ผวจ.สั่งติดตามน้ำป่าเขาใหญ่

นายกฯ ลุยช่วยน้ำท่วมชาวยโสธร มอบถุงยังชีพ-ยารักษาโรค ยันรัฐบาลพร้อมดูแล สั่งแก้ปัญหายกระดับถนน สร้างสะพานเพิ่ม ด้านผู้ว่าฯ โคราชติดตามสถานการณ์น้ำป่า อุทยานฯ เขาใหญ่สั่งปิดเที่ยวน้ำตกเหวสุวัต ห้ามลงเที่ยวเด็ดขาด ปริมาณน้ำมาก-เชี่ยวกราก ด้านพิจิตรยังอ่วม มวลน้ำสะสมเข้าท่วม 4 อำเภอ 540 หลังคาเรือน ซ้ำโดนไข้เลือดออกระบาด จนท.ปูพรมกำจัดยุงลาย ส่วนจ.ชลบุรี มวลน้ำทะลักกำแพงหมู่บ้านพัง กระทบ 1,200 หลัง เทศบาลระดมกระสอบทรายกั้น

ลุยน้ำ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เดินลุยน้ำแจกถุงยังชีพให้ชาวบ้านประสบอุทกภัยที่บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ถูกแม่น้ำชีเอ่อท่วมหนัก จากนั้นเดินทางไปตรวจสถานการณ์ น้ำต่อที่จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 7 ต.ค.

นายกฯตรวจน้ำท่วมยโสธร
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นางเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้แม้จะไม่ถูกน้ำท่วม แต่ถูกน้ำจากแม่น้ำชีเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตร และถนนเข้าหมู่บ้านสูง 30-60 ซ.ม. ระยะทางกว่า 4 ก.ม. ต้องใช้รถขนาดใหญ่ในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน

โดยนายกรัฐมนตรีนั่งรถยกสูงของปภ. ทะเบียน 53-7093 กรุงเทพฯ เข้าพื้นที่พบปะประชาชนและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยนั่งลงคุยกับกลุ่มผู้สูงอายุ สอบถามความเป็นอยู่ในช่วงน้ำท่วม พร้อมแสดงความเป็นห่วง และจะหาแนวทางช่วยเหลือด้วยการยกระดับความสูงของถนนที่เข้าหมู่บ้าน พร้อมสร้างสะพานเพิ่มในบางจุด ทำให้ชาวบ้านยกมือไหว้ซึ่งนายกฯ ได้ตอบกับชาวบ้านว่าไม่ต้องขอบคุณ เพราะสิ่งที่ทำเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

ยกระดับถนน-สร้างสะพาน
นายเศรษฐากล่าวว่า สวัสดีพี่น้องชาวจังหวัดยโสธรที่รัก ที่มาเป็นขวัญและกำลังใจอย่างล้นหลามให้เราทำงาน การเดินทางเข้ามาตรงนี้ลำบาก ขนาดมาหนเดียวยังลำบาก เพราะเจอแต่ภาวะน้ำท่วม ตนได้รับรายงานว่า ท่วมแล้วท่วมอีกตลอดเดือน ตนไม่สบายใจและเห็นใจทุกท่าน การสัญจรไปมาลำบาก จะไปหาหมอก็ลำบาก พืชผลเสียหาย วันนี้รมว.กลาโหม รมช.เกษตรและสหกรณ์ รมช.มหาดไทย รมช.คมนาคม ก็มาร่วมด้วย เป็นที่บ่งบอกแล้วว่าเราให้ความสำคัญกับปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวอ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร

นายเศรษฐากล่าวอีกว่า เรื่องการป้องกันน้ำท่วมทำได้หลายมิติ ในระยะยาวต้องมีการบริหารจัดการน้ำตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เสนอขุดคูคลองเพิ่ม แต่ระยะสั้นเรื่องการปล่อยน้ำทางกรมชลประทานรับปากว่าจะไปทบทวนดูแลวิธีกักน้ำปล่อยน้ำ หากเกิดภาวะอุทกภัยหรือน้ำท่วมเกิดขึ้นทุกหน่วยงานต้องพร้อม ไม่ว่าจะเป็นรมช.มหาดไทย ดูแลป้องกันสาธารณภัย นายสุทิน รมว.กลาโหม โดยเจ้าหน้าที่ทหารราบพัฒนาก็มาดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รมช.คมนาคม ดูแลสร้างถนนหนทาง โดยสัญญาว่าจะทำถนนและสะพานอีก 2 สะพานที่น้ำท่วม ซึ่งต้องจัดการโดยเร็ว

นายกฯ ระบุอีกว่า ระหว่างที่ตนนั่งรถเข้ามาได้คุยกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายท่านบอกว่า อำเภอนี้ หมู่บ้านนี้มีความผูกพันมาก มีโครงสร้างสถาบันครอบครัวที่แข็งแรง พี่น้องไม่ได้ออกไปทำงานนอกเขต อยากอยู่ในเขตพื้นที่ช่วยเหลือจุนเจือด้วยกัน ดูแลผู้แก่ผู้เฒ่า ผลดีตรงนี้ไม่มีใครทราบ ตนมาที่นี่ไม่มีใครบ่นเรื่องปัญหายาเสพติด เพราะสถาบันครอบครัวแข็งแรง มีเวลาพูดคุยกัน ให้ความอบอุ่นแก่ครอบครัว ตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นสังคมตัวอย่างที่หลายๆ อำเภอ หลายๆ จังหวัด ควรนำไปพัฒนาต่อ วันนี้ดีใจที่ได้มาพบปะพูดคุยแม้มาในสภาพที่น้ำท่วมที่ไม่ค่อยน่ายินดีสักเท่าไหร่ แต่ก็อยากมาในบริบทที่มีรอยยิ้ม วันนี้ที่มาที่นี่มาพร้อมกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย ซึ่งทุกคนเข้าใจและสัญญาจะกลับมาดูแลพี่น้องประชาชน

มอบถุงยังชีพช่วยปชช.
จากนั้นนายกฯ มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชน 300 ชุด และมอบถุงยังชีพของเกษตรอำเภอให้กับเกษตรกร 300 ชุด รวมถึงมะปรางซึ่งเป็นอาหารของปศุสัตว์ในช่วงที่ น้ำท่วม รวมถึงต้นกล้าพันธุ์พืช เช่น มะละกอ พริก และมะเขือ ให้กับประชาชนด้วย โดยระหว่างเส้นทางซึ่งมีน้ำท่วมสูงเป็นระยะ นายกฯ ได้ลงลุยน้ำและนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านตามรายทาง พร้อมให้กำลังใจ “ขอให้สู้ๆ อดทนอีกหน่อยรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือ” นอกจากนี้นายกฯ ยังได้แวะทักทายหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่มาออกหน่วยบริการประชาชน โดยหลังรับฟังรายงานเสร็จ นายกฯ ได้ถามแพทย์ว่ามียาติดมาหรือเปล่า ให้เอามาแจกจ่ายชาวบ้าน “พาผมไปดูเลยได้หรือไม่ พาไปดูเลย” จากนั้นนายกฯ จูงมือพยาบาลไปที่ชาวบ้านนั่งอยู่ เพื่อมอบยาสามัญประจำบ้านให้กับชาวบ้าน โดยนายกฯ ย้ำกับหน่วยแพทย์ว่าดูแลชาวบ้านหน่อย และกล่าวว่า “ผมอ่ะสบายดี คนไหนป่วยให้บอกหมอเลย” ก่อนจะกล่าวกับแพทย์และพยาบาลว่า “อย่าเพิ่งกลับให้อยู่แจกยาชาวบ้านก่อน จัดการเลย” จากนั้นนายเศรษฐาได้หยิบยามาแจกชาวบ้านด้วยตัวเอง

ขอนแก่นทำแนวกันตลิ่งทรุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.ขอนแก่น ทหารจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ จัดกำลังพลจิตอาสาของหน่วย ร่วมกับอบต.ไชยสอ อ.ชุมแพ และประชาชนช่วยกันนำทรายกรอกใส่ถุง และ ทำแนวหลักไม้ โดยนำถุงทรายมาถมบริเวณตลิ่งที่พังไว้ก่อน เพื่อป้องกันการทรุดตัวเพิ่มอีก ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่อาศัย ส่งผลกระทบให้ราษฎรบ้านท่าเดื่อ ต.ไชยสอ ได้รับความเสียหาย

ขณะที่พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยทหารกองทัพบกระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และปรับการปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดความเสียหายของทรัพย์สิน รักษาเครื่องมือในการประกอบอาชีพ บริหารจัดการให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกที่สุด และมอบหมายให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ติดตามและอำนวยการช่วยเหลือในภาพรวม รวมทั้งเตรียมเครื่องมือหรือยุทโธปกรณ์เฉพาะของหน่วยทหารช่างและส่วนกลาง พร้อมส่งไปเสริมการปฏิบัติช่วยเหลือประชาชนตามการร้องขอของหน่วยทหารในพื้นที่ด้วย

ปิดเที่ยวน้ำตกเหวสุวัต
นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นอภ.ปากช่อง ได้เดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณน้ำตกเหวสุวัต หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่ ได้สั่งปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกเหวสุวัตเป็นการชั่วคราวแล้ว เนื่องด้วยมีมวลน้ำจำนวนมากที่ไหลจากลำตะคองลงสู่น้ำตกเหวสุวัตมีสีแดงขุ่น และน้ำเชี่ยวกราก ห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวลงไปบริเวณด้านล่างโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้ แต่ยังสามารถเดินไปถ่ายภาพที่ป้ายน้ำตก และดูน้ำตกจากบริเวณด้านบนได้

นายสยามกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอุทยานฯ เขาใหญ่ วันละกว่า 1,500 คนในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ และช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่ต่ำกว่า 7,000-8,000 คน เพื่อมาชื่นชมบรรยากาศทะเลหมอก วิวทิวทัศน์ ความเป็นธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของอุทยานฯ เขาใหญ่ พื้นที่มรดกโลกของไทย แต่ช่วงนี้มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานฯ จึงจำเป็นต้องปิดท่องเที่ยวน้ำตกเหวสุวัต เพื่อป้องกันอันตรายจากน้ำป่า ส่วนพื้นที่อื่นๆ ยังสามารถชมความสวยงามของธรรมชาติได้ตามปกติ แต่ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม คำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

พิจิตรกระทบน้ำท่วม4อำเภอ
ผู้สื่อข่าวรายงานปริมาณน้ำในแม่น้ำยม ที่รับน้ำจาก จ.สุโขทัย ผ่าน อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ปริมาณน้ำยังไหลลงมายังพื้นที่ จ.พิจิตรอย่างต่อเนื่อง น้ำมีสีขุ่นแดง สถานีวัดน้ำวาย 17 ที่ อ.สามง่าม ระดับน้ำอยู่ที่ 5.23 ม. สูงขึ้นจากเดิม 8 ซ.ม. และล้นตลิ่งท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ กระทบบ้านเรือนในพื้นที่ 3 อำเภอคือ อ.สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง และบึงนาราง 4 ตำบล 23 หมู่บ้าน 430 หลัง คาเรือน ส่วนน้ำสะสมที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ยังเข้าท่วม อ.บางมูลนาก ใน 2 ตำบลคือ ต.หอไกร และ ต.เนินมะกอก รวม 4 หมู่บ้าน 110 หลังคาเรือน โดย จ.พิจิตรมีประชาชนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 4 อำเภอ 6 ตำบล 27 หมู่บ้าน 540 หลังคาเรือน ส่วนพืชผักสวนครัวในพื้นที่ ม.1 บ้านวัดใหม่ราษฎรบำรุง ต.สามง่าม อ.สามง่าม เช่น พริก กะเพรา โหระพา มะระ มะเขือ มะละกอ ที่ชาวบ้านปลูกไว้เพื่อบริโภคถูกน้ำท่วมขังจนยืนต้นตาย ส่งผลให้ชาวบ้านต้องเพิ่มรายจ่ายในการซื้อผักสวนครัวไว้บริโภค

นายสมยศ เอมใจ นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร พร้อมด้วยสาธารณสุข อสม. ปูพรมฉีดพ่นยาและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของไข้เลือดออกหลังมีฝนตกชุก และปริมาณน้ำแม่น้ำยมที่เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมขังบ้านเรือนประชาชน ขณะนี้มีผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม 29 รายใน อ.โพธิ์ประทับช้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ ม.10 ต.วังจิก มี 6 ราย ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนหลังคาเรือน ซึ่งมีไม่มากนักในชุมชน

จมหมู่บ้าน – น้ำท่วมหมู่บ้านอิสแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังฝนตกหนักกลางดึก กำแพงพนังกั้นน้ำพัง ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 1,200 หลังคาเรือน เทศบาลระดมกระสอบทรายกั้น และเร่งระบายน้ำ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.

น้ำทะลักหมู่บ้านชลบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ชลบุรี มีฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางคืน ทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าหมู่บ้านอิสแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ม.1 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยชาวบ้านช่วยกันนำกระสอบทรายที่ทางเทศบาลตำบลดอนหัวฬ่อบรรทุกมาให้ เพื่อไปอุดทางน้ำที่ไหลเข้าบริเวณบ้านเลขที่ 333/305 ส่งผลให้กำแพงหมู่บ้านพังเป็นรูกว้าง และมวลน้ำได้ไหลเข้าทางนี้ ทำให้หลายครัวเรือนได้รับผลกระทบ น้ำท่วมเข้าที่พัก เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายจำนวนมาก

นายไมตรี ประเสริฐ นายก ทต.ดอนหัวฬ่อ เปิดเผยว่า เมื่อคืนฝนตกหนักในพื้นที่บ้านบน ตั้งแต่ อ.บ้านบึง อ.พานทอง ผ่าน ต.สำนักบก ต.นาป่า น้ำในระดับด้านนอกหมู่บ้านมีระดับสูงกว่าในหมู่บ้าน ประมาณเกือบ 1 ม. จึงเกิดแรงดันของน้ำทำให้กำแพงหมู่บ้านพัง น้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้านที่มีประชาชนอาศัยประมาณ 1,200 หลังคาเรือน โดยเทศบาลฯ ได้นำรถเครนมายกกระสอบทรายที่ทำเป็นบิ๊กแบ๊กกั้นน้ำเข้าหมู่บ้าน และเร่งระบายน้ำผ่านทางท่อระบายน้ำรอบนอกหมู่บ้านต่อไป ขณะนี้สามารถกันน้ำไม่ให้เข้าหมู่บ้านได้แล้ว พร้อมทั้งเตรียมถุงบิ๊กแบ๊กเพิ่มเติมเพื่อป้องกันกำแพงพังทลายลงมาอีกหากฝนยังตกต่อเนื่อง ส่วนระดับน้ำในหมู่บ้านลดลงแล้ว เหลือท่วมแค่บริเวณถนนหน้าบ้านบางส่วน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน