สแกนโหวต-‘โพล2สื่อ’ ดาราน้ำตาลหนุนแก้ศก.

คึกคักประชาชนพากันโหวตร่วมโพล ‘มติชน-เดลินิวส์’ ต่อเนื่อง สองสส.สาว ‘น้ำ จิราพร-ไอซ์ รักชนก’ เชียร์ลุยแก้การเมือง-เศรษฐกิจไปพร้อมกัน ชี้มีความสำคัญ ผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่นชู 2 สื่อยักษ์เป็นกลาง ขอชาวบ้านโหวตสะท้อนผ่านความคิด ด้านนางงามนักแสดงสาว ‘น้ำตาล’ ชลิตา ส่วนเสน่ห์เห็นแย้ง ต้องแก้เรื่องของการเมืองค่ะ เพราะว่าถ้าการเมืองดี ทุกอย่างก็จะดีตามมา

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โพลมติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร เริ่มเปิดโหวตเมื่อวันที่ 1-31 ตุลาคม โดยกองบรรณาธิการในเครือมติชนและเดลินิวส์ ได้ประมวลชุดคำถาม รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร? แล้วนำมาเปิดให้ประชาชนโหวต ผ่านทางคิวอาร์โค้ดที่อยู่ในสื่อทั้ง 2 เครือทั้งหนังสือพิมพ์ 4 เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก

สำหรับคำถามมี 2 หัวข้อใหญ่คือ 1. เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.1 แก้รัฐธรรมนูญ, 1.2 ปฏิรูปกองทัพ, 1.3 กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น, 1.4 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, 1.5 รัฐสวัสดิการ และ 1.6 ปัญหาอื่นๆ และ 2.เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ประกอบด้วย 2.1 แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท, 2.2 “แก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน-หนี้สาธารณะ, 2.3 แก้ปัญหาการเกษตร, 2.4 เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนปริญญาตรี, 2.5 ลดค่าน้ำ- ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน และ 2.6 ปัญหาอื่นๆ

ทั้งนี้ หลังจากประชาชนโหวตโพลจนครบกำหนดถึงวันที่ 31 ตุลาคมแล้ว จะมีกิจกรรมเจาะลึกเรื่องโพลของมติชน-เดลินิวส์ ในเดือนพฤศจิกายน โดยเชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมาร่วมวิเคราะห์ผลด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานสถิติโหวตโพล มติชน X เดลินิวส์ ผลการโหวตเฉพาะช่องทางเครือมติชน จนถึง 15.00 น. มีจำนวนผู้ร่วมโหวตรวม 9,894 โหวต ซึ่งโหวตเพิ่มขึ้น +25% เมื่อเทียบกับวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา

น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการโหวตโพลมติชนxเดลินิวส์ ที่สองสื่อใหญ่ชั้นนำของประเทศร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นประชาชนว่า “อยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมือง หรือปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง” ว่าปัญหาการเมือง และปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ส่วนตัวคิดว่าสามารถแก้ไขไปได้พร้อมๆ กัน ตอนนี้รัฐบาลก็กำลังแก้ไขไปพร้อมกัน โดยปัญหาเศรษฐกิจนั้น ตอนนี้รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาระยะเฉพาะหน้า คือมีมติครม.ลดราคาค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันลง เพื่อประคับประคองและลดค่าครองชีพของ พี่น้องประชาชน รวมทั้งที่ประชุมครม.ยังมีมติพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ซึ่งระยะแรกเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. และระยะก็มีอีกหลายมาตรการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจโตอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นการเมือง ในระยะเร่งด่วน มีมติครม.ให้แต่ละกระทรวงไปดูคำสั่งคสช.ที่ค้างไว้ อันไหนไม่เป็นประโยชน์และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานก็ให้เสนอมา เพื่อจะได้ยกเลิกหรือโละทิ้ง ขณะที่ระยะยาว รัฐบาลคุณเศรษฐามีแนวคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ไว้เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นทั้งปัญหาการเมือง และปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รัฐบาลสามารถทำควบคู่กันไปได้แน่นอน เพิ่งแต่บางอย่างอาจต้องใช้ระยะเวลา และบางอย่างสามารถทำได้ทันที

“น้ำขอฝากพี่น้องประชาชนให้มาร่วมทำโพลของ “โพลมติชนxเดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?” เพื่อสะท้อนและส่งเสียงของท่านไปยังรัฐบาลด้วยกัน” ส.ส.น้ำกล่าว

ด้านน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงโพลมติชนxเดลินิวส์ ร่วมกันสำรวจความเห็นประชาชน “รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” ระหว่างปัญหาการเมือง หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้องว่า ถ้าเป็นรัฐบาลของพรรคก้าวไกล เราจะไม่เลือกว่าจะต้องแก้อะไรก่อน เพราะเราสามารถทำ 2 เรื่องไปพร้อมกันได้ รัฐบาลที่มีความสามารถ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำควบคู่กันไปพร้อมๆ กันได้ เราเชื่อว่าควรเป็นเช่นนั้นไม่ควรมีการแยกปัญหาการเมืองและเรื่องปากท้องเพราะทั้งสองเรื่องก็มีความสำคัญ

“อยากเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมโหวต โพลมติชนxเดลินิวส์ เพื่อตอบคำถามว่า ท่านรู้สึกว่าเรื่องไหนสำคัญมากกว่ากันหรือสำคัญเท่าๆ กัน” น.ส.รักชนกกล่าว

ด้านนายศตพล สุภณิดาเมธัส ประธานชมรมผู้พิการ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านโป่ง กล่าวว่า ระหว่างปัญหาการเมืองกับเรื่องปากท้อง อยากให้รัฐบาลมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องมากกว่า เพราะทุกวันนี้ข้าวของแพง ชาวบ้านเดือดร้อน อีกเหตุผลที่มองว่าการแก้ปากท้องสำคัญ เพราะเวลานักการเมืองหาเสียงบอกว่าถ้าเลือกเข้าไปแล้วจะทำเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่เมื่อเข้าสภาแล้วทำไม่ได้ ปัญหาปากท้องอันดับแรกอยากให้แก้เรื่องราคาน้ำมัน ถ้าน้ำมันลดสิ่งของค่าจับจ่ายใช้สอยต่างๆ จะลงตามทันที จึงเป็นเรื่องน้ำมันอันดับแรก หากค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลดราคาได้มากก็จะช่วยทำให้ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าลดลงตามมาด้วย

นายศตพลกล่าวว่าสำหรับในส่วนของ ผู้พิการเองอยากให้รัฐปรับ “เบี้ยผู้พิการ” ที่แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากปัจจุบันผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนใหม่จะได้รับเบี้ยอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนอยู่เดิมจะได้รับเบี้ยเพียง 800 บาทต่อเดือน หากอยากได้เพิ่มต้องเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงจะได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาท

นายศตพลกล่าวต่อว่าส่วนในระดับพื้นที่ราชบุรีซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่เกษตรกรรม ที่สำคัญอาชีพปลาสวยงามที่ไม่น้อยหน้าใคร ส่งออกทั่วโลก รัฐควรเข้ามา สนับสนุน และอย่างที่บอกหากค่าน้ำมันลงได้ราคาสินค้าทุกอย่างก็จะลงตาม ค่าขนส่ง ค่าอาหารปลา ค่าปุ๋ยก็จะลงตาม จึงมองว่าไปแก้ที่ต้นเหตุดีกว่า เป็นการลดที่ต้นทุน รวมถึงช่วยดูแลผู้พิการในเรื่องของสาธารณูปโภค ทั้งทางเท้า ทางลาด ห้องน้ำ และระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่ต่างจังหวัดให้มีความสะดวก และเอื้ออำนวยต่อผู้พิการยึดหลักอารย สถาปัตย์และต้องสามารถใช้งานได้จริง โดยเฉพาะตามสถานที่ราชการ ควรจะมีเป็นตัวอย่างให้กับภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันพบว่าภาคเอกชนมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้มากกว่าสถานราชการด้วยซ้ำ

ด้านนางงามนักแสดงสาว น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ที่มาร่วมงาน Grand Opening สถาบัน Pronality Academy by Kru Fon ที่ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดา ได้เปิดใจถึงการร่วมโหวต มติชนxเดลินิวส์ โพลสอบถามความเห็นประชาชน ว่า “อยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมือง หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง” โดยดาราสาวกล่าวว่า

“สำหรับตัวตาลเองนะคะ ถ้าถามว่าอยากจะให้แก้อะไรเป็นลำดับแรกเลยนะคะ อย่างแรกเลยก็ต้องแก้เรื่องของการเมืองค่ะ เพราะว่าถ้าการเมืองดี ทุกอย่างก็จะดีตามมาด้วยค่ะ คือพวกปากท้องของประชาชนอะไรอย่างเนี้ย มันก็ต้องมาจากกลุ่มนักการเมืองที่มันดีจริงๆ ค่ะ เพราะถ้าสมมติมันไม่ดี มันก็จะมีการโกงกินเหมือนเดิม อะไรก็จะวนเป็น รูปเดิม วนเป็นวงกลมเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นแล้ว การที่เราจะแก้อะไร แล้วเดินไปข้างหน้าเนี่ย ก็ต้องเป็นการเมืองที่ดี”

ต่อข้อถามว่า ถ้าขยายคำว่าการเมือง หลายคนยังไม่เข้าใจว่าจะแก้ยังไงกับคำว่าการเมือง ดาราสาวเผยว่าอย่างแรกเลย คำว่าการเมืองก็คือการที่คนคนนึงเข้ามาเป็นตัวแทนในการที่จะมาบริหารประเทศ บริหารประชาชน เพราะฉะนั้นแล้ว การที่เราจะมีผู้นำมาดูแลปากท้องของเรา ก็ต้องมีผู้นำที่ดีที่เขาจะสามารถคิดอะไรที่พัฒนาต่อไปให้ประเทศเราเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่หรือว่าถอยหลัง เพราะฉะนั้นแล้ว การที่จะทำให้มันดีขึ้น มันก็ต้องอยู่ที่ตัวของนักการเมืองด้วย

สุดท้ายน้ำตาลกล่าวว่า “ก็อยากจะ เชิญชวนทุกคนนะคะ มาร่วมโหวตโพล มติชนxเดลินิวส์ มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น หรือร่วมกันส่งกำลังใจให้พัฒนาประเทศของเราและการเมืองของเราให้มันดีขึ้น อย่าลืมมาทำโพลกันเยอะๆ นะคะ”

ทั้งนี้ กิจกรรมการทำ “โพลมติชนxเดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?” ครั้งนี้ เป็นการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชน และเดลินิวส์ โดยเปิดโหวตเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.66

วันเดียวกัน นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยกรณีมติชนxเดลินิวส์ ร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมืองหรือเศรษฐกิจปากท้องนั้น ตนคิดว่าควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนก่อน เนื่องจากเป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนรอคอยมานานให้แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วน นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

นายกิติพงศ์กล่าวต่อว่าการจัดทำโพลครั้งนี้ถือเป็นการสอบถามความคิดเห็นกับ ท้องถิ่นได้ตรงประเด็นและชัดเจน ขอให้ ผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงประชาชนทั่วไปร่วมกันตอบแบบสอบถามโพลมติชนxเดลินิวส์กันอย่างแพร่หลาย เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นในอนาคต สำหรับความต้องการที่จำเป็นต่อ จ.นครราชสีมาคือขอให้รัฐบาลเศรษฐาช่วยขับเคลื่อนผลักดันสนามบินมาที่กองบิน 1 อ.เมือง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเร่งรัดเมกะโปรเจ็กต์ทั้งโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา ไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และรถไฟทางคู่ให้แล้วเสร็จ โดยมีการยกระดับทางรถไฟผ่านพื้นที่แหล่งชุมชนเศรษฐกิจสำคัญ และเปิดใช้งานโดยเร็ว ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเข้าสู่ 20 จังหวัดภาคอีสาน สามารถเชื่อมต่อประเทศกลุ่มอินโดจีน จะส่งผลให้การเดินทางสะดวก คล่องตัวและปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งเป็นอานิสงส์ขับเคลื่อนให้ธุรกิจ

นายกิติพงศ์กล่าวอีกว่า ที่สำคัญขอให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณบริหารจัดการให้แก่ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มบทบาทหน้าที่ในการบริการประชาชน เทศบาลตำบลโพธิ์กลางยังขาดแคลนระบบบำบัดน้ำเสียที่มีมาตรฐานสามารถรับรองการขยายตัวของประชากรในพื้นที่ จำนวนกว่า 3 หมื่นคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต แก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย ในเทศบาลนครนครราชสีมา ตั้งอยู่ในเขต ต.โพธิ์กลาง และ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา แต่ละวันต้องกำจัดขยะมูลฝอยจาก 34 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และ สุขอนามัยของประชาชน เช่น ปัญหากลิ่นเหม็นจากบ่อขยะ เส้นทางสัญจรชำรุด

ขณะที่นายอดิศร เนาวนนท์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า การจัดทำโพลครั้งนี้ประชาชนน่าจะต้องการสะท้อนปัญหาภาพรวมทางการเมืองไปถึงรัฐบาลใหม่ รวมไปถึงเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง การกระจายอำนาจ ประชาชนน่าจะต้องการให้บรรจุประเด็นคำถามที่เป็นโจทย์ใหญ่เหล่านี้ให้ชัดเจนในการโหวตโพลครั้งนี้ด้วย ส่วนเรื่องอื่นๆ อาจจะยังไม่ต้องลงรายละเอียดเอาไว้ ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การปรับโครงสร้างการกระจายอำนาจ เป็นประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องถามประชาชนด้วยและต้องเปิดช่องทางให้ประชาชนได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ เรื่องการปฏิรูปตำรวจและกองทัพเป็นอีกประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง ควรจะสอบถามความคิดเห็นของประชาชนด้วย เนื่องจาก 2 หน่วยงานนี้มีผลต่อการเมืองของประเทศค่อนข้างมาก ประเด็นคำถามทางด้านสังคมและเศรษฐกิจในภาพรวม เรื่องแรกคือเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทย (พท.) โดยเฉพาะนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่จะต้องใช้เงินเป็นแสนแสนล้านบาทเพียงพอสนองนโยบายของพรรคนั้น จะช่วยประชาชนและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืนจริงหรือไม่

ส่วนเรื่องการศึกษาเป็นประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงเรื่องสังคม เนื่องจากการศึกษาของไทยยังไม่ทันกับโลกยุคปัจจุบัน ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงโครงสร้างของระบบ ทั้งในอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาตามอัธยาศัย เพราะมีการเปลี่ยนผ่านไปแบบเชื่องช้าอย่างมาก ซึ่งถ้ารัฐบาลลงมาเล่นเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกระดับการศึกษา

“อยากจะให้ประชาชนช่วยกันสะท้อนออกมาผ่านโพลสำรวจของมติชนและเดลินิวส์ หากผลโพลสะท้อนออกมาเป็นเช่นไร อยากจะให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาเพื่อปรับตัวและแก้ไขปัญหาให้ได้ตามที่ประชาชนในประเทศช่วยกันสะท้อนออกมา ณ ขณะนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมาก” นายอดิศรกล่าว

วันเดียวกัน นางจีรนันท์ วังษ์มงคง ประธานสมาคมธุรกิจไทยในกัมพูชา เปิดเผยถึงกิจกรรม “โพลมติชนXเดลินิวส์ รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” ว่า โพลดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดี ที่จะสะท้อนปัญหาของชาวบ้าน ร่วมทั้งนักธุรกิจที่จะสื่อสารถึงรัฐบาล จึงอยากเชิญชวนให้มาร่วมโหวตกัน หากรัฐบาลนำผลโพลที่สำรวจไปแก้ไขผลประโยชน์ก็จะตกถึงประชาชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นักธุรกิจไทยในกัมพูชากว่า 600 บริษัท ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ต่างช่วยกันโหวตโพลดังกล่าว เพื่อต้องการสะท้อนปัญหาและส่งต่อให้ถึงรัฐบาล

นางจีรนันท์ยังกล่าวอีกว่า ในฐานะประธานสมาคมธุรกิจฯ อยากให้สนับสนุนให้รัฐบาลตั้งท่าเรือแหลมฉบังเป็นฮับของโลจิสติกส์ ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะปัจจุบันกัมพูชาไม่สามารถขนสินค้าไปยังท่าเรือแหลงฉบังได้ เนื่องจากติดปัญหาของเส้นทาง ขณะเดียวกันสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังก็ไม่สามารถขนมาที่กัมพูชาได้ แต่ถ้ารัฐบาลมีการผลักดันตรงนี้สินค้าของ 2 ประเทศก็สามารถขนส่งไปมาได้ ประโยชน์จะได้รับคือต้นทุนที่ถูกลง นอกจากนี้ ยังอยากให้มีการสนับสนุนสินค้าเกษตรเข้ามาจำหน่ายในกัมพูชาให้มากขึ้นด้วย หลังพบว่ากำลังซื้อของประชากรในกัมพูชาเริ่มขยายตัวมากขึ้น อยากเห็นประเทศไทยเป็น Trading Nation อย่างแท้จริง

อยากเห็นผู้นำประเทศนำความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับกัมพูชาในขณะนี้เจรจาปัญหาที่ ค้างคาและเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้ผู้ประกอบการไทยเรื่องภาษีย้อนหลังที่ถูกเรียกสอบ และชี้ความผิดกับทุกรายเป็นเงินจำนวนนับล้านบาทถึงนับล้านดอลล์ขึ้นไปในแต่ละปี ไม่อยากให้ผู้ประกอบการไทยที่ตั้งใจทำดีต้องการค้าแบบยั่งยืนโปร่งใสถูกยัดเยียดข้อหาด้านภาษี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน