ให้มาหมดโดยเร็วที่สุด ยอดเสียชีวิต-ถูกจับเพิ่ม ยันตัวประกันปลอดภัย แห่รับ15แรงงานชุดแรก เดินทางถึงบ้านเช้าวันนี้

ทหารอิสราเอลบุกช่วย 14 คนไทยพ้นเขตสู้รบได้อย่างปลอดภัย พร้อมชาวยิวอีก 16 คน กต.เผยคนไทยเสียชีวิตพุ่ง 20 คน เจ็บ 13 ราย ถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่ม 3 รวม 14 คน แจ้งขอกลับไทยทะลุ 5 พัน ชุดแรก 15 คนเดินทาง กลับถึงไทยวันนี้ ด้วยสายการบินอิสราเอล ‘สุทิน’รมว.กลาโหมยัน 14 คนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังปลอดภัย นายกฯเศรษฐาสั่งระดมทุกสายการบินไปรับคนไทย 5 พันออกจากอิสราเอลหนุ่มศรีสะเกษวิดีโอคอลจากอิสราเอลเปิดใจสลด ระเบิดตกใส่น้องชายเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ขณะที่หนุ่มอุดรฯถูกระเบิดตายพร้อมเพื่อน ขณะออกไปทำงาน ห่างจากฉนวนกาซ่า 10 ก.ม. เมียวอนรัฐบาลช่วยเหลือนำศพกลับบ้าน แม่หัวใจแทบสลายเมื่อรู้ข่าว

อิสราเอลบุกช่วย14คนไทย
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. The Times of Israel สื่อยักษ์ใหญ่ของอิสราเอล รายงานว่า กองกำลังอิสราเอล สามารถระบุสถานะของตัวประกัน 30 คนได้ในคิบบุตซ์ ไอน์ ฮาชโลชา ทางตอนใต้ของอิสราเอลซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสได้แล้ว

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ได้รับรายงานเมื่อเวลา 21.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงกลุ่มตัวประกันที่หายไปว่ายังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นกลุ่มชาวอิสราเอล 16 คน และเป็นแรงงานชาวไทย 14 คนที่สูญหาย โดยเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือ พบว่าทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลยังเดินหน้าตามหาพลเรือนที่โดนจับกุมตัวไป โดยให้คำมั่นว่าจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อช่วยเหลือคนที่หายไปกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้

ช่วยคนไทย – จนท.ความมั่นคงอิสราเอลเข้าช่วยเหลือพลเรือน 30 คน ในจำนวนนี้มีคนไทย 14 คนออกจากเมืองคิบบุตซ์ ไอน์ ฮาชโลชา พื้นที่สู้รบทางภาคใต้ของอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศของไทยยืนยันเพิ่มเติมว่าทั้ง 14 คนไทยอยู่ในสถานที่ปลอดภัยแล้ว เมื่อวันที่ 11 ต.ค.

ไทยตาย-ถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่ม
วันเดียวกัน น.ส.กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงผลกระทบต่อแรงงานไทยในสถานการณ์สู้รบในอิสราเอลว่า ข้อมูลจากแรงงานในพื้นที่ พบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มรวมเป็น 20 ราย และสถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ รายงานผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 4 ราย รวมเป็น 13 ราย และผู้ที่ถูกจับกุมไปเพิ่มเติมอีก 3 ราย รวม 14 ราย และยังไม่ทราบสถานะความปลอดภัย จากที่กลุ่มฮามาสระบุว่าจับตัวประกันไปรวม 150 คน นอกจากนี้ ได้อพยพแรงงานไทยไปที่อยู่ปลอดภัยกว่า 100 คนแล้ว และมีผู้ขอกลับไทย 5,019 คน ส่วนที่ไม่ขอกลับ 61 คน จากแรงงานไทยในพื้นที่สู้รบใกล้ฉนวนกาซ่าราว 5,000 คน และทั่วประเทศราว 30,000 คน สำหรับผู้บาดเจ็บน.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอล ไปเยี่ยมผู้ที่บาดเจ็บสาหัสใน โรงพยาบาล ใกล้กรุงเทลอาวีฟและย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งแรงงานไทย

น.ส.กาญจนาตอบคำถามถึงสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในอิสราเอลยังต้องลงหลุมหลบภัยเป็นระยะๆหรือไม่ว่า กรณีที่มีสัญญาณเตือน ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่จะต้องลงหลุมหลบภัย รวมถึงเจ้าหน้าที่ และอยากขอย้ำว่าเป็นหลักการเลยว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลคนไทยอย่างดีที่สุด และเจ้าหน้าที่จะเป็นคนสุดท้ายที่จะออกมาจากประเทศ ฉะนั้นขออย่างห่วงกังวล เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการปลูกฝังถึงภาระหน้าที่ดังกล่าว

เมื่อถามถึงการส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปสมทบที่อิสราเอล น.ส.กาญจนากล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศส่งเจ้าหน้าที่ 4 คน รวมถึงนายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล ซึ่งมีประสบการณ์ในการอพยพคนไทยในหลายสถานการณ์ ไปสมทบกับสถานทูตไทยในอิสราเอลซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทูตและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรวม 7 คน และอาจพิจารณาส่งเพิ่มเติม ส่วนวันกำหนดเดินทางภายใน 1-2 วันนี้

ยอดขอกลับบ้านพุ่งเกิน5พัน
เมื่อเวลา 15.00 น. น.ส.กาญจนา แถลงว่า ผู้ขอกลับไทยเพิ่มขึ้นเป็น 5,174 คน จากเดิม 5,019 คนและผู้ไม่ขอกลับเพิ่มเป็น 64 คนจาก 61 คน ส่วนจำนวนเสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บ 13 คน และถูกจับไปเป็นตัวประกัน 14 คน และจากการตรวจสอบ ยืนยันจำนวนอีก 14 คนไทยตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามโซเชี่ยลมีเดียถูกทางการอิสราเอลอพยพจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว ซึ่งขณะนี้คนไทยถูกอพยพมายังที่ปลอดภัยแล้วกว่า 100 คน

น.ส.กาญจนากล่าวด้วยว่า การอพยพคนไทยจำนวน 15 คนกลับไทยทางเที่ยวบินพาณิชย์ของสายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ EI Al เที่ยวบิน LY 083 ออกเดินทางเวลา 21.45 น.และลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลา 10.35 น. วันที่ 12 ต.ค. ส่วนเที่ยวบินอพยพรอบสองจากกองทัพอากาศ ซึ่งจุคนได้ 140 คน ออกจากไทยวันที่ 14 ต.ค. ถึงอิสราเอลวันที่ 15.ต.ค. มาถึงไทยวันที่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 04.00 น. เครื่องบินอพยพรอบสามสายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ อพยพ 80 คน ออกจากอิสราเอลวันที่ 18 ต.ค. ถึงไทยวันที่ 19 ต.ค.ในเวลา 11.00 น. ส่วนการวางแผนอพยพรอบสี่ในวันที่ 24 ต.ค. ได้หารือเตรียมเที่ยวบินของกองทัพอากาศ ขณะเดียวกันได้ประสานเครื่องบินพาณิชย์ของอิสราเอลไว้ด้วย และเตรียมอพยพเป็นระยะๆ

ห่วงใย – นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานกมธ. การปกครอง สภาผู้แทนฯ และคณะ แถลงแสดงความห่วงใย คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบที่อิสราเอล พร้อมเร่งประสานความช่วยเหลือและการเยียวยา ที่รัฐสภา วันที่ 11 ต.ค.

15คนไทยชุดแรกบินถึงบ้านวันนี้
ด้านนายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุลกล่าวถึงขั้นตอนเมื่อแรงงานถึงไทยว่า แรงงาน 15 คนลงจากเครื่องบิน มีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อนรับผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระและเดินทางออกโดยจะทำให้กระบวนการรวดเร็วและราบรื่นที่สุด จากนั้นไปยังโถงทางเข้าที่จัดไว้ให้สื่อมวลชน สามารถพูดคุยกับสื่อมวลชนได้ จากนั้นขึ้นรถบัสที่กระทรวงคมนาคมจัดไว้ให้เพื่อเดินทางไปตรวจสุขภาพที่สถาบันบำราศนราดูร โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมีกระทรวงแรงงานดูแลเรื่องเงิน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ รวมอยู่ด้วย และญาติรอรับ เมื่อแล้วเสร็จแรงงานทั้ง 15 คนเดินทางกลับภูมิลำเนา

ด้านกระทรวงการต่างประเทศแจ้งรายชื่อ 15 คนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยเครื่องบินของสายการบิน El Al จากการสืบค้นเป็นเครื่องบินพาณิชย์เดียวของอิสราเอลที่ติดระบบป้องกันขีปนาวุธและมีความปลอดภัยมากที่สุดสายการบินหนึ่งของโลก ในเที่ยวบิน LY083 ในวันที่ 11 ต.ค. 2566 ดังนี้ 1.นายสมมา แซ่จ๊ะ จ.ตาก 2.นายจิรายุ สุกใส จ.สุรินทร์ 3.นายวิมาน วงศ์จำปา จ.หนองบัวลำภู 4.นายกรัชกร พุทธสอน จ.พะเยา 5.นายอนุชา บุญญะสาร จ.นครราชสีมา 6.นายกิตติพงษ์ ไชยโก จ.หนองบัวลำภู 7.นายสมบูรณ์ แซ่ว่าง จ.เชียงราย 8.นายจันทร์ดี แซ่ลี จ.เชียงราย 9.นายสุพิพัฒน์ กงแก้ว จ.ยโสธร 10. นายสมพร คาระบุตร จ.หนองบัวลำภู 11.นายธนศักดิ์ จันทร์ดำ จ.หนองบัวลำภู 12.นายสถิตย์ พรม อนารถ จ.หนองคาย 13.นายไกรสร บัวฝาย จ.อุดรธานี 14.นายณรงค์ชัย ลีละครจันทร์ จ.สกลนคร และ15. นายวิชัย คำศรี จ.อุบลราชธานี

คนไทยเครียดถูกบังคับทำงาน
ด้านน.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลตอบคำถามกรณีแรงงานถูกบังคับให้ทำงานทั้งที่อยู่ในภาวะสงครามตามปรากฏในสื่อโซเชี่ยลต่างๆ ว่า ตนประสานนายจ้างและทางการอิสราเอลในการโยกย้ายคนมาจากพื้นที่อื่น ซึ่งอิสราเอลแจ้งว่าย้ายจากพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยไปยังพื้นที่อื่นเพื่อให้ปลอดภัย และเพื่อให้มีรายได้ในการดำรงชีพในประเทศต่อไป แต่เข้าใจความตึงเครียดทางจิตใจของลูกจ้าง ทูตจึงบอกว่า ขอเวลาให้แรงงานไทยปรับสภาพจิตใจสักหน่อยและกรณีดังกล่าวไม่ใช่แรงงานบังคับ หรือแรงงานทาส

ถล่มต่อเนื่อง – สภาพความเสียหายอย่างหนักภายในฉนวนกาซ่าที่ถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีต่อเนื่องทั้งทางบกและอากาศ ก่อนเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อกวาดล้างกลุ่มนักรบฮามาส เมื่อวันที่ 11 ต.ค. (รอยเตอร์)

เปิดแผนอพยพคนไทย 3 ชุด
ด้านนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง สั่งการให้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อดูแล ช่วยเหลือคนไทย โดยชี้แจงถึงการทำงานรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการเริ่มทำงานตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

นายชัยกล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ในการเตรียมแผนอพยพคนไทยมีความคืบหน้าเพิ่มเติม 2 ทาง ทางแรกกลับมาโดยสายการบินพาณิชย์ และทางที่สองกลับโดยเครื่องบินกองทัพอากาศไปรับ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชุด 1.อพยพออกมาพรุ่งนี้ ถึงไทยวันที่ 12 ต.ค. ประมาณ 15 คน ชุดแรกนี้เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและแรงงานที่อพยพจากพื้นที่เสี่ยงภัย 2.อพยพประมาณ 140 คน เป็นการส่งเครื่องบินกองทัพอากาศ แอร์บัส เอ 340 ไปรับ โดยออกจากไทยในวันที่ 14 ต.ค. และจะไปถึงกรุงเทลอาวีฟ นครหลวงของอิสราเอลในวันที่ 15 ต.ค. เพื่อเตรียมพร้อมรับคนไทยกลับบ้านทันทีที่ได้รับอนุญาตจากทางการอิสราเอล 3.ส่งคนไทยจำนวน 80 คนกลับทางเครื่องบินพาณิชย์ โดยจะถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 18 ต.ค.

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอพยพคนไทยกลับให้เร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน นายกฯ สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพูดคุยกับบรรดามิตรประเทศต่างๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และอยากขอให้ความมั่นใจว่า เราได้ทำทุกทาง และจะพยายามอย่างสูงสุดเพื่อช่วยเหลือ โดยคำนึงถึงอิสรภาพของคนไทยที่ถูกจับตัวไปสำคัญที่สุด โดยนายกฯ สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมข้าราชการไปสนับสนุนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟในภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย

ชี้ขายทอดตลาดไม่ผิดกม.อิสราเอล
ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลร้องเรียนมายังเพจต่างๆ ว่า ถูกนายจ้างนำไปขายต่อให้กับนายจ้างรายอื่นและเป็นการซื้อขายแรงงานนั้นว่า เรื่องดังกล่าว ตนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังทูตแรงงานที่กรุงเทลอาวีฟแล้ว พบว่าตามกฎหมายของประเทศอิสราเอลถือว่าทำได้ การส่งต่อไปให้กับนายจ้างรายใหม่ ไม่ถือเป็นความผิด และไม่ผิดกฎหมายแรงงาน

“วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ผมสั่งการให้ทูตแรงงานที่กรุงเทลอาวีฟลงพื้นที่ออกไปเยี่ยมแรงงานไทยที่จุดอพยพ ซึ่งมีแรงงานย้ายออกมาจากโมชาฟ 42 คน เพื่อปลอบขวัญให้กำลังใจและรับลงทะเบียนแรงงานที่ประสงค์กลับประเทศไทย 25 คน และมีขอย้ายงาน 4 คน ที่เหลือยังอยู่กับนายจ้างเดิม นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงให้ทราบเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์จากเงินกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงเจรจากับนายจ้างเรื่องเงินเดือนค้างจ่าย และเงินปิชูอิมของแรงงาน คาดว่าแรงงานทั้ง 25 คนจะเดินทางกลับประเทศไทย วันที่ 18 ต.ค.นี้” นายไพโรจน์กล่าว

ส่วนสถานการณ์ของแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอลนั้น นายไพโรจน์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. มีรายงานแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บรวม 13 ราย เป็นชายทั้งหมด มีอาการหนัก 2 ราย ส่วนรายอื่นออกมาพักฟื้นที่แคมป์คนงานนายจ้าง ส่วนผู้เสียชีวิต 20 รายนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยัน และมีแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มอีกรวม 14 ราย ส่วนผู้ที่แจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยนั้น เพิ่มเป็น 5,205 คน สำหรับแรงงานกลุ่มแรก 15 คน ที่จะเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 12 ต.ค.นี้ กระทรวงแรงงานจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแล ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวก

‘สุทิน’ยันคนไทยถูกจับปลอดภัย
นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยจากการสู้รบในอิสราเอลว่า การอพยพคนไทยออกมา เราจะต้องได้รับการอนุญาตจากอิสราเอลถึงจะสามารถบินไปรับได้ แต่ขณะนี้ทางอิสราเอลกับกระทรวงการต่างประเทศได้พูดคุยกันและอนุญาตในระดับหนึ่ง โดยในวันที่ 12 ต.ค.นี้ จะมีคนไทยกลับมาล็อตแรก 15 คน จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องบินพาณิชย์มาตามปกติ โดยกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ ส่วนกองทัพก็ช่วยเหลือดูแล แต่รอบต่อไปวันที่ 15 ต.ค. กองทัพอากาศจะบินไปรับ ซึ่งการบินไป ต้องมีการประสานกับประเทศต่างๆ รวมถึงอิสราเอล ซึ่งเขาก็ดูแลเต็มที่ เดิมทีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์และตนจะเดินทางไปด้วย แต่มาวิเคราะห์ในหลายด้าน ควรต้องชะลอไว้ก่อน เพราะไปเป็นภาระ และเกรงว่า จะไปเป็นภาระของผู้โดยสารไปแย่ง ที่เขา ก็เลยทำได้แค่ไปส่งและไปรับ

ทอ.ไม่มีข้อจำกัดไปรับคนไทย
ด้านพล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ.ยืนยันความพร้อมของชุดนักบิน ทีมแพทย์กองทัพอากาศจำนวน 1 ชุด ประมาณ 20 กว่าคน ในการเดินทางไปรับคนไทยในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เตรียมพร้อมอีกชุดสแตนด์บายไว้แล้ว ซึ่งเครื่องบินเอบัส 340 มี 140 ที่นั่ง

พล.อ.อ.พันธ์ภักดีกล่าวว่า ขั้นต้นเตรียมเครื่องบินแอร์บัส 340 จำนวน 1 เครื่อง และ C-130 อีก 5 เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์การบินเพื่อคัดกรองกรณีผู้ป่วยติดเครื่องมาด้วย ส่วนเวลาเดินทางไปรับคนไทยขอไม่แจ้ง ณ ที่นี้ เพราะจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัย ซึ่งภารกิจเมื่อบินไปรับแล้วจะบินกลับทันที ยืนยันว่ากองทัพอากาศไม่มีข้อจำกัดในการไปช่วยเหลือคนไทย แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องการบินผ่านน่านฟ้า ตามปกติต้องใช้ระยะเวลาเป็นสัปดาห์ แต่กระทรวงการต่างประเทศสามารถประสานงานให้อย่างรวดเร็ว

เมียเศร้าเห็นคลิป-คาดสามีถูกยิง
วันเดียวกัน นางใหม่ กาเหว่า อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 บ้านเนินสว่าง หมู่ที่ 21 ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ภรรยาของนายศรีทัศน์ กาเหว่า อายุ 43 ปี แรงงานคนไทยที่ไปทำงานภาคเกษตรกรรม ขับรถปลูกมัน ในประเทศอิสราเอลเปิดเผยว่า ขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถติดต่อนายศรีทัศน์ได้ โดยเพื่อนร่วมงานที่ประเทศอิสราเอลติดต่อแจ้งมาว่า อาจจะไม่มีชีวิต ทั้งหมดที่อยู่ด้วยกัน 19 คนถูกโจมตีจากกลุ่มไม่ทราบฝ่าย และไม่สามารถติดต่อใครได้เลย ตนพยายามติดต่อสามี แต่ก็ยังติดต่อไม่ได้ ครั้งล่าสุดวิดีโอคอลหากัน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย สามีเล่าให้ฟังว่าที่นี่เริ่มยิงกันแล้ว หากมีเหตุการณ์รุนแรงก็จะไปหลบในที่ปลอดภัย จู่ๆ แฟนก็บอกกลับมาว่าแค่นี้ก่อน ขอไปหลบระเบิดก่อน จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนประมาณช่วงบ่ายมีคลิปวิดีโอออกมา เป็นภาพกลุ่มก่อการร้ายยิงกลุ่มคนที่อยู่ในห้องห้องหนึ่ง ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร กระทั่งเห็นคลิปอีกครั้ง ตนสังเกตเห็นบุคคลหนึ่งลักษณะและสวมเสื้อผ้าคล้ายกับสามี ก็รู้สึกตกใจ ตนส่งคลิปดังกล่าวไปให้ญาติดู ต่างบอกว่ามีลักษณะคล้ายกับสามีของตน จุดสังเกตที่ทำให้มั่นใจว่าน่าจะเป็นสามีคือเสื้อผ้าของคนที่อยู่แคมป์เดียวกัน ลักษณะเท้าและมือ จำได้ว่าน่าจะเป็นสามี ลักษณะห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นสีห้อง สีผนัง โซฟา คือห้องหลบภัยที่สามีเคยส่งให้ดู

นางใหม่กล่าวต่อว่า รู้สึกเสียใจ ตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังมีความหวังที่จะเห็นสามีรอดชีวิตมาอย่างปลอดภัย ตราบใดที่ยังไม่มีการยืนยันและเปิดเผยรายชื่อออกมา ตอนนี้เฝ้ารออย่างมีความหวังและเป็นห่วงสามีอย่างมาก แต่หากสามีเสียชีวิตจริงๆ อยากฝากให้รัฐบาลนำร่างไร้วิญญาณของสามีกลับมาบ้านเกิดด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อนคนงานที่ไปทำงานในแคมป์เดียวกันโทรศัพท์มาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า กลุ่มเพื่อนตอนนี้หลบในที่ปลอดภัย เป็นพื้นที่ที่ไม่มีการสู้รบ ไม่มีความเสี่ยงเหมือนพื้นที่อื่น ส่วนเพื่อนที่เป็นแรงงานคนไทยด้วยกัน โดยกลุ่มที่มีสามีของนางใหม่อยู่ด้วย ได้ข่าวมาว่าน่าจะไม่รอด แต่ยัง ไม่สามารถยืนยันได้

หนุ่มตากเล่านาทีถูกยิงเจ็บ
เมื่อเวลา 16.00 น. นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอวังเจ้า จ.ตาก และคณะเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 144 บ้านวังน้ำเย็น หมู่ที่ 8 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก ของนายสมมา แซ่จ๊ะ คนงานเกษตร ที่บาดเจ็บถูกยิงบริเวณขาข้างซ้าย จากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวของนายสมมา ประกอบด้วย มารดา ภรรยา และบุตร 2 คน เป็นหญิงอายุ 10 ขวบ และชายอายุ 5 ขวบ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าววิดีโอคอลพูดคุยสอบถามอาการบาดเจ็บ ซึ่งนายสมมานอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพัก อาการโดยรวมปลอดภัยดี โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตให้ไปรวมตัวเพื่อจะเดินทางในเวลา 18.00 น. ในประเทศอิสราเอลเพื่อเตรียมเดินทางกลับไทย

นายสมมากล่าวว่า ยอมรับในช่วง เหตุ การณ์น่ากลัวมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นในช่วงเช้า มีการสู้รบกัน นายจ้างจึงให้ตนและเพื่อนผู้ใช้แรงงานรวม 9 คนมาพักเพื่อหลบภัยที่บ้านพักของนายจ้าง แล้วช่วงกลางวัน นายจ้างพาขึ้นรถกระบะสีขาวเพื่อจะไปกินข้าวที่แคมป์งาน ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร ระหว่างทางเจอเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่บนถนน เห็นรถของตนที่นั่งมาเป็นรถลักษณะเดียวกับกลุ่มฮามาสคือรถกระบะสีขาว มีกลุ่มคนท้ายกระบะเหมือนกัน จึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ ตอนแรกตนคิดว่าเสียงประทัด ระหว่างนั้นนายจ้างซึ่งเป็นอดีตทหาร มีความชำนาญในภูมิประเทศได้เลี้ยวรถหลบหนีแบบยุทธวิธี แต่ก็ถูกอาวุธปืนยิงไล่หลัง ตนบาดเจ็บที่ขา และเพื่อนๆ อีกหลายคนก็ได้รับบาดเจ็บด้วย โดยมี 1 รายโดนยิงที่คอ อาการสาหัส เมื่อขับรถหลบหนีมาถึงหมู่บ้าน ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ทางอิสราเอลยิงเพราะคิดว่าเป็นกลุ่มฮามาส พวกตนจึงตะโกนออกไปว่า “Thailand Thailand” ทำให้ฝ่ายป้องกันพื้นที่หยุดยิงและเข้ามาช่วยเหลือ รู้สึกโชคดีที่ยังรอดชีวิตกลับมาบ้านเกิด

สลดระเบิดตกใส่น้องดับคาตา
เมื่อเวลา 09.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 17 บ้านกระแชงเมืองใหม่ ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นพ.พิเชฏฐ์ จงเจริญ รองนพ.สสจ.ศรีสะเกษ พร้อมนายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลจากร.พ.กันทรลักษ์ เดินทางมาเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจน.ส.วารุณี ดาวไสย อายุ 30 ปี ภรรยาของนายพงษ์พัฒน์ สุชาติ อายุ 29 ปี และนางไพรวรรณ สุชาติ อายุ 53 ปี แม่ของนายพงษ์พัฒน์ ซึ่งเป็นแรงงานไทยชาว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอล พบว่าน.ส.วารุณีและครอบครัวอยู่ในสภาพเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก โดยมีญาติพี่น้องมาคอยเฝ้าปลอบใจอยู่อย่างใกล้ชิด

น.ส.วารุณีเล่าด้วยอาการเศร้าโศกเสียใจว่า นายพงษ์พัฒน์สามีของตนที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2563 ซึ่งสถานที่ทำงานอยู่ทางใต้ของอิสราเอล ห่างจากจุดที่มีการสู้รบที่ฉนวนกาซ่า 20 ก.ม. มีแรงงานไทย 60 คนทำงานด้วยกัน ต่อมา วันที่ 10 ต.ค.66 นายสุรัตน์ สุชาติ อายุ 34 ปี พี่ชายของสามีโทรศัพท์ผ่านวิดีโอคอลมาแจ้งให้น.ส.ถวิล อินทร์จันทร์ อายุ 32 ปี พี่สะใภ้ของตนทราบว่า นายพงษ์พัฒน์โดนระเบิดตกใส่เสียชีวิตคาที่ ตนเศร้าเสียใจมาก เนื่องจากสามีของตนเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว ขณะนี้ศพของนายพงษ์พัฒน์อยู่ที่ประเทศอิสราเอล จึงขอวอนให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือนำศพของสามีตนกลับมาบ้านที่อ.กันทรลักษ์ด้วย

ด้านนางเทียน จามรี อยู่บ้านเลขที่ 232 หมู่ 132 บ้านกระแชงพัฒนา ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ วิดีโอคอลพูดคุยกับนายสุรัตน์ว่า ขณะเกิดเหตุเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ต.ค. ตนกับนายพงษ์พัฒน์ น้องชายและเพื่อนแรงงานชาวไทยกำลังทำงานตามปกติ และตนกำลัง วิดีโอคอลเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้นางถวิลภรรยาของคนที่อยู่ประเทศไทยได้ทราบ ทันใดนั้นมีเสียงหวอเตือนภัยดังขึ้น 2 ครั้ง จากนั้นไม่ถึง 5 วินาที ตนเห็นลูกระเบิดตกลงมาใส่นายพงษ์พัฒน์ที่ยืนอยู่ห่างจากตนประมาณ 20 เมตร โดยระเบิดตกลงมาใกล้นายพงษ์พัฒน์ สะเก็ดระเบิดโดนเข้าที่บริเวณลำคอของนายพงษ์พัฒน์ ต่อหน้าต่อตาของตน ทำให้นายพงษ์พัฒน์เสียชีวิตคาที่ ส่วนเพื่อนคนงานอีก 1 คน โดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณด้านหลัง เสียชีวิตคาที่เช่นกัน ทหารอิสราเอลนำศพของนายพงษ์พัฒน์กับเพื่อนแรงงานไทยไปเก็บไว้แล้ว

“ขณะนี้พวกผมรวม 60 คน ไม่กล้าออกไปทำงานและนายจ้างก็ไม่ได้เข้ามาหาเลยขอวอนให้นายกรัฐมนตรีของไทยโปรดช่วยนำศพของนายพงษ์พัฒน์กลับไปบ้านที่ศรีสะเกษด้วย ส่วนผมเมื่อเคลียร์เรื่องของนายพงษ์พัฒน์ น้องชายเสร็จแล้ว จะขอเดินทางกลับประเทศไทยทันที และจะไม่กลับมาทำงานที่ประเทศอิสราเอลอีก” นายสุรัตน์กล่าว

สูญเสียลูก – นางถนอม จำปาสิม อายุ 55 ปี ชาวบ้านโคกกลาง ต.ข้าวสาร อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ร่ำไห้เล่าเหตุการณ์นายศักดิ์สิทธิ์ จำปาสิม อายุ 38 ปี ลูกชาย ทำงานที่ประเทศอิสราเอลถูกบุกเข้ามายิงและขว้างระเบิดใส่ จากนั้นเผาที่พักจนเหลือแต่เถ้ากระดูก เมื่อวันที่ 11 ต.ค.

แม่ร่ำไห้ลูกถูกระเบิดดับ
ส่วนกรณี นายศักดิ์สิทธิ์ จำปาสิม อายุ 38 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 8 บ้านโคกกลาง ต.ข้าวสาร อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี แรงงานไทยที่ถูกระบุว่าโดนกลุ่มฮามาสบุกเข้ามายิงและขว้างระเบิดเผาที่พัก ทำให้เสียชีวิตและถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูกภายในที่พักนั้น

วันเดียวกัน นางถนอม จำปาสิม อายุ 55 ปี แม่นายศักดิ์สิทธิ์ เปิดเผยว่า ลูกชายสมัครไปทำงานประเทศอิสราเอล ทำงานในสวนส้มในฉนวนกาซ่า ได้เงินเดือน 4-5 หมื่นบาท ทำได้ 4 ปีกว่าแล้ว เดือนมิ.ย. 2567 จะครบสัญญา 5 ปี แต่จะไม่เดินทางกลับ จะต่อสัญญาอีก 3 เดือน เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้แม่ 2 แสน เสร็จแล้วถึงจะเดินทางกลับมา ซึ่งตนจะทำโหยยหมูที่ลูกชอบให้กิน

นางถนอมกล่าวต่อว่าลูกชายวิดีโอคอลมาหาภรรยา แม่ และหลานประจำ ครั้งสุดท้ายที่ตนคุยกับลูกชายคือวันที่ 3 ต.ค. แต่ลูกชายจะคุยกับหลานชายช่วง 23.00 น.ทุกคืน และเมื่อเช้าวันที่ 7 ต.ค. ทราบว่า เกิดสงครามระหว่างปาเลสไตน์บุกอิสราเอล ลูกสะใภ้ยังติดต่อกับลูกชายได้ และหลานยังแช็ตไลน์กับลุงได้ ตนภาวนาให้ลูกชายปลอดภัย กระทั่งบ่ายวันที่ 7 ต.ค. ก็ขาดการติดต่อ วันอาทิตย์เพื่อนลูกชายชื่อกรวิทย์ แช็ตไลน์มาบอกว่าให้ทำใจ เพราะลูกชายโดนยิงและปาระเบิดใส่ที่พักจนไฟไหม้ เหลือแต่โครงกระดูก ตนอยากจะให้มีปาฏิหาริย์ ไม่อยากให้เป็นศพลูก

ต่อมาญาติวิดีโอคอลกับนายกรวิทย์ แก้วเกิด อายุ 36 ปี ชาวนครราชสีมา เพื่อนร่วมงานนายศักดิ์สิทธิ์ นายกรวิทย์เล่าถึงช่วงนาทีหนีตายว่า หลังจากกลุ่มฮามาสบุกเข้ามารอบแรก ตนชวนนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหลบอยู่ในห้องหมายเลข 5 หนีออกจากที่พัก เพราะที่พักไม่น่าจะป้องกันระเบิดได้ แต่นายศักดิ์สิทธิ์ ไม่ไป บอกว่าอยู่ในที่พักปลอดภัยกว่า แต่ตนออกไปหลบอยู่หลุมหลบภัยข้างนอก กลุ่มก่อการร้ายกลับมาครั้งที่สอง ได้กราดยิงคนงานแล้วโยนระเบิดใส่ที่พักทำให้ไฟไหม้ที่พัก จากนั้นทหารอิสราเอลมาไล่ผู้ก่อการร้าย ออกไป พอเพลิงสงบก็เข้าไปเคลียร์พื้นที่ และพาตนไปดูว่าแต่ละห้องมีใครอยู่ ชื่ออะไร จึงเดินไปดูห้องหมายเลข 5 พบโครงกระดูก 5 คน เป็นคนไทย ส่วนอีก 10 ศพ เป็นชาวเนปาลโดนยิงไม่โดนเผา และอีก 4 คนถูกจับไปเป็นตัวประกัน ห้องหมาย 5 เป็นห้องนายศักดิ์สิทธิ์ เชื่อและมั่นใจว่าเสียชีวิตแล้ว

หนุ่มอุดรฯโดนระเบิดดับเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.อุดรธานี มีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็นชาวอุดรธานี 8 ราย โดยรายล่าสุดเป็นหนุ่มชาวอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยแม่และพี่สาวหัวใจแตกสลาย เมื่อรู้ข่าวว่านายศักดิ์สิทธิ์ โคตรมี หรือชาโด้ อายุ 37 ปี ชาวบ้านดงแสนสุข อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ถูกระเบิดทิ้งลงจากฟ้าใส่ร่างของนายชาโด้และเพื่อนเสียชีวิตทันที 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดที่ไร่ซูกินี ทางตอนใต้ของอิสราเอล ห่างจากฉนวนกาซ่าประมาณ 10 ก.ม.

โดยมีคลิปขณะที่นายชาโด้ถูกระเบิดนอนแน่นิ่ง พร้อมเพื่อนชื่อนายก๋อม ชาวจ.ศรีสะเกษ และบาดเจ็บอีก 1 คน มีเพื่อนแรงงานอีกหลายคนเข้าไปช่วย แต่ไม่ทัน ส่วนเพื่อนไปเก็บซูกินีด้วยกันวิ่งหลบระเบิดได้ โดยระเบิดที่ลงมาจากฟ้าไม่รู้มาจากไหน เหตุเกิดเมื่อช่วง 4 โมงเย็น หรือตามเวลาในประเทศไทยประมาณ 2 ทุ่ม วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา

น.ส.นุ้ย ภรรยานายชาโด้ วิดีโอคอลจากอิสราเอล เล่าว่า ตอนนี้พูดไม่ออก ขนาดศพสามียังไม่กล้าไปดู หัวใจแตกสลายแล้ว พูดอะไรไม่ได้เลย เพื่อนส่งรูปสามีมาให้ดูก็ไม่กล้าดู ขอทำใจก่อน ก่อนเกิดเหตุนายจ้างให้คนงานกว่า 30 คนไปเก็บซูกินีในสวน ซึ่งปกติตนจะไปด้วย แต่วันนั้นไม่สบาย สามีไปกับเพื่อน ไม่นานได้ยินเสียงระเบิด ไม่คิดว่าคนที่เจอจะเป็นสามี รู้สึกเสียใจมาก อยากให้ทางการนำศพสามีกลับบ้านด้วย

ด้านนางบัวแพร แตงอ่อน อายุ 60 ปี แม่ของนายชาโด้ เปิดเผยว่า ลูกชายไปทำงาน 7 ปีแล้ว เป็นคนขยันมาก โดยไปทำงานต่างประเทศ เพื่ออยากให้แม่สบาย ส่งเงินมาให้แม่ ลูกและทางพ่อตาแม่ยาย สร้างบ้านให้แม่ สร้างบ้านให้พ่อตาแม่ยาย ส่งงวดรถยนต์ ทุกอย่างที่ลูกทำ เพื่อให้แม่และครอบครัวสบาย ออกพรรษายังบอกกับแม่ว่าจะให้แม่ทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ที่บึงกาฬ แต่มาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก่อน

“พอรู้ข่าวแค่นั้น หัวใจแม่สลาย แม่อยากจะตายแทนลูก ให้แม่ตายแทนได้มั้ย หัวใจแม่จะแหลกสลายแล้ว สงสารลูกมาก เป็นภาพของลูกก็ไม่กล้าดู แม่อยากได้ศพลูกกลับมาเมืองไทย ไม่อยากได้กระดูกลูกกลับมา หากช่วยแม่ได้ช่วยเอาศพลูกชายมาให้แม่เห็นหน้าครั้งสุดท้ายด้วย หากวิญญาณชาโด้รับรู้แม่ได้ ไม่ต้องห่วงแม่ ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะลูก ชาติหน้าเอาบุญมาเยอะๆ นะลูก เกิดชาติไหนก็ขอให้มาเกิดเป็นลูกแม่ทุกภพทุกชาติไป” แม่พูดไปร้องไห้หัวใจแทบแตกสลาย

ขณะที่เพื่อนแรงงานไทยในอิสราเอลวิดีโอคอลเล่าว่า พวกตนทำงานในไร่ซูกินี ห่างจากฉนวนกาซ่าประมาณ 10 ก.ม. ก่อนเกิดเหตุนายจ้างให้ไปเด็ดต้นซูกินีออก เพื่อเตรียมแปลงปลูกใหม่ เขาก็ไม่พูดเชิงบังคับ แต่บอกว่าถ้าพวกคุณไม่ไปทำงาน ก็จะไม่ได้ทำงานที่นี่อีก แรงงานไทยกว่า 30 คนเลยพากันไปไร่ซูกินี ทำงานได้ไม่นานปรากฏว่าระเบิดลงตรงพี่ชาโด้ ตนอยู่ห่างแค่ 10 เมตรวิ่งหนีหลบระเบิดกับเพื่อนๆ สักพักชะเง้อไปดูปรากฏว่าพี่ชาโด้ถูกระเบิดเสียชีวิต พร้อมเพื่อนรวม 2 ศพ บาดเจ็บอีก 1 คน ส่วนจะเป็นฝ่ายไหนโจมตียังไม่รู้ เพราะเป็นระเบิดจากบนท้องฟ้า

นายกฯขอมาเลย์ช่วยคนไทย
วันเดียวกัน เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศมาเลเซียซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ที่ประเทศมาเลเซีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า จากการหารือกับดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มีความเป็นห่วงคนไทยในพื้นที่เหตุความรุนแรงในตะวันออกกลาง ไทยจึงประสานขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมาเลเซียมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่เป็นเรื่องของความมั่นคง และมีความละเอียดอ่อน จึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด นอกจากนี้ยังประสานกับประเทศอื่นๆ ให้ช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ด้วย

ระดมเครื่องบินรับ5พันคนไทย
วันเดียวกัน นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ประเทศมาเลเซีย สั่งการด่วนข้ามประเทศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดแผนดูแลคนไทยที่ต้องการกลับประเทศไทยจากเหตุ การณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเร็วที่สุด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ท่านนายกรัฐมนตรีให้แจ้งแก่พี่น้องชาวไทยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงคมนาคมเร่งเจรจากับการบินไทย สายการบินแอร์เอเชีย และสายการบินพาณิชย์อื่นๆ เป็นการด่วน เพื่อเร่งระดมจัดส่งเครื่องบินจำนวนมากที่สุดให้พอเพียงกับการไปรับคนไทยทุกคนทั้งห้าพันกว่าคนที่ต้องการเดินทางออกจากบริเวณเหตุการณ์ความไม่สงบ ตะวันออกกลาง กลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า นาทีนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันพุ่งเป้าไปที่การพาคนไทยกลับบ้านให้เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด แผนการจัดหาเครื่องบินเพิ่มจะต้องมีความชัดเจนภายในวันพรุ่งนี้ และกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งจัดทำแผนในการดูแลช่วยเหลือและเยียวยาคนไทยที่ยังติดอยู่ที่อิสราเอล และคนไทยที่เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดแล้วอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

“นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนทุกคนที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ รวมทั้งคนไทยที่ประสบกับความไม่สบายใจเป็นห่วงบุคคลอันเป็นที่รัก นายกรัฐมนตรีต้องการดูแลคนไทยให้ดีที่สุด และสั่งการตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยต้องการให้มีแผนรองรับประชาชนทุกคนอย่างชัดเจนโดยเร็วที่สุด” นายชัย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน