสอบถามประชาชนด้วยคำถามว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าประเทศไทยควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แทนที่ฉบับ 2560 โดยส.ส.ร.ที่ มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด โดยไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ”
3.ขอบคุณรัฐบาลที่ให้เกียรติตัวแทนพรรคไปร่วมเป็นกรรมการ พรรคพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลที่สอดคล้องเป้าหมายดังกล่าวโดยยินดีให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล ความเห็นและข้อเสนอ หากคณะกรรมการมีความประสงค์ แต่ ณ เวลานี้ พรรคก้าวไกลขอสงวนสิทธิไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการ
รอกรรมการยืนยัน 2 จุดยืน
4.เหตุผลที่มีมติดังกล่าว เพราะพรรค ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาลเกี่ยวกับ เป้าหมายหรือกรอบภาพใหญ่ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการชุดนี้จะยึดถือ โดยเฉพาะจุดยืนการสนับสนุน (1) การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และ (2) การจัดทำโดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด 5.สองจุดยืนดังกล่าว เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญต่อการได้มา ซึ่งรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรมทางประชา ธิปไตย ทั้งที่มา-กระบวนการ-เนื้อหา เป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกฝ่าย
6.หากในอนาคต รัฐบาลยืนยันหรือทางคณะกรรมการศึกษาฯได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะเดินหน้าภายใต้ 2 จุดยืนดังกล่าว พรรค ก้าวไกลจะยินดีให้ตัวแทนพรรคเข้าร่วมประชุม ในฐานะกรรมการ 7.พรรคยืนยันว่าเป้าหมายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่เพียงการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ชอบธรรมทางประชาธิปไตย หวังอย่างยิ่งว่ารัฐบาลและ คณะกรรมการจะได้ข้อสรุปโดยเร็วในการ เดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งฉบับ โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด
ครม.ไฟเขียวกรรมการดิจิทัล
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต (Digital Wallet) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งมีงบประมาณ 5.6 แสนล้าน ครม.ยังมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานขึ้นมา 4 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายมี นายเศรษฐา เป็นประธาน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์, นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รอง นายกฯ และรมว.มหาดไทย และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม
คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พิจารณาแนวนโยบาย กรอบวงเงินและแหล่งที่มาของงบประมาณ กลไกการดำเนินการ ติดตามตรวจสอบการดำเนินโครงการ รวมถึงสรุปผลว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ คณะกรรมการจึงอยู่ยาวยันภารกิจจบ ซึ่งนายกฯ นัดหมายประชุม นัดแรกภายในสัปดาห์นี้ จะมีการมอบนโยบายและตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อรวบรวมรายละเอียดต่างๆ นำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ คาดใช้เวลาแต่งตั้งคณะอนุฯ ไม่เกิน 2-3 สัปดาห์นี้
ตั้งคณะทำงาน-อนุฯอีก 3 ชุด
เรื่องกรอบข้อกฎหมายและพ.ร.บ.เงินตราที่มีการตั้งคำถามในสังคมยืนยันพูดคุยกับ ธปท.ในเบื้องต้นแล้ว ไม่ติดขัดในประเด็นปัญหานี้ ขณะนี้มีกลไกที่จะทำและรองรับโดยไม่ขัดกฎหมายใดๆ ยืนยันว่าเบื้องหลังเทคโนโลยีที่ใช้คือบล็อกเชนแน่นอนเพราะปลอดภัยและตรวจสอบได้ ยืนยันรัฐบาลยึดมั่นกรอบวินัยทางการเงินการคลัง ส่วนกลไกที่จะใช้มีทางเลือกสำหรับรัฐบาล อาจออกมารูปแบบใด หรือไฮบริด สุดท้ายคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายจะนำเสนอทางเลือกต่างๆ ต่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เพื่อตัดสินเลือกออปชั่นสำหรับการขับเคลื่อนนโยบาย
เมื่อถามว่าเงื่อนไขของมาตรการเป็นการยืมมือประชาชนส่งต่อเงินให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือไม่ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า สิ่งที่ทำไม่มีการกันใครออกจากระบบ สามารถดำเนินการได้ทั้งผู้ค้ารายเล็ก รายใหญ่ไม่ว่าจะอยู่ในระบบฐานภาษีหรือไม่ หากอยู่ในฐานภาษีสามารถขึ้นเงินได้ แต่หากไม่ได้อยู่ในฐานภาษีก็รับเงินมาแล้วใช้ต่อ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 3 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการ ขับเคลื่อนโครงการ, คณะทำงานด้านตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการ และ คณะทำงานด้านบริหารฐานข้อมูลโครงการ
พท.ชู‘อิ๊ง’พาพท.อันดับ1ได้
ที่ทำเนียบ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.แพทองธารจะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่า เป็นคนที่มีความเหมาะสม ต้องรอการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีของพรรค 27 ต.ค.นี้ จะมีการเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ เมื่อถามว่าเป็นความเห็นส่วนรวมในพรรคที่เห็นว่า น.ส.แพทองธารเหมาะสมใช่หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า มีสมาชิกหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเหมาะสม เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจวัฒนธรรมการเมืองของพรรค เมื่อถามว่าการที่ น.ส.แพทองธารขึ้นมานำพรรค จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นพรรคอันดับ 1 หนึ่งได้หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า มั่นใจว่าเป็นเช่นนั้น
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ที่อาจเป็น น.ส.แพทองธาร ว่า ทุกอย่างเมื่อมีความพร้อมก็เป็นที่น่ายินดีของพรรคเพื่อไทย และทุกคนให้ความยอมรับ หากมีความพร้อมก็ควรจะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่ 27 ต.ค.นี้เลย
ป้อมสบายดี-ลั่นอยู่พปชร.ตลอดไป
ที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นประธานอบรมหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพสส. พล.อ. ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้ม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สบายดี ไปดูเอเชียนเกมส์มา ก็ดีขึ้น” เมื่อถามขณะนี้ยังเป็น สส.อยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ยังเป็นอยู่ แต่จะตลอดไปหรือไม่ ยังไม่รู้” เมื่อถามว่ายังอยู่กับพรรคพลัง ประชารัฐ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตลอดไป
พล.อ.ประวิตรกล่าวในการเปิดอบรมว่า ไม่ได้เจอกันนานกว่า 2 อาทิตย์ เพราะตนไปดูกีฬาเอเชียนเกมส์และไม่ค่อยสบาย จึงหยุดงานไป 2 อาทิตย์ กลับมาวันนี้พอดีกับพรรคจัดอบรมให้สส. และได้ให้สัมภาษณ์ถึงอาการป่วยว่า เจ็บที่ขา ต้องให้หมอมานวด ไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ เมื่อถามว่าจากนี้จะเข้าประชุม สส.พรรคทุกสัปดาห์หรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า เข้าทุกอาทิตย์อยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะเข้าสภาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โอเค…จ้ะๆ”
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรปรากฏตัวต่อสื่อ มวลชนและเดินทางมาที่พรรคในรอบ 2 เดือน นับจากมาร่วมประชุม สส.เมื่อ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา
ธรรมนัสยันไม่ทิ้งป้อม-พปชร.
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าจะลาออกจากพรรคว่า ไม่มี ยังเป็นเลขาฯ พรรคอยู่ จะลาออกได้อย่างไร ยังเป็น สส.ต้องเป็นตัวหลักให้กับพรรคและอยู่คู่กับ พล.อ.ประวิตร เมื่อถามว่า จะอยู่คู่กับ พล.อ.ประวิตรใช่หรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า “ถ้าลุงหยุด เราต้องเป็น ตัวหลัก” คงเป็นกระแสข่าวหลังนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ลาออก ยืนยันว่าพรรค พลังประชารัฐยังกลมเกลียว
เมื่อถามว่าเป็นการปล่อยข่าวเพื่อดิสเครดิตหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เอาเป็นว่าเรา ยังเหนียวแน่น ธรรมนัสไม่มีขั้ว ตนและ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค พูดคุยกันทุกเช้า ประชาชน อย่าเข้าใจผิดว่าเราทะเลาะกัน
เมื่อถามถึงกรณี ครม.แต่งตั้งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ลาออกจากเหรัญญิกและสมาชิกพรรค เป็นที่ปรึกษานายกฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีด้วย เดี๋ยวค่ำๆ จะโทร.ไปแสดงความยินดี
สันติยันพปชร.แข็งแรงดี
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม. ที่ทำเนียบ ถึงสถานการณ์ภายในพรรคที่ดูเหมือนมีปัญหาว่า ไม่มีอะไร เรา แข็งแรงดี
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเลขาฯ พรรคอาจย้ายพรรคว่า “เขาย้ายพรรคแล้วหรือ ผมยังไม่รู้ ยังไม่ถึงเวลาหรอก เลือกตั้งเสร็จ เพิ่งตั้งรัฐบาล คงทำงานร่วมกันไปในนามพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องพวกนี้” เมื่อถามว่า 40 สส. ของพรรคยังมั่นคงหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังดีอยู่
ชัยวุฒิปัดเสียบสส.แทนป้อม
เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายชัยวุฒิจะมาเป็นสส. หาก พล.อ.ประวิตรลาออกจากสส. เพราะอยู่ในบัญชีรายชื่อ สส.ลำดับที่ 3 นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังไม่มีการทาบทามจาก พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประวิตรยังเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นสส. ยังอยู่ทำงานการเมืองต่อ เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรอาจต้องการให้เข้าไปขับเคลื่อนงานในสภานั้น ขณะนี้ตนช่วยอยู่แล้ว เป็นรองหัวหน้าพรรค มาประชุม สส.และช่วยประสานงานในสภาอยู่แล้ว 4 ต.ค.จะเข้าร่วมประชุม กมธ.วิสามัญ ยังทำหน้าที่ในสภาอยู่ แม้จะไม่ได้เป็นสส.
ปลัดศธ.ฮึ่มฟ้องศาล-โดนย้าย
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่ง ที่เกษียณอายุราชการ และสับเปลี่ยนหมุนเวียน 4 ราย ดังนี้ 1.นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเลขาธิการสภาการศึกษา 2. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 3.ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 4.นายยศพล เวณุโกเศศ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ด้านนายอรรถพลกล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่เป็นธรรม และคิดว่าอยากจะลาออกจากราชการ จึงเข้าไปสอบถามเหตุผลกับรัฐมนตรีว่าการศธ.และบอกว่า ซึ่งรัฐมนตรีว่าการศธ. ก็ให้เหตุผลว่า อยากให้ช่วยเรื่องเดินหน้าพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และขอให้ทำงานต่อไป เพื่อผลักดันงานวิชาการให้ประสบความสำเร็จ ยอมรับเสียใจ เพราะไม่ได้มีความผิดอะไร และจากนี้จะขอลาพักร้อนเป็นเวลา 10 วันเพื่อให้รัฐมนตรีว่าการศธ.ทบทวน เพราะการให้กลับไปนั่งเลขาธิการสกศ. เหมือนกับถูกลดศักดิ์ศรี และอาจจะพิจารณาใช้ฟ้องศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป
นอกจากนั้น ครม.ยังอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายธงชัย กีรติ หัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นอธิบดีกรมควบคุมโรค, นางอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นอธิบดีกรมการแพทย์, นายพงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิต, นายยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นายณรงค์ อภิกุลวณิช รองปลัดกระทรวง เป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, นางอัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล ผู้ตรวจราชการ เป็นอธิบดีกรมอนามัย, นายภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล ผู้ตรวจราชการ เป็นรองปลัดกระทรวง, นายกิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ตรวจราชการ เป็นรองปลัดกระทรวง, นายสุรโชค ต่างวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการ เป็นรองปลัดกระทรวง และนายพงศธร พอกเพิ่มดี นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กลุ่มที่ปรึกษากระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนกรณีมีกระแสข่าวแต่งตั้งให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นผู้แทนการค้าไทยว่า “ถูกต้องครับ”
รบ.จัดงานเฉลิมพระเกียรติ72พรรษา
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมครม. ว่า ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 รัฐบาลจึงเห็นสมควรจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา เป็นที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ รมว.กลาโหม รมว.คลัง รมว.ต่างประเทศ รมว.มหาดไทย รมว.วัฒนธรรม รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. ผบ.ตร. ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมการศาสนา อธิบดีกรมศิลปากร และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 4 ราย เป็นกรรมการ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการและเลขานุการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการฯ แต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ 7 คณะ ดังนี้ คณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการ คณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรม คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึก คณะกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้งบประมาณ และคณะกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อการประดับหรือประดิษฐานในสิ่งของต่างๆ